Group Blog
 
All blogs
 

ใครว่า...ธรรมะน่าเบื่อ++เบญจมาศอาบโลหิต++

มาอีกแล้วจ้า...ข้อคิดดีดีจากหนังดีดี
ไอ่เรามันชอบดูหนังมาตั้งนาน
แต่ไม่เคยคิดว่าวันนึงหนังที่เคยดูไปแต่ละเรื่องมันให้อะไรเราหลายด้านขนาดนี้
เคยคิดจะเอาแค่ความบันเทิงจากมัน ทั้งๆที่มันอยากให้อะไรเรามากกว่านั้น
...ถ้าหนังพูดได้ มันคงตะโกน ... "ช่วยหันมามองสาระ(ที่กุภูมิใจเสนอ)หน่อยได้มั้ย!!!"

และอีกเช่นเคย ขอบคุณ //www.dungtrin.com และคุณชลนิล ที่เขียนคอลัมน์นี้ให้คนรักหนังได้อะไรจากหนังมากกว่าความบันเทิง






CURSE OF THE GOLDEN FLOWER - เบญจมาศอาบโลหิต

ชลนิล





ขอถามโลกหล้า มนุษย์นั้นเป็นฉันใด ไฉนมักให้ความสำคัญต่อสิ่งไร้ค่า...ทอดทิ้งสมบัติแท้ข้างกาย

ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ กับฮองเฮาผู้หลักแหลม หวังเข่นฆ่ากัน จะเกิดสิ่งใดขึ้น?

ไพร่ฟ้าทหารกล้าล้วนแหลกลาญ โลหิตนองดุจท้องธาร ซากศพกองสูงเท่าภูเขา...ทั้งหมดนี้จะโทษใคร

... "กรรม" ... กระนั้นหรือ

ฮ่องเต้ที่ได้บัลลังก์มาด้วยความฉ้อฉล ทอดทิ้งเมียรัก สู่ขอบุตรีเจ้าครองแคว้นมาเป็นภรรยา เพื่อหวังแรงสนับสนุนชิงบัลลังก์ ดำเนินแผนร้ายสารพันจนได้ครองราชย์สมใจ

บนบัลลังก์มังกรนี้ใช่จะมีความสุข ฮองเฮาคบชู้กับรัชทายาท ยากจัดการโจ่งแจ้ง ทั้งแค้นเคือง ทั้งอับอาย ยิ่งหวาดกลัวนางเสี้ยมสอนองค์ชายรองให้มาชิงบัลลังก์ จึงลงมือก่อน แอบผสมพิษออกฤทธิ์ช้าในโอสถที่ฮองเฮาต้องเสวยทุกหนึ่งชั่วยาม

ฮองเฮามิโง่เขลา รู้ทั้งรู้ถ้าคบชู้ชีวิตจะสิ้น และโอสถที่จำต้องเสวยทุกชั่วยามมีพิษผสม ทางเดียวที่จะรอดได้คือ "ก่อกบฏ"

องค์ชายรองผู้เป็นบุตร รู้เพียงมารดาถูกวางยา เข้าใจเหตุการณ์แต่ก็ยังประกาศชัด

"ข้ามิอาจสังหารเสด็จพ่อ ไม่ว่าเขาจะเป็นเช่นไร แต่เขาคือบิดาของข้า"

พระนางรู้ว่ายากเปลี่ยนใจบุตรกตัญญู ทางเดียวที่ทำ คือยอมเสวยโอสถพิษต่อหน้าองค์ชายรอง

การฝืนเสวยโอสถด้วยสีหน้าห้าวหาญปนขมขื่นเช่นนี้ บีบคั้นจิตใจบุตรชายยิ่ง ประจักษ์แจ้งแก่ใจ พระมารดามิอาจ ไม่เสวยโอสถพิษพระราชทาน หากนางดื้อดึง ถือว่าขัดบัญชาฮ่องเต้ โทษตายสถานเดียว

"ได้...ข้าจะก่อกบฏ เพื่อมิให้เสด็จแม่ต้องเสวยโอสถนี้อีก"

ก่อกบฏคือทรยศต่อบิดา หากไม่ทำเช่นนั้น หรือจะทนเห็นมารดาตกตายทีละน้อยจนสิ้นลมหายใจ!

คืนเทศกาลชุงเยิง ดารดาษด้วยพรมดอกเบญจมาศ พระราชวังตกแต่งสีทองอร่ามตา ทหารกล้าใส่เกราะพรักพร้อม คืนนี้จะตัดสินชะตา ฮ่องเต้กับฮองเฮา

ทหารเกราะทองนับหมื่น ใต้คำบัญชาองค์ชายรอง พันคอด้วยผ้าลายดอกเบญจมาศ บุกโจมตีพระราชวังกลางดึก หวังพิชิตชิงชัย บีบบังคับฮ่องเต้ให้สละราชสมบัติ...กลับโดนกองทหารนับแสนโอบขนาบล้อมหน้าหลัง ดุจจับตะพาบในไห พลเกาทัณฑ์ระดมยิงใส่ดังห่าฝน หยาดเลือดกระเซ็นรินรดเบญจมาศจนเปลี่ยนสี กลีบดอกยับเยินด้วยซากศพโถมทับสิ้นชีวี วิญญาณทหารกล้าปลิดปลิวสังเวยแด่สงคราม ฮ่องเต้ ฮองเฮา

หลังจากฮ่องเต้สั่งเก็บกวาดหมื่นซากศพ ชะล้างทะเลเลือดจนสิ้น ยังมีแก่ใจเชิญฮองเฮา และองค์ชายรองผู้รอดชีวิตด้วยร่างอาบโลหิต ขึ้นร่วมโต๊ะเสวยงานเทศกาลชุงเยิง ทว่าวาจาที่กล่าวต่อกัน มิคล้ายคนในครอบครัว

"ข้าบอกแล้ว สิ่งใดที่ข้ามิให้ เจ้าก็ไม่มีสิทธิช่วงชิง" ฮ่องเต้ตรัส

"ข้ามิได้ก่อกบฏเพื่อหวังชิงบัลลังก์" องค์ชายรองกราบทูลเด็ดเดี่ยว "ข้าทำเพื่อช่วยชีวิตเสด็จแม่"

โทษของการก่อกบฏคือทัณฑ์ใด?

...ห้าม้าแยกสังขาร!…

ฮ่องเต้เสนอทางเลือกแก่องค์ชายรอง...ทางเลือกที่ทำให้สามารถมีชีวิต

"ข้าจะไม่ลงโทษเจ้า แต่เจ้าต้องคอยดูแลให้แม่เจ้าดื่มยาไปตลอดชีวิต"

พระองค์สามารถทำได้หรือ ในเมื่อรู้ทั้งรู้...นั่นคือโอสถพิษ

หากมีชีวิตอยู่ แล้วต้องบีบบังคับพระมารดาเสวยโอสถพิษทีละน้อยจนสิ้นพระชนม์ มันโหดร้ายทรมานยิ่งกว่าโดนห้าม้าแยกสังขาร

องค์ชายรองไม่ยอมบีบบังคับมารดา เพื่อแลกกับการมีชีวิตรอดของตน พระองค์จึงเลือกเส้นทางที่เจ็บปวดน้อยที่สุด

หลังสงครามระหว่างฮ่องเต้กับฮองเฮา ยังมีสิ่งใดหลงเหลือบ้าง…

เบญจมาศที่ยับเยิน ยังเปลี่ยนต้นใหม่มาทดแทน ทะเลเลือดนองท่วมพระราชวัง ยังใช้น้ำชะล้างขัดถู แต่ชีวิตองค์รัชทายาทที่ตายอย่างงมงาย องค์ชายน้อยวิปลาสก่อการไม่รู้คิดจนถูกสังหาร กระทั่งองค์ชายรองที่จงรักภักดียังต้องเชือดคอตนเอง...เหล่านี้มีสิ่งใดทดแทน

ฮ่องเต้อาจเป็นผู้ชนะ แต่ผู้ชนะที่ยืนโดดเดี่ยวไม่เหลือใคร บนบัลลังก์ร้อนอาบเลือด มีสุขหรือไร จากวันนี้ไปจะไว้ใจใครได้ ต่อให้มีอายุยืนหมื่นปี ก็เป็นหมื่นปีบนความทุกข์ร้อนเร่า แผดเผาทุกชั่วยาม มีหนามแหลมแห่งความหวาดระแวง คอยทิ่มแทงใจไปตลอดสิ้นอายุขัย

ผู้ยิ่งใหญ่ที่อาศัยความหวาดกลัวเป็นรากฐาน ย่อมคลอนแคลน หวั่นไหวง่าย

ยิ่ง "ใหญ่" เท่าใด จำเป็นต้องยิ่งมากด้วย "เมตตา" มีแต่ความเมตตา เสียสละ จึงจะได้รับความ "จงรัก" และ "ภักดี"


สงสารก็แต่องค์ชายรอง...พระองค์ทำสิ่งใดผิด ถึงต้องมาอยู่ตรงกลางระหว่างฮ่องเต้กับฮองเฮา

เหตุใดจึงต้องเลือกระหว่าง ฆ่าแม่ กับ ฆ่าตัวตาย

ผลของการฆ่ามารดา คืออเวจีมหานรก

ผลของการฆ่าตัวตายด้วยจิตโทมนัส คืออบายภูมิอันยืดยาว

พระองค์ต้องเลือก...มิอาจไม่เลือก

ผิดขององค์ชายรองมีอย่างเดียว คือการที่ต้องอยู่ในสังสารวัฏ!

เมื่อตกอยู่ในวังวน ย่อมมีโอกาสร่วงหล่นลงอบายโดยง่าย ด้วยสภาพเลือกไม่ได้ ไปไม่ถูกเช่นนี้


ขอถามโลกหล้า มนุษย์นั้นเป็นฉันใด ไฉนมักให้ความสำคัญต่อสิ่งไร้ค่า... "กิเลส" และ "อำนาจ" ... มากกว่าสมบัติแท้ข้างกาย นั่นคือ... "ความเป็นมนุษย์" ผู้มีโอกาสสร้างคุณธรรมสูงสุดแก่ตน และ "น้ำใจ" อันงดงามที่มีระหว่างกัน

ข้าขอคารวะ แด่จิตใจห้าวหาญ มีกตัญญูขององค์ชายรอง แม้ทางที่ทรงเลือก จะไม่น่าอนุโมทนานัก แต่มันย่อมดีกว่าอีกเส้นทางหนึ่งแน่นอน

ข้าได้แต่หวัง เมื่อใดที่องค์ชายผ่านการชดใช้แล้ว มีโอกาสกลับมาเริ่มต้นใหม่ ขอให้พระองค์ ไม่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้อีก

...น้ำใจใสเย็นจอกนี้...ขอดื่มคารวะให้แก่องค์ชายรอง…




หมายเหตุ : เทศกาลชุงเยิง เป็นที่รู้จักในชื่อเทศกาลเก้าเก้า เพราะตรงกับวันที่ ๙ กันยายน หรือวันที่เก้าเดือนเก้า (ที่มา-นิตยสารมูวี่ ไทม์ ฉบับ ๓๒๒)




 

Create Date : 13 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 13 พฤษภาคม 2550 7:49:29 น.
Counter : 203 Pageviews.  

ใครว่า...ธรรมะน่าเบื่อ++Fallen Angels - อกหัก ไม่เหงา (๒)

...ต่อจากตอนที่แล้ว
มือใหม่หัดขับ เริ่มที่จะหันหน้าเข้าหาพระธรรม แต่ฝืนอ่านบทธรรมะยาวๆไม่ได้จริงๆ เปิดทีไรเป็นหลับ
เลยคิด...เอาวะ เริ่มต้นกับบทวิจารณ์หนังกันก่อน
เพิ่งเคยเจอบทวิจารณ์หนังแบบนี้ ประทับใจเลยเอามาฝากคนอื่นๆ เผื่อว่าจะหันหน้ามาเริ่มต้นศึกษาพระธรรมด้วยกัน
....ธรรมะ อยู่ใกล้มากกว่าที่เราคิด





Fallen Angels - อกหัก ไม่เหงา (๒)
ชลนิล





ถ้าหาก Chungking Express เป็นเรื่องราวของคนอกหักทั่วไป ที่ใคร ๆ สามารถพบเห็นได้ไม่ยาก Fallen Angels (หนังจีนชื่อไทย "นักฆ่าตาชั้นเดียว") ก็น่าจะเป็นเรื่องราวความรัก ความเหงา ของ “คนนอก” กลุ่มหนึ่ง ซึ่งคุณอาจยังไม่เคยพบเจอ รู้จักพวกเขามาก่อน

หนุ่มใบ้นิสัยเพี้ยน มือปืนผู้โดดเดี่ยว ผู้จัดการสาวของนักฆ่าผู้แปลกแยก...

ทั้งสามเดินวนไปเวียนมาอยู่ในสังคมใกล้เคียงกัน อาจเคยพูดจา ติดต่องานระหว่างกัน แต่ก็นับว่า พวกเขาแทบไม่รู้จักกัน




มือปืนหนุ่มกับผู้จัดการนักฆ่าสาว เป็นคู่หู ทำงานร่วมกันโดยไม่ค่อยได้พบหน้าพูดจากันตรง ๆ ทั้งคู่ ต่างโดดเดี่ยว แปลกแยก มีความเหงาเร้นลึกในหัวใจ โหยหาสิ่งที่จะมาเติมเต็มชีวิตและจิตใจ





ผู้จัดการสาวหลงรักมือปืนหนุ่ม คอยแอบมาดูแลห้องหับให้ตอนที่เขาไม่อยู่ เป็นความรักที่มีระยะห่างของความระแวดระวังหวาดเกรงเป็นกำแพงกั้นกลาง

มือปืนหนุ่มมีโอกาสได้พบ ผูกสัมพันธ์กับสาวซ่าที่ดูว้าเหว่ ... คนโดดเดี่ยวกับคนโหยหาสามารถจูน หัวใจกันไม่ยาก จนหนุ่มมือปืนคิดเลิกอาชีพฆ่าคน หางานสุจริตทำเพื่อปักหลักสร้างครอบครัว...

หนุ่มใบ้นิสัยเพี้ยนมีอาชีพงัดร้านคนอื่น แล้วเอาสินค้าไปขายตอนกลางคืนโดยเจ้าของร้านไม่รู้ ชีวิตเขาไม่ต่างจากอันธพาลนักเลง ตำรวจไม่เคยญาติดีด้วย คนทั่วไปก็ไม่ชอบที่โดนเขาขู่ขายของ





วันหนึ่งเขามีโอกาสพบสาวอกหัก ที่สติใกล้แตกด้วยความแค้นคนรัก แค้นผู้หญิงที่เป็นมารหัวใจ ทั้งสองได้ร่วมทางกัน ตระเวนปล่อยความบ้าบออยู่ช่วงหนึ่ง แล้วเรื่องราวก็สิ้นสุดลง ตรงที่หญิงสาวได้สติ ถอยห่างจากหนุ่มใบ้ ทำให้เขาอกหัก เจ็บปวดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

คนอื่นอกหักอาจทำอะไรเพี้ยน ๆ สารพัด แต่หนุ่มใบ้เพี้ยนคนนี้ พออกหักกลับได้คิด...

นี่เขากำลังทำอะไรอยู่? ... เรื่องราวที่กระทำมาตลอด เป็นสิ่งที่ดี มีประโยชน์แก่ชีวิตแล้วหรือ? ...

“ผมไม่ควรงัดร้านค้าของคนอื่น เพราะร้านค้าทุกร้านต่างก็มีหัวใจ”

เมื่อหัวใจของเขาถูกงัดออกมา แล้วขว้างทิ้งอย่างไม่เหลียวแล เขาค่อยมองเห็นสิ่งผิดพลาดต่าง ๆ ที่ ตัวเองเคยกระทำ จึงคิดเปลี่ยนตัวเอง หาอาชีพสุจริต ไม่ทำตัวให้พ่อเขาต้องปวดหัวอีก...

ส่วนมือปืนหนุ่มได้นัดพบผู้จัดการสาวเพื่อบอกขอเลิกอาชีพ ... เธอไม่คัดค้าน ทั้งที่รู้ว่าเขาอาจไปสร้างครอบครัวกับสาวซ่าคนนั้น เพียงแต่ เธอขอให้เขาทำงานอีกครั้ง เป็นชิ้นสุดท้าย

เขารับปาก และงานชิ้นนั้น เป็นชิ้นสุดท้ายจริง ๆ ...มือปืนหนุ่มตกตายด้วยคมกระสุนของเหยื่อ!



ในคืนอันเงียบเหงา มีคนโดดเดี่ยวสองคนอยู่ในร้านอาหาร...หนุ่มใบ้ที่เพิ่งมีเรื่องวิวาทกับโจทก์เดิม ๆ และผู้จัดการนักฆ่าสาว ที่กำลังอยู่กับความหนาวเหน็บของหัวใจ

ทั้งสองเคยพบเจอกัน เดินสวนกันบ้าง แต่หัวใจไม่เคยส่งสัญญาณแปลก ๆ ...จนกระทั่งคืนนี้

อาจเป็นเพราะความหนาวเย็นในหัวใจเรียกร้องขอความอบอุ่น หนุ่มใบ้จึงได้ไปส่งหญิงสาวกลับบ้าน บนถนนสายสั้น ๆ...


ความรัก ความเหงา ความโดดเดี่ยวที่สัมผัสจากหนังเรื่องนี้ ทำให้เกิดคำถามสองสามข้อ...

อะไรคือที่มาของ “ความรัก”?

“ความเหงา” เกิดขึ้นเพราะเหตุใด?

คนเรา “โดดเดี่ยว” จริงหรือ?

คำถามสามข้อนี้ ไม่ได้ต้องการคำตอบ เพราะคำตอบจะอยู่ใน “ใจ”...เมื่อไหร่ที่ “ตามดูใจ” ตัวเองจนถึงจุดหนึ่ง จะเห็นว่า...ทุกคำตอบที่ได้ ไม่มีประโยชน์ เท่ากับการได้เห็น “ใจ” ตามความเป็นจริง

ตัวละครหลักทั้งสามในเรื่องนี้ ต่างตกอยู่ในวังวนความเหงา โดดเดี่ยว ตามหาความรักที่ไม่เที่ยงทน ไขว่คว้าหาสิ่งมาเติมเต็มให้กับหัวใจ ที่มีแต่ความขาดพร่องตลอดเวลา

บางที...ถ้าเมื่อไหร่ที่พวกเขาได้มีโอกาสรู้จักถอยหลังออกมาจาก “ความต้องการ” ของตน เฝ้าตามดูใจ ด้วยจิตอันอ่อนโยน เป็นกลาง...พวกเขาอาจได้พบว่า...การได้อยู่เพียงลำพัง คือทรัพย์อันมีค่า... ความเหงาไม่อาจเกิดขึ้นได้ เมื่อมี “สติ”

และความรักอันแท้จริงคือ “เมตตาธรรม” ที่หลั่งไหลออกมาอย่างไม่รู้หมดสิ้น จากใจที่ไร้ความยึดถือ ในตัวตน...เรา...เขา ตลอดอนันต์กาล








 

Create Date : 03 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 3 พฤษภาคม 2550 17:54:18 น.
Counter : 688 Pageviews.  

ใครว่า...ธรรมะน่าเบื่อ++อกหัก ไม่เหงา(1)++

วันนี้ คุย MSN กะเพื่อนคนนึง มันกะลังจะไปปฏิบัติธรรมที่เสถียรธรรมสถาน
เพื่อนคนนี้ชอบหาเวลาว่างเข้าหาวัด เข้าหาธรรมะอยู่เสมอ มันมาบอกเล่าทุกครั้งที่จะไปปฏิบัติธรรม คงอยากชวนเราไปด้วย
แต่เรามันคนห่างไกลธรรมะมานาน ไม่ค่อยเชื่อไม่ค่อยศรัทธามาตลอด ทั้งที่ไม่เคยลองไปสักครั้ง
ได้แต่คิดเอาเองว่าทุกข์ของเราเอง เราก็ดับได้ด้วยตัวของเราเองสิ ไม่เห็นต้องพึ่งใคร
แต่มาวันนี้ชีวิตที่คิดว่าดับทุกข์เองได้ ทำไมมันถึงได้วุ่นวายอย่างนี้
เวลาอย่างนี้แหละถึงจะเริ่มหันหลังกลับมาพึ่งพิงศาสนาที่เคยยึดถือแต่ชื่อมาตลอด...
เพื่อนจ๋า ขอบคุณที่ทุกๆครั้งแกคอยเรียกชั้นเข้ามาในทางสายสงบสุขนี้แต่ชั้นไม่เคยเห็นคุณค่า
นับจากนี้ชั้นจะลองดู...เปิดใจให้กว้าง รับธรรมเข้ามาล้างชีวิตจิตใจให้มันใสสะอาดขึ้น



ข้างล่างนี้เป็นแค่ตัวอย่างบทความจาก web นึงที่เพื่อนแนะนำมา
อ่านแล้วรู้สึกเข้าใจมากขึ้นว่า "ธรรมะอยู่รอบตัวเรานี่เอง" มันเป็นความจริง
ไม่ต้องวิ่งหาให้วุ่นวาย เพียงหยุด...และมองก็จะเห็น





ขอบคุณ www.dungtrin.com สำหรับ linkดีๆที่แฝงแง่คิด จากเพื่อนผู้หวังดีที่ทำให้เราคิดอะไรได้มากมายในวันนี้....
....อ่านแล้วก็อยากแบ่งปันให้คนอื่นได้อ่าน ได้เห็น และได้คิด....

วันนี้เริ่มกันที่ข้อคิดจากหนัง....





Chungking Express - อกหัก ไม่เหงา (๑)
ชลนิล


คนที่ไม่เคยอกหัก ไม่เคยมีความรัก อาจมักนึกสงสัย ทำไมคนอกหักชอบทำอะไรที่ไม่เข้าท่า ดูแปลก ๆ ในสายตาคนทั่วไป อย่างเช่นนายตำรวจหนุ่มสองคน ในหนัง Chungking Express เรื่องนี้




หนังจีนฮ่องกงที่มีชื่อไทยชวนให้นึกขำอย่าง “ผู้หญิงผมทอง ฟัดหัวใจให้โลกตะลึง” มีวิธีบอกเล่า เรื่องราวของคนอกหักได้อย่างมีลูกเล่น มีสีสัน ผ่านมุมกล้องแปลก ๆ เรียงเรื่องราวด้วยภาพและบทบรรยายคม ๆ แบ่งเนื้อหาเป็นสองตอน ผ่านสองนายตำรวจหนุ่มที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาอกหักเหมือนกัน

นายตำรวจคนแรกชื่ออาอู่ เพิ่งถูกแฟนสาวบอกเลิก แต่ยังทำใจไม่ได้ พยายามคิดว่าเธอล้อเล่น จึงชะลอความเศร้าให้หัวใจ ด้วยการไปซื้อสับปะรดกระป๋อง ผลไม้ที่แฟนเขาชอบมาวันละกระป๋อง ให้ได้ครบ ๓๐ กระป๋อง ทุกกระป๋องจะเลือกวันหมดอายุวันที่ ๑ เดือน ๕ ซึ่งเป็นวันเกิดของเขา โดยหลอก ตัวเองว่า พอถึงวันนั้น แฟนสาวจะกลับมา

ถึงวันนั้นจริง ๆ เขาก็ต้องยอมทำใจ เธอไม่กลับมาอีกแล้ว สับปะรดสามสิบกระป๋องจึงถูกเปิดกินจนหมดด้วยความเจ็บใจ จากนั้นก็พยายามแก้อาการอกหักด้วยวิธีต่าง ๆ ทั้งโทรศัพท์หาสาว ๆ ที่ตัวเองเคยรู้จัก เพื่อจะให้มาทดแทนแฟนตัวเอง ทั้งไปดื่มเหล้า จนเมาแล้วอ้วกเสียหมดไส้หมดพุง สุดท้ายก็ตั้งใจจะจีบผู้หญิงที่ผ่านสายตาเป็นคนแรกในร้านเหล้านั้น...โดยหารู้ไม่ว่า สาวสวยใส่วิกผมทอง สวมแว่นกันแดดตอนกลางคืนคนนี้ จะเป็นเอเย่นต์ค้ายาที่เพิ่งหนีการไล่ล่ามาตลอดคืน...




นายตำรวจคนที่สองมีรหัส ๖๖๓ เพิ่งถูกแฟนสาวที่เป็นแอร์โฮสเตสบอกเลิกเช่นกัน เขาไม่ได้ทำอะไรตามสูตรคนอกหัก แบบอาอู่ นายตำรวจคนแรก แต่ความเศร้า เหงาหงอยในใจไม่ต่างกัน เขาจะไปสั่งกาแฟดำดื่มที่ร้านฟาสต์ฟู้ดทุกคืนอย่างไม่เบื่อ กลับมาบ้านก็นั่งพูดคุยกับสบู่ก้อนผอม ผ้าขี้ริ้วเปียก เสื้อเชิ้ต เหล่าตุ๊กตาเก่า ๆ ของเธออย่างเป็นเพื่อนสนิท

คำพูดที่ใช้พร่ำปลอบใจเจ้าสิ่งไม่มีชีวิตเหล่านั้น ก็คือคำพูดที่เขาหวังจะใช้ปลอบใจ สั่งสอนตัวเอง ให้รีบทำใจ คลายจากความทุกข์ เศร้าใจเสียที...โดยไม่อาจรู้ว่า ยังมีสายตาของสาวร้านฟาสต์ฟู้ดคนหนึ่ง คอยแอบมองเขาด้วยความชอบพอ


อกหักเพราะถูกทอดทิ้ง บอกเลิก เป็นสิ่งที่เห็นกันบ่อย ๆ ความทุกข์ ความเศร้าของแต่ละคนคงไม่ต่างกัน จะผิดแผกก็แค่การแสดงออก

สำหรับคนที่ดูเข้มแข็งหน่อยอย่างนายตำรวจรหัส ๖๖๓ อาจใช้ชีวิตเหมือนเป็นปกติ ไม่มีใครได้เห็นแง่มุมความเจ็บปวด ยกเว้นยามเขาอยู่คนเดียว ปล่อยให้ความเหงาคลุมใจ ก็อาจแอบมานั่งปลอบใจตุ๊กตา ผ้าขี้ริ้วเปียกน้ำ สั่งสอนสบู่ก้อนผอม ดุว่าเสื้อผ้าไม่รักดีอยู่ก็ได้

ส่วนคนที่ยอมรับความจริงยากอย่างอาอู่ ที่ซื้อเวลาอกหักด้วยสับปะรดกระป๋อง ทำอะไรบ้า ๆ บอ ๆ ตามประสาคนอกหัก พอถึงเวลาที่ความบ้าถูกปล่อยมาจนหมด เขาก็มีวิธีทำใจที่ไม่เหมือนใคร




“เวลาที่อกหัก เสียใจ ผมจะออกไปวิ่ง...วิ่งให้น้ำในร่างกายออกมาเป็นเหงื่อมาก ๆ จะได้ไม่ต้องมีเหลือเป็นน้ำตามาร้องไห้”

ค่ำคืนนั้นระหว่างที่เขาได้อยู่ร่วมห้องกับสาวแปลกหน้าผมทอง...ขณะที่เธอกำลังนอนหลับพักผ่อน หลังหนีการไล่ล่ามาทั้งคืน เขาเองก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่า ดูหนังในทีวีจบไป ๒ เรื่อง ตามด้วยอาหารอีก ๔ จาน...ทว่ามันเป็นช่วงเวลา ที่แผลใจเริ่มได้รับการเยียวยาโดยไม่รู้ตัว



ใจคนก็เป็นเช่นนี้ ไม่เที่ยงแท้ เปลี่ยนแปรทุกขณะจิต

ถ้ามีใครบอกว่า อกหักแล้วเสียใจตลอดเวลาเป็นปี ๆ นั้น ขอให้อย่าเชื่อเด็ดขาด

แค่คุณมีเวลาใส่ใจที่จะ “ดูใจ” ตัวเองสักหนึ่งวัน...หรือแค่หนึ่งชั่วโมงก็ได้ คุณจะเห็นเลยว่า ความทุกข์-ใจจากเรื่องอกหักมันเคลื่อน เกิด - ดับไม่เท่ากัน บางครั้งยังมีความสุขใจ สบายใจมาแทรกบ้าง แต่ ส่วนใหญ่จะเหม่อซึม ไม่รู้กาย ไม่รู้ใจตัวเอง...สังเกตดี ๆ จะเห็นว่า บางขณะจิต คุณยังลืมเรื่องอกหัก ได้ด้วยซ้ำ!

“ทุกข์มีไว้ให้รู้” ... เรียนรู้ว่ามันเป็นหนึ่งในความจริงประจำโลก ตามรู้ ตามดูมันไป จนเห็นจริงถึงความ-ไม่เที่ยง แปรปรวน บังคับไม่ได้ ไม่ใช่ตัวตน...ก็เท่านั้นเอง

สุดท้ายแล้ว นายตำรวจรหัส ๖๖๓ ก็สามารถมีรักครั้งใหม่กับสาวฟาสต์ฟู้ด...อาอู่ก็มีความสุขกับข้อความอวยพรวันเกิด จากสาวนิรนามสวมวิกผมทอง

...เหงื่อออกมากแล้ว จนไม่เหลือน้ำตาจะไหล...ความทุกข์ใจก็เช่นกัน

ยามที่ยอมรับได้ว่า สับปะรดทุกกระป๋องต้องมีวันหมดอายุ สุข - ทุกข์ไม่เที่ยงแท้ ยั่งยืน...ใจย่อมปลอด-โปร่ง


ลองดูหัวใจตัวเองสิ...วันก่อนยังเป็นทุกข์จากการถูกทิ้งอยู่เลย...ทำไมวันนี้ถึงยิ้มได้ แถมยังมีโอกาส เริ่มต้นนับหนึ่งกับคนใหม่ โดยไม่ต้องฝืนใจเลย

...เห็นไหม...หัวใจรักไม่เที่ยงแท้...ความเหงาไม่คงทน...







 

Create Date : 29 เมษายน 2550    
Last Update : 29 เมษายน 2550 22:40:51 น.
Counter : 354 Pageviews.  


hitch-hiker
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket



เ ป รี้ ย ว นิ ด

ห ว า น ห น่ อ ย

เ ผ็ ด บ้ า ง . . .

( แ ต่ ข อ ข ม น้ อ ย ๆ )

เ นี่ ย แ ห ล ะ ' ชี วิ ต '



Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Friends' blogs
[Add hitch-hiker's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.