Group Blog
 
All Blogs
 
ย้อนเวลาสู่ยุคทอง: เมื่อ Swing Jazz ครองโลกและทำให้ทุกคนหยุดเต้นไม่ได้

หากพูดถึงดนตรีที่ฟังแล้วรู้สึกอยากจะดีดนิ้วหรือขยับเท้าตามทันที คงหนีไม่พ้น "Swing Jazz" ครับ เพลงแนวนี้เปรียบเสมือน "เพลงป๊อป" ของยุค 1930 - 1940 ที่ครองใจคนทั้งโลก และเป็นรากฐานสำคัญของดนตรีสมัยใหม่มากมาย

นี่คือเรื่องราวของจังหวะที่เคยทำให้คนทั้งโลกหยุดเต้นไม่ได้ครับ


 1. จุดเริ่มต้น: เมื่อ Jazz ขยายร่างเป็น Big Band 

ย้อนกลับไปช่วงปลายยุค 1920 ดนตรีแจ๊สเริ่มเปลี่ยนผ่านจากวงขนาดเล็ก (Combo) มาเป็นวงขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Big Band เพื่อให้เสียงดังพอที่จะบรรเลงในห้องโถงเต้นรำ (Ballroom) ขนาดใหญ่ได้

  • หัวใจของ Swing คือจังหวะที่เรียกว่า "Lilting" หรือการเขยื้อนจังหวะให้มีความหน่วงเล็กน้อย ไม่ตรงเป๊ะเหมือนหุ่นยนต์ ทำให้เกิดความรู้สึก "เด้ง" หรือ "แกว่ง" (Swing)

  • เครื่องดนตรีหลัก แบ่งเป็นภาคเป่า (แซกโซโฟน, ทรัมเป็ต, ทรอมโบน) และภาคจังหวะ (เปียโน, เบส, กลอง, กีตาร์)


 2. ยุคทอง (The Swing Era: 1935–1946) 

ยุคนี้ดนตรี Swing คือความบันเทิงอันดับหนึ่ง เปรียบได้กับ EDM หรือ K-Pop ในสมัยนี้เลยครับ วงดนตรี Swing เดินสายทัวร์ไปทั่วสหรัฐฯ และกระจายไปทั่วโลกผ่านวิทยุ

 

  • Benny Goodman ได้รับฉายาว่า "King of Swing" เขาทำให้ดนตรีแนวนี้กลายเป็นกระแสหลัก (Mainstream)

  • Duke Ellington & Count Basie สองปรมาจารย์ที่นำความซับซ้อนและความสง่างามมาสู่ Swing โดยผสมผสานศิลปะการเรียบเรียงเสียงประสานชั้นครูเข้ากับจังหวะที่สนุกสนาน


 3. วัฒนธรรมการเต้น: Lindy Hop 

ดนตรี Swing เกิดมาเพื่อให้คน "เต้น" ครับ ในยุคนั้นหนุ่มสาวจะมารวมตัวกันที่คลับดังๆ อย่าง Savoy Ballroom ในนิวยอร์ก เพื่อเต้นจังหวะที่เรียกว่า Lindy Hop ซึ่งมีท่าทางผาดโผน กระโดด โยนตัว และเต็มไปด้วยพลังงาน ชาวลีลาศน่าจะคุ้นเคยกับการเต้น Lindy Hop ที่สนุกสนานเป็นอย่างดี ผมลงรูปให้ดูเป็นตัวอย่างนักเต้น Lindy Hop ในยุค 40 แค่รูปนิ่งๆ ก็น่าสนุกแล้วครับ






 4. อิทธิพลที่มีต่อโลกดนตรี 

Swing ไม่ได้หายไปไหน แต่มันวิวัฒนาการต่อ

  • Bebop นักดนตรีรุ่นใหม่เริ่มเบื่อการเล่นตามโน้ตที่จัดวางไว้เป๊ะๆ ในวงใหญ่ จึงแยกมาตั้งวงเล็กและเล่นให้เร็วขึ้น ซับซ้อนขึ้น จนกลายเป็น Bebop

  • Rock and Roll จังหวะ Backbeat (เน้นจังหวะ 2 และ 4) ของ Swing คือรากฐานโดยตรงที่ส่งต่อให้ดนตรี Rock and Roll ในยุค 50


 5. ศิลปินตัวท็อปที่ต้องลองฟัง 

หากอยากสัมผัสบรรยากาศยุค Swing ผมแนะนำให้ลองเริ่มจากเพลงของศิลปินเหล่านี้ครับ

  • Benny Goodman (ลองฟังเพลง: Sing, Sing, Sing)

  • Glenn Miller (ลองฟังเพลง: In the Mood)

  • Duke Ellington (ลองฟังเพลง: It Don't Mean a Thing (If It Ain't Got That Swing))

  • Ella Fitzgerald (ราชินีแห่งแจ๊สที่มีเทคนิคการร้องแบบ Swing ที่ยอดเยี่ยมที่สุด)

ผมได้สร้างเพลย์ลิสต์ "บทเพลง Swing Jazz สำหรับเริ่มต้นฟัง" ให้คุณแล้วบน YouTube Music

ในเพลย์ลิสต์นี้ประกอบด้วยเพลงระดับตำนานที่จะทำให้คุณเข้าใจเสน่ห์ของยุค Swing ได้ดีที่สุด เช่น

  • Sing, Sing, Sing - Benny Goodman (เพลงที่โชว์พลังของกลองและเครื่องเป่าได้สุดยอดที่สุด)

  • In the Mood - Glenn Miller (เพลง Swing ที่คุ้นหูที่สุดในโลก)

  • It Don't Mean a Thing (If It Ain't Got That Swing) - Duke Ellington (เพลงที่เป็นนิยามของคำว่า Swing)

  • เพลงจาก Ella Fitzgerald ที่จะโชว์การร้องที่สนุกสนานและมีชีวิตชีวา

คุณสามารถกดฟังเพื่อเข้าสู่บรรยากาศย้อนยุคได้เลย ขอให้สนุกกับการฟังเพลงนะครับ

Sing, Sing, Sing - Benny Goodman



In the Mood - Glenn Miller

It Don't Mean a Thing (If It Ain't Got That Swing) - Duke Ellington
 


Ella Fitzgerald
 



Create Date : 04 มกราคม 2569
Last Update : 17 มกราคม 2569 21:59:55 น. 0 comments
Counter : 197 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณhaiku


ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

HonLin
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีครับ
ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนๆ ทุกคน
ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ
Friends' blogs
[Add HonLin's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.