ฝันว่าจะมีร้านอาหารของตัวเอง และเปิดร้านเบเกอรี่เล็กๆ ทำขนมที่มีเอกลักษณ์ ทำให้คนที่เข้ามาในร้านเรารู้สึกอบอุ่น สบายใจ มีความสุขที่ได้มาพักท้องที่นี้
Group Blog
 
All blogs
 

เค้กโรลเผือก กับ บราวนี่ครีมสด ราดซอสราสเบอร์รี่

ตอนนี้มีแต่เรื่องเครียดๆมาให้กวนสมอง เรื่องเรียนworkshop และที่สำคัญดันไปลงวิชาหนึ่งที่เกี่ยวกับถ่ายรูป แล้วพึ่งมารู้ทีหลังว่าอาจารย์เขาโหดมากT_T ขนาดนักเรียนบางคนที่เป็นมืออาชีพ อุปกรณ์กล้องโปรมากๆ ยังได้ประมาณเกรด B และยังปรับให้อีกคนได้ D ตอนแรกที่ลงวิชานี้เพราะสนใจด้านถ่ายรูปเฉยๆ ไม่ได้คิดเรื่องเกรดเลยมัวแต่กังวลว่างานจะเยอะไหม555 ซึ่งจริงๆแล้วก้อยจะลงวิชาอื่นก็ได้ เพราะเป็นตัวที่ให้เราเลือกอิสระ ก็เลยรู้สึกเซง อยากทำเกรดตอนเทอมสุดท้ายออกมาดีๆ แต่อย่างว่ามันแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ก็ต้องตั้งใจเรียนทำงานให้ออกมาเต็มที่เท่านั้นเองเนอะ เราจะพยายามสู้ๆแม้ว่าจะเป็นมือสมัครเล่นก็ตามที ^V^


ขอบคุณที่ให้พื้นที่ได้ระบายอะไรเล็กๆน้อย แต่ก็รู้สึกสาบยใจขึ้น (เปลี่ยนโหมดๆ) เรามาปล่อยของที่ทำไว้ตั้งแต่เดือนก่อนมาให้ตรวจการบ้านดีกว่า นั่นคือ Taro Roll Cake กับ Brownie with Raspberry Sauce โดยต้องขอบคุณเจ้าของสูตรใจดี ไม่ว่าจะเป็น พี่หน่อง(Wee Nong) คุณอ้วนดำปึดปื๋อ พี่วรรณ(A Little Catz) และ พี่เดียร์(Anadiar) ที่ให้สูตรดีๆแบบไม่มีกั๊ก




เมนูแรกขอแนะนำคือ Taro Roll Cake หรือ โรลเผือก

สูตรนี้เอามาจาก blogของพี่หน่องค่ะ
//www.bloggang.com/mainblog.php?id=noonong&month=22-01-2008&group=10&gblog=33


เป็นเค้กชิฟฟ่อนเนื้อนุ่ม หอมมันจากเผือกที่ผสมน้ำตาล นมและเนยสด เพิ่มความละมุนด้วยครีมเผือกหวานเบาๆ สอดไส้ด้วยเผือกกวน รสชาติลงตัว







ขออนุญาตก็อปตามพี่หน่องนะค่ะ

ส่วนผสมที่1

แป้งเค้ก 80 กรัม
ผงฟู 1 ชช.
เกลือ 1/4 ชช.
น้ำตาล 45 กรัม
น้ำกะทิ 60 กรัม
น้ำมัน 40 กรัม
ไข่แดง 3 ฟอง
สีม่วง 1/4 ชช.
เผือกบดละเอียด 75 กรัม (อันนี้ก้อยแอบใส่เพิ่ม ตามความชอบ)


ส่วนผสมที่ 2

ไข่ขาว 3 ฟอง
น้ำตาลทราย 45 กรัม
ครีมออฟ ทาทาร์ 1/4 ชช.


วิธีทำ

ส่วนที่ 1

- ร่อนแป้ง ผงฟู รวมกัน เติมน้ำตาลทรายลงไป ทำหลุมตรงกลางไว้นะค่ะ
- ไข่แดง น้ำมันพืช เกลือ กะทำ เผือกบด ใส่ชามผสมรวมกันไว้
- เทส่วนผสมของไข่แดง ลงในส่วนของแป้ง

ส่วนที่ 2

- ไข่ขาว กับ ครีมออฟทาทาร์ ตีให้ฟู ทยอยใส่น้ำตาล จนไข่ขาวตั้งยอดแข็ง
- นำส่วนที่ 2 เทใส่ส่วนผสมที่ 1 ค่อยๆ แบ่งใส่ อย่างเบามือด้วยนะค่ะ

เทส่วนผสมใส่พิมพ์ 2 ปอนด์ อบ 175 องศา ซี 20-30 นาที 20 นาทีแรกหน่องอบไฟล่าง หลังจากนั้น เปิด บน - ล่างค่ะ

ส่วนครีมเผือก

1. สูตรเผือกกวนตามชอบ(ออกมาเหนียวๆหน่อย) จริงๆก็อยากลงสูตรให้ แต่บังเอิญใส่กะๆเอาตามสูตรพี่หน่อง แต่ลดปริมาณของเหลวและน้ำตาล ให้ออกมาหนืดๆข้นๆหน่อย


2. วิปปิ้งครีม non-dairy(จืด) 2ถ้วย
น้ำตาลทรายป่น ปะมาณ 2ชต. (ออกหวานนิดๆ)

เอา (1) มาตะล่อมกับ (2) ให้เข้ากัน ใครชอบให้สีออกมสวยๆ ก็หยดสีผสมอาหารสีม่วง ซักหยดสองหยด





สูตรที่ภูมิใจนำเสนอต่อไป และเพื่อนๆลงความเห็นว่าอร่อย
คือ Brownie with Raspberry Sauce

อย่างว่าค่ะสูตรของเขาดีจริง ไปตามblog นี้ได้เลยค่ะ
//alittlecatz.wordpress.com/2010/07/12/best-cacao-brownie-rev-ed/

หรือ //www.metrosafety.co.th/food/cookie_dessert.php?subaction=showfull&id=1186234245&archive&start_from&ucat=35


พี่วรรณเป็นอีกคนที่นำเสนอขนมได้น่าทานมากๆ และสูตรนี้ก็เป็นสูตรที่โด่งดังในห้งอครัว แต่เรานี้ซิไปมุดอยู่หลุมไหนมา เพิ่งมาหัดลองทำ555 ซึ่งจริงๆแล้วสูตรดังเดิมมาจาก คุณอ้วนดำปึดปื๋อนั่งเองค่ะ (จากสูตรก้อยแอบลดน้ำตาลอีกนิด เพราะที่บ้านไม่ค่อยชอบหวาน แต่ต้องแลกกับหน้าไม่กรอบ...อิอิ)




รสชาติของเค้กตัวนี้ จะเข้มข้นด้วยรสช็อกโกแลต หวานนำผสมกับรสขมตามแบบกลมกล่อม เต็มไปด้วยความชุ่มช่ำของเนยสด (ที่ใส่แบบลืมอ้วน55) เมื่อทานคู่กับครีมสดนุ่มๆเบาๆ ราดด้วยซอสราสเบอร์รี่ที่ตัดเลี้ยนด้วยรสเปรี้ยว ทำให้ทุกอย่างเข้ากันอย่าลงตัว

ขออนุณาตก็อปสูตรของคุณวรรณตามนี้ค่ะ

Best Cocoa Brownie สูตรคุณอ้วนดำปึดปื๋อ
เนยเค็ม 160 กรัม (ถ้าเป็นเนยจืด ใส่เกลือ 1/2 ช้อนชา ถ้าเป็นเนยเค็มใส่เกลือ 1/4 ช้อนชา)
น้ำตาล 220 กรัม
ไข่ 2 ฟอง
แป้งเอนกประสงค์ 75 กรัม
ผงโกโก้ 60 กรัม
กลิ่น วนิลา 1 ช้อนชา
ช๊อคโกแล็ตชิพ 50 กรัม (ใส่เยอะกว่านี้ วรรณว่ามันหวานจัดอ่ะค่ะ แค่นี้ก้โอละ)




วิธีทำ
1.วอร์มเตา 175 องศา ไฟ บน-ล่างไว้
2.เอาเนยกับน้ำตาลไปอุ่นให้เนยละลาย โดยเนยจะต้องไม่ร้อนจัด ถ้าร้อนจัด คนให้เนยอุ่นๆ ก่อน แล้วนำไปตี วรรณใช้ KitchenAid สปีดต่ำสุด หรือจะใช้ตระกร้อมือก็ได้ คนให้ออกมาแบบน้ำตาลกับเนยจะดูข้นๆนิดนึง แล้วใส่ไข่ลงไป ตีต่อให้น้ำตาลละลาย แต่น้ำตาลจะไม่ละลาย 100% นะคะ ถ้าใช้พายตักมาดู จะเห็นน้ำตาลเป็นเม็ดเล็กน้อย
3. ใส่แป้ง ผงโกโก้ ช๊อคโกแล็ตชิปลงไป ตีต่ำให้เข้ากัน ส่วนผสมที่ได้จะไม่ข้นหนืดมากนะคะ จะเหลวนิดหน่อย แต่จะเงาๆ
4. เทใส่ถาด ที่รองด้วยกระดาษไข อบประมาณ 20 นาที หรือจนกว่าขนมจะสุก

บางคนที่อบนานกว่านี้ขึ้นอยู่กับส่วนผสมของขนมที่เท และขนาดของถาดนะคะ วรรณทำ 1 สูตรใช้ถาดประมาณ 7-8 นิ้ว แต่ส่วนมาก มักจะทำเบิ้ล 2 สูตร ถ้าอยากได้หนาๆ ใช้ 10*10 นิ้ว แต่ที่เห็นในภาพใช้ 11*15 นิ้วค่ะ







สูตรซอสราสเบอร์รี่ (จากพี่เดียร์ anadiar)

ใช้สูตรเดียวกับ บูลเบอร์รี่ซอสค่ะ

//topicstock.pantip.com/food/topicstock/2007/11/D6067703/D6067703.html
Homemade Blueberry Sauce

ส่วนผสม (ก้อยทำครึ่งสูตร เพราะมันเยอะมาก)

- ราสเบอร์รี่แช่แข็ง ๑,๐๐๐ กรัม
- น้ำตาลทราย ๑,๒๐๐ กรัม
- น้ำเปล่า (๑) ๗๐๐ กรัม
- แป้งกวนไส้ ๑๕๐ กรัม
- น้ำเปล่า (๒) ๓๐๐ กรัม

วิธีทำตามบล็อกพี่เขาไปเลยค่ะ ละเอียดสุดๆ
//www.bloggang.com/viewblog.php?id=anadiar&date=06-12-2007&group=10&gblog=6






** ขอลาไปด้วยภาพนี้นะค่ะ ส่วนตัวกำลังมีไอเดีย photo book ที่จะส่ง final projectให้อาจารย์ เกี่ยวกับขนมต่างๆ ไอศกรีมอะไรก็ได้ แต่อยู่ในช่วงวางแผนค่ะ ถ้าพี่ๆใครคนไหนรักในการทำขนมและจัดตกแต่งสวยๆ ก้อยจะขออนุญาตไปถ่ายรูปที่บ้าน(ถ้าไม่ไกลเกิน)ให้เพื่อส่งอาจารย์ค่ะ หากใครสนใจมาบอกมาหลังไมค์ก่อนได้นะค่ะ เด๋วถ้ามีconceptที่แน่ชัดจะมาโพสลงกระทู้เป็นทางการอีกทีค่ะ

ปล. ใช้กล้องธรรมดาๆถ่าย ไปแต่ตัว ไม่มีอุปกรณเสริมอะไรค่ะ เพราะมือสมัครเล่นมากๆ (อาจจะต้องขอสถานที่ๆมีแสงพอสมควร)




 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2553 20:19:44 น.
Counter : 3423 Pageviews.  

.............ชิฟฟ่อนกล้วยหอม นู๊มนุ่ม กับ เค้กชาไทยห๊อมหอม ................

อีกไม่กี่วันก็จะเปิดเทอมแล้ว เราก็ทำทุกอย่างตามใจฉันตลอด นั่งอ่านสูตรขนมเยอะมากเลย อยากลองอะไรใหม่ๆ ก่อนเปิดเทอมเพราะปีสี่งานมันยุ่งมากเลยค่ะ สุดท้ายก็มาลงที่เค้กที่เคยทำไปแล้วจนได้T_T เพราะมีเรื่องค้างคา และต้องสะสางกับมัน (โหดจริงๆ จะมาทำเค้กหรือมากระทืบคน)


เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อเดือนก่อนได้ลองทำ ชิฟฟ่อนกล้วยหอม สูตรคุณแม่บัดดี้ค่ะ แต่เค้กดันยุบแบบฮวบฮวบ ทำให้หน้าคนทำเหลือนิ้วเดียวดั่งเค้กที่อบออกมา ซึ่งมันเป็นเค้กที่ทำให้วันเกิดพี่สาว สุดท้ายก็ปักเทียนไปทั้งเค้กย่นๆเหี่ยวๆไม่ทาอะไรทั้งสิ้น

แต่!!ในความโชคร้ายนั้น เราก็พบว่าเนื้อเค้กมันนุ่มมากทีเดียว คล้ายชิฟฟ่อนปูกะเอร้านดัง อีกไม่นานก็ลองทำอีก แต่ครั้งนั้นก็อบนานเกิน ทำให้เนื้อมันแห้งและฝืดคอมากๆ เพราะเรากลัวว่าโครงสร้างมันไม่แข็งแรงแล้วมันจะยุบอีก ครั้งนี้เป้าหมายก็คือ.....ต้องทำมันให้นุ่ม และจะต้องไม่ยุบด้วยนั่นเอง




มาดูผลงานล่าสุดกันดีกว่าเนาะ





ไปดูเจ้าของสูตรได้ที่นี้จ้า//myhome.iirt.com/board/viewtopic.php?p=95&sid=0280ca8fb168bb6013f9290fde28b1ef



## ขออนุญาตก็อปสูตรนะค่ะ มีปรับเปลี่ยนบ้างนิดหน่อย
ก้อยใช้พิมพ์สี่เหลี่ยม 10 x 10 นิ้ว แต่ต้องเบิ้ลสูตร

ส่วนไข่แดง

- ไข่แดง 6 ฟอง ( เขบอกว่าไข่ 3 ฟองชั่งทั้งฟองหนัก 200 กรัม) , ก้อยใช้ไข่เบอร์2ค่ะ หนักประมาณ 65 บางฟองก็70
- น้ำตาลป่น 50 กรัม
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- น้ำมัน 60 กรัม
- กล้วยหอมบด 200 กรัม
- กลิ่นกล้วยหอมหรือวานิลลา 1 ช้อนชา

ส่วนของแป้ง
- เบกกิ้งโซดา 1/4 ช้อนชา
- แป้ง 110 กรัม
- ผงฟู 2 ชช.

ส่วนผสมไข่ขาว

- ไข่ขาว 6 ฟอง
- ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาลป่น 70 กรัม



วิธีทำ (อันนี้เอาทำตามที่ก้อยถนัดนะค่ะ)

1. นำส่วนไข่แดง น้ำตาลทราย น้ำมัน เกลือ ผสมกัน ตามด้วยกล้วยที่เราบดเรียบร้อย คนๆให้เขากัน
2. เอาแป้งมาทำเป็นหลุม แล้วเทส่วของเหลวจากข้อ1 ลงในหลุมแป้งแล้วก็คนเร็วๆให้เข้ากัน อย่านาน
3. ตีไข่ขาวจนขึ้นฟองหยาบ โยนครีมออฟทาร์ทาร์ลงไป ตีด้วยความเร็วสูง พอเมเป็นฟองละเอียด ก็ทยอยใส่น้ำตาล ตีต่อจนตั้งยอดอ่อนกลางๆ
4. ตะล่อมส่วนผสมของไข่แดง กับไข่ขาวที่ขึ้นฟู อย่างเบามือด้วยไม่พาย หรือตะกร้อ โดยแบ่งส่วนไข่ขาวเป็นสามส่วน แล้วนำไปตะล่อมกับส่วนผสมไข่แดงจนหมด (ห้ามนานนะ ทำเวลาหน่อย) เทใส่พิมพ์โลดเลยค่ะ กระแทกพิมพ์ทีนึง เกลี่ยหน้าให้มันเสมอๆกัน
5. นำไปอบไฟ 170 c ประมาณ 15-20 นาทีแล้วแต่เตานะจ๊ะ ครั้งนี้ไม่ทิ้งให้อุ่นแล้วค่อยคว่ำ เปลี่ยนใหม่คือ พออบออกมาเสร็จแล้วเคาะพิมพ์ทีนึง แซะด้านข้างให้หลุดออกจากพิมพ์ แล้วคว่ำบนตะแกรงทันที ลอกกระดาษไขออก




บางคนก็กินแบบเพียวๆ แต่วันนี้ก้อยอยากทำแบบทรงสามเหลี่ยม แล้วสไลด์เป็น 2ชั้น ปาดด้วยครีมบัตเตอร์ค่ะ ( แต่สายตาไม่ค่อยดี สงสัยจะแก่แล้วเรา แบ่งเบี้ยวไปเยอะเลยยย55)





ข้อแนะนำ: ** เนื่องจากครั้งก่อนมีปัญหาทั้งยุบ และเนื้อแห้งเกินไป ขอแนะนำให้พอเวลาผ่านไป15นาที ลองแง้มเชคสุก โดยการเอามือไปแตะแล้วเนื้อเค้กสปริงตัวกลับ ไม่ทิ้งรอยนิ้วไว้ก็โอเคแล้วค่ะ หรือจะเชคซ้ำอีกครั้งเพื่อความชัวร์ด้วยไม้จิ้มฟัน





ส่วนเค้กชาเย็นเคยทำสองรอบได้แล้วค่ะ ทำสมัยสองปีที่แล้วขณะฝึกทำเค้กใหม่ๆ แต่ไม่ใช่สูตรที่ทำมาโชว์ครั้งนี้นะ เรื่องผิดพลาดตอนนั้นคือ เค้กอบออกมาเนื้อมันด้านๆ ยุบ และแฟบๆยังไงไม่รู้ สมัยก่อนยังเด็กน้อยอยู่อะค่ะทำอะไรไม่ค่อยระวัง อ่านสูตรไม่รอบครอบ แบบประมาณว่าฉันอยากทำ จดๆสูตรแบบลวกๆแล้วทำเลย และที่สำคัญ หน้าชาไทยมันข้นขรักไม่เด้งไม่เนียน ต้องใช้ความอาร์ตของตัวเอง มากลบเกลื่อนหน้าชาที่เป็นลิ่มๆ แต่มันก็ยังดูไม่ได้อยู่ดี5555 ทำกี่ทีๆมันก็อีหรอบนี้ตลอด สุดท้ายเมื่อเข้าสู่ปีที่สามที่หัดทำเค้ก (ทิ้งไว้นาน จริงๆนะตัวเธอ) ไปเจอสูตรคุณวรรณเข้าให้ ดูน่าลองดีแถมเป็นเนื้อสปันจ์ด้วยน่าจะเข้ากับตัวครีมได้ดี



ขอบอนุญาตก็อปสูตร พี่วรรณมาเลยนะค่ะ
สูตรสปันจ์ชาไทย ยังใช้สูตรเดิมในดวงใจ ของพี่แหม่ม Tiara เช่นเคยค่ะ
แป้งเค้ก 100 กรัม
น้ำตาล 80 กรัม ผงฟู 1 ช้อนชา
เกลือ 1/4 ช้อนชา
น้ำ 40 กรัม
นมข้นจืด 40 กรัม
เอสพี 10 กรัม
เนย 80 กรัม
ไข่ไก่เบอร์ 0 3 ฟอง
ชาไทย 1+1/2 ช้อนโต๊ะ (ชาตรามือที่เค้าชงขายกันอ่ะค่ะ)



วิธีทำ (ขอก็อปมาอีก เพราะพี่วรรณเขียนได้ละเอียดมากเลย)

1. ร่อนแป้ง ผงฟูเข้าด้วยกัน เปิดเตาอบวอร์มไว้ เตาใหม่วรรณใช้ไฟ 175 นะคะ อุณหภูมิเตาคงขึ้นอยู่กะเตาของแต่ละคน อยู่ระหว่าง 175-180 ค่ะ วรรณยังคงใช้ไฟบน-ล่างเช่นเคย วางถาดไว้ชั้นกลางของเตาอบค่ะ

2. น้ำ นมข้นจืด เทรวมกันนำเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟให้ร้อน แล้วนำชามาชง แล้วกรองเอาแต่น้ำ ขั้นตอนนี้เมื่อกรองเอาแต่น้ำแล้ว ยังงัยก็ให้ส่วนของเหลวได้ 80 กรัมนะคะ ถ้าขาดก็เพิ่มนม หรือน้ำเข้าไปให้ได้ 80 กรัมค่ะ เมื่อละลายชาแล้วทิ้งส่วนผสมนี้ให้เย็นในอุณหภูมิห้องก่อนนะคะ

3. ไข่ น้ำตาล และน้ำที่ชงชา เทรวมกันในอ่าง ป้ายเอสพีที่หัวตระกร้อ แล้วตีด้วยความเร็วสูงสุด 5 นาทีค่ะ หรือตีจนกว่าส่วนผสมจะข้น ใช้พายยางตักขึ้นมาแล้ว ส่วนผสมไม่หยด ถ้ายังเหลวอยู่ให้ตีต่อ จนกว่าจะข้นค่ะ

4. เมื่อตีครบ 5 นาที หยุดเครื่อง ใส่แป้งที่ร่อนไว้ลงไป ตีด้วยความเร็วต่ำ 1 นาที ระหว่างนี้ปาดอ่างไปเรื่อยๆนะคะ
5. หลังจากตี 1 นาทีแล้วเปลี่ยนความเร็วของเครื่องเป็นสูงสุด ตีต่ออีก 6 นาทีค่ะ ปาดอ่างเป็นระยะ

6.เมื่อตีครบ 6 นาที ลดสปีดเป็นต่ำสุด 1 นาที แล้วใส่เนยละลาย อุณหภูมิของเนยต้องไม่ร้อน หรือเย็นเกินไป แล้วตีต่อด้วยความเร็วต่ำเช่นเคยอีก 2 นาทีค่ะ เมื่อครบแล้ว ตีสูงอีก 10-20 วินาที แล้วปิดเครื่องค่ะ

7. เทใส่พิมพ์ 3 ปอนด์ ที่รองด้วยกระดาษไข อบนาน 25-40 นาทีแล้วแต่เตานะคะ เตาใหม่วรรณใช้เวลาอบ 25-30 นาทีไม่เกินนี้ค่ะ

8. เมื่อเค้กสุก พักไว้ให้เย็นสักครู่ แล้วแซะขอบเค้ก คว่ำไว้บนตระแกรงให้เค้กเย็นค่ะ






ส่วนผสมหน้าชาไทย (อันนี้ก้อยปรับตรง น้ำตาลทรายกับ ตัดวิปปิ้งครีมออก แล้วเพิ่มส่วนนมสดแทนค่ะ)
ส่วนที่ 1

ผงวุ้น 1 ช้อนชา
* นมสด 350 กรัม
* นมข้นจืด 150 กรัม
* น้ำตาล 70 กรัม
ชาไทยตรามือ 3 ช้อนโต๊ะ

ส่วนที่ 2

นมข้นจืด 150 กรัม (ส่วนนี้วรรณใช้นมตราหมี ไวท์มอลต์ กระป๋องเล็ก 14 บาทอ่ะค่ะ วรรณว่าเวิร์คมากๆ นมเค้าหอม อร่อยค่ะ)
แป้งข้าวโพด 45 กรัม

ส่วนที่ 3

เนยสด 100 กรัม



วิธีทำ
1. นำส่วนผสมที่ 1 เทรวมกัน ตั้งไฟให้เดือด แล้วนำชาไทยใส่ถุงชงชา คือ ชงเหมือนกะชงชาทั่วไป หรือที่เค้าชงขายอ่ะค่ะ จุ่มลงไปในหม้อที่เราต้มส่วนผสมที่ 1

2. แล้วนำส่วนผสมที่ 2 คนให้เข้ากันให้แป้งข้าวโพดละลาย แล้วเทลงไป คนตลอดเวลาด้วยตระกร้อมือนะคะ เมื่อส่วนผสมเริ่มข้น หนืด พอที่จะราดเค้กได้ก็ยกลง ใส่เนยคนให้เข้ากันค่ะ

3. สไลด์เค้กเป็น 3 เลเยอร์ แล้วปาดด้วยหน้าชาไทยที่กวนไว้ค่ะ วิธีทำก็เหมือนช๊อคหน้านิ่มเลยค่ะ สูตรก็ปรับมาจากสูตรหน้าช๊อคหน้านิ่มเช่นกันค่ะ
สำหรับวิธีราดหน้าเค้กให้เด้ง ก็กวนพอให้เห็นรอยตระกร้อค่ะ แล้วยกลง ใส่เนยคนให้เข้ากัน เวลาราดหน้าเค้ก ให้ยกหม้อขึ้นสูงหน่อย แล้วเทตรงกลางเค้ก ให้หน้าชาไทยไหลลงไปข้างๆเค้กค่ะ

หมายเหตุ **
สำหรับหน้าชาไทย สามารถดัดแปลงได้อีกนะคะ ตามความชอบของแต่ละคนเลย ถ้าว่ามัน ข้นมัน เนย วีปครีมไป สามารถลดวีปครีมเหลือ 100 ลดนมสดเหลือ 200 แล้วใช้น้ำอีก 100 ได้ค่ะ คือ รวมชองเหลวในส่วนที่ 1 ให้ได้ 500 กรัมนั่นเอง ส่วนนมสดในส่วนที่ 2 อยากแนะนำให้ใช้นมตราหมีไวท์มอล์ตเพราะจะหอมอร่อยดีค่ะ ^^


ต้นฉบับของคุณวรรณอยู่ที่นี่ค่ะ

//alittlecatz.wordpress.com/2008/03/15/thai-tea-cake/




มาถึงตอนนี้ก็ไม่ค้างคาใจแล้วค่ะ เพราะทำออกมาคนรอบข้างบอกว่าโอเคแล้วค่า ดีใจจัง ขอบคุณเจ้าของสูตร และพี่ที่เคยเข้ามาช่วยตอบคำถาม เรื่องเค้กชิฟฟ่อนกล้วยหอมที่ยุบฮวยฮาบครั้งก่อน เช่น แม่สลิ่ม พี่มือใหม่หัดเล่นหุ้น พี่เจซอง
ครั้งนีเลยออกมาดีกว่าคราวที่แล้วเยอะมาก



พอได้ทำขนมเยอะขึ้น เราก็กลายเป็นคนใจเย็นขึ้น พยายามระมัดระวังจุดที่เจ้าของสูตรเขาเตือนไว้ หรืออ่านกระทู้ปัญหาต่างๆ แล้วมีพี่ๆกูรูแสนใจดีมาตอบ อันนั้นช่วยเราได้มากเลยค่ะ

ยังไงก็ถ้าใครยังไม่ลองทำ สองสูตรนี้ทำแล้วไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ ชิฟฟ่อนกล้วยหอมนิ่มมาก แทบไม่ต้องเคี้ยวเลย (แต่ต้องทำไม่ผิดพลาดนะ) มันยุบง่ายมากเลยค่ะ กลิ่นของกล้วยหอมอ่อนๆ กินแล้วเพลินเลยค่ะ แต่อยากให้ระวังสำหรับคนไม่ชอบหวาน เพราะถ้าใช้กล้วยมันงอมมาก มันจะหวานไปซักหน่อยสำหรับคนไม่ชอบหวานค่ะ ลองลดน้ำตาลดูนะ

ส่วนเค้กชาไทย กลิ่นหอมมากจริงๆ เพราะใช้ผงชาไทยมาชงเองเลย กินแล้วชื่นใจเป็นที่สุด เข้ากับเค้กสปันจ์ที่ดัดแปลงจากสูตรพี่แหม่มtiara พอดิบพอดี ( เสียดายน่าจะลองทำ สูตรนี้มาตั้งนานแหละ




 

Create Date : 27 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 27 พฤษภาคม 2553 13:21:50 น.
Counter : 5281 Pageviews.  

*****(((((((...เค้กน้ำผึ้งมูสโยเกิร์ต VS เค้กนมเย็น.....))))))) *********

สวัสดีค้าทุกคน ช่วงนี้อากาศร้อนมากเลย แถวบ้านเรียก ร้อนตับแลบ ต้องเปิดแอร์ช่วยดับร้อน ไม่ก็หาอะไรเย็นๆกิน ทาแป้งต่งู เอาพัดลมเป่าหน้า ค่อยยังชั่วขึ้น แล้วก็อยากกินอะไร แบบหวานๆ เย็นๆ ดับร้อน ก็เลยทำเค้กที่กินแล้วรู้สึกสดชื่น
ก่อนอื่นเลยต้องขอบคุณเจ้าของสูตรมากๆที่เผื่อแผ่ของอร่อยๆ คือเค้กน้ำผึ้งของคุณ Triny ที่หอมหวาน นุ๊มนุ่ม คอมเฟิร์มค่ะ ของเขาแรงจิงๆ แต่ก้อยเอามาทานกับมูสเค้กโยเกิร์ต กินแล้วเข้ากั๊นเข้ากัน .........กับอีกคนเจ้าเก่า พี่จุ๋มค่ะ สูตรเค้กนมเย็น แต่ตัวหน้าเค้กเอาสัดส่วนของคุณอะไรน่า คุณธิชาหรือเปล่าไม่แน่ใจ กลิ่นนมและเฮลบลูบอยซึมลึกถึงเนื้อเค้ก เห็นคนในก้นครัวทำกันมาตั้งนานแล้ว แต่ก้อยเพิ่งลองคิดทำครั้งแรก แต่ไม่รู้พลาดตรงไหน ดูเนื้อมันยวบๆไปหน่อยนึง เวลาตัดออกมาเนื้อมันพรุนๆหนะค่ะ แต่ของตนฉบับเขาสวยมากเลย ยังไงก็ขอลองส่งการบ้านให้ทุกคนดูหน่อยน้า ว่าเป็นยังไงบ้าง

ปล.อาจจะถ่ายหลายรูปไปหน่อย เพราะตอนนี้กำลังลองฝึกถ่ายรูปอยู่ค่ะ อยากถ่ายเก่งๆเหมือนทุกคนมั้ง



ประทะกับเค้กนมเย็น สีหว๊านหวาน พอคลายร้อนได้บ้าง เพิ่งนึกออกค่ะอาจจะเป็นในสูตรเขาใช่ไข่เบอร์2 แต่ก้อยใช้ไข่เบอร์1 ไปไม่ได้ลดไข่ขาวลงเหลือ40กรัมมั้ง เกี่ยวหรือป่าว???ที่ทำให้ตัวเค้กดูแปลกๆ



สูตรเค้กน้ำผึ้งของคุณTriny ตอนออกจากเตาอบนี้ กลิ่นสุดยอดมากเลย สูตรเจ้าของผู้แสนดีอยู่ตรงนี้น่ะค่ะ (แต่ในสูตรก้อยแอบไม่ใส่กาแฟเพราะ อยากดัดแปลงกินกับมูสโยเกิร์ต)

คลิกที่นี้ค่ะครัวแม่มิ้น //www.bloggang.com/viewblog.php?id=triny&date=15-09-2006&group=7&gblog=18

ส่วนสูตรมูสโยเกิร์ตฮันนี่ให้ค่ะ
โยเกิร์ต รสธรรมชาติ 1 กระป๋อง
วิปปิ้ง 300 กรัม แบ่งมาซัก75 กรัม อีกส่วน
เจลาติน 1 3/4 แผ่น
น้ำตาลป่น 30 กรัม
น้ำผึ้ง(1) 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำผึ้ง(2) ตามชอบ

วิธีทำ 1 เอาวิปปิ้ง(75กรัม)ใส่หม้อ ตั้งไฟอ่อนพออุ่นใส่เจลาตินแผ่นที่แช่น้ำจนอิ่มตัว คนพอละลายปิดไฟ พักให้เย็น
2 คราวนี่เอาโยเกิร์ตมาผสมกับน้ำผึ้งตามชอบ ให้เข้ากัน
3 นำส่วนที่1กับ2มารวมกัน ตีให้เนียนพักไว้
4 เอาวิปปิ้งที่เหลือมาตีๆความเร็วกลางๆ พอเริ่มข้น ทยอยใส่น้ำตาล แล้วปรีบสปีดเร็วสุด ตีจนเริ่มแข็งตัว หยุด
5 เอาส่วนที่3มากะใส่ในส่วนที่4 อย่าให้เหลวมาก(ข้นพอดีอันนี่ก้อยกะเอาเอง) มาตะล่อมให้เข้ากัน นำมาปาดได้เลยจ้า





ส่วนสูตรพีจุ๋มกับพี่ธิชาที่เขาทำกันถล่มทะลาย มาจาก //www.bloggang.com/viewdiary.php?id=monnira&month=02-2007&date=02&group=60&gblog=19

//wasusin.com/component/option,com_smf/Itemid,145/topic,3765.msg29177/

ขอบคุณเจ้าของสูตรที่เผื่อแผ่ ของดีๆให้กัน



ตบท้ายด้วยภาพนี้หละกานเน๊าะ รู้สึกเกรงใจ ภาพมันซ้ำไปซ้ำมา555ถือซะว่าดูเพลินๆ

ตอนนี้อากาศร้อนก็อยากให้คนในห้องครัวอย่าใจร้อนตามอากาศไปด้วยน่ะค่ะ หาอะไรหวานๆเย็นๆทาน อาบน้ำทาแป้งตรางู เป่าหน้าพัดลมแบบชิลล์ๆ หนูก็พยายามไม่เปิดแอร์บ่อยๆเพราะ 1 ค่าไฟโดนแม่เฉ่ง 2 มันเพิ่มโลกร้อน เด๋วภูเขาน้ำแข็งมันจะมาถล่ม ไม่อยากมีบ้านเป็นเรือดำน้ำงะ
ลาไปก่อน......เด๋วมีเมนูใหม่ๆจะมานำเสนอเน้อ













 

Create Date : 20 เมษายน 2551    
Last Update : 27 ธันวาคม 2552 1:26:06 น.
Counter : 1028 Pageviews.  

@@หายไปนาน แต่วันนี้กลับมาแล้วกลับ Tart Orange chesecake & sourcream ใครมาก่อนมี1แถม2จ้า


สวัสดีคับพี่น้องคับ หายไปนานมากรู้สึกบลอกจะอับเฉา เพราะไม่มีเวลาเลยค่ะและก็เพิ่งจะสอบเสร็จเลยเจียดเวลาที่ไร้สาระของนู๋ก้อย มาทำขนมให้ชีวิตดูมีสาระมากขึ้น 55 วันนี้ก็ค่อนข้างภูมิใจเสนอ Tart orange chesecake & sourcream มาให้ชมเล่นๆดูนะค่ะ อย่างแรกขอโทษเจ้าของสูตรก่อนที่เอานู้น เอานี่มาmixกันได้แบบ มั่วมั่กๆ ...ก็ช่วยชมอย่างมีวิจารณญาณด้วยนะค่ะ อ่ะๆแหละที่สำคัญที่บอกมี1แถม2 ไม่ได้โกหกแต่อย่างใด เด๋วจะได้รู้ว่าของแถมของก้อยวันนี้คืออะไร แต๊นๆแต้น....(มันน่าตื่นเต้นตรงไหนฟ่ะ)




มันมีหลายมุมนะค่ะ อดทนดูซ้ำๆไปน่ะค่ะ ส้มสดใสเหมาะกับซัมเมอร์






มาซูมๆดูเนื้อส้มกันค่ะ เหตุที่ทำส้มก็ไม่ใช่อะไรมากหรอกค่ะ แต่ม่าม้านะซิ เล่นล้อซื้อส้มมาตั้งสี่ห้าโล ไม่รู้ว่าเจ๊เขาซื้อมาถมที่หรือป่าว แต่อย่าพูดเสียงดังไป เด๋วแม่มาดึงหูยาน (ยัยก้อยพูดอะไร ฉันได้ยินนะ... ฉอดๆ) ปล.มันไม่แพง เพราะแม่ไปกัดลิ้นแม่ค้า ต่อเหลือโลละสิบบาท ย้ำ สิบบาท แม่ดิฉันสามารถมั่กๆค้า

@@@@มาดูเนื้อส้มโลละสิบบาทกันเถอะ



ดูแต่ภายนอกคงเริ่มเปรี้ยวๆ ปากแล้วช่ายม้า มาหม่ำดูเนื้อในดีกว่า ถ้าพูดถึงรสชาติ มันจะออกมันๆหวานๆ ตัดกับรสเปรี้ยวของส้มหน่อย เข้ากันได้ดีทีเดียวค่ะ ทาร์ตตัวนี่ที่บ้านชมชอบน่ะค่ะ (ของแม่สลิ่มจ๊ะ)






@@มีสูตรให้ค่ะ แต่ไม่มีภาพนะค่ะเพราะกล้องมันหนักค่ะ ถ่ายไปทำไปไม่ได้ค่ะ ขนาดทำเฉยๆจากเที่ยงวันก็ทำอ้อยอิ่งไปเรื่อยๆ ปาดไปถึงเที่ยงคืน เหนื่อยสุดๆ

1 สูตรแป้งทาร์ต ต้องยกให้คนนี่คะ สูตรแม่สลิ่ม(แต่อบแค่พอเหลืองพอ)
//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=monnira&month=01-2008&date=08&group=64&gblog=18

2สูตรชีสเค้กส้ม มาจากการผสมๆเองประมาณนี่ค่ะ
ส่วนผสม : ไวท์ช็อก 100 กรัม (อาจจะมากกว่านี่ก็ได้ถ้าชอบหวาน)
ไข่แดงและขาวเบอร์2 1 ฟอง
น้ำตาลทราย 2 ชต.
ครีมออฟทาทาร์ 1/8 ชช.
ครีมชีส 125 กรัม
น้ำส้มซันควิส + น้ำส้มแท้ๆ 1/4 ถต. ผสมเองว่าชอบเปรี้ยวหรือหวาน
ขนาดไหน และถ้าอยากให้รสชาติแหลมกว่านี้ ใส่เพิ่มเข้าไปอีกได้ค่ะ



วิธีทำ -เอาไวท์ชอกเข้าไมโครเวฟซัก30 วินาที เอามาคนๆพักให้เย็น
-เอาครีมชีสมาพักให้ซอฟหน่อย หั่นชิ้นเล็ก แล้วเอามาตีแรงปานกลางจน
เข้ากันและฟูขึ้น ใส่ไข่แดง แล้วปรับเป็นระดับต่ำ ตีต่อไป
-ตามด้วยไวท์ชอก ตีให้เข้ากัน จบด้วยน้ำส้มที่ผสมแล้วเข้าไปจ้า(พักไว้)
-เดินทางมาครึ่งทางแล้ว งั้นก็ต่อด้วยตีไข่ขาวกับครีมออฟทาทา ด้วยความ
สูงจนเปงฟอง แล้วทยอยใส่น่ำตาลลงไปตีจนตั้ง ยอดอ่อน
- นำส่วนไข่แดงที่ตีเสร็จแต่ต้น มาผสมกับไข่ขาวที่เสดตะกี้ มาตะล่อมเบา
มือนะค่ะ แล้วเอามาหยอดลงในทาร์ตที่เราอบเสดแล้ว เอาเข้าไปอบในอุณ
ภูมิ 150c เวลา20 นาทีหรืออาจจะเร็วหรือช้ากว่านั้นแล้วแต่เตาอบค่ะ

วิธีการตกแต่งหน้าด้วยครีม ก็คือ
1เอาครีมชีส(125กรัม) มาตีให้นิ่ม และขึ้นฟูใส่ นมข้นหวานตามชอบ และน้ำส้มซันควิสเข้มข้นตามชอบเข้าไปตีจนเข้ากัน 55ง่ายช่ายม้า
2 เอามาบีบบน ทาร์ตที่เสดแล้ว โป๊ะให้ดูมีสกุลด้วยส้มโลละสิบบาท(อย่าลืมปลอกเปลือกด้วย และ อย่าลืมลอกใยแคะเม็ดออกด้วย)
*****สุดท้ายก็จบบริบูรณ์ เฮ้ยเกือบลืมของแถมที่สัญญาไว้
นั่นก็คือ ช็อกโกแลตหน้านิ่ม กับ คุกกี้นมสดที่แอบมั่วใส่ไวท์ชอกเข้าไปด้วย








สูตรของพี่จุ๋มนี่ไม่ธรรมดาจิงๆนะค่ะ ที่บ้านและคนอื่นชอบกันมากทีเดียว และตอนนี่ก็กะว่าจะเอาตัวนี่ไปขายค่ะ พี่ๆคิดกันว่าไงค่ะ ว่าดูแล้วพอขายได้ไหม เพราะกลัวเขาหาว่าไม่เก่งแล้วยังจะมาขายอีก แต่ตอนนี่กำลังมองหาตลาดอยู่คะ เพื่อนพี่บอกยังทำเค้กไม่สวยแต่รสชาติก็พอโอเคแล้ว กำลังฝึกๆอยู่ๆคะ





ตูดมันเกรียมๆเพราะแม่มัวร์แต่โม้เรื่องเดอะสตาร์อยู่ กลับมาอีกทีแว้ก!!ขนมเกือบไหม้ค่ะเจ๊ขา ใจตกไปที่ตาตุ่มอีกแล้วหรอเนี้ยเพราะค่าเนยตอนนี้มันแพงเกินจะรับไหว แต่ก็ต้องไหว เมื่อใจมันสั่งมาให้ทำขนม



ยังไงก็ช่วยคอมเม้น ติชมกันเต็มที่เลยนะคะรับได้ทู้กอย่าง เพราะอยากเก็บประสบการณ์และ เป้าหมายสูงสุดคืออยากครีเอทสูตรขนมแปลกๆใหม่ๆด้วยตัวเอง(ถ้าหากเก่งแล้วอ่ะนะ)ตอนนี้ก็ขาดๆเกินๆอยู่ แต่ยังไงก็ช่วยเอาใจช่วยน้องสาวคนนี่ด้วยนะค่ะ บายๆค่ะขอให้สนุกกับการทำขนมนะคะ




 

Create Date : 23 มีนาคม 2551    
Last Update : 24 มีนาคม 2551 9:19:19 น.
Counter : 571 Pageviews.  

ลดกระหน่ำ!!1แถม1 กับเค้กช็อกโกแล็ตครีมไวท์สวีทฟรอสติ้ง1ชิ้น แถม บัตเตอร์ชีสเค้กวิทครีมไวท์ช็อกโกแลต

นี่ไม่ใช่การขายของนะค่ะ อย่าเพิ่งเข้าใจผิด พอดีช่วงนี้มีเวลาว่างปุ๊บทำเค้กปั๊บเลย ก็ของแบบหนึ่งอย่าง แถมอีกหนึ่งมาให้ทุกคนติชมเช่นเคย จิงก็ไปเอาสูตรจากเวบพี่หน่อง //www.bloggang.com/viewdiary.php?id=noonong&month=09-2007&date=23&group=10&gblog=14 สำหรับ บัตเตอร์ชีสเค้ก แต่ก้อยแอบอาครีมไวท์ช็อกมาโบ๊ะ และใส่สตอเบอเริ้ม เข้าไปรสชาติมันก็อกกหอม หวานและเปรี้ยวนิดๆ อร่อยมากเลยค่ะ จิงๆทำเสร็จแล้วก็เข้าตู้เย็น แล้วพอจะทานก็เอาออกมาวางไว้แปปนึง เค้กมาจะนุ่มขึ้นมากๆเลยค่ะ ละลายปากเลยทีเดียว และเค้กอีกอย่างหนึ่งคือเค้กช็อกโกแล็ตไวท์สวีทฟรอสติ้ง อันนี้ก็ดัดแปลงมาค่ะ คือตัวเค้กเป็นสูตรชิฟฟอนที่ทำเค้กหน้านิ่ม แล้วปาดด้วยครีมฟรอสติ้ง ที่เพิ่มความหอมจากไวท์ช็อกโกแล็ตที่กวนกับเจลาติน มันก็จะรสชาติที่ลงตัวมากๆค่ะ (จิงๆแล้วไวท์ช็อกที่ใช้กับบัตเตอร์ชีสเค้กเหลือ ก็เลยเอามาใส่ เสียดาย)
555555โม้น้ำลายฟูมปากแล้ว มาดูกัลเนาะ



ฝีมืออ่อนหัดนัก ข้าพเจ้าขอประทานอภัย



มาดูหน้าตาเค้กช็อกโกแลตดีกว่าเน้อ




ก้อยเป็นคนตัดเค้กไม่สวยจิงๆค่ะ โดนแม่ดุเลย จะถ่ายภาพทั้งที ตัดเค้กได้แย่มาก



***ขอย้ำอีกครั้งนะค่ะสูตรตัวเค้กมาจาก(เนื้อชอกหน้านิ่มของพี่จุ๋ม)
//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=monnira&month=11-2006&date=01&group=60&gblog=16
ส่วนบัตเตอชีสเค้กก็สูตรดีๆจากบลอกพี่หน่อง
//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=noonong&month=09-2007&date=23&group=10&gblog=14

ใครอยากติชมหรือสงสัยอะไรถามมาได้น่ะค่ะ ขอให้มีความสุขกับการทำเค้กค่ะ




 

Create Date : 11 มกราคม 2551    
Last Update : 11 มกราคม 2551 16:55:18 น.
Counter : 1031 Pageviews.  

1  2  

cake maker
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




ตอนนี้เรียนอยู่ปี3 มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ Communication Arts, majoring in Advertising ค่ะ
ว่างๆชอบเข้าพันทิปห้องก้นครัว อ่านสูตรของชาวบ้านไปทั่ว เอาไว้ประดับความรู้และบารมี55 ชอบทำอาหารและขนมแต่ก็ไม่เคยเรียนจริงจัง มีอะไรมาคุยกันได้นะ

Friends' blogs
[Add cake maker's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.