แหล่งรวบรววมวิธีเล่นหุ้น
 
สมชาติ นาควิโรจน์ นักวิชาการคนเก่ง กับถังแก๊สชีวภาพเศรษฐกิจพอเพียง ที่พัทลุง

สายฝน ฟาร์เรล

สมชาติ นาควิโรจน์ นักวิชาการคนเก่ง กับถังแก๊สชีวภาพเศรษฐกิจพอเพียง ที่พัทลุง

จากสภาพทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ที่ต้นทุนในการดำรงชีวิตเริ่มสูงขึ้น ทำให้หลายคนเริ่มหาทางออกให้กับครอบครัวและตัวเองแตกต่างกันออกไป แนวทางที่ยั่งยืนและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับคนไทยได้ดีที่สุด ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของ "เศรษฐกิจพอเพียง" นั่นคือ การอยู่อย่างพอมีพอกิน พึ่งพาตนเองได้ การรู้จักใฝ่หาความรู้เพื่อพัฒนาตนเองอยู่เสมอ

หลังจากที่ได้สัมผัสกับวิถีชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงของชาวปักษ์ใต้มาพอสมควร ก็พอสังเกตเห็นได้ว่าตอนนี้มีเกษตรกรหลายรายเริ่มตระหนักถึงแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมากขึ้น มีการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ ที่เห็นได้ชัดคือ การปลูกผักสวนครัวไว้บริโภคกันเองในครัวเรือน เมื่อเหลือจากการบริโภคจึงนำไปจำหน่ายสร้างรายได้เสริม สิ่งเหล่านี้ แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ก้าวเล็กๆ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการดำรงชีวิตตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างแท้จริง วันนี้ ผู้เขียนจะนำทุกท่านไปเรียนรู้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจ และคิดว่าน่าจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเกษตรกรไทยหรือผู้สนใจในยามนี้ ซึ่งก็คือ "การผลิตถังแก๊สชีวภาพแบบเศรษฐกิจพอเพียง" โดยนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ในพื้นที่จังหวัดพัทลุง และได้มีการจดสิทธิบัตรทรัพย์สินทางปัญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับนักวิชาการคนเก่ง ที่กล่าวถึงข้างต้นก็คือ คุณสมชาติ นาควิโรจน์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ก่อนที่จะเข้าถึงรายละเอียดของการผลิตถังแก๊สชีวภาพแบบเศรษฐกิจพอเพียง คุณสมชาติ ได้เล่าให้ผู้เขียนฟังถึงที่มาที่ไปของแนวคิดการผลิตถังแก๊สชีวภาพแบบเศรษฐกิจพอเพียงว่า เริ่มจากสถานการณ์ปัจจุบันที่เศรษฐกิจย่ำแย่ เข้าสู่ยุคของการแข่งขันและการเอารัดเอาเปรียบ ดังนั้น จึงคิดว่าทำอย่างไร ให้สถาบันครอบครัวอยู่ได้ มีความใกล้ชิด ผูกพันกันมากขึ้น และคิดว่าภาคเกษตรกรรมก็เป็นภาคส่วนหนึ่งที่สามารถขจัดปัญหาต่างๆ ได้ โดยมองว่า ปัจจัย 4 ที่เราใช้ในขณะนี้บางสิ่งบางอย่างสามารถค้นหา ปรับปรุง และบริหารจัดการกันเองได้ภายในครอบครัว พอมองลงไปในแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ก็มองถึงการมีจิตสำนึก มีความเป็นครอบครัว ส่วนหนึ่งในโลกปัจจุบัน เศรษฐกิจรัดตัว ชีวิตต้องดิ้นรน รายจ่ายไม่พอกับรายรับ นี่เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้สถาบันครอบครัวประสบปัญหาต่างๆ ตามมาได้ เพราะการพัฒนาในปัจจุบันจะเป็นไปในรูปแบบเงินนำหน้าปัญญาตามหลัง แต่เมื่อเราเข้าใจกันในครอบครัว การใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย ไม่เป็นประโยชน์ก็ต้องลดละเลิกกันบ้าง



ปลูกพืชผักรอบบ้าน ลดรายจ่าย

คุณสมชาติ กล่าวว่า ปัจจัย 4 ของเรา โดยเฉพาะอาหาร พืช ผัก หากเราสามารถบริหารจัดการกันได้ในครอบครัว ก็ไม่จำเป็นต้องไปใช้จ่ายในเรื่องเหล่านี้ให้มากนัก โดยเฉพาะผักที่บริโภคในครัวเรือน สมาชิกในครอบครัวสามารถช่วยกันผลิตได้ สำหรับครอบครัวของตนนั้น มีผักที่ปลูกไว้บริเวณรอบบ้านหลากหลาย อาทิ ผักหวาน มะเขือ พริกขี้หนู ต้นหอม ถั่วฝักยาว ชะอม กระทั่งเห็ดนางฟ้า เป็นต้น และถือคติที่ว่า กินทุกอย่างที่ปลูก ปลูกทุกอย่างที่กิน ทำให้ช่วยลดรายจ่ายในส่วนนี้ลงได้มากทีเดียว และในขณะเดียวกันพืชผักที่เหลือจากการบริโภคก็สามารถนำไปจำหน่ายได้ โดยจะทำเป็นแพ็ค บรรจุถุง พร้อมปรุง เช่น ผักหวานและเห็ดนางฟ้า สำหรับแกงเลียง แกงจืด นอกจากผักก็ยังมีผลไม้ต่างๆ ได้แก่ ฝรั่ง มะพร้าวน้ำหอม ที่นำมาแปรรูปเป็นวุ้นมะพร้าว ส่งไปจำหน่ายยังโรงพยาบาล และร้านค้าชุมชนต่างๆ ช่วยสร้างรายได้จุนเจือให้แก่ครอบครัวได้เป็นอย่างดี



หลักการเกื้อกูลสร้างความสมดุล

"ในหลักการต่างๆ ทำอย่างไรให้เกิดการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน การปลูกผักเราต้องใช้ปุ๋ย และปุ๋ยที่ใช้เราก็ต้องสามารถทำใช้เองได้ หรือสามารถเสาะหามาได้ภายในพื้นที่ โดยไม่ต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมี หรือสารเคมีต่างๆ เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พืชผักของเราปลอดภัย สามารถนำวัตถุดิบที่เรามีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเกื้อกูลกัน เช่น ผมปลูกผัก มีเศษผักที่เหลือทิ้ง สามารถนำมาผลิตปุ๋ยได้ นอกจากนี้ เศษพืชผักอีกส่วนหนึ่งที่เหลือก็สามารถนำมาผลิตแก๊สชีวภาพได้ ซึ่งเป็นแก๊สมีเทนที่เราผลิตเองได้ แก๊สที่ผลิตได้สามารถนำไปใช้ในครัวเรือน เพื่อการหุงต้มอาหารได้ และสิ่งที่เหลือท้ายสุดจากกระบวนการเกิดแก๊ส ได้แก่ กากล้น เศษอาหาร ก็สามารถหมุนเวียนนำไปเป็นปุ๋ยใส่พืชผักต่อไปได้อีกต่อหนึ่ง" คุณสมชาติ กล่าว

นอกจากนี้ การปลูกผักบริโภคกันเองภายในครอบครัว ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มากมายนัก เราสามารถจัดสรรพื้นที่ จัดองค์ประกอบต่างๆ ให้ดูดีขึ้นได้ นำผักข้างบ้านมาจัดแต่งเป็นสวนหย่อม ก็ได้ประโยชน์ ทั้งนำไปบริโภคและช่วยปรับภูมิทัศน์รอบบ้านให้ดูดีขึ้นได้ อาจจะปลูกผักในวัสดุเหลือใช้ จำพวกถัง กะละมัง ยางรถยนต์ ท่อบล็อคต่างๆ ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องปลูกลงดินเสมอไป และการปลูกผักที่สำคัญต้องมองถึงการอยู่ร่วมกันได้ด้วย บางชนิดลำต้นสูง บางชนิดชอบอยู่ใต้ร่มเงา เราก็สามารถจัดแต่งสวนหย่อมผักได้ และให้ผลผลิตที่เหมาะสม เป็นการวางระบบการปลูกเพื่อใช้พื้นที่ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด



โครงสร้างของถังแก๊สฯ

ในส่วนของการผลิตถังแก๊สชีวภาพแบบเศรษฐกิจพอเพียงตามแบบฉบับของคุณสมชาตินั้น เจ้าตัวได้อธิบายถึงโครงสร้างของถังแก๊สว่า ประกอบด้วยสิ่งสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ ประการแรก คือถังเติม เป็นที่เติมมูลสัตว์ หรือเศษอาหารที่ผสมกับน้ำเข้ากันแล้ว ก่อนปล่อยลงถังหมัก ประการที่ 2 ถังหมัก เป็นที่รับมูลสัตว์หรือเศษอาหารที่ผสมเข้ากันแล้วมาหมักให้เกิดแก๊สชีวภาพ ถังจะต้องแข็งแรง ไม่รั่วซึม โดยเฉพาะส่วนบนของถัง เพราะเป็นที่เก็บแก๊สที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะนำไปใช้ และแก๊สนี้ก็จะผลักดันมูลสัตว์หรือเศษอาหารที่ผ่านการย่อยสลายแล้วให้ไหลขึ้นไปอยู่ในถังล้น

ประการต่อมาคือ ถังล้น มีหน้าที่รับมูลสัตว์ หรือเศษอาหารที่ล้นออกมาจากถังหมัก และเมื่อนำแก๊สในถังหมักไปใช้ มูลสัตว์หรือเศษอาหารในถังเติมและถังล้นจะไหลกลับเข้าไปในถังหมักอีกครั้ง จะหมักและเกิดแก๊สใหม่วนเวียนอยู่อย่างนี้ตลอดไป และถังล้นยังเป็นที่ระบายมูลสัตว์หรือเศษอาหารเมื่อมีปริมาณมากกว่าที่กำหนดของถังหมัก ประการสุดท้ายคือ ถังรับกาก จะเป็นถังที่รับกากมูลสัตว์ หรือเศษอาหารจากถังล้น การที่มูลสัตว์หรือเศษอาหารล้นออกมานี้ สามารถนำไปใช้เป็นปุ๋ยสำหรับปรับปรุงดินเพื่อการเกษตรต่อไปได้



ปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการเกิดแก๊ส

หลังจากที่ได้ทำความเข้าใจในเรื่องของโครงสร้างของถังแก๊สแล้ว คุณสมชาติยังได้ให้ความรู้เพิ่มเติมในประเด็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดแก๊สว่า การเติมมูลสัตว์ หรือเศษอาหารในช่วงแรกนั้น ต้องเติมในถังหมักให้ล้นมายังถังล้นครั้งต่อไป ประมาณ 40 ลิตร ต่อเดือน หรือเติมเดือนละครั้ง สำหรับระยะเวลาการหมักและย่อยสลายของมูลสัตว์หรือเศษอาหารที่เหมาะสมจะอยู่ระหว่าง 40-60 วัน นอกจากนี้ บรรดาสารเคมี ยาปฏิชีวนะ ยาฆ่าแมลง ปุ๋ยเคมี และสารเคมีอื่นๆ อาจส่งผลกระทบต่อแบคทีเรียที่ย่อยสลายมูลสัตว์ หรือเศษอาหารในถังได้ ทำให้แบคทีเรียหยุดทำงานและไม่มีแก๊สเกิดขึ้น จึงไม่ควรปล่อยให้สารเคมีเหล่านั้นลงไปภายในถังหมัก อีกประการหนึ่งคือ เรื่องของอุณหภูมิ ซึ่งแบคทีเรียจะเติบโตได้ดีที่อุณหภูมิระหว่าง 30-35 องศาเซลเซียส

"ถ้าอุณหภูมิสูงหรือต่ำกว่า 30-35 องศาเซลเซียส แบคทีเรียจะเจริญเติบโตได้ไม่ดีนัก แก๊สที่ผลิตได้จะมีปริมาณลดลงด้วย เช่น ในฤดูร้อนที่อากาศร้อนจัดหรือในฤดูหนาวที่อากาศเย็นจัด การเกิดแก๊สจะช้ากว่าปกติ และความเป็นกรดเป็นด่างที่เหมาะสม ควรอยู่ระหว่าง 6.7-7.5 ถ้าต่ำกว่านี้แบคทีเรียจะหยุดทำงาน ส่งผลให้แก๊สไม่สามารถเกิดขึ้นได้ สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ เรื่องของการดูแลรักษาแผงวัดความดันแก๊ส เพราะเป็นเครื่องชี้ถึงความปกติหรือไม่ปกติของระบบแก๊สชีวภาพ และควรตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้กับแก๊สอย่างสม่ำเสมอด้วย เพื่อป้องกันการรั่วซึมของแก๊ส" คุณสมชาติ กล่าว

อย่างไรก็ตาม คุณสมชาติ กล่าวว่า การผลิตแก๊สชีวภาพจากวัตถุดิบที่เหลือใช้จากการเกษตรมีการทำมาตั้งแต่สมัยปู่ ย่า ตา ยาย แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้ไม้ฟืน ถ่าน เนื่องจากสมัยก่อนป่าไม้ยังมีความอุดมสมบูรณ์ แต่ขณะนี้ป่าไม้ถูกทำลายลงไปมาก จึงต้องหาแนวทางมาประยุกต์ใช้ใหม่ เพื่อนำทรัพยากรที่เรามีอยู่ ได้แก่ อินทรียสารที่มีอยู่โดยทั่วไป เลยคิดว่าเราน่าจะนำอินทรียสารมาหมักเป็นแก๊สมีเทนใช้ได้ ซึ่งคุณสมบัติของแก๊สชนิดนี้คือ ติดไฟได้ และสามารถนำแก๊สนี้ไปใช้หุงต้มอาหารในครัวเรือนได้ และช่วยประหยัดค่าแก๊สหุงต้มที่มีราคาสูงขึ้นในปัจจุบันได้ ทั้งนี้ ในพื้นที่จังหวัดพัทลุงมีการผลิตแก๊สหุงต้มจากมูลสัตว์หลายราย แต่ลักษณะการผลิตแตกต่างกัน มีต้นทุนสูง และใช้ได้ไม่นาน เนื่องจากเกิดการอุดตันของกากอาหารในบ่อหมัก ทำให้ไม่สามารถนำแก๊สมาใช้ประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง เลยคิดว่าน่าจะปรับปรุง เปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น และเห็นว่าการผลิตแก๊สชีวภาพโดยใช้ถังพลาสติค ขนาด 200 ลิตร ไม่ได้ฝังดิน ตั้งทิ้งไว้บนโครงเหล็ก ในระดับที่แตกต่างกัน ก็สามารถทำให้เกิดแก๊สได้ ต้นทุนไม่สูงนัก การดูแลรักษาง่าย คิดว่าภายในครอบครัวสามารถทำใช้เองได้ สอดคล้องกับสภาพการดำรงชีวิตในปัจจุบัน

สำหรับท่านใดที่สนใจแนวทางการผลิตแก๊สชีวภาพแบบเศรษฐกิจพอเพียงของคุณสมชาติ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูล รายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ (081) 959-0478 และ (074) 681-846 หรือเดินทางไปศึกษาดูงานด้วยตนเอง ณ บ้านเลขที่ 100 หมู่ที่ 11 ตำบลโตนดด้วน อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เชื่อมั่นเหลือเกินว่าท่านจะได้รับความรู้ทางด้านวิชาการเกษตร รวมทั้งแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเข้มข้นเลยทีเดียว



Create Date : 09 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2550 7:08:28 น. 0 comments
Counter : 835 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

hoon_vi
 
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]




เป็นนักลงทุนมือใหม่ กำลังหาวิธีการเหมาะสำหรับตัวเอง ชอบการถ่ายรูป ท่องเที่ยว เขียนบทความ
[Add hoon_vi's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com