ต้อนรับสู่โลก ของสาวนักเดินทาง โลกของสาวตัวกลม หัวใจไทย ^_^

ผจญภัย @ Huis Ten Bosch..

วันที่สอง... Huis Ten Bosch… @ Sasebo City
เมือง Sasebo เป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ระหว่าง Fukuoka และ Nagasaki
และเป็นที่ตั้งของ HUIS TEN BOSCH เป็น รีสอร์ท สไตล์ฮอลแลนด์ ที่เหมือนอยู่ในประเทศฮอลแลนด์ เสียดายคราวนี้ ไปไม่ทัน ดอกทิวลิบบาน ถ้าอยากเห็นต้องไปเดือนเมษานะจ๊ะ...แต่ว่าช่วงที่ไปก็เป็นช่วง Roses Blossom สวยโค ตะระ... แบบว่าบรรยายไม่ถูกทั้งสีสวย ดอกหญ่ายมาก หน้าเราเลยเล็กเลยอ่ะ 555 (เห็นภาพไหมว่ามันใหญ่เจงๆ) วันนี้เราก็เลยเริ่มใช้ ตั๋ว JR ซะเลย โชคดีวันนี้มีรถไฟสายตรงไปพอดี เราก็เลยไม่ต้องต่อรถ ใช้เวลาเดินทางก็ชั่วโมงนิดหน่อย... บรรยากาศสองข้างทางสวยไปหมด (ก็มันเพิ่งเห็นแรกนี่นา ขนาดท้องนาเขายังสวยเลยอ่ะ) ตื่นตาตื่นใจมากๆ อากาศก็ดีนะ แดดแรงมาก แต่ก็มีลมเย็น พัดสบายๆ โชคดีวันนี้ไม่โดนฝน... (ก่อนออกจากโรงแรม ดูพยากรณ์อากาศนิดนึงนะจ๊ะ จะได้เตรียมตัวถูก) วันนี้อากาศดีมาก เพราะว่า แดดแรงเจงๆ แต่ ฟ้าโปร่ง อยากให้เห็นภาพ ก็บอกแล้ว ว่าฟ้าโปร่ง แต่แบบว่า ดำเหมือนกันนะเนี่ย แต่ตอนเจอของสวยๆ งามๆ อ่ะ ไม่สนใจหรอกลืมไปเลยว่าแดดเปรี้ยงมากๆ เริ่มตั้งแต่ ทางเข้าเลยอ่ะ เป็นสะพานข้ามแม่น้ำ classic เจงๆ เหมือนอยู่ใน ยุโรปทางเข้าก็มีกอกุหลาบเลื้อยอยู่ ทั้งสวย ทั้งงาม กุหลาบเขาหอมด้วยนะ พิสูจน์มาแล้วอ่ะ ค่าเข้าชม ก็ 2,000 เยน เป็นเงินไทยก็ประมาณ 700 บาท บ้านเรา แต่ถ้าเทียบกับความสวยงาม ข้างในแล้ว คุ้มเกินราคา แต่ถ้าใครอยากแวะ พวกโรงหนัง หรือพิพิธภัณฑ์ Teddy Bear แนะนำ ให้ซื้อ ตั๋ว Toku Toku เพราะว่าเราสามารถ เข้าชมทุกจุดโดยไม่ต้องเสีย สตางค์เพิ่ม ราคาประมาณ 2,000 เยน เหมือนกันจ้ะ สิ่งสำคัญ ที่นี่ มีโรงแรม สวยๆ ให้พักเยอะมาก ถ้ามีเวลาและมีสตางค์นิดนึง อยากให้พักที่นี่ซักคืน จะได้ไม่ต้อง รีบไปและกลับ แต่ถ้าใครมีเวลา แค่วันเดียวก็เพียงพอค่ะ แนะนำให้ไปเร็วๆ นิดนึงแล้วกันค่ะ เพราะว่า สวยไปหมด ทุกมุม ยิ่งบ้าถ่ายรูปเหมือนเราด้วย ยิ่งแล้วใหญ่ ที่นี่มีบริการจักรยาน รถเช่า หรือรถบัสรับส่ง เสียตังจ้ะ แต่งานนี้ เราใช้สองขา ที่ฝีกปรือมาให้เป็นประโยชน์ ไม่น่าเชื่อว่าเราจะเดินจน ทั่ง Huis Ten Bosch เพราะว่ามันกว้างและใหญ่มาก เจงๆ งานนี้ ชอบทุกมุม สวนกุหลาบเขา สวยสุดๆ ไม่รู้ว่าต้องทุ่มงบประมาณเท่าไหร่ ถึงดูแลได้ ขนาดนี้ แต่คุ้มค่าสำหรับการได้ไปเยี่ยม ซักครั้งนึงในชีวิต ฟันธง...









































































 

Create Date : 25 มิถุนายน 2553    
Last Update : 25 มิถุนายน 2553 16:24:53 น.
Counter : 555 Pageviews.  

เริ่มต้นการผจญภัย @ ญี่ปุ่น

ตอนแรก ซ่าใน Fukuoka…

เมื่อการ เตรียมตัวในเบื้องต้น เรียบร้อย เราก็เดินทางไปกันเลย…
เครื่องออก เวลา เกือบ ตี 1 เราก็หลับๆ ตื่นๆ ตื่นเต้น ว่าพอลืมตามาจะได้ สบตากับท้องฟ้า ณ แดนอาทิตย์อุทัย..



หลับๆ ตื่นๆ มาได้ ซักพัก ก็เริ่มเห็นทะเลย ณ ฟูกูโอกะ แล้วล่ะ อยากจะกระโดดลงไป แต่กลัวเครื่อง เขาจะเอียง ได้แต่ลอบมอง พร้อมกับเก็บบรรยากาศ ตอนกำลังเครื่องกำลังลง กับตันการบินไทย ขับนิ่มนะเนี่ย คราวนี้ หูไม่อื้อ เหมือนทุกครั้งเลยอ่ะ

พอมาถึงก็ เจอด่าน ตรวจคนเข้าเมือง น่ารัก มาก ถามน้อย ผ่านมาเจอตรวจสัมภาระ ก็น่ารัก อวยพรเราซะอีก ก็แหงล่ะ เราจะมา shopping ที่นี่ นี่นา เตรียมตัวเป๋าแบนได้เลยอ่ะ ที่เก็บมาตั้งนาน สุดท้ายเราก็เดินไปขอแผนที่ท่องเที่ยว ณ แดนปลาดิบ แอบมาถึง ด้วยการเข้าห้องน้ำอุ่นก้น แบบที่พี่โน๊ต บอกไว้ อุ่นเจงๆ สบาย(-)จัง บังเอิญ ของบังเอิญ ดันมาเจอเพื่อนตั้งแต่ ม. ปลาย ไม่น่าเชื่อ อยู่เมืองไทยดันไม่เจอกัน เขาจะไปทำงาน ที่ Beppu คุยกันได้ ซักพัก เราก็นั่ง Shuttle Bus จาก Internation Airport ไป Domestic Airport เพราะเราต้องไปขึ้น รถไฟใต้ดินที่นั่น ไปอีก 2 สถานี @ Hakata Station เพื่อไปตามหาโรงแรมและฝากของ ปรากฎว่าปัญหาแรกก็เกิดอ่ะดิ เราดันไม่มี เงินเยน แบบ 1000 เยน มีแต่แบ๊ง 10,000 อ่ะ โชคดีมีร้านค้าใจดีให้แลก ขอบคุณมากๆ นะค๊ะ ที่สถานีรถไฟใต้ดิน เขาไม่มีแลกอ่ะจ้ะ ต้องระวังนะ เตรียมแลกตังไปดีๆ โชคดี พอได้ ตั๋วไม่นาน รถก็มา ตามแบบฉบับทัวร์ไทย เราก็ต้องถ่ายรูปบรรยากาศรถใต้ดินเขาไว้ เหมือนๆ ชาวบ้านเขาทำแหละ เฮ้อ! เห็นตัวเอง หอบเป็นบ้าหอบฟางเลยอ่ะ พอมาถึงทางขึ้น โอ้แม่เจ้า สถานีใหญ่มาก ขึ้นไม่ถูกเลยอ่ะ กว่าจะหาทางออก ก็นานเลยอ่ะ อันเนี้ย ไม่เม้ามากนะ แบบว่าอายอ่ะ บ้านนอกไปญี่ปุ่น ก็เงี้ย...
แต่ก็รอดมาได้ สถานี ดันมี สองด้าน ด้านนึงเป็นความเจริญชัดๆ อีกด้านกำลังซ่อมแซมสถานี ฝั่ง HAKATA นี่เอง .. เดินหาโรงแรม แป๊บนึง เดินใกล้มากๆ ขอบอก มากับดวงอ่ะ เลือก โรงแรงดีเจงๆ ราคาต่อคืนห้อง TWIN ก็ ประมาณ 8,400 เยน มีอาหารเช้าด้วย (ห้องสะอาดมาก ถึงแม้จะเล็ก ที่สำคัญ ข้าวปั้น กะซุปอร่อยสุด ไส้กรอกก็อร่อยนะตะเอง... เขาช๊อบ ชอบ) หลังจาก ฝากของ แจ้ง เรื่องการ confirm เข้าพัก เราก็ฝากทุกอย่าง แบกกล้องตัวใหม่เจงๆ นะ เพิ่งถอยได้ 3 อาทิตย์ ยังไม่โปรเหมือนกล่องอ่ะ พร้อมกะตังและเพื่อนรู้ใจ ลุยกันเลย เดินหาทาง ว่าจะแวะไปทัวร์เมืองเขาซะหน่อย กะว่าจะขึ้นรถเมล์ ก็เดินไปที่ป้าย









แล้วก็แอบถามเด็กนักเรียนน่ารักๆ คนนึง ว่าไปที่นี่ยังไง คุยภาษาญี่ปุ่นได้งูๆ ปลาๆ อ่ะ ได้ความว่าต้องเดิน ข้ามถนนไปอีกฝั่งนึง แต่เดินเพลินปรากฏว่าเดิน จนจะถึงที่หมายแต่ไม่รู้ตัว(ก็มันไม่ใช่บ้านเรานี่นา) ก็ไปนั่ง ที่ป้ายรถเมล์ พร้อมกับหาผู้โชคดี เพื่อถามว่าขึ้นรถเมล์สายไหนได้บ้าง... เขาก็มองหน้าเรา แบบงงๆ (อ่ะตอนนั้นก้ไม่เข้าใจอ่ะ) แต่เขาก็บอกว่าขึ้นรถได้ทุกสาย ไอ้เราก็ยังไม่เอะใจ ถามต่อ สายไหน ใกล้สุด เขาก็เกาหัวอีก เอ... มันอะไรกันนะ เราเลยถามเขาว่า ถ้าเราเดินไปได้ไหม เขาบอกว่า นั่นแหละ แค่ 3 นาทีเอง อ่ะ โอ้...แม้เจ้าเขาคงขำเราล่ะเน๊อะ ขึ้นรถเมล์ทำไม เดินไปก็ถึงแล้ว... ฮาได้อีก พร้อมคำขอบคุณภาษาอาโนเนะของเราให้เขา แล้วเราก็เลยเดินต่อไป ยังจุดหมาย วันแรกก็ได้แวะไปหลายศาลเจ้าเลยอ่ะ แต่ศาลเจ้าที่คนน่าจะคึกคักที่สุด คงเป็น ศาลเจ้า Kushida ได้พวงกุลแจน่ารักๆ มา 3 อัน แต่ราคาที่นี่แพงสุดในญี่ปุ่นเลยนะ คงทำพิธีมาเยอะ ละมั้ง...







หลังจากนั้น เราก็เดินไปเรื่อยๆ คนที่ Fukuoka ชอบปั่นจักรยาน


มองแล้วเหมือน อยู่ใน ม. เกษตรเลยอ่ะ เยอะมาก แล้วก็แบบสวยๆ ทั้งนั้นเลย อยากได้ๆ อาหารมื้อแรก ในญี่ปุ่น ไม่นับบนเครื่องนะ เป็นเหมือน หมูผัดขิงนะ อร่อยมาก แซบสุดๆ กินกันสองคน กับแก๊งค์เรา อิ่มกำลังดี บรรยากาศในร้านสวยมากเลย ที่นี่ก็มีเรืองเปิ่นอีกและ เขาเป็นร้านที่สั่งอาหารจากตู้ อัต-โมนัติ พอเดินไปหยอดตังค์ ก็ต้อง เลือกเมนู แล้วก็มีรายการอาหารใบเล็กๆ ออกมา ให้เราไปยื่นให้พนักงานในร้าน จากนั้นก็แค่นั่งรอจนได้หม่ำ


เราก็แบบ ไม่รู้กัน สองคน นั่งตั้งนาน น้ำดื่มที่ญี่ปุ่น เขาไม่คิดตังนะ เติมได้เรื่อยๆ เราต้องบริการตนเอง แบบอีชั้นก็ไม่รู้นี่ค๊ะ เราก็รอจนน้องเขายกอาหารมาให้ เราก็ขอน้ำ เขาคงรู้ว่า ยัยสองคนเนี่ย ไม่รู่เรื่องเจงๆ อ่ะ เลยใจดี ยกน้ำมาเสิร์ฟ เราไปเข้าใจตอนที่เดินไปห้องน้ำ แล้วเห็นมุมน้ำดื่ม เขาบริการตนเองกันหมดเลย มี VIP 2 คน ที่น้องเขาต้องดูแล 555 ไม่เป็นไร จำไม่ได้หรอกคนมันเยอะ ลูกค้าร้านนี้ เยอะนะ ส่วนใหญ่เป็นคนที่แต่งตัวดีๆ ทั้งนั้นเลยอ่ะ ที่สำคัญ อาหารอร่อยมากๆ ข้าวเขาก็สุดยอดของความอร่อย เรากินกับตะเกียบได้อ่ะ ชอบมากๆ เลย เสียดาย กะว่าจะกลับไปกินอีกรอบ นึงอ่ะ แต่อด เลยไม่ได้ จดชื่อร้านมาฝาก ไว้ คราวหน้าถ้าได้กลับไปอีกจะไปเยี่ยมอีกซักรอบ จุดหน้าสนใจอีกอย่างใน Fukuoka ที่หลายๆ คนไปเที่ยวแล้วจะต้องแวะไป ก็คือ ย่าน Canal City เป็นแหล่งคึกคัก คล้าย สยามฯ บ้านเราอ่ะ ความเด่นของที่นี่คือ ห้างสรรพสินค้าที่มีคลองผ่ากลางห้าง แล้วก็มีน้ำพุ ที่เต้นตามเสียงดนตรี



ณ ที่นี่ มีพิพิธภัณฑ์ราเมน และที่พลาดไม่ได้ ก็ต้องนี่เลย Hakata Ramen จ้า หน้าตาแบบนี้ แต่มีหลายแบบนะตะเอง



พออิ่มแล้วก็เดินย่อยอาหารมาเรื่อยๆ จนเจอ ย่าน shopping ของ Fukuoka คือย่าน Tenjin…



เดินนานมาก เล็งร่มไว้ น่ารักจริงๆ นะ แต่ราคาต้องดูไปเรื่อยก่อนๆ การเดินทางวันแรก ไม่ได้ ใช้ ตั๋ว JR จ้ะ ส่วนใหญ่ ขึ้นแต่รถ 100 เยน คือตลอดเส้นทาง 100 เยน ตลอด เขาจะผ่านย่านแหล่งท่องเที่ยว ส่วนใหญ่ใน เมืองนี้ นอกนั้นก็เดิน เดินเยอะเจงๆ ถ้าคนไม่ได้ ออกกำลังกายบ่อย รับรอง ไม่ไหมแน่นอนเลยอ่ะ แนะนำพกยาไปทา และก็ก่อนนอน พยายามแช่น้ำอุ่นที่ร้อนจัดหน่อย ซัก 30 นาที รับรอง สบาย ตื่นมาลุยได้อีกทั้งวัน อีกอย่างที่สำคัญแนะนำ ให้หารองเท้าใส่สบาย สำหรับเรา ชอบ Scholl นะ แต่ทำไมคนญี่ปุ่น ชอบใส่แต่ผ้าใบ แล้วก็รองเท้าหุ้มส้นอ่ะ ไม่แน่ใจเท่าไหร่เหมือนกัน...ใครรู้ยกมือบอกหน่อยนะกั๊บ... แปลกแต่จริงเราเดินเยอะยังไง เหงื่อก็ไม่ค่อยออกนะ ฝุ่นก็ไม่มี เข้าใจแล้วใช่ป่ะ ว่าทำไมกางเกง สองตัวพอ 555




 

Create Date : 25 มิถุนายน 2553    
Last Update : 25 มิถุนายน 2553 15:09:43 น.
Counter : 501 Pageviews.  

เริ่มต้นตะลอน @ ญี่ปุ่น

สาวหน้ามน บนแดนอาทิตย์อุทัย

ลำบากใจเหมือนกันนะ ที่ตั้งชื่อเรื่องแบบนี้ แต่มีความรู้สึกว่าตัวเอง เป็นสาวหน้ามน ออกไปทางหน้ากลม นิดส์นึง แต่ว่าอยากแบ่งปันประสบการณ์การทัวร์แดนปลาดิบ แบบไม่มี ทัวร์นำ นอกจากเรานำเอง พร้อมหนังสือ ที่ช่วยการเดินทางได้เยอะมาก ของพี่ อดิศักดิ์ จันทร์ดวง เรื่อง ใครๆ ก็ไป ญี่ปุ่น เล่ม 2 นำ ถ้าจำไม่ผิด ทำให้การเดินทางของเรา คราวนี้ผ่านไปได้ในระดับนึง ของมือใหม่ หัดเที่ยวแบบเรา

การเดินทางครั้งนี้ มีแผนทั้งหมด 8 วัน 7 คืน ออกเดินทางตั้งแต่ วันอาทิตย์ ที่ 16 พ.ค. 53 กลับก็วันอาทิตย์ที่ 23 พ.ค. 53

ไม่รู้มาล่วงหน้ามาก่อนเลยค่ะว่า หลังจากการเดินทางคราวนี้ จะเกิดเหตุการณ์ร้ายกลับเมืองไทยของเรา ถ้าอยู่คงเครียดเหมือนคนไทย ทุกๆ คน ที่รักเมืองไทย ก่อนจะกลับไปเครียดกันต่อ มาคุยกันเรื่อง trip นี้ก่อนดีกว่า เราเลือก สายการบินไทย ซึ่งบินตรงไปลง FUKUOKA หลังจากนั้นก็เริ่มเที่ยว โดย ยึดสถานีรถไฟ HAKATA เป็นจุดเริ่มต้น (สถานี HAKATA เป็น สถานีหลักของเกาะคิวชู ในการเปลี่ยนรถไฟไปเที่ยวทั่วทั้งเกาะ รวมไปถึง ขึ้นไปทางตอนกลางและทางเหนือของญี่ปุ่นด้วย) โชคดีอีกอย่างที่คราวนี้ได้ ที่พักใกล้สถานีมากๆ ที่นั่นคือ TOYOKO INN และแล้วข้าพเจ้าก็เลยสมัครสมาชิกไว้ซะเลย




กะว่าจะไปญี่ปุ่นให้ครบทั้ง 3 ฤดูแน่นอน เริ่มต้นจากฤดูใบไม้ผลิก่อนเลย การเตรียมตัวคงไม่ต้องพูดถึงเลย ทุกคนคงต้องศึกษาสภาพอากาศอยู่แล้วก่อนไป มีแนะนำ สำหรับฤดูใบไม้ผลิ ปลายๆ แบบนี้นะ ไม่ต้องหอบเสื้อผ้าไปมากนะ กางเกง ซักสองตัวก็พอ เสื้อแขนยาวอุ่นๆ หน่อย เป็นใช้ได้ ไม่ต้องหอบ เสื้อกันหนาวหนักๆ อย่าง sweather ไปให้หนักกระเป๋าเปล่าๆ ถ้าใครจองโรงแรม ที่มีบริการชุดนอน แล้วล่ะก็ ชุดนอนก็ไม่ต้องหอบไป แถม ครีมอาบน้ำ หวี แปรงสีฟันก็มีหมด แต่ถ้าใครไม่ชอบแปรงสีฟันเล็กๆ ก็เอาไปเองเหอะนะ ไม่หนัก เท่าไหร่ เพราะมันเล็ก เหมือนแปรงสีฟันเด็กเลยอ่ะ จริงๆ นะ แปรงไม่มันเลย อ่ะ แต่ที่หลายๆ คนไม่กล้า ทั้งที่ เป็นที่ยอมรับสำหรับคนญี่ปุ่นคือ ก๊อกน้ำ ส่วนใหญ่ในโรงแรม ใช้ดื่มได้ แต่ถ้าก๊อกไหนไม่สามารถดื่มได้ เขาจะปิดป้ายบอกไว้ เช่นที่เจอ ในรถไฟ ที่มีห้องน้ำ เขาจะเขียนว่า ไม่สามารถดื่มได้ ลองชิมมาแล้ว รสชาติเย็นชื่นใจเจงๆ นะ ไม่เชื่อต้องไปลอง ที่สำคัญต้องระวัง คือเรื่อง ปลั๊ก ต้องไปหา ข้อต่อปลั๊ก สองขาแบบแบน ไปนะ ไม่งั้น แบตกล้อง ของเราคงสิ้นชีพ หรือไม่ก็ต้องไปหาที่ซื้อโน่นอ่ะ แต่เราตัดสินใจ หอบไปด้วยดีกว่า... 555 เตรียมพร้อม เมื่อของไม่เอาไปมาก ก็ใบไม่ใหญ่ หอบได้ง่าย สบายตัว แนะนำ ให้หาเป้ ซักใบนะ เวลาเดินทางระหว่างเมืองจะได้ ใส่ของที่ซื้อได้ไม่ต้องหิ้วให้เป็นบ้าหอบฟาง อีกเรื่องนึง สำหรับขา shopping แนะนำ ให้เอากระสอบพลาสติก แบบที่มีซิบพับใส่กระเป๋าไปซักใบน๊า เวลาซื้อของโหลดกลับจะได้ ไม่ต้องมีถุงเล็ก ถุงน้อยให้เกะกะ แนะนำเล็กๆ น้อยก่อนนะจ๊ะ ไว้จะมา แบ่งปันประสบการณ์ ใหม่ อีกนะ







 

Create Date : 25 มิถุนายน 2553    
Last Update : 25 มิถุนายน 2553 14:44:04 น.
Counter : 404 Pageviews.  

1  2  

hollaneung
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




สาวตัวกลม รักการเดินทางด้วยหัวใจ...

Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add hollaneung's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.