แหล่งรวบรววมวิธีเล่นหุ้น
 
โรคเปลือกแห้งของต้นยาง เลี้ยงครั่ง-ผักหวานป่า

โรคเปลือกแห้งของต้นยาง เลี้ยงครั่ง-ผักหวานป่า

ระวังอาการเปลือกแห้งของต้นยางระบาด

เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ

ผมปลูกยางไว้ 20 ไร่เศษ ปัจจุบันเริ่มเปิดกรีดได้แล้ว ระยะแรกไม่พบปัญหาใดๆ แต่ต่อมาพบว่าเกิดอาการเปลือกของต้นยางแห้ง และต้นที่มีอาการเปลือกแห้ง มีผลให้น้ำยางลดลง ขอเรียนถามว่า เกิดจากสาเหตุใด และจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร

ขอแสดงความนับถือ กำพล พึ่งสมุทร

15/42 ต.มะลิวัลย์ อ.ชุมแพ

จ.ขอนแก่น 40130

ตอบ คุณกำพล พึ่งสมุทร

อาการเปลือกยางแห้งของต้นยาง อาการเริ่มแรกพบว่า ต้นยางจะให้น้ำยางเพิ่มขึ้น น้ำยางหลังกรีดจะหยุดไหลช้าลง และความเข้มข้นของน้ำยางลดลง ต่อมาผลผลิตของน้ำยางจะลดลงอย่างรวดเร็ว น้ำยางบนรอยกรีดจะแห้งเป็นแห่งๆ เนื่องจากการสร้างน้ำยางน้อยลง ต้นยางจึงได้อาหารไปใช้ในการเจริญเติบโตทางลำต้นเพิ่มขึ้น ส่งผลทำให้ต้นยางที่เกิดอาการเปลือกแห้งมีขนาดใหญ่กว่าต้นปกติ จากนั้นผิวเปลือกเกิดปุ่มปมทั้งขนาดเล็กและใหญ่ กระจายทั่วลำต้น เมื่อพักการกรีดไปสักระยะหนึ่ง ด้วยเหตุที่ไม่มีน้ำยาง เปลือกต้นยางที่เกิดใหม่จะพัฒนาและเติบโตดันเปลือกเก่าให้แตก และหลุดล่อนออกเป็นแผ่น เปลือกยางใหม่เมื่อกรีดอีกครั้ง จะให้น้ำยางในปริมาณน้อยกว่าต้นปกติอยู่ดี สาเหตุการเกิดอาการเปลือกแห้งของต้นยาง เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น เกิดจากสภาพแวดล้อม โดยพบว่าเขตแห้งแล้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลายแห่ง เกิดอาการเปลือกแตกอัตราสูงกว่าในเขตฝนตกชุก พันธุ์ยาง บางพันธุ์เกิดอาการเปลือกแตกได้ง่ายกว่าพันธุ์อื่น เช่น พันธุ์ในกลุ่มบีพี นอกจากนี้แล้ว การกรีดยางถี่เกินไป มีผลต่อการเกิดอาการเปลือกยางแตกมากกว่าการกรีดยางในระยะและเวลาที่เหมาะสม วิธีการป้องกันและแก้ไข ในกรณีที่พบอาการเปลือกแตกของต้นยางเกิดขึ้นในสวนยางแล้ว การรักษาทำได้ยาก วิธีที่ดีที่สุดคือการป้องกัน โดยมีวิธีปฏิบัติดังนี้คือ เมื่อพบความผิดปกติในการให้น้ำยางที่ไหลและหยุดเป็นระยะ แนะนำให้หยุดกรีดน้ำยางทันที เพื่อให้ต้นยางพักตัวและมีเวลาเพียงพอกับการสร้างน้ำยางทดแทน การเพิ่มอินทรียวัตถุในดินไม่ว่าจะใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก ร่วมกับปุ๋ยเคมี หรืออาจปลูกพืชคลุมดินร่วมด้วย โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะช่วยลดปัญหาอาการเปลือกยางแตกลง ไม่ควรเปิดกรีดยางที่มีขนาดเล็ก และให้หยุดกรีดยางเมื่อต้นยางเริ่มผลิใบ ไม่ควรใช้สารเคมีเร่งน้ำยางกับยางพันธุ์ บีพีเอ็ม 24 บีพี 235 พีบี 255 พีบี 260 สถาบันวิจัยยาง 250 และ 251 หากคุณสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้น อาการเปลือกแตกของต้นยางจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนครับ



ชะพลูใบหงิก เกิดจากอะไร

เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ

ผมปลูกชะพลูไว้ในบริเวณบ้านหลายกอ การเจริญเติบโตช่วงแรกเป็นปกติดี แต่ปีนี้ในช่วงแล้งกลับมีอาการใบหงิกเกิดขึ้นเกือบทั้งหมด ไม่ทราบว่าเกิดเพราะเหตุใด และจะแก้ไขอย่างไร กรุณาให้คำตอบด้วยครับ

ขอแสดงความนับถือ

วรวิทย์ สุนทรพานนท์

95/17 ซ.นนทบุรี 32 ถ.สนามบินน้ำ

ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000

ตอบ คุณวรวิทย์ สุนทรพานนท์

อาการใบหงิกของชะพลู โดยทั่วไปมักไม่มีโรคหรือแมลงศัตรูเข้าทำลาย อย่างไรก็ตาม อาการใบหงิกที่พบในชะพลูเกิดขึ้นได้จากการเข้าทำลายของแมลงศัตรู 2 ชนิด ชนิดแรกคือ เพลี้ยไฟ ซึ่งเป็นแมลงที่มีขนาดเล็กมาก ชอบเกาะดูดกินน้ำเลี้ยงที่บริเวณใต้ใบพืช การระบาดจะรุนแรงในช่วงแล้ง เข้าดูดน้ำเลี้ยงที่ยอดอ่อน และใบอ่อนของพืช ทำให้ต้นแคระแกร็น ใบห่อม้วนขึ้นด้านบน ทำให้ผลผลิตและคุณภาพของพืชชนิดต่างๆ ลดลง

การป้องกันและกำจัด เมื่อย่างเข้าช่วงแล้ง หรือฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ให้ใช้มือจุ่มลงในน้ำแล้วลูบที่บริเวณใต้ใบ หากมีแมลงขนาดเล็กสีน้ำตาลติดมือขึ้นมา แสดงว่าเพลี้ยไฟเริ่มระบาด แก้ไขโดยฉีดน้ำหรือพ่นน้ำให้ต้นชะพลู เพื่อเพิ่มความชื้นให้สูงขึ้น ฉีดซ้ำอีก 2-3 ครั้ง โดยเฉพาะบริเวณใต้ใบ ในที่สุดเพลี้ยไฟก็จะบินหนีไปหากินที่อื่น กรณีที่แสดงอาการเพียงเล็กน้อยให้เด็ดทิ้งทั้งต้น และนำไปเผาทำลาย ป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดของเพลี้ยไฟมากขึ้น หากเกิดการระบาดรุนแรง ให้ฉีดพ่นด้วย เซฟวิน 85 เปอร์เซ็นต์ ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 20-30 กรัม ต่อน้ำ 1 ปี๊บ ให้ทั่วทรงพุ่ม โดยเฉพาะใต้ใบและให้งดใช้ก่อนเก็บผลผลิตไปบริเวณอย่างน้อย 2 สัปดาห์ แมลงศัตรูพืชชนิดที่สองคือ ไรขาว เป็นสัตว์ประเภท 8 ขา เช่นเดียวกับแมงมุม แต่มีขนาดเล็กมาก มองด้วยตาเปล่าเกือบไม่เห็น ไรขาวมักเข้าทำลายต้นพืชในช่วงที่มีฝนตกชุก อากาศชื้นที่บริเวณตาดอกและยอดอ่อน ทำให้ต้นชะงักการเจริญเติบโต ผลผลิตน้อยลง ลักษณะของการทำลาย จะทำให้ใบพืชเรียวแหลม ขอบใบม้วนงอลงด้านล่าง และยอดหงิกงอเป็นฝอย การป้องกันและกำจัด เมื่อพบการระบาดยังไม่รุนแรง ให้เด็ดส่วนที่มีการระบาดเผาทำลายทิ้ง หากพบการระบาดรุนแรงให้ฉีดพ่นด้วยกำมะถันผง มีผู้ผลิตจำหน่ายเป็นการค้า ได้แก่ ไธโอวิท 80 เปอร์เซ็นต์ ดับเบิ้ลยูพี หรืออิโคซัลฟ์ 80 เปอร์เซ็นต์ ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 60-80 กรัม ต่อน้ำ 1 ปี๊บ ฉีดพ่นให้ทั่วทรงพุ่ม 2 ครั้ง ห่างกัน 5 วัน การระบาดของไรขาวจะหมดไปและควรงดใช้สารดังกล่าวก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต 1 สัปดาห์



แหล่งจำหน่ายน้ำเชื้อสุกรพันธุ์ดี

เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ

ปัจจุบันผมทำการเกษตรแบบผสมผสาน มีไม้ผล เช่น ฝรั่งไร้เมล็ด พุทราจัมโบ้ ต้นดอกรัก มะลิ และมะเขือยาว นอกจากนี้ ยังทำปุ๋ยหมักและปุ๋ยชีวภาพใช้เอง เพื่อเป็นการลดต้นทุนการซื้อปุ๋ย ส่วนโครงการต่อไปผมจะเลี้ยงสุกรพันธุ์ดี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อได้สุกรคุณภาพและเพิ่มปริมาณปุ๋ยคอกให้มากขึ้น ในเวลาเดียวกัน ผมมีความต้องการน้ำเชื้อของสุกรพันธุ์ดี แต่ไม่ทราบจะติดต่อหาซื้อได้ที่ไหน และมีราคาจำหน่ายอย่างไร ขอคำแนะนำด้วยครับ

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณ คุณหมอเกษตร มาในโอกาสนี้

ขอแสดงความนับถืออย่างสูง

ร.ต.อ. ศักดิ์สิน แก้วทานัง

156/1 หมู่ 11 ต.บางหมาก ถ.โพธารส

ซอย 2 อ.เมือง จ.ชุมพร 86000

ตอบ ร.ต.อ. ศักดิ์สิน แก้วทานัง



แหล่งจำหน่ายน้ำเชื้อสุกรพันธุ์ดี ปัจจุบันมีอยู่ 2 แห่ง คือศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์นครราชสีมา อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา กองบำรุงพันธุ์สัตว์ กรมปศุสัตว์ ราคาจำหน่ายโด๊สละ 100 บาท 1 โด๊ส ประมาณ 80-100 ซีซี ผสมได้ 1 ตัว จำนวน 2 ครั้ง ติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. (044) 249-296 และ (044) 315-444 ในวันและเวลาทำการ และศูนย์วิจัยและฝึกอบรมการเลี้ยงสุกรแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน น้ำเชื้อสุกรพันธุ์ดีผลิตในประเทศ จำหน่ายราคาโด๊สะ 150 บาท ส่วนน้ำเชื้อนำเข้าจากต่างประเทศ ราคาโด๊สละ 500 บาท ต้องการรายละเอียด ติดต่อสอบถามที่ คุณหนูจันทร์ มาตา โทร. (01) 818-3678 ในวันและเวลาทำการ สะดวกที่ไหนติดต่อที่นั่นครับ



แหล่งปลูกผักหวานป่าที่มุกดาหาร

เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ

ผมเป็นข้าราชการบำนาญและเป็นแฟนนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านมาแล้ว 6 ปี ผมตั้งใจไว้ก่อนเกษียณราชการว่า เมื่อเกษียณฯ แล้ว จะทำการเกษตรแบบพอเพียง บัดนี้ผมได้ทำตามเจตนารมย์แล้ว มีความสุขกับผลงานมาก ในพื้นที่ประมาณ 7 ไร่ ผมปลูกชะอม 1 ไร่ ตำลึง 1 ไร่ เป็นสระน้ำ 1 ไร่ กันที่ไว้ปลูกบ้าน 2 ไร่ ส่วนอื่นๆ ปลูกพืชยืนต้นอีกหลายชนิด แต่ไม่มากนัก และระหว่างที่ว่างของแปลงชะอมผมปลูกผักหวานป่า ปัจจุบันผมปลูกไว้ประมาณ 400 ต้น โดยอาศัยความรู้จากนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านและภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่น จึงขอขอบคุณนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านมาในโอกาสนี้ด้วย หากคุณหมอเกษตร ทองกวาว และทีมงานสนใจจะนำไปเผยแพร่ก็ขอเชิญไปเยี่ยมสวนผมได้ตลอดเวลา

ขอแสดงความนับถือ

สมชาย นนทฤทธิ์

201 หมู่ 4 ต.มุกดาหาร อ.เมือง

จ.มุกดาหาร 49000

ตอบ คุณสมชาย นนทฤทธิ์

ผมขอขอบคุณเป็นอย่างสูงที่คุณสมชาย นนทฤทธิ์ กรุณาแจ้งข่าวการปลูกผักหวานป่ามาให้ทราบ ผมจะหาโอกาสมาเยี่ยมในโอกาสต่อไป ส่วนท่านที่สนใจต้องการไปเยี่ยมชมสวนผักหวานป่า ติดต่อที่ โทร. (01) 769-1082 ได้ตลอดเวลา



การเลี้ยงครั่งที่ได้ผลดี

เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ

ผมติดตามอ่านนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านมานาน จดหมายฉบับนี้ผมขอเรียนถามเรื่องการเลี้ยงครั่งดังนี้

1. การเลี้ยงครั่ง แหล่งพันธุ์ครั่งและเลี้ยงกับต้นอะไร

2. แหล่งรับซื้ออยู่ที่ไหน และราคาจำหน่าย

3. ใช้เลี้ยงกับต้นถั่วมะแฮะได้หรือไม่

4. พันธุ์ถั่วมะแฮะหาซื้อได้ที่ไหน

หวังว่าคงจะได้รับคำตอบจากคุณหมอเป็นอย่างดี

ขอขอบคุณเป็นอย่างสูง

นันทพล ลำทุน

96 หมู่ 1 ต.เปียงหลวง อ.เวียงแหง

จ.เชียงใหม่ 50350

ตอบ คุณนันทพล ลำทุน

ครั่ง เมื่อหลายปีก่อนนิยมนำมาใช้ประโยชน์หลายอย่าง เช่น ผนึกซองจดหมาย หรือพัสดุที่ส่งทางไปรษณีย์ใช้ประทับที่จุกขวดบรรจุสุรา และการนำไปแปรรูปเป็นน้ำยาเคลือบมัน หรือชะแล็ค หรือแล็คเกอร์ ปัจจุบันการนำไปผนึกซองจดหมายและประทับที่จุกขวดสุราเลิกใช้กันแล้ว

1. การเลี้ยงครั่งที่ได้ผลดีที่สุด ควรเลี้ยงบนต้นฉำฉาหรือจามจุรี ครั่งเป็นแมลงขนาดเล็ก ลักษณะคล้ายกับเพลี้ยแป้ง ขณะเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวน มันจะขับสารเหนียวสีแดงออกจากร่างกาย ต่อมาจะแข็งตัวผนึกติดกับกิ่งฉำฉา แหล่งพันธุ์ให้ติดต่อสอบถามที่สำนักงานป่าไม้เขตเชียงใหม่ ใกล้บ้านของคุณที่สุด การขยายพันธุ์ให้ตัดกิ่งต้นฉำฉาที่มีตัวครั่งเกาะอยู่ ยาวประมาณ 20 เซนติเมตร ตัดกิ่งแต่งให้เป็นตะขอ ใช้เกาะบนกิ่งฉำฉา ก่อนนำไปแขวนให้นำฟางข้าวแห้ง ทำเป็นเสื่อบางๆ หุ้มรอบกิ่งที่มีครั่งอยู่ พร้อมผูกมัดหัวท้าย เพื่อถนอมพันธุ์ครั่งป้องกันไม่ให้มดเข้ามาทำอันตรายได้ และเป็นการพรางแสงแดดจ้าอีกด้วย ควรเริ่มเลี้ยงในเดือนเมษายนจะดีที่สุด เมื่อตัวครั่งตั้งตัวได้แล้วมันจะผสมพันธุ์และขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันจะดูดกินน้ำเลี้ยงของกิ่งฉำฉาหล่อเลี้ยงตัวครั่งเอง และจะขับสารชะแล็คออกมาหุ้มตัวไว้ จนครบรอบ 1 ปี เนื้อชะแล็คจะหุ้มกิ่งฉำฉาจนรอบ ระยะนี้เก็บเกี่ยวด้วยการตัดกิ่งที่มีครั่งหุ้มกิ่งจนรอบ เลือกแกะแยกครั่งที่แข็งเป็นแผ่นนำไปใช้ประโยชน์หรือนำไปจำหน่ายต่อไป

2. แหล่งรับซื้อส่วนใหญ่ อยู่ที่ร้านรับซื้อของป่า ราคารับซื้อหาคุณภาพดีอยู่ระหว่าง 20-25 บาท ต่อกิโลกรัม

3. การเลี้ยงครั่งบนต้นถั่วมะแฮะสู้เลี้ยงบนต้นฉำฉาไม่ได้ เนื่องจากต้นถั่วมะแฮะมีขนาดเล็ก สูงเพียง 1.50-2.00 เมตร และมีเนื้อไม้อ่อนมาก จึงไม่ขอแนะนำให้เลี้ยงครั่งบนต้นถั่วมะแฮะ

4. หากจะทดลองดูก็ได้ ต้องการเมล็ดถั่วมะแฮะ ติดต่อสอบถามได้ที่ ศูนย์วิจัยพืชไร่เชียงใหม่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ โทร. (053) 498-536-8 ในวันและเวลาทำการ



Create Date : 20 พฤษภาคม 2549
Last Update : 20 พฤษภาคม 2549 10:52:10 น. 3 comments
Counter : 1432 Pageviews.  
 
 
 
 
ถ้าต้นยางที่มีอายุตั้งแต่15 ปีขึ้นไปหรือยางแก่ที่ไกลโค่นน้ำยางไม่ค่อยออกเรามีวิธีแก้ปัญหาโดยทำให้น้ำยางออกมากเป็น2-3เท่าจากปกติโดยไม่ทำให้ต้นยางเสียหายเลยยังสามารถยึดอายุต้นยางไปอีกกว่า10ปี ถ้าอยากรู้รายละเอียดก็ติดต่อมาได้ที่เบอร์ 08-71474831
 
 

โดย: nok IP: 118.174.91.163 วันที่: 7 มิถุนายน 2551 เวลา:18:51:48 น.  

 
 
 
ปูแดงไคโตซาน ช่วยแก้ปัญหาน้ำยางน้อย หน้ายางแห้ง เพิ่มเปอร์เซ็นต์น้ำยางได้ น้ำหนักดี สอบถามได้ตลอดเวลา 089-7879583 ติดต่อคุณจิต
 
 

โดย: จิต 089-7879583 www.poodang.8m.com IP: 58.8.122.47 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2551 เวลา:22:23:19 น.  

 
 
 
การรักษาดรคเปลือกแห้ง
 
 

โดย: คนยโส IP: 125.26.203.211 วันที่: 6 กันยายน 2554 เวลา:8:23:58 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

hoon_vi
 
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]




เป็นนักลงทุนมือใหม่ กำลังหาวิธีการเหมาะสำหรับตัวเอง ชอบการถ่ายรูป ท่องเที่ยว เขียนบทความ
[Add hoon_vi's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com