แหล่งรวบรววมวิธีเล่นหุ้น
 
การตลาดโคขุนครบวงจร ที่เชียงใหม่ ปี "50

ดำรง ลีนานุรักษ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้



จุดอ่อนของนักการเกษตรคือ ความคิดความอ่านจะพุ่งตรงไปที่การผลิต นั่นคือ พืชหรือสัตว์ ชนิดใด ตัวไหนที่ชอบก็จะศึกษาหาข้อมูล วิธีการผลิต จนบางท่านกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญการผลิตพืชหรือสัตว์ชนิดหนึ่งๆ เก่งมากหาตัวจับยาก แต่ขายไม่เป็น

ถ้าไม่มีคนมาซื้อของก็อั้นอยู่จนเจ๊ง หรือผลิตมาแล้วไปเปิดร้านขาย ขายไม่ค่อยออกไม่มีคนมาซื้อก็เจ๊ง เพราะฉะนั้นความสำเร็จของอาชีพจึงขึ้นอยู่กับการตลาดอย่างเป็นเรื่องใหญ่

ผมเคยเขียนบทความถ่ายทอดการทำธุรกิจโคขุนครบวงจรที่เอาการตลาดนำของนอร์ทเทิร์นฟาร์ม ที่เชียงใหม่ ของ คุณพงษ์ชัย ภู่พิพัฒนา เมื่อกว่าสองปีที่แล้วในเทคโนโลยีชาวบ้าน ฉบับโฟกัสเชียงใหม่ เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณพงษ์ชัยอีกครั้งจึงถือโอกาสนำเรื่องราวความก้าวหน้าของธุรกิจมาเล่าสู่กันฟังอีกครั้ง ซึ่งต้องขอขอบคุณคุณพงษ์ชัยด้วยที่ยินดีให้นำมาถ่ายทอดได้

ผมเริ่มต้นการสนทนาโดยถามว่า ทุกวันนี้ตลาดเนื้อโดยรวมถูกกระทบจากเนื้อเถื่อนที่ทะลักเข้ามาทางใต้ประการหนึ่ง และสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาตามที่เชื่อกันว่าเป็นผลจากภาวะการเมืองทุกวันนี้ เห็นว่าทางภาคกลางราคาวัวตกลงกว่าปีที่แล้ว ตรงนี้มีผลกระทบต่อการตลาดและราคาของทางคุณพงษ์ชัยหรือเปล่า ก็ได้คำตอบเป็นเรื่องเป็นราวดังนี้ครับ

ทุกวันนี้ทางบริษัทได้มีสมาชิกที่เลี้ยงโคขุนในรูปพันธมิตรทางการค้าอยู่รวม 200 ครอบครัว สมาชิกมีหน้าที่ที่จะหาโคเข้ามาขุนซึ่งบางครั้งก็มีการจัดซื้อมาจากทางภาคกลางหรือเหนือ ใต้ ก็จะได้ราคาซื้อเข้าที่ถูกลง แต่ในการเริ่มขุนจะมีการทำสัญญากับทางบริษัทและระบุราคาประกันรับซื้อ เช่น ราคาพื้นฐานสำหรับลูกผสมบราห์มันอยู่ที่ 52 บาท ต่อกิโลกรัม และลูกผสมชาร์โรเล่ส์หรือกำแพงแสนจะอยู่ที่ 54 บาท ต่อกิโลกรัม

ทั้งนี้ จะมีค่าฟรีเมี่ยมเพิ่มขึ้นได้อีกถึง 13 บาท ต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัย ที่นำมาคิด นั่นคือคุณภาพการเลี้ยงประการหนึ่ง คุณภาพซากประการหนึ่ง และลักษณะหรือเกรดไขมันแทรกในเนื้ออีกหนึ่ง โดยน้ำหนักก่อนฆ่าของลูกผสมบราห์มันจะอยู่ที่ประมาณ 550 กิโลกรัม และลูกผสมสายกำแพงแสนจะอยู่ที่ 650 กิโลกรัม ด้วย การทำสัญญากับสมาชิกเป็นเรื่องระยะยาว เพราะฉะนั้นสมาชิกจะไม่มีความเสี่ยงเรื่องราคาขาย

คุณพงษ์ชัยได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ ทางบริษัทได้ลงทุนเพิ่มในหลายๆ จุดของธุรกิจ ที่สำคัญคือ ได้สร้างโรงฆ่าที่ทันสมัยและถูกสุขอนามัยโดยสามารถฆ่าและชำแหละได้เต็มที่ถึง 20 ตัว ต่อวัน แต่ทุกวันนี้ยังฆ่าและชำแหละเพียงวันละ 2-3 ตัว ซึ่งซากที่ได้จะบ่มในห้องเย็นหรือที่เรียกว่า chilled 14 วัน ตามมาตรฐานการผลิตเนื้อโคขุนคุณภาพ

เมื่อถามถึงเรื่องพันธุ์โคที่ขุนว่า เมื่อสองปีก่อนเห็นมีแต่ลูกผสมบราห์มันเข้าขุนเป็นหลักและเคยบอกว่ากำลังพัฒนาขยายสายเลือดลูกผสมชาร์โรเล่ส์ในกลุ่มและที่ฟาร์มขยายพันธุ์ของบริษัท ที่อำเภอพร้าว เดี๋ยวนี้ก้าวหน้าถึงไหนแล้ว ได้คำตอบว่า เป้าหมายของการทำตลาดวัวขุนหนีไม่พ้นการผลิตเนื้อที่มีคุณภาพดี นุ่ม และถ้าเนื้อมีเปอร์เซ็นต์ไขมันแทรกยิ่งสูง ราคาก็จะยิ่งสูงขึ้นไป แต่เราต้องระวังว่าตลาดของเราในภาคเหนือมีหลายเซ็กเมนต์หรือหลายระดับ กลุ่มภัตตาคารหรือกลุ่มลูกค้าที่มาซื้อปลีกจากร้านของเรา จะมีทั้งที่ต้องการเนื้อนุ่มไม่มีไขมันแทรก เนื้อมีไขมันแทรกบ้างหรือกลุ่มที่จัดเป็น niche market ก็จะต้องการไขมันแทรกสูงๆ เพราะความหอมและรสชาติของเนื้อที่ดีขึ้นก็มี

ซึ่งเรื่องนี้เราได้วางแผนปรับเพิ่มเลือดหรือพันธุกรรมของโคพันธุ์ชาร์โรเล่ส์เพิ่มเข้าไปในกลุ่มของสมาชิกและที่ฟาร์มขยายพันธุ์ของเราที่อำเภอพร้าว จนทุกวันนี้โคขุนที่เข้าฆ่าจะมีปริมาณกลุ่มลูกผสมเลือดชาร์โรเล่ส์ประมาณ 50% เทียบกับลูกผสมบราห์มัน นี่คืออีกก้าวหนึ่งที่ทางเราได้พัฒนามา และจะเดินหน้าเน้นมากขึ้น

เมื่อพูดถึงคุณภาพของเนื้อ ได้ถามคุณพงษ์ชัยถึงเนื้อคุณภาพสูงที่นำเข้าจากต่างประเทศว่ามีผลกระทบอย่างไรต่อตลาดของเขา

"พี่ผมเองก็ขายเนื้อนำเข้า ด้วยร้านของเราซึ่งมีอยู่ 2 สาขา ที่เชียงใหม่ได้ขายสินค้าพวกไวน์ เครื่องครัว ฯลฯ ด้วย และซัพพลายเออร์ คู่ค้าเราบางรายก็นำเข้าเนื้อคุณภาพสูงชนิดต่างๆ จากต่างประเทศ และที่ร้านก็มีลูกค้าที่ต้องการเนื้อจากต่างประเทศ เราเองจึงค้าเนื้อนำเข้าด้วย"

เมื่อถามถึงราคาเนื้อจากต่างประเทศพบว่า ถ้าเป็นเนื้อเซอร์ลอยด์ ขุนหญ้าก็จะอยู่ที่ประมาณ 800 บาท ต่อกิโลกรัม แต่ถ้าขุนด้วยอาหารขุนก็จะอยู่ในช่วง 1,000-1,200 บาท ต่อกิโลกรัม ซึ่งเมื่อเทียบกับราคาเซอร์ลอยด์ของวัวเรา ถ้าลูกผสมชาร์โรเล่ส์จะอยู่ที่ 625 บาท และลูกผสมบราห์มันอยู่ที่ 410 บาท ต่อกิโลกรัม เพราะฉะนั้นในแง่การแข่งขันเราได้เปรียบเรื่องราคาที่ต่ำกว่าเกือบเท่าตัว แต่คุณภาพใกล้เคียงกันหรือจะด้อยกว่าก็ไม่มากอย่างเด่นชัด

ได้แหย่ถามคุณพงษ์ชัยว่า แล้วลูกผสมหวากิวล่ะไม่สนเหรอ คุณพงษ์ชัยหัวเราะตอบอย่างอารมณ์ดีว่า

"อยู่ในแผนครับ ที่พี่เขียนเรื่องวัวหวากิวในเทคโนโลยีชาวบ้านก็ได้อ่านอยู่ และเคยไปญี่ปุ่นก็เห็นสภาพตลาดเนื้อคุณภาพแบบฉบับของญี่ปุ่นแล้ว ก็คิดว่าในอนาคตจะต้องทำเจ้าหวากิวนี่ แต่ตอนนี้ก็ขอรอให้มีพันธุกรรมเข้ามาให้เลือกได้มากขึ้น และสนนราคาที่รับได้ก็จะให้ข้อมูลเรื่องพวกนี้แก่สมาชิกเพื่อการตัดสินใจทำลูกผสมหวากิวขุน โดยเชื่อว่าตลาดในส่วนนี้น่าจะมี โดยเฉพาะภัตตาคารญี่ปุ่น เกาหลี และตามโรงแรมชั้นหนึ่ง และลูกค้าที่มาซื้อที่ร้านก็เคยมีถามถึงอยู่เหมือนกัน แต่เราไม่ได้เอาเนื้อลูกผสม F1 หวากิวที่นำเข้ามาจากออสเตรเลียมาขายที่ร้านตอนนี้"

คุณพงษ์ชัยเปิดเผยรายละเอียดของสมาชิกให้ฟังว่า โดยเฉลี่ยสมาชิกจะขุนวัวในเกณฑ์ 5-10 ตัว โดยทางบริษัทจะมีเจ้าหน้าที่ที่ออกไปติดตามตรวจสอบสภาพการเลี้ยง ทางบริษัทจะรับผิดชอบส่วนของอาหารข้นซึ่งทำสัญญาในเรื่องสูตรและราคากับโรงงานอาหารสัตว์ที่ได้มาตรฐานและจะจ่ายอาหารข้นให้แก่เกษตรกรเพื่อใช้ขุนตลอดโปรแกรม จะหักเงินค่าอาหารข้นเมื่อขายหรือส่งวัวฆ่า ต้นทุนส่วนของอาหารข้นนี้จะตกประมาณ 30% ของต้นทุนการผลิต ถึงแม้ว่าเกษตรกรไม่ต้องจ่ายเงินก่อนเพื่อซื้อหาอาหารข้นในการขุน แต่ละรายที่ขุนก็ต้องมีเงินค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนตั้งแต่ซื้อวัว ฯลฯ รวมแล้วก็ต้องเป็นแสน

คุณพงษ์ชัยพูดถึงนโยบายของทางบริษัทก็ยังเน้นในจุดที่เคยกล่าวไว้เมื่อสองปีก่อนกับผม นั่นคือเขาเน้นสร้างแบรนด์เนมหรือยี่ห้อ เนื้อโคขุนคุณภาพสูงต้นตำรับของภาคเหนือ นอร์ทเทิร์นฟาร์ม ให้ถึงจุดที่ใครมาเชียงใหม่ เชียงราย หรือจังหวัดใกล้เคียงแล้ว ต้องเรียกหา ลองกิน หรือกินให้ได้ และไม่ห่วงในเรื่องการตลาดว่าเนื้อโคขุนจากทางภาคกลางจะขึ้นมาตี เพราะธุรกิจของเขาครบวงจรเน้นคุณภาพ อีกทั้งได้เปรียบในเชิงโลจิสติกส์ ผลิตในพื้นที่ โตในพื้นที่

ตอนเดินเข้ามาในบริษัท เดินผ่านรถห้องเย็นที่กำลังขนเนื้อได้มองเห็นเนื้อหมูอยู่ด้วย คุณพงษ์ชัยให้คำตอบว่า ตลาดเนื้อหมูสำหรับตลาดชั้นสูงได้เริ่มทำมาหลายปีแล้วเหมือนกัน เรามีเนื้อที่ตลาดหรือลูกค้าต้องการไว้เสนอค่อนข้างหลากหลาย เนื้อแกะ เนื้อแพะก็มี ถึงจะเป็นส่วนน้อยแต่เราได้เปรียบที่เรามีร้านจำหน่ายที่ลูกค้าที่มีความต้องการจำเพาะมาซื้อหา

พูดถึงร้านค้า ถ้ามองโครงสร้างทางธุรกิจของนอร์ทเทิร์นฟาร์ม ธุรกิจเกี่ยวกับเนื้อโคขุนจะมีส่วนของยอดขายของบริษัทเพียง 20% แต่ตรงนี้เรากำไร 40% ส่วนอีก 80% ของยอดขายเป็นสินค้าที่ไม่ใช่เนื้อโคขุน เหมือนตามร้านซุปเปอร์มาร์เก็ต แต่จะเน้นสินค้าที่คู่กันหรือในกลุ่มที่ผู้บริโภคเนื้อเรียกหา เรียกซื้อ

พูดถึงเนื้อหมู คุณพงษ์ชัยเปิดเผยว่า กำลังศึกษาเนื้อคุณภาพจากพันธุ์หมูพันธุ์พิเศษที่ให้เนื้อมีไขมันแทรกแบบเนื้อวัวหวากิว ซึ่งบริโภคกันอยู่ในญี่ปุ่น นอร์ทเทิร์นฟาร์มอาจจะมีไลน์การผลิตเนื้อหมูสายพันธุ์มาร์บลิ่งสูงออกขายในอนาคตก็ไม่แน่

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบพระคุณในความใจกว้างของคุณพงษ์ชัยที่ให้ข้อมูลธุรกิจของตัวเองและยอมให้เปิดเผยแก่สาธารณะ ส่วนใครที่สนใจจะซื้อหาเนื้อสเต๊กจากนอร์ทเทิร์นฟาร์ม เชิญแวะได้ที่ ร้านเชียงใหม่นอร์ทเทิร์นฟาร์ม ถนนห้วยแก้ว ได้นะจ๊ะ จะซื้อเนื้อไปปิ้งทำสเต๊ก พร้อมเครื่องเคียง หรือไวน์หลากชนิดก็มีให้เลือก แบบแวะที่เดียวได้ครบเครื่อง หรือ one stop shopping จ้า...



Create Date : 09 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2550 6:57:37 น. 0 comments
Counter : 1213 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

hoon_vi
 
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]




เป็นนักลงทุนมือใหม่ กำลังหาวิธีการเหมาะสำหรับตัวเอง ชอบการถ่ายรูป ท่องเที่ยว เขียนบทความ
[Add hoon_vi's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com