|
อาชีพรับจ้างนอนบ้านผีสิงในญี่ปุ่น: แค่นอนเล่นๆ ก็ได้เงิน
อาชีพนี้ในภาษาญี่ปุ่นมักถูกเรียกติดตลกว่า "Sukkun" หรือภาษาเป็นทางการคือ "Stigmatized Property Sitter" หรือแปลเป็นไทยได้ว่า "ผู้ดูแลทรัพย์สินที่ถูกตีตรา" ครับ งานนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความท้าทายเรื่องลี้ลับเพียงอย่างเดียว แต่มี "ช่องว่างทางกฎหมาย" และ "กลยุทธ์ทางธุรกิจ" เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ 
นี่คือเบื้องลึกของอาชีพที่ดูน่ากลัวแต่มีอยู่จริงในสังคมญี่ปุ่นครับ 1. วัตถุประสงค์หลัก: "การล้างประวัติ" (The Legal Loophole) ตามกฎหมายอสังหาริมทรัพย์ของญี่ปุ่น (เดิม) มีจารีตปฏิบัติที่ว่า หากมีเหตุการณ์เสียชีวิตในห้องพัก เจ้าของที่ดินต้องแจ้งให้ผู้เช่าคนถัดไปทราบ (Disclosure Duty) แต่มีช่องโหว่ว่า "หากมีคนอื่นเข้ามาอาศัยอยู่ก่อนแล้วหนึ่งรุ่น หน้าที่ในการแจ้งผู้เช่ารุ่นถัดไปอาจสิ้นสุดลง" -
หน้าที่ของพนักงาน: เข้าไปอาศัยอยู่ในห้องนั้นเป็นระยะเวลาสั้นๆ (ปกติคือ 1-3 เดือน) เพื่อให้ได้ชื่อว่าเป็น "ผู้เช่าคนล่าสุด" -
เป้าหมาย: เมื่อพนักงานย้ายออก เจ้าของห้องจะสามารถปล่อยเช่าให้คนทั่วไปได้ในราคาปกติ (หรือลดลงเพียงเล็กน้อย) โดยอ้างว่า "มีคนเคยมาอยู่ก่อนหน้าคุณแล้วและไม่มีปัญหาอะไร" 2. ลักษณะการทำงานและค่าตอบแทน งานนี้ไม่ใช่แค่การนอนหลับครับ แต่พนักงานต้องทำหน้าที่เป็น "เซนเซอร์มนุษย์" ด้วย ได้แก่ -
การบันทึก: บางบริษัทกำหนดให้พนักงานเขียนบันทึกประจำวัน หรือรายงานความรู้สึกในแต่ละคืน (เช่น ได้ยินเสียงแปลกๆ ไหม? รู้สึกไม่สบายตัวตรงไหนหรือเปล่า?) -
การดูแลห้อง: พนักงานต้องช่วยดูแลความเรียบร้อยของห้องเพื่อให้ดู "มีชีวิต" ไม่ใช่ห้องร้าง -
รายได้: * ส่วนใหญ่จะได้ "อยู่ฟรี" หรือจ่ายค่าเช่าในราคาถูกมากๆ (เช่น เดือนละ 1,000 เยน) -
บางเคสที่เป็นห้องระดับ High-end หรือมีคดีสะเทือนขวัญ พนักงานอาจได้รับเงินค่าจ้างรายวันเพิ่มเติม ซึ่งรวมแล้วอาจสูงถึง 10,000 - 20,000 เยนต่อวัน (ราว 2,400 - 4,800 บาท) 3. ใครคือคนที่มาทำอาชีพนี้? คนที่จะทำอาชีพนี้ได้ต้องมี "จิตแข็ง" เป็นพิเศษ ได้แก่ -
นักศึกษาหรือคนรายได้น้อย: กลุ่มที่ต้องการประหยัดค่าที่พักในเมืองใหญ่ที่ค่าครองชีพสูงอย่างโตเกียวหรือโอซาก้า -
คนที่ไม่เชื่อเรื่องผี: มองว่าเป็นแค่การนอนในห้องๆ หนึ่งที่มีประวัติเท่านั้น -
Youtuber หรือ Content Creator: ปัจจุบันมีคนกลุ่มนี้ไปเช่าอยู่เพื่อทำคอนเทนต์ "ล่าท้าผี" หรือ "บันทึกการอยู่บ้านผีสิง" ซึ่งสร้างรายได้มหาศาลจากยอดวิว 4. กรณีศึกษาที่โด่งดัง: ทานิชิ มัตสึบาระ (Tanishi Matsubara) เขาคือดาราตลกชาวญี่ปุ่นที่ผันตัวมาเป็น "พนักงานนอนบ้านผีสิง" แบบมืออาชีพ -
เขาย้ายไปนอนตามบ้านที่มีประวัติคนตายมาแล้วหลายสิบแห่งทั่วญี่ปุ่น -
เขาเขียนหนังสือชื่อ "Jiko Bukken: Kowai Madori" (บ้านมีประวัติ: แปลนห้องที่น่ากลัว) ซึ่งถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่โด่งดัง -
ทานิชิเล่าว่า เขาเคยเจอทั้งเสียงฝีเท้า คราบประหลาดที่เช็ดไม่ออก และโทรศัพท์ที่ดังขึ้นเองกลางดึก แต่เขาก็ยังทำอาชีพนี้ต่อเพราะมันกลายเป็นรายได้หลักของเขาไปแล้ว 5. การเปลี่ยนแปลงของกฎหมายในปัจจุบัน (2021 เป็นต้นไป) กระทรวงที่ดินของญี่ปุ่น (MLIT) เริ่มเข้มงวดมากขึ้นเพื่อป้องกันการใช้ "พนักงานนอน" มาบังหน้า ได้แก่ -
กฎ 3 ปี: สำหรับการเช่าที่อยู่อาศัย เจ้าของตึกต้องแจ้งประวัติการเสียชีวิต (ยกเว้นการตายธรรมชาติ) ให้ผู้เช่าทราบเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี ไม่ว่าจะมีคนมานอนล้างประวัติกี่คนก็ตาม -
อย่างไรก็ตาม อาชีพนี้ยังไม่หายไป เพราะเจ้าของตึกยังต้องการพนักงานเหล่านี้มาช่วย "ยืนยันความปลอดภัย" เพื่อสร้างความเชื่อใจให้ลูกค้าอยู่ดี
ข้อสังเกต: อาชีพนี้สะท้อนให้เห็นว่าในญี่ปุ่น "ความกลัวทางจิตใจ" มีมูลค่าเป็นตัวเงิน และคนญี่ปุ่นยินดีที่จะจ่ายเงินเพื่อลบความกลัวนั้นออกไปครับ
ผมว่าอาชีพนี้ก็เหมาะกับประเทศไทยเหมือนกัน เพราะเราก็มีความเชื่อเรื่องลึกลับ ภูติผี วิญญาณ ไม่น้อยไปกว่าญี่ปุ่น และบ้านที่มีประวัติคนตายของประเทศไทยก็มีไม่น้อย ถ้ามีอาชีพนี้บ้างก็คงทำให้บ้านที่มีประวัติเหล่านี้ปล่อยเช่า หรือขายได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้เหล่ายูทูบเบอร์สายคอนเทนต์เล่าเรื่องผีก็เหมาะกับอาชีพนี้เหมือนกัน เพราะได้ทั้งเงินค่าจ้างนอนแถมยังได้คอนเทนต์ไปใส่ในช่องยูทูปด้วย ได้สองเด้งเลยครับ
สำหรับเรื่องราวของนาย ทานิชิ มัตสึบาระ (Tanishi Matsubara) ศิลปินตลกชาวญี่ปุ่นที่ผันตัวมาเป็น "นักอยู่อาศัยในบ้านมีประวัติ" (Jiko Bukken) มีการนำเสนอผ่านสำนักข่าวและสารคดีต่างประเทศหลายแห่ง ซึ่งคุณสามารถติดตามข้อมูลและคลิปวิดีโอจากแหล่งอ้างอิงเหล่านี้ครับ 1. บทความและบทสัมภาษณ์เชิงลึก -
The Japan Times: "At death’s door: The attraction of living in homes with ghastly pasts" -
Nippon.com: "Stigmatized Properties: Low Rent, Prime Location, Haunting for Free?" 2. สารคดีและวิดีโอรายงานข่าว 3. ข้อมูลภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงของเขา เพิ่มเติมอีกนิด สำหรับใครที่อยากศึกษาเพิ่มเติมกฎหมายญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องบ้านที่เคยมีคนตาย ผมแปะลิงค์ไว้ให้ เพื่อเป็นกรณีศึกษาของนักกฎหมายบ้านเรา แต่เป็นภาษาญี่ปุ่นนะครับ อาจต้องใช้ Google Translate นิดนึงครับ เป็นกฎระเบียบที่ระบุว่าต้อง "พิสูจน์" หรือ "แจ้ง" ข้อมูลมากน้อยแค่ไหนเมื่อเกิดเหตุการณ์ในที่พักอาศัยMinistry of Land, Infrastructure, Transport and Tourism (MLIT)
| Create Date : 25 ธันวาคม 2568 | | |
| Last Update : 4 มกราคม 2569 18:42:22 น. |
| Counter : 185 Pageviews. |
| |
|
|
|