UNESCO/The Great Wall
UNESCO/People’s Republic of China (The Great Wall) 
Co-Sponsored Fellowships Programme 

ทุนนี้เป็นอีกทุนหนึ่งที่น่าสนใจค่ะ น่าสนใจมากมากมากมากสำหรับเราเลยค่ะ เพราะว่ามีความฝันว่าอยากทำงานกับ UNESCO ได้ทุนจาก UNESCO ซักครั้งคงมี credit ดีค่ะ ฮ่าๆ 

ถ้าหาข้อมูลเรื่องประสบการณ์คนที่ได้ทุนนี้จะหาได้ยากมากค่ะ คือหาแล้วไม่มีค่ะ หรือมีแต่เราหาไม่เจอก็ไม่แน่ใจ  แต่รับรองว่าแทบไม่มีคนสมัคร เพราะปีนี้ประเทศไทยมีเราสมัครคนเดียวค่ะ Smiley
คือยังไม่ได้ทุนหรอกนะคะ แต่อยากเขียนเล่า ๆ เพราะว่าข้อมูลเกี่ยวกับทุนนี้ไม่ค่อยแพร่หลายค่ะ

**เพิ่มเติมเกี่ยวกับทุนนะคะ โดยพี่ Andy Chen รุ่นพี่ในกรุ๊ป CSC Scholarship ค่ะ**
ทุนนี้เป็นทุนวิจัย 1 ปีนะคะ  คนที่ได้ทุนส่วนมากเป็นข้าราชการ หรืออาจารย์มหาวิทยาลัยค่ะ คนที่สมัครเพื่อเรียนปริญญาโท หรือเอก นี่คงผิดเป้าหมายค่ะ (แบบเรา 555) คนที่สมัครทุนนี้น้อยค่ะ เพราะว่าคนจะเลือกไปทำวิจัยที่ยุุโรปเสียมากกว่า เพราะผลตอบแทนดีกว่า  ปกติจะเป็นอาจารย์ที่เอาทุนมาทำวิจัยไปเขียนผลงานวิชาการค่ะ  ที่สำคัญทุนนี้ต้องเรียนรายงานความก้าวหน้าส่งยูเนสโกเป็นระยะๆ แต่ไม่ต้องมีผลงานตีพิมพ์ค่ะ 

รายละเอียดคร่าว ๆ เกี่ยวกับทุน

ทุนนี้เค้าอยากให้แก่ผู้หญิงมากกว่าค่ะ แต่ผู้ชายก็สมัครได้นะคะ ตามที่ได้อ่านจากประกาศของ UNESCO นะคะ จะให้ทุนแค่ประเทศละ 1 คนค่ะ แต่ไม่ได้ให้ทุกประเทศนะคะ เพราะมีแค่ 25 ทุน แล้วก่อนที่จะได้ประเทศละ 1 คน กระทรวงที่ไทยต้องคัดเอกสารของคนไทยไปก่อนค่ะ เลือกคนไทย 2 คนเป็นตัวแทนของประเทศไปให้ UNESCO สำนักงานใหญ่พิจารณาความเหมาะสมค่ะ 

ตามประกาศของ UNESCO เค้าบอกว่าให้ทุนแค่ 1 ปีค่ะ 1 ปีที่ให้นี่น่าจะเป็น 1) ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับประเทศจีน 2) ค่าขนมต่อเดือนเพิ่ม $150 (4,500บาท)   

เงื่อนไขอื่น ๆ จะเหมือนทุนรัฐบาลจีนค่ะ ทุนรัฐบาลจีนจะให้ ค่าเรียนตลอดการศึกษา (รักษาเกรดด้วย) ค่าลงทะเบียน ค่าขนม 8,500-10,000 บาทต่อเดือน เงินเริ่มแรกที่ไปถึงประเทศ 7,500 บาท ค่าห้องแลบ ค่าฝึกงาน ค่าสื่อการเรียน ฟรีที่พัก ค่าผู้ป่วยนอก ค่าประกันสุขภาพ ตั๋วเดินทางในประเทศแค่ออกและเข้าประเทศ คุ้มมั้ย Smiley

ประเทศที่ให้ทุน ในเอเชียแปซิฟิค มี 28 ประเทศ รวมประเทศไทยค่ะ ในแอฟริกามี 46 ประเทศ  ในอาหรับมี 2 ประเทศค่ะ  รวมแล้วก็ต่อสู้กัน 76 ประเทศ 25 ทุนค่ะ แข่งขันสูงไม่เบา

ขั้นตอนพวกนี้เราแทบไม่รู้เลยค่ะ เพราะประเทศไทยไม่มีการประชาสัมพันธ์เท่าไร เราต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของ UNESCO ที่ไทยเองค่ะ ที่เราทราบข่าวก็มาจากเวปไซต์ของ UNESCO สำนักงานใหญ่ค่ะ  เอกสารจะเป็นของสำนักงานในฝรั่งเศส  ตอนแรกเอ๋อ ๆ มากเลยค่ะ ถึงกับส่งอีเมล์ไปถามเจ้าหน้าที่ระดับโตที่ฝรั่งเศส ก็โดนเขียนกลับมาว่าด้วยภาษาไพเราะว่าขอเชิญยูอ่านเอกสารให้ดีดีก่อนนะ .. อ่านแล้วค่ะ แต่งงค่ะ ต้องอ่านประมาณ 3 รอบถึงจะเคลียร์พอควร ภาษาอ่อนแอไปนิด แต่แล้วก็ยังดีที่เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสช่วยบอกว่าให้ติดต่อสำนักงานที่ไทยเบอร์ไหน.. ก็โทรไปค่ะ แล้วก็ได้ข้อมูล ได้อีเมล์เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ รู้ขั้นตอนนิดหน่อย ก็ทำไปค่ะ ไฟท์!


ขั้นตอนของการส่งเอกสารทุนของยูเนสโก
  1. ส่งเอกสารทั้งหมด 3 ชุด รายละเอียดเอกสารคล้ายๆกับรัฐบาลจีนค่ะ มีความแตกต่างนิดหน่อย ใบสมัครทุน CSC จะมีมากับไฟล์ที่อัพไว้ในเวปของ UNESCO Headquater website เลยค่ะ จะปริ๊นออกมาเขียน หรือจะพิมพ์ใช้ Adobe Acrobat Pro แก้ หรือ ถ้าเค้ามีไฟล์ .doc ให้ ก็ดีค่ะ ถ้าพิมพ์แล้วปริ๊นจะดีกว่า เพราะเอกสาร 3 ชุดแน่ะ  ในเอกสารที่อัพโหลดบนเวปของยูเนสโกจะมี guideline บอกค่ะว่า เอกสารทั้งหมดเราต้องเตรียมอะไร ยังไงบ้าง ต้องมีใบคะแนนสอบความสามารถภาษาอังกฤษด้วยค่ะ TOEFL / IELTS ก็ได้ค่ะ แต่ในเอกสารมีแถมใบที่เป็น CERTIFICATE OF ENGLISH PROFICIENCY ที่เหมือนจะให้ผู้เชี่ยวชาญภาษามาเติมให้ด้วยค่ะ แต่เราก็ไม่ได้ทำอะไรกับใบนั้น เพราะอย่างที่บอก ไม่เคลียร์เท่าไร ก็เลยส่งคะแนน TOEFL ไป แล้วก็ใบนั้นก็เป็นใบเปล่าไปไม่ได้เติมค่ะ เพราะเข้าใจว่าอาจจะมีเจ้าหน้าที่ UNESCO มาสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษเราอีกที                                         
  2. การส่งเอกสาร ต้องส่งภายในประมาณสิ้นเดือนมีนาคมค่ะ  และเอกสารต้องได้รับการรับรอง ได้รับการเสนอชื่อจากประเทศไทยแล้วส่งไปที่ฝรั่งเศสภายในประมาณ 10 เมษายนค่ะ  เอกสารส่งให้ที่สำนักงานที่ไทยก่อนนะคะ ไม่ใช่ส่งไปที่มหาวิทยาลัยที่จีน หรือยูเนสโกสำนักงานใหญ่ หรือสถานทูตค่ะ ระวังส่งผิดนะคะ เช็คดีดีค่ะ ที่อยู่ที่ส่ง (ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง) คือ กลุ่มความร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศ (ทุน UNESCO/Great Wall)  สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ  สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300  โทร. 0 2628 5646 ต่อ 115 แนะนำให้โทรไปสอบถามให้ชัวร์ก่อนนะคะ                                                                                                                                                          
  3. เมื่อเอกสารได้ถูกตรวจสอบครบแล้ว เจ้าหน้าที่จะรอการอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการค่ะ  จะบอกว่าขั้นตอนนี้ได้รับคำชมจากเจ้าหน้าที่ค่ะว่า ทำเอกสารได้ดีเป็นมืออาชีพ ค่ะ ตัวลอยไปนิด แต่แนะนำค่ะว่าเวลาทำเอกสารส่งทุนอย่าเย็บเล่มค่ะ เพราะเราเย็บไปเจ้าหน้าที่ก็ต้องรื้อเอกสารเราใหม่อยู่ดีแหละค่ะ จริงมั้ยคะ ใส่แฟ้มไปดีกว่าค่ะ หรือแฟ้ม Portfolio จะดีมากค่ะ  ขั้นตอนนี้เจ้าหน้าที่ที่กระทรวงจะโทรมาบอกค่ะว่าได้ทำการส่งเอกสารให้กระทรวงรับรอง ส่งเอกสารให้ยูเนสโกแล้ว อะไรก็ว่าไปค่ะ แต่เราแปลกใจมากค่ะ นึกว่าจะมีเรียกให้ไปสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษก่อน เพราะตอนแรกเจ้าหน้าที่ก็บอกว่าจะนัดวันเข้าไปสัมภาษณ์ค่ะ พอได้คอลอีกทีก็บอกแล้วว่าส่งเอกสารให้ยูเนสโกแล้ว.. สรุปจะได้สัมภาษณ์มั้ยเนี่ย? หรือรอเจ้าหน้าที่ที่ฝรั่งเศสโทรมา.. Smiley  ยิ่งคุยในโทรศัพท์ไม่ค่อยรู้เรื่องอยู่ ชอบคุยเห็นหน้ามากกว่าค่ะ ฮ่า ๆ ๆ                                                                                                                                       
  4. เมื่อได้รับรองเอกสารจากกระทรวงแล้ว ก็จะส่งเรื่องไปที่ UNESCO ค่ะ  ขั้นตอนนี้เราได้ copied email มาด้วยค่ะ คือเจ้าหน้าที่เวลาส่งอีเมล์ทางการให้กันในองค์กร เค้าก็จะใส่อีเมล์เราให้รับรู้ด้วยค่ะ เป็นระบบเก๋ไก๋แบบนี้นี่เอง เราก็ลุ้นไปกับอีเมล์ที่เค้าส่งหากันโดยมีเราแอบอ่านอยู่ 555                                                                                                                                                                    
  5. เมื่อ UNESCO รองรับก็จะส่งเรื่องไปที่มหาวิทยาลัยที่จีนค่ะ ให้พิจารณา                                                                                    
  6. ประกาศผลไม่เกินสิงหาคมค่ะ

*** ถ้าได้ข้อมูลที่ถูกต้องกว่านี้จะเข้ามาแก้ไขนะคะ สู้ ๆ ต่อไปค่ะ นักล่าทุน :) ***



Create Date : 16 เมษายน 2556
Last Update : 16 เมษายน 2556 21:57:00 น.
Counter : 1013 Pageviews.

1 comment
CGS Suggestions
เริ่มลงมือจัดการเพื่อให้ได้ทุนรัฐบาลจีนกันเลยยย

น้อง ๆ อย่ารอช้านะคะ ถ้าคิดอยากจะเรียนต่อแล้ว แล้วจะขอทุน ก็รีบดำเนินการได้แล้วค่ะ
โดยเฉพาะน้องปี ๕ ที่ต้องฝึกสอน จะวุ่นวายมากถ้าใช้เวลาเตรียมเอกสารภายใน 3 เดือนก่อนส่ง 
พี่ว่ามันจะวุ่นวายมาก และมันจะไม่มีคุณภาพ เสียคุณภาพในการฝึกสอน เอกสารขอทุนก็เสียด้วย
ตัวพี่เองเตรียมตัวเป็นปีค่ะ เริ่มตั้งแต่ เมษายน 2555 คือ ก่อนฝึกสอนเทอมแรกค่ะ 
สิ่งที่เริ่มก็ตามนี้เลยค่ะ

1. หาข้อมูลเกี่ยวกับสาขาที่เราสนใจอยากเรียน

การหาข้อมูลนี่แล้วแต่คนค่ะ บางคนมีสิ่งที่ชอบอยู่ในใจอยู่ก็ ก็เข้าไปเช็คในเวปมหาลัยต่าง ๆ ได้เลยว่าคณะ education มีสาขาอะไรบ้าง เข้าทางเราหรือเปล่า ลองดูก่อนว่าเค้าเรียนแนวไหน ประมาณไหน  คนที่ยังไม่แน่ใจ ยังไม่รู้ว่าจะเรียนอันไหนดี  พี่แนะนำค่ะว่าให้ไปปรึกษาอาจารย์ที่คณะ  อ. ที่คณะเราให้คำแนะนำเรื่องที่เราจะเรียนต่อได้ดีค่ะ เช่น อยากทำงานอะไร ควรเรียนด้านไหน เป็นต้นค่ะ  พี่เองก็ไปปรึกษา อาจารย์ในคณะ 2 ท่านค่ะ ก็ได้แนวทางชัดเจนแล้วว่าจะต่อด้านการศึกษาเปรียบเทียบ (Comparative Education) พอหาข้อมูลเสร็จแล้วว่าเรียนเกี่ยวกับอะไร เรียนแล้วทำงานอะไร ก็ดูต่อเลยค่ะว่า มหาวิทยาลัยไหนมีสาขาที่เราอยากเรียนบ้าง link: //www.csc.edu.cn/laihua/indexen.aspx

2. เริ่มเตรียมเอกสาร
เรื่องการเตรียมเอกสาร พี่จะไม่อธิบายนะคะ ขั้นตอนเหมือนกัน มีพี่ ๆ ที่ได้ทุนคนอื่นเคยเขียนไว้แล้ว พี่จะแปะ link ไว้ ให้น้อง ๆ โหลดอ่าน และทำตามนะคะ link: //www.mediafire.com/view/?ac9e558deq1ijn3 อันนี้เป็นอีกอันนึง ของพี่โบ รหัส 51 คณะอื่น เขียนบล๊อกไว้ ให้ได้อ่านค่ะ link: //beauhlinglings.bloggang.com  ถ้าอ่านแค่นี้รู้สึกไม่พอ แนะนำให้ google เลยค่ะ ทุกอย่างต้องขวนขวายค่ะ เอกสารที่พี่ Tomimoto แนะนำให้ทำ ถือว่าดีมากค่ะ แนะนำให้ทำตามเลย  

3.  การเขียนโครงร่างวิจัย

อันนี้เป็นสิ่งที่หนักหัวของพี่มากค่ะ เพราะคิดไม่ออกว่าจะทำวิจัยหัวข้อไหนดีที่น่าสนใจ  ดึงดูดใจกรรมการให้เห็นว่าวิจัยที่เราสนใจจะทำเนี่ย มีประโยชน์นะ พี่ก็คิด ๆ อยู่นานแหละค่ะ ไม่ได้สักที  ก็เลยต้องไปปรึกษาอาจารย์ที่คณะอีก 2 ท่านค่ะ ท่านให้คำแนะนำได้ดีมากเลยค่ะ  ทำให้พี่ได้หัวข้อวิจัยที่จะทำ และเขียนโครงร่างเสร็จ  การเขียนโครงร่างวิจัยไม่ต้องเครียดมากนะคะ คือถ้าได้หัวข้อแล้ว พี่ว่าโครงร่างก็เป็นโครงเฉยๆค่ะว่าจะทำประมาณไหน ไม่ได้ fix ลงไปว่าต้องทำให้ได้เป๊ะ ๆ ใครอยากได้ตัวอย่างของพี่ ให้ทิ้ง e-mail ไว้นะคะ

4.  การเขียน Personal Statement / Statement of Purpose / Study Plan

อันนี้น้อง ๆ ครุศาสตร์ จุฬาฯ เคยเรียนแล้วนะคะ กับสถาบันภาษา หรือเรียนที่คณะ สำคัญคือเขียนให้น่าสนใจค่ะ เขียนให้เห็นว่าเราสนใจเรียนจริง ๆ เราทำได้จริง ๆ เรามีหลักฐานว่าเราทำได้ เรามีประโยชน์แน่นอน อารมณ์นั้นค่ะ อยากเอาของพี่ไปดูก็เหมือนเดิมค่ะ ทิ้ง email ไว้นะคะ พี่เองก็ไม่ได้เขียนดีมากเท่าไร มีคนเขียนดีกว่าพี่อีกค่ะ ฮ่า ๆ 

5.  Cover Letter / Autobiography / CV etc.
เอกสารพวกนี้ก็สำคัญไม่เบาค่ะ มหาลัยจะไม่ได้ require มานะคะ แต่เราจะทำเสริมให้พวกเค้าดูค่ะ จะได้รู้รายละเอียดที่มากขึ้น  พี่ขอแนะนำเลยว่า CV ใส่ชื่องานวิจัยที่เราเคยทำในคณะไปให้หมดค่ะ วิจัยที่ทำกับกลุ่มเพื่อน หรือวิจัยในชั้นเรียนช่วงฝึกสอน จะดีมากเลยค่ะ ใส่เข้าไปย่อ ๆ ว่า วิจัยเกี่ยวกับอะไร ผลเป็นยังไง ใครเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา  ถ้าช่วงฝึกสอนทำวิจัยในชั้นเรียนเป็นภาษาอังกฤษก็จะดีมากค่ะ เป็นตัวทำแต้มเลยนะคะ ว่าเรามีความสามารถทำวิจัยจริง ๆ มีหลักฐานด้วย ถ้าทำได้ก็ทำค่ะ คุ้ม

6.  การขอจดหมาย Recommendation / Reference

  การขอจดหมาย เค้าว่ากันว่าสำคัญระดับหนึ่งค่ะ  ถ้าได้จดหมายจากอาจารย์ที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่เราเรียนก็จะดีมากเลยค่ะ หรืออาจารย์ที่ปรึกษาของเราก็ดีเหมือนกัน  แต่ข้อจำกัดในการเรียนต่อที่จีนจะเยอะค่ะ คือเค้าต้องการจดหมายจากอาจารย์ที่มีตำแหน่งเป็น รศ. หรือ ศ. เท่านั้นค่ะ คือถ้าหาได้ก็ดีค่ะ ที่คณะเราก็หายากมากค่ะ น้อง ๆ ก็ต้องลองหาดูว่า อ. ท่านไหนเป็น รศ. หรือ ศ. บ้าง ส่วนมากท่านที่เป็น รศ. หรือ ศ. เราจะไม่ค่อยสนิท แต่ในเอกอังกฤษมีท่านหนึ่งค่ะ พี่ได้ท่านเป็นอาจารย์นิเทศพอดีเทอมแรก เลยค่อนข้างสนิทค่ะ ฮ่า ๆ แล้วก็คณบดีคนปัจจุบันค่ะ ตอนที่ไปขออาจารย์ยังไม่รู้หรอกค่ะว่าท่านจะได้เป็นคณบดีคนใหม่ เห็นว่าท่านมีตำแหน่ง รศ. แล้วก็เป็นประธานองค์กร CESA ซึ่งเกี่ยวข้องกับสาขาที่พี่จะเรียนโดยตรง ก็เลยเข้าทางค่ะ แล้วตอนได้จดหมายมาท่านก็เป็นคณบดีพอดีเลยค่ะ โชคดีเข้าข้างชะมัดเลย แต่กว่าจะได้จดหมายมานี่เหนื่อยมากค่ะ ต้องเข้า ๆ ออก ๆ คณะอยู่เรื่อย ๆ แล้วยิ่งเทอมสอง รร. ที่ฝึกสอนไกลจากคณะมาก ก็ยังต้องพยายามมาเพื่อจดหมายค่ะ ฮ่า ๆ พี่แบกหน้าไปรบกวนคณบดีหลายรอบมากค่ะ ประมาณ 4-5 รอบ จนท่านพูดเลยค่ะว่าหงษ์ฟ้าอีกแล้วหรอ ถ้าไม่ได้ซักทุนนี่ไม่รู้จะว่าไงแล้วนะ .. จ๋อยไปค่ะ รบกวนทั้งอาจารย์ รบกวนทั้งพี่เลขาฯของอาจารย์ ฮ่า ๆ

7.  ใบคะแนนสอบ ใบประกาศต่าง ๆ 
ถ่ายสำเนาส่งไปให้หมดค่ะ แต่เอาที่เกี่ยวข้องด้วยนะคะ ฮ่า ๆ แล้วแต่เลยค่ะ ยิ่งใส่เยอะ ยิ่งหนา ยิ่งหนัก ค่าส่ง ยิ่งแพงค่ะ พี่ใส่ใบคะแนนสอบ TOEFL iBT ไปด้วยค่ะ ถ้ามี HSK ก็ใส่ไปด้วยนะคะ  ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไรค่ะ  พี่ส่งใบคะแนนสอบภาษาจีนสมัยประถมกับมัธยมไปด้วยค่ะ  เป็นใบคะแนนสอบในโรงเรียน จริง ๆ ไม่ได้มีผลอะไรเท่าไร แต่พี่ก็จะส่งคะ เค้าจะได้เห็นว่าเรามีพื้นฐาน แต่ก็ไม่คิดจะสอบ HSK เพราะรู้ตัวว่าลืมไปเยอะมากแล้วค่ะ  ส่วนสอบ TOEFL iBT ถ้าจะเรียนโปรแกรมอินเตอร์ คะแนนต้องอยู่ที่ประมาณ 80-85 จะดีค่ะ ถ้าเกินกว่านี้ยิ่งดีใหญ่เลยค่ะ

8.  สำคัญเลยค่ะ 
สำเนาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สำเนาพาสปอร์ต สำเนาผลการเรียน ฯลฯ ไม่ต้องเซ็นสำเนาถูกต้อง หรือ Certified true copy นะคะ ที่ประเทศจีนเค้าไม่ทำกันค่ะ  ตอนพี่ส่งนี่เซ็นหมดทุกอันเลยค่ะ เจ้าหน้าที่ส่งกลับมาถามว่าเซ็นทำไม ๕๕๕ ก็เลยต้องส่งสำเนาพาสปอร์ตไปใหม่อีกรอบเลยค่ะ วัฒนธรรมมันต่างกัน เราเองก็ไม่รู้ เง่ออออ Smiley

9.  การตรวจสุขภาพ

แนะนำให้ตรวจที่ รพ. จุฬาฯ ค่ะ เอกสารจะได้ไม่มีปัญหา ตรวจครบ ไม่แพง ที่จีนเค้ารู้ชื่อเสียงของ จุฬาฯ ดีค่ะ ยอมรับผลตรวจของ รพ. จุฬาฯ ค่ะ  เวลาไปตรวจ น้อง ๆ ผู้หญิง ไปตอนที่ไม่มีประจำเดือนนะคะ หรือถ้ามีก็ให้ประจำเดือนหมดสนิทก่อน ค่อยไปค่ะ บอกก่อนเลยว่าตรวจอุจจาระด้วยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ  ค่าตรวจพี่ลืมไปแล้วว่าเท่าไร สองพันมั้งคะ

10.  การส่งเอกสาร

แนะนำให้ทำเสร็จก่อนเวลาประมาณ 1 เดือนค่ะ แล้วไปส่งแบบ EMS หรือ ลงทะเบียน ที่ไปรษณีย์ไทย จะประหยัดเงินได้มาก ๆ ค่ะ ครั้งแรกพี่ส่ง DHL ถึงวันรุ่งขึ้นเลยค่ะ แต่หมดไป 3 พันกว่าบาท กินแกลบไปค่ะ ส่งกับไปรษณีย์ไทยก็หมดไปพันต้น ๆ แต่เอกสารพี่หนักด้วยแหละค่ะ ขึ้นอยู่กับน้ำหนัก  เวลาเตรียมเอกสาร ส่วนมากมหาลัยจะให้เตรียม 2 ชุดค่ะ ก็เลยเยอะ  แนะนำว่าเอกสารทั้งหมด อย่าเข้าเล่มเลยค่ะ เพราะเราเองก็อาจจะเรียงไม่ถูก บางทีเอกสารเราก็หนาไป ใส่สันรูดก็ไม่พอ แนะนำให้ใส่แฟ้ม Portfolio ค่ะ ได้คำชมมาจาก Beijing Normal University และ จากกระทรวงศึกษาธิการ(ส่งแฟ้มไปสมัครทุน UNESCO/Great Wall) ค่ะ หนาหน่อย ลงทุนหน่อย ดูดีค่ะ



ไม่รู้จะเขียนอะไรแล้วค่ะ มีอะไรแนะนำให้เขียนก็บอกได้นะคะ ตอนนี้เรารอเอกสารจากมหาลัยอย่างเดียว  JW201 นั่นเอง  ปลายเดือน พ.ค. ก็คงจะได้อัพเดตเรื่อง อื่น ๆ ต่อไป  แต่ถ้าใครสงสัยอะไรก็ถามได้นะคะ  มีเวลาแล้วจะมาตอบค่าาา  เอกสารทุกอย่าง อยากขอเอาไปดูก็ได้นะคะ ไม่หวง :)



Create Date : 05 เมษายน 2556
Last Update : 16 เมษายน 2556 21:32:45 น.
Counter : 293 Pageviews.

0 comment
Questions About the CGS Scholarship
ทุนรัฐบาลจีน (Chinese Government Scholarship)

หลังจากนี้จะเริ่มเขียนแนวแนะนำน้อง ๆ ที่จะต่อปริญญาโท ด้านการศึกษา (Education) นะคะ
พี่แนะนำน้อง ๆ ที่จบครุศาสตร์ / ศึกษาศาสตร์ ให้มาต่อโทด้านการศึกษา 
ไหน ๆ ก็เรียนฝึกฝนความเก่ง ความชำนาญมาตั้ง สี่ห้าปี แล้ว ก็เรียนต่อด้านนี้ก็ดีเหมือนกันนะคะ
สำหรับคนที่อยากต่อแขนงอื่น ก็ได้เหมือนกันค่ะ แต่เวลาทำเอกสาร พวก research plan 
หรือเวลาได้ไปเรียน อาจมีปัญหา  เพราะเราไม่มีทักษะในแขนงใหม่ที่เราอยากศึกษาต่อ

ถ้าจบ ป.ตรี ครุศาสตร์ ต่อ ป.โท ศึกษาศาสตร์ ก็เข้าท่าไม่น้อย อย่างน้อย ๆ ก็เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย
สำหรับน้อง ๆ ครุศาสตร์ จุฬาฯ  พี่ยิ่งแนะนำเลยค่ะ เราต้นทุนดีมากค่ะ ไหนจะทำวิจัยเป็น 
เขียนโครงร่างวิจัยก็เป็น แค่ต้องใช้สกิลทางการเขียนให้ดูดี คิดหัวข้อวิจัยที่น่าสนใจ เท่านี้ก็ผ่านค่ะ

คำถามที่น้อง ๆ อาจต้องคิด เกี่ยวกับทุน

1. ทุนนี้เป็นยังไง
- ทุนนี้เป็นทุนเต็ม ให้เปล่า ไม่ต้องใช้ทุน ต่อ ป. โท หรือ ป. เอกค่ะ มีค่าที่พัก ค่าอยู่ ค่ากิน ค่าประกันสุขภาพ ให้ด้วย แต่ค่าเครื่องบินออกเองจ้า (แต่ถ้าไม่ถึงเกณฑ์ที่เค้าต้องการ อาจได้ทุนครึ่งเดียวนะคะ)

2. ต้องรู้ภาษาจีนมั้ย
- ไม่จำเป็นค่ะ ตอนขอทุนใช้ภาษาอังกฤษขอไปก็ได้ค่ะ โปรแกรมที่นู่นจะมีทั้งแบบภาษาจีน และแบบภาษาอังกฤษ ต้องเช็คดูอีกทีนะคะ ถ้าแบบจีนส่วนมากจะ 3 ปีค่ะ ของพี่ได้แบบอินเตอร์ ก็อยู่ที่ 2 ปี ค่ะ  ถ้าโปรแกรมที่อยากเรียนไม่มีแบบภาษาอังกฤษ จะเรียนแบบภาษาจีน เค้าก็จะให้ทุนเรียนภาษาจีนก่อน 1 ปีค่ะ  

3. ไปจีน จะดีหรอ น่าอยู่หรือเปล่า
- อันนี้แล้วแต่คนคิดนะคะ  สำหรับพี่คิดว่า อยากได้ภาษาจีน (มีพื้นแล้ว แต่อ่อนมาก) อีกอย่างอยากเรียน ป.โท แต่ทุน ป.โท ที่แถบตะวันตก จะไม่มีทุนเต็มเลย ถึงจะออกให้ครึ่งนึง พี่เองก็ไม่มีปัญญาจะหาค่าเรียนไปต่อได้หรอก ยังไงก็ยังเยอะอยู่ดี อีกอย่างดูจากฐานะทางเศรษฐกิจของจีนก็น่าสนใจมาก อ. ที่ประเทศจีน ก็ใช่เบา ๆ ซะที่ไหน ตำแหน่งเยอะแยะ ทำงานให้องค์กรระหว่างประเทศก็เยอะ จบมารับรองเครดิตไม่แพ้จบจากทางตะวันตกค่ะ

4. ทุนนี้รับกี่คน ยากมากมั้ย
- ตอบไม่ได้ค่ะว่ารับกี่คน เพราะเค้ารับสมัครจากทั่วโลกเลยค่ะ  แต่ละมหาวิทยาลัยก็จะมีคนไทยติดเข้าไปไม่มาก 3-4 คน หรือไม่ก็ เป็น 10 คน ค่ะ  ถามว่ายากมั้ย ก็ยากนะคะ  อยู่ที่เราทำให้เอกสารของเราดีมากแค่ไหน ตั้งใจมากแค่ไหน ทุ่มเทมากแค่ไหน ของฟรีจริงๆ ไม่มีในโลกหรอกค่ะ ลงทุนซักหน่อย ให้เวลากับมันซักหน่อย คุ้มค่าเพื่ออนาคตค่ะ

5. จะต่อด้านการศึกษา สาขาไหนดี
- อันนี้ก็แล้วแต่ความต้องการของน้อง ๆ นะคะ ว่าเราจะมุ่งด้านไหน ของพี่เป็นการศึกษาเปรียบเทียบค่ะ มีเป้าหมายว่าอนาคตจะทำงานกับองค์กรที่มุ่งด้านนี้ มีพวกเกี่ยวกับบริหารการศึกาษา นโยบาย ฯลฯ แต่ถ้าจะให้เลือก "การสอนภาษาอังกฤษ" อะไรแบบนี้ เรียนที่อังกฤษ ไม่ก็ อเมริกา จะดีกว่ามั้ย พี่ว่าแปลก ๆ หรือใครเก่งภาษาจีนอยู่แล้ว มี HSK 6 อยู่ในมือ "การสอนภาษาจีน" ก็เป็นตัวยอดฮิตมากค่ะ คนไทยสมัครกันเยอะค่ะ

6. มหาวิทยาลัยไหนรับบ้าง  
- คือรับเกือบทุกมหาวิทยาลัยที่ดัง ๆ เลยค่ะ ต้องเช็คกับเวปของมหาวิทยาลัยด้วยค่ะ ว่ามีให้ทุนหรือไม่ หรือไม่ก็ e-mail ไปถามเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบแผนกนักศึกษาต่างชาติ  เลือกมหาลัยก็เลือกเมืองที่เราอยากไปอยู่ เลือกดี ๆ นะคะ หรือถ้าคิดว่าตัวเองอยู่ได้ทุกสภาพ ก็เลือกตามความเหมาะสมเลยค่ะ

7. คำถามอื่น ๆ โพสถามได้เลยนะคะ หรือทิ้งอีเมล์ หรือเฟสบุค ถามทางไหนก็ได้ค่ะ ตอนนี้ยังไม่ได้ไปเรียน เลยยังไม่รู้อะไรละเอียดมากเท่าไร จะตอบเท่าที่ตอบได้นะคะ



Create Date : 05 เมษายน 2556
Last Update : 16 เมษายน 2556 21:32:58 น.
Counter : 549 Pageviews.

1 comment
What A Great News!
เมื่อวันศุกร์ที่ 22 มีนาคม หงษ์ไปสิงคโปร์มาค่ะ เพิ่งถึงสิงคโปร์วันแรกเลย 
และก็เป็นทริปแรกที่ขึ้นเครื่องบิน ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกนั่นเอง 555
ออกนอกประเทศครั้งแรก รู้สึกเป็นความสำเร็จก้าวหนึ่งของชีวิตเลยค่ะ
เที่ยวกับเพื่อน มีเพื่อนที่สิงคโปร์ เงินตัวเอง งบไม่บาน เลิศมากค่ะ สนุกมาก เหนื่อยมาก

เมื่อคืนวันที่ 22 หงษ์เช็คเมล์ในโทรศัพท์ค่ะ ไม่ได้คาดหวังอะไร เช็คเป็นปกติ
แล้วก็ได้เมล์จากอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย Beijing Normal University (北京师范大学) 
ใจความว่า ทางคณะยินดีรับเข้าศึกษาพร้อมทุน แต่ขอเอกสารจบจากมหาวิทยาลัยคุณก่อน



ตอนนั้นอ่านอีเมล์แล้วดื้นอยู่บนเตียงค่ะ 5555 เพื่อนก็งงว่าหงษ์เป็นอะไร
พออ่านอีเมล์เสร็จก็เริ่มสับสน ว่า จะเอายังไงกับชีวิต รอทุนจาก Zhejiang University ดีมั้ย
รอทุนจาก UNESCO/Great Wall ดีมั้ย เพราะ Zhejiang ก็เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 3
ของประเทศจีน ส่วน Beijing Normal อยู่ที่อันดับ 16 (อันดับปี 2013 ในเวปจำไม่ได้)

รู้สึกได้เลยว่า อยู่ ๆ ดวงก็ขึ้น ได้เดินทาง ได้เปิดหูเปิดตา ยังได้โชคดีอีกต่างหาก

พอกลับมากรุงเทพฯ ก็เลยต้องปรึกษาป๊าซักหน่อยว่าเอายังไงดี รออีกมหาวิทยาลัยดีไหม
ป๊าก็บอกว่า ให้เลือกปักกิ่งไปเลย เพราะว่าเป็นเมืองหลวง ชีวิตความเป็นอยู่น่าจะดีกว่า
ถ้าป่วยหรือต้องพบหมอ ก็จะได้สะดวกกว่า อีกอย่างอากาศหนาว เราอาจจะไม่สบายบ่อยก็ได้
อีกอย่าง ป๊าก็ถือ อย่าเลือกมาก เดี๋ยวชวด 5555 ใจจริงหงษ์ก็อยากไปปักกิ่งอยู่แล้วด้วย
เป็นความใฝ่ฝันตั้งแต่เด็กสมัย F4 แต่จริงๆ เกี่ยวกับที่ชอบความสะดวกสบายมากกว่า
พอได้ปรึกษากับพี่อีกคนนึง เค้าก็บอกว่า เป่ยซือต้า (Beijing Normal University) 
เป็นมหาวิทยาลัยฝึกครูที่ดีที่สุดแล้ว เราก็เลยเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นว่าโอเคเอาอันนี้

ตอนนี้หงษ์เหลือส่งใบรับรองสำเร็จการศึกษาให้ที่เป่ยซือต้า แล้วรอเค้าตอบรับคอนเฟิร์มอีกที
คราวนี้ก็จะได้พูดอย่างเต็มปากว่าได้ทุนแล้วค่าาา ไว้มาอัพเดตใหม่นะคะ

ปล. อันนี้อีเมล์แจ้งมาเร็วมากเลยค่ะ รอไม่นานเลย เอกสารส่งไปเมื่อสิ้นเดือน กพ. เองค่ะ ถ้าจำไม่ผิด ปกติมหาวิทยาลัยนี้จะประกาศทุนช่วง มิ.ย. เลยนะคะ เดี๋ยวถ้าได้ทุนสำเร็จลงตัวเมื่อไร ต้องไปไหวขอบพระคุณอาจารย์ที่ให้คำแนะนำ ไปแก้บนพระประธานที่บ้าน ไปไหว้พระพิฆเนศที่เทวสถาน Smiley ใครที่ยังรอทุนอยู่ เอาใจช่วยนะคะ ขอให้ได้กันถ้วนหน้า ถ้าทำเอกสารดีซักอย่าง หงษ์เชื่อว่าต้องได้ค่ะ Smiley



Create Date : 29 มีนาคม 2556
Last Update : 29 มีนาคม 2556 7:52:29 น.
Counter : 458 Pageviews.

0 comment
Scholarship Hunting!
ใครเรียนจะจบปริญญาตรี แล้วคิดว่าอยากเรียนต่อเหมือนหงษ์บ้างคะ Smiley
ตอนนี้หงษ์กำลังล่าทุนปริญญาโทที่ต่างประเทศค่ะ อยากเรียนต่อที่จีนมาก 
เพราะหงษ์มีพื้นภาษาจีนมาตั้งแต่ ป. 1 อยากไปรื้อฟื้น + เพิ่มเข็มหมุดการศึกษา

หงษ์เริ่มหาทุนตั้งแต่ปีที่แล้วค่ะ ช่วงนี้ของปีที่แล้วเลย ก็เริ่ม ๆ เตรียมเอกสาร
เขียน study plan / research plan / personal statement / CV etc. มาเรื่อย ๆ
เพราะว่าตอนปี 5 หงษ์จะชีวิตวุ่นวายมากกับการฝึกสอนในโรงเรียน 
ก็เริ่มทำเรื่อย ๆ หาข้อมูลเขียนโครงร่างวิจัย ปรึกษาอาจารย์ มากมาย เยอะมาก

อยากได้ทุนที ไม่ใช่ง่าย ๆ เลยนะคะ วุ่นวายไปหมดเลย ต้องทุ่มเทไม่ใช่น้อย
หงษ์วางแผนทำเอกสาร พวก CV / Autobiography นี่เริ่มเขียนเองได้เลยค่ะ
แต่ถ้าเรื่องจะเรียนต่ออะไร ตอนนั้นยังไม่มั่นใจ ก็เลยปรึกษาอาจารย์ในคณะก่อน
ปรึกษาในคณะ 4 ท่านได้ค่ะ กว่าจะได้ข้อสรุปว่าจะเรียนอะไร 
และวิจัยจะทำแนวไหน หัวข้อไหนน่าสนใจ เข้าคณะบ่อยมากเหมือนกัน 

จริง ๆ แล้วหงษ์ก็ได้อ่านแนวทางจาก Tomimoto2009 มา เลยมีแนวทางชัดเจน
ต้องขอบคุณเอกสารของพี่เค้ามาก ๆ ที่เป็นจุดเริ่มของการตั้งใจกับทุนนี้ค่ะ

ตอนนี้ที่หงษ์เริ่มเขียน หงษ์ส่งเอกสารไปที่ 2 มหาวิทยาลัยแล้ว 
ช่วงนี้เป็นช่วงลุ้นมากค่ะ ในกรุ๊ปที่ล่าทุนรัฐบาลจีน บางคนก็ได้ทุนแล้ว
น่าอิจฉามาก ๆ หงษ์เองก็ไม่รู้ว่าจะได้ทุนหรือเปล่า คาดหวังไม่ได้เลย Smiley

หงษ์ตั้งใจเขียนบล๊อก เผื่อว่าวันนึงอาจจะเป็นแนวทางสำหรับนักล่าทุน
ไม่ว่าหงษ์จะได้ทุนหรือไม่ได้ .. ก็ขอให้ได้เขียนไว้ก่อน อยากแนะนำให้คนอื่น
ลองมาสมัครทุนนี้กัน เป็นโอกาสที่ดีจริง ๆ ที่สำคัญอยากแนะนำน้อง ๆ ในคณะ
หงษ์จะเขียนในแนวที่แนะนำให้รุ่นน้องในคณะได้ทำตามนะคะ
สำหรับสาขาอื่น ๆ ขั้นตอนก็เหมือนกันแหละค่ะ ฮ่า ๆ :)

สำหรับคนที่จะสมัครปีนี้ คิดว่าอาจจะเหลือเวลาไม่มากนักนะคะ 
หลายมหาวิทยาลัยก็อาจจะหมดเขตรับสมัครไปแล้วค่ะ 
เอาเป็นว่าลองดูแล้วกันนะคะ Smiley




Create Date : 12 มีนาคม 2556
Last Update : 5 เมษายน 2556 13:16:22 น.
Counter : 384 Pageviews.

0 comment

SwnBlitz
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]