Group Blog
 
All blogs
 

เพียงแรกพบ : เหวยเหอจ้งจื่อ สนพ ห้องสมุด



โปรยปกหลัง

นางเป็นหมอเทวดามิใช่รึ ทำไมมีชีวิตเหมือนอยู่ในนรกเลยล่ะ?

เสิ่นจือหลี หมอเทวดาเจ้าหุบเขาหวยชุนถึงกับต้องกุมขมับเมื่อเห็นสภาพคนไข้รายล่าสุดเข้า
“เขาเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?”
“ล้ม” ชิงสิง...คนสนิทของผู้ป่วยตอบกว้างๆ
เสิ่นจือหลีเลิกคิ้ว...
“แล้วลื่น...”
คราวนี้ท่านหมอคนงามถอนหายใจยาว เท้าสะเอวจ้องตอบด้วยสายตาดุกว่าเดิม
ชิงสิงสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะยอมรับในที่สุด “ล้ม…ลื่น…แล้วกลิ้งตกลงไปในเหว”
“ตกเหว!!!”
ใช่แล้ว... นางช่วยชีวิตคุณชายผู้หนึ่งที่โดนหญิงคนรักถีบตกภูเขามาหมาดๆ ไม่นึกว่าหลังจากที่คุณชายผู้นี้ตื่นมาก็หลงรักนาง ตามติด ตามลวนลาม ตามตื๊อเสียจนแกะไม่ปล่อย ถึงแม้ว่านิสัยของนางไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่แต่คุณธรรมในการเป็นหมอก็ยังคงมีอยู่ นางจึงยอมให้ชายผู้นี้อาศัยด้วยจนกว่าความทรงจำเขาจะกลับคืนมา คาดไม่ถึงยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ
“เจ้าอย่าตามข้าอีกเลยจะได้ไหม”
“แต่ว่า... ข้าหลงรักจือหลีนี่นา” เขาโผล่ขนตางอนงามออกมาแอบมองนาง
“รัก…เฮอะ ถ้าข้าเชื่อคนไข้ความจำเสื่อมอย่างเจ้าข้าก็ปัญญาอ่อนแล้ว”
“จือหลี... แช่งตัวเองอย่างนั้นไม่ดีนะ”
นางกัดฟัน สงบอารมณ์ตัวเองสุดฤทธิ์ “เจ้าไปให้พ้นหน้าข้านะ หากข้าเห็นเจ้าสะกดรอยตามมาอีกล่ะก็ ข้าจะขายเจ้าทิ้งซะเลย!”
ซูเฉินเช่อนิ่งงันไปครู่หนึ่ง แล้วจึงชมเปาะเสียงหวาน “จือหลี เจ้าช่างเก่งค้าขายเหลือเกิน”
เก่งกับผีน่ะสิ! เจ้านั่นแหละเก่งตัวพ่อเลย!
ทั้งหว่านล้อม ทั้งตีมึน ทั้งตามติด
วิทยายุทธเลอเลิศจนข้าจะไม่มีที่ยืนบนโลกใบนี้อยู่แล้ว!

--------------------
เมาท์มอย

นิยายจีนเรื่องล่าสุดจากห้องสมุดที่ถูกใจตั้งแต่รูปเล่มอันสวยงาม สีขาวเรียบง่ายสบายตาแล้วค่ะ

เขียนรีวิวครั้งนี้ค่อนข้างลำบากสักหน่อย เพราะคนส่วนใหญ่คงยังไม่ได้อ่านแน่ๆ และจะเล่าเรื่องอะไรมากก็ไม่ได้เพราะเดี๋ยวจะสปอยด์ซะเปล่าๆ เลยขอตอบสิ่งที่หลายคนอยากรู้ก่อนว่าเรื่องนี้ที่ทาง สนพ เค้าว่าเป็นแนวฮา แล้วพล็อตมันกลวงเหมือนพวกมากกว่ารักเล่มบางๆ รึเปล่า บอกเลยค่ะว่าไม่กลวงเลย พล็อตซับซ้อนซ่อนเงื่อน มีปริศนามากมายที่ปล่อยออกมาแล้วค่อยทยอยเฉลยในตอนหลัง ตัวละครหลักทุกตัวล้วนมีอดีต เบื้องหลัง ที่ไม่ธรรมดาค่ะ

นางเอก 'เสิ่นจือหลี' เป็นเด็กกำพร้าที่ถูกท่านอาจารย์ 'เสิ่นเทียนสิง' รับมาเลี้ยงดู พร้อมกับถ่ายทอดวิชาแพทย์ให้ทั้งหมด ลูกศิษย์ของอาจารย์นอกจากนางก็ยังมีศิษย์พี่ 'ฮั่วจิ่วเยว่' อีกคนหนึ่ง ฮัวจิ่วเยว่คอยรังแกเสิ่นจือหลีมาตลอด แต่เมื่อเสิ่นจือหลีจะโดนคนอื่นรังแก ฮัวจิ่วเยว่ก็เข้าปกป้อง เข้าทำนอง 'ข้ารังแกได้ แต่คนอื่นห้ามรังแกเด็ดขาด' แต่เมื่อถึงวันหนึ่งฮัวจิ่วเยว่พบว่าอาจารย์ทรยศเขา รวมถึงเสิ่นจือหลีก็ยืนอยู่ฝั่งเดียวกับอาจารย์ ทำให้เขาจากไปด้วยความแค้น ต่อมา อาจารย์ 'เสิ่นเทียนสิง' ได้เสียชีวิตลง เสิ่นจือหลีจึงรับปากอาจารย์รับเป็นเจ้าหุบเขาเสิ่นคนต่อมา

อยู่มาวันหนึ่งก็มีคนไข้เป็นคุณชายรูปงามตกเหวอาการสาหัสมาให้นางรักษา แต่พอคุณชายผู้นั้นฟื้นขึ้นมากลับความจำเสื่อมแถมยังเอ่ยปากฝากรักนางและตามติดยิ่งกว่าตังเม แถมยังหน้าด้านหน้าทนไล่เท่าไหร่ก็ไม่ไป คุณชายคนนั้นคือ 'ซูเฉินเช่อ' คุณชายสือเอ้อเย่แห่งสำนัก 12 ราตรี ผู้โด่งดังในยุทธภพ เจอหน้าเมื่อไรก็เรียกแต่ 'จือหลี จือหลี' ช่างน่ารำคาญยิ่ง เสิ่นจือหลีนั้นไม่สนใจในเรื่องรักแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่นางให้ความสำคัญที่สุดก็คือเงิน!

เสิ่นจือหลีสลัดซูเฉินเช่อยังไม่ทันหลุด ศิษย์พี่ฮัวจิ่วเยว่ก็กลับมาทวงแค้นที่หุบเขาหวยชุน นางจะหนีรอดเงื้อมมือของศิษย์พี่หรือไม่ แล้วสิ่งที่คุณชายซูเฉินเช่อเอ่ยปากกับนางจะเชื่อถือได้หรือไม่ ต้องติดตามใน 'เพียงแรกพบ' ค่ะ ...

---------------------------

ตัวเสิ่นจือหลีนั้นไม่ได้หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ แต่นางค่อนข้างโชคร้ายที่ต้องถูกเอาไปเปรียบเทียบกับสาวงามล่มเมืองอยู่เรื่อย พอเปรียบเทียบกันแล้วนางเลยกลายเป็นนางอัปลักษณ์ไป เช่นครั้งหนึ่งเมื่อซูเฉินเช่อประกาศออกไปกลางลานประลองยุทธ์ว่าเสิ่นจือหลีนั้นเป็นคนรักของเขา เสิ่นจือหลีทำขนมติดคอ ซูเฉินเช่อรีบยื่นน้ำให้นางดื่ม ชาวยุทธ์เห็นเข้าก็วิพากษ์วิจารณ์

"เจ้ารู้สึกไหมว่าฉากนี้คุ้นตามาก" เสียงหนึ่งดังขึ้น
"นิดหน่อย คุณชายสือเอ้อเย่แต่ก่อนก็ห่วงใยเยว่เฉียนเฉียนแบบนี้เช่นกัน"
"ข้าว่า...หรือว่าเขามองนางเป็นเยว่เฉียนเฉียนเสียแล้ว"
"อื้ม น่าจะเป็นไปได้ หรือว่าคุณชายสือเอ้อเยว่เบื่อของอร่อยล้ำค่าแล้ว เลยอยากจะเปลี่ยนรสชาติมาเป็นของจืดชืดบ้าง เช่นบางคนที่เบื่ออาหารภัตตาคารหรู อยากลองขาหมูตุ๋นข้างทางบ้างอย่างไรเล่า สตรีนางนี้ช่าง..."
"ช่างธรรมดาใช่ไหม" คนหนึ่งเคาะโต๊ะว่าต่อให้ "นกเป็ดน้ำธรรมดามาอยู่กลางฝูงหงส์ฟ้า หาอย่างไรก็ไม่มีทางเจอ"

โอ ช่างเจ็บปวด

------------------------------

ตรงข้ามกับเสิ่นจือหลี คุณชายซูเฉินเช่อนั้นช่างเป็นบุุรุษที่มีคุณสมบัติครบครัน ดังที่เขาเคยแนะนำ (โฆษณา) ตัวเอง เอาไว้ ดังนี้

"ฉายาข้าคือคุณชายสือเอ้อเย่ อายุล่วงเข้าสู่ยี่สิบสี่ในปีนี้ บ้านอยู่เมืองหมิงตู มีใบหน้าหล่อเหลา สง่าผ่าเผย มีนิสัยอ่อนโยนน่ารัก สุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ฐานะสูงศักดิ์ มีทรัพย์สินเงินทองมากมายมหาศาล มีที่ดินนับหมื่นไร่ ลูกน้องบ่าวรับใช้ก็มีนับไม่ถ้วน บิดามารดาสิ้นใจแล้วทั้งคู่ ครองตัวเป็นโสดยังไม่มีภรรยาและบุตร ออกจากบ้านสามารถโอ้อวดได้ กลับเข้าบ้านไปเป็นเพื่อนคุย" หยุดไปนิดหนึ่งจึงเสริมขึ้น "ทั้งยังใช้อุ่นเตียงในหน้าหนาวได้อีกด้วย"

คุณสมบัติเลิศเลอมากกกกกก

ถูกผู้ชายแบบนี้มาหลงรัก เสิ่นจือหลีย่อมไม่อาจเชื่อได้สนิทใจ ครั้งหนึ่งนางจึงถามเขาออกไปตรงๆ

"ตกลงเจ้าชอบข้าเพราะอะไร สามารถแก้ไขได้หรือไม่"
ขนตางอนกระพริบปริบๆ อีกครั้ง "ข้าชอบเจ้าเพราะเจ้าไม่ชอบข้าอย่างไรเล่า เชิญแก้ไขได้ตามต้องการ"
"..........."

ช่างร้ายกาจยิ่งนัก.... (เราชอบประโยคข้างบนนี้มากเลย)

----------------------------

คุณสมบัติที่คุณชายซูโฆษณาตัวเองไว้นั้น เป็นจริงเกือบทุกอย่าง ยกเว้นไว้ข้อหนึ่งคือ "มีนิสัยอ่อนโยนน่ารัก" เพราะนิสัยจริงของคุณชายนั้น นอกจากจะกะล่อนตัวพ่อ ตอแหลเป็นที่หนึ่งแล้ว เวลาหึงยังลงมือหนักมาก ในงานประลองยุทธ คุณชายท่านหนึ่งได้เข้ามาคุยกับเสิ่นจือหลี เพียงแค่นางยิ้มหวานให้ชายผู้นั้นเท่านั้น ซูเฉินเช่อก็จัดหนักเขาบนเวทีประลองยุทธจนสะบักสะบอม

ทันทีที่ประตูปิดลง เสิ่นจือหลีก็กัดฟันเอ่ยขึ้น "เจ้าจำเป็นต้องโหดร้ายถึงเพียงนี้เลยหรือ"
ซูเฉินเช่อมองนางอย่างไม่รู้สึกผิด "ข้าไม่ได้ตั้งใจนี่"
"จริงหรือเท็จ" เสิ่นจือหลีจ้องไปที่ดวงตาดวงตาใสแจ๋วคู่นั้น ถามอย่างชัดถ้อยชัดคำ
"เท็จ" เมื่อหลบสายตาของท่านหมอไม่ได้ก็จึงต้องเอ่ยอย่างจำใจ กระนั้นแล้วก็ยังทำหน้ามุ่ยเอ่ยอย่างไม่พอใจ "เจ้ายิ้มหวานกับเขา ข้าเห็นนะ" เช่นนี้แล้วเสิ่นจือหลีก็ได้แต่กุมขมับถอนหายใจ "เจ้าก็น่าจะรู้หนักเบาบ้างสิ นี่ถ้าแรงอีกหน่อยคนแซ่ตู้ต้องถูกเจ้าจับตอนเป็นแน่แท้"

ซูเฉินเช่อนิ่งเงียบ จะให้พูดได้อย่างไรว่านั่นคือความต้องการที่แท้จริงของเขา!

-------------------------------

นอกจากขี้หึงแล้ว ยังหื่นมากด้วย ตอนที่ซูเฉินเช่อพยายามจะโอ้โลมเสิ่นจือหลี แล้วนางขัดขืน

"จือหลี" น้ำเสียงนั้นคล้ายจะร่ำไห้ไม่มีผิด
"ปล่อยมือ" เสิ่นจือหลีกล่าวอย่างเย็นชา ไม่มีความสงสารอยู่ในน้ำเสียงเลยสักนิด
"ไม่เอา" เสิ่นจือหลีหันไปมองอย่างงงงวย แววตาเย็นเยียบจ้องซูเฉินเช่อนิ่ง "เจ้าอยากจะขืนใจข้ารึ!"
คุณชายซูกะพริบตาปริบๆ "ก็อยากนิดหนึ่งเหมือนกัน"
สิ้นคำพูดนางก็ดึงปิ่นปักผมลงมาอย่างรวดเร็ว มองชายหนุ่มอย่างดุร้าย
"จือหลี แค่ปิ่นเงินอันเดียวเอาข้าไม่อยู่หรอก" เขาเอ่ยเตือนทั้งที่ยังกอดเอวนางไม่ยอมปล่อย
ทว่าเสิ่นจือหลีกลับหันปลายแหลมเข้าหาลำคอตัวเอง "เอาเจ้าไม่อยู่ เช่นนั้นเอาข้าอยู่ไหม"
ซูเฉินเช่อยอมปล่อยมือในที่สุด เขาเบ้ปากเล็กน้อย มองหญิงคนรักด้วยแววตาไร้เดียงสานัก
"จือหลี...ข้าทำผิดตรงไหนหรือ"
หา.. จะข่มเหงข้านี่ยังไม่ผิดอีกรึ!

--------------------------------

ในที่สุด คุณชายซูก็ต้องผิดหวัง พอออกไปนอกห้องก็เจอข้ารับใช้หัวเราะเยาะเอา ทั้งสองต่อปากต่อคำกันแล้วคุณชายซูก็ตัดบท

"ไหนๆ ก็ยังมีเวลาอีกมาก ข้าไปอาบน้ำสงบอารมณ์ก่อนก็แล้วกัน"
ฉวีเฟิ่งไหล่ตกลงในพริบตาแต่ก็อดพูดออกไปไม่ได้ "คุณชาย ทางนั้นมันที่อาบน้ำของสตรีนะ"
เขาตอบทั้งที่ไม่ได้หันกลับมา "ข้ารู้"
โง่นัก! เรื่องที่ข้าจะไปแอบมอง ต้องบอกเจ้าด้วยรึ!

เอาแค่หอมปากหอมคอละกันนะคะ คือคุณชายซูแกเป็นแบบนี้ทั้งเรื่องอ่ะค่ะ พูดจาซื่อๆ แววตาไร้เดียงสา แต่ทำแต่ละอย่างมีแต่คนกุมขมับ 55555

-------------------------------

เรื่องราวนั้นจะดำเนินไปรอบๆ ตัว เสิ่นจือหลีค่ะ โดยจะแบ่งเป็นตอนใหญ่และตอนย่อย ตอนใหญ่ 1 ตอนต่อ 1 สถานที่ เช่น ตอนที่1 เป็นหุบเขาหวยชุน ตอนที่ 2 คฤหาสน์หมิงยวี้ ตอนที่ 3 เมืองใต้ ตอนที่ 4 กลับมาที่หุบเขาหวยชุนใหม่ ตอนที่ 5 พรรคมาร ที่เป็นแบบนี้เพราะเสิ่นจือหลีเข้าไปพัวพันกับความรักความแค้นของคนรอบตัว ถูกคนโน้นคนนี้จับตัวไปอยู่เรื่อย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เป็นเพราะ ซูเฉินเช่อ กับ ศิษย์พี่ฮัวจิ่วเยว่แท้ๆ

เนื้อหาช่วงเล่มแรกจะเบาๆ ฮาๆ ออกแนวการ์ตูนหน่อย เพราะคุณชายของเราหน้าด้านหน้าทนสุดๆ ทำให้นางเอกไปไม่เป็นไม่รู้กี่หนต่อกี่หน ฝั่งศิษย์พี่ก็เปิดตัวมาอย่างเลวเลยค่ะ แต่พอช่วงเล่ม 2 จะออกแนวดราม่า มีช่วงหน่วง ช่วงเศร้า และเฉลยปมมากมาย มีบางเรื่องที่เราอ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรมาก


แต่ถ้าถามว่าในเรื่องนี้เราชอบใครมากที่สุดต้องบอกว่าศิษย์พี่ฮัวจิ่วเยว่ค่ะ ชอบเวลาศิษย์พี่ต่อยตีกับซูเฉินเช่อเพราะหวงศิษย์น้อง ไม่มีใครยอมใคร

"คนแซ่ซู ทำไมเจ้าถึงยังไม่ไปอีก"
ซูเฉินเช่อยิ้มกว้าง "แล้วทำไมข้าต้องไปด้วยเล่า"
ฮัวจิ่วเยว่เลียริมฝีปาก "เจ้าไม่รู้สึกว่าตัวเองไร้ยางอายจนน่าเกลียดบ้างเลยรึ เจ้ารู้หรือไม่ว่าพอข้าเห็นเจ้า...โดยเฉพาะตอนที่เจ้าแกล้งทำเป็นน่าสงสารนั่น ข้าขวางหูขวางตาอย่างที่สุด อดคิดไม่ได้ว่าอยากจะบีบคอเจ้าแล้วผ่าท้องดึงเอาไส้ออกมาบีบให้แตก"
รอยยิ้มน้อยๆ ผุดขึ้น "จริงๆ แล้วข้าก็เช่นกัน เจ้าไม่รู้สึกสักนิดเลยหรือว่า รอยแผลที่ขี้เหร่เน่าหนอนบนใบหน้าเจ้านั้นน่าขยะแขยงน่าชังมากเพียงใด แล้วยังจะทำท่าเลียริมฝีปากอีก เจ้าคิดว่าท่านี้มันสง่างามมากเช่นนั้นหรือ ดูอย่างไรก็เหมือนลาโง่ตัวหนึ่ง"

ต้องยกความดีให้ทีมแปลค่ะ อ่านสนุกสนานมาก

ถึงเรื่องนี้จะเน้นฮา แต่ตอนซึ้งก็ซึ้งนะคะ บางประโยคของคุณชายซูลึกซึ้งกินใจมาก ทำให้รู้เลยว่าซูเฉินเช่อรักและพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อเสิ่นจือหลีจริงๆ แต่อันนี้จะไม่เล่าละ ให้อ่านกันเอง

สำหรับเรา เรื่องนี้สนุกอ่านเพลินมาก ชอบบทสนทนาของตัวละครที่ช่างกวนโอ๊ยกันซะจริงๆ เรื่องความสมจริงอย่าไปหวังเพราะมันแฟนตาซีคอมเมดี้ค่ะ ท้ายเรื่องมีตอนพิเศษฮามาก จริงๆ เปิดมาแค่หน้าแนะนำตัวละคร 3 หน้าแรกก็ฮาแล้ว




 

Create Date : 26 พฤษภาคม 2558    
Last Update : 26 พฤษภาคม 2558 10:49:40 น.
Counter : 10043 Pageviews.  

ภารกิจพิชิตกองดอง 2014


ปี 2013 ตั้งเป้าว่าจะอ่านหนังสือให้ได้ 100 เล่ม ก็ทำได้ 100 เล่ม

ปี 2014 ไม่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ แต่ก็อ่านได้ถึง 90 เล่ม แบบโกงๆ เล็กน้อย คือเอาพวกเล่มบางๆ อ่านแป๊บเดียวจบมาอ่านวันนี้เพิ่มยอดได้อีกตั้ง 5 เล่ม

ที่อ่านได้เยอะเพราะเกือบทั้งหมดเป็นหนังสือหมวดบันเทิง นิยาย ท่องเที่ยว สาระจริงๆ เหมือนจะมีอยู่ 2 เล่มสุดท้ายแค่นั้นมั้ง ^ ^'

นิยายจีนยังคงครองแชมป์เหมาไป 34 เล่ม!  ปีนี้ตลาดนิยายจีนคึกคักมาก มีหลาย สนพ ลงมาจับ ทำให้นักอ่านมีตัวเลือกมากขึ้น รองลงมาน่าจะเป็นฝั่งญี่ปุ่น ส่วนมากเป็น Light Novel ส่วนไทยกับตะวันตกนี่พอๆ กันเลย ฝั่งละ 4-5 เล่ม

หนังสือท่องเที่ยว มีแค่ญี่ปุ่นกับไต้หวัน ญี่ปุ่นอ่านเพราะวางแพลนไปเที่ยวคิวชู กับ เป็นประเทศที่อ่านประจำอยู่แล้ว ส่วนไต้หวันอ่านเพราะเป็นนักเขียนที่ชอบและก็กำลังแพลนจะไปเที่ยวด้วย

ที่เหลือเป็นพวก Comic Essay ส่วนใหญ่เป็นเรื่องหมาๆ แมวๆ ยันต้นไม้ ไม่ได้ชอบอะไรพวกนี้เป็นพิเศษ แต่เผอิญนักเขียนที่ชอบออกหนังสือเกี่ยวกับหมาแมวกันทั้งนั้น

สาระ หาได้จริงๆ 2 เล่มถ้วน คือ ดอกเตอร์จากกองขยะ กับ สิ่งที่ดิสนีย์แลนด์สอนฉัน ...



TOP 5 ปี 2014 (ไม่ได้เรียงตามลำดับ)

1. ลำนำทะเลทราย - ถงหัวไม่ทำให้ผิดหวัง เนื้อเรื่องเข้มข้น สำนวนดี อ่าน 3 เล่มจบภายในไม่กี่วัน ลัดคิวอ่านเพราะซีรีส์ฉายแล้วซับไทยออกไวมาก อยากดูซีรีส์เลยต้องเร่งอ่านนิยายให้จบก่อน

2. เพชรยอดคทา - สนุกมาก อ่านเพลิน 2 เล่มหนาๆ จบในเวลา 2-3 วัน รอเพชรยอดขุนพล กับ เพชรยอดบัลลังก์ เรื่องละ 3 เล่มหนา ในปีหน้า เป็นเรื่องที่ไม่เสียดายเงินเลย ดีงามทุกอย่าง เลอค่า

3. Perfect Match แฟนฉันรับประกันความเพอร์เฟค - นิยาย JLS วัยรุ่นนักศึกษา แต่เขียนดีมาก สมแล้วที่เรื่องนี้ดัง ขายดี เนื้อเรื่องไม่เว่อร์มาก พระเอกชื่อเหมือนมนุษย์ธรรมดา (พี่เสือ) นางเอกชื่อไม่เวอร์เกิน (น้องจู) ทั้งที่เนื้อเรื่องธรรมดาแต่ไม่รู้ทำไมอ่านลื่นไหลมาก ฟินมาก อ่านจบในคืนเดียว

4. ฮัลโหลขอสายหัวใจเธอหน่อย - โรแมนติกคอเมดี้ชิคลิท เป็นเรื่องที่สนุก ขำ แล้วยังมีสาระ นางเอกไม่งี่เง่าเกินเหมือนสาวนักช้อป แค่ช่างจุ้น พระเอกเท่ห์กินกันไม่ลงกับ ลุค แบรนดอน เป็นเรื่องที่สนุกอันดับต้นๆ ของโซฟี คินเซลล่า

5. My Dear Kuma - สาวไทยกับหนุ่มญี่ปุ่น เนื้อเรื่องก็เป็นมุกขำๆ ทั่วไป แต่เนื่องจากภาพวาดน่ารักมาก มีภาษาญี่ปุ่นแถมให้ด้วย แถมคุมะซังยังซึน (สเป็คเลย) จิมิโกะจังน่ารัก อ่านแล้วมีความสุข อ่าน 2 เล่มรวดเลย และจะรอเล่มต่อๆ ไปอีก

ปี 2015 เข้าร่วมภารกิจพิชิตกองดองกับทางกลุ่มเฟซบุ้ค ดูซิว่าจะดีกว่าปีนี้หรือไม่ :)




 

Create Date : 31 ธันวาคม 2557    
Last Update : 31 ธันวาคม 2557 18:23:21 น.
Counter : 599 Pageviews.  

รายงานความเสียหาย Book Expo 2013 - รอบแรก (18 ต.ค. 2014)

เมื่อต้นปี จขบ ไม่ได้ไปเดินงานสัปดาห์หนังสือเพราะไปเที่ยวญี่ปุ่น 12 วัน ครอบช่วงงานหนังสือพอดีเป๊ะเลย! ใครวางแผนเนี่ย Smiley มารอบนี้เลยเหมือนเก็บกดค่ะ อยากเดินงานหนังสือใจจะขาด เกือบลางานตอนบ่ายไปเดินแล้ว แต่ด้วยความงก เสียดายค่ารถ เลยอดใจรอไปพร้อมพี่ชายวันเสาร์ดีกว่า

ก่อนหน้านี้ จขบ เข้าร้านหนังสือ และเข้าเว็บ สนพ อยู่เสมอๆ แต่ก็กั๊กไว้ไม่ยอมซื้อเพราะจะรอซื้อทีเดียวตอนงาน ซึ่งไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิดเพราะพอทำ list ออกมาแล้วแทบช็อค เพราะราคาหลังลดแล้วอยู่ที่ 17,xxx บาท กรี๊ดดดดดด Smiley

เลยต้องปรับแผนใหม่ นั่งจัดอันดับความสำคัญ เล่มไหน The Must เล่มไหนรอไปก่อน เล่มไหนรอไปดูตัวจริงค่อยตัดสินใจ ได้ The Must List มาอยู่ที่ 7,xxx บาท (ก็ยังเยอะอยู่ดี)


เช้าวันเสาร์ จขบ ไปถึงที่งานตอน 10 โมงนิดๆ ไปถึงเข้างานได้เลย วางแผนว่าต้องไปซื้ออะไรมาจองเบอร์ฝากของก่อน เลยบึ่งไปที่ a book เพราะหนังสือที่นี่ไม่มีที่อื่น ไม่ต้องเดินสืบราคาให้เมื่อย เสร็จแล้วก็ไปนานมีต่อ เพราะนานมีตอนบ่ายๆ คนจะเยอะมาก ไม่เคยเดินสะดวก เลยรีบไปแต่เช้า อานิสงส์ของการไปตอนเช้า จากที่ list ไว้ 2 เล่มงอกกลายเป็น 5 ซะงั้น Smiley

พอฝากของเสร็จ ก็กลับไปที่บูธ Green Read ค่ะ คือสมัครสมาชิกไว้นานแล้วแต่ไม่รู้ว่าต้องไปรับบัตรทีงาน ไอ้เราก็รอว่าทำไมไม่เห็นส่งบัตรมาให้เลย ปีนี้เลยได้คูปอง 50 บาทมาใช้กับเค้าบ้าง บวกกับเล่นเกมใน FB ได้คูปองมาอีก 100 บาท (แอบดวงดีนะเนี่ย)

แลกคูปองเสร็จเลยเดินแว้บไปดูที่ Hall A เพราะอยู่ใกล้ๆ เข้าไปเมียงมองในห้อง Ballroom ที่เป็นโซนการ์ตูน + Light Novel แล้วต้องถอยออกมาอย่างไว เพราะในนั้นมีแต่โอตาคุ! ไม่ใช่ค่ะ คือคนมันแน่นมาก เลยขอถอย ถอย ถอย ดีกว่าาาาา

ส่วนแจ่มใสเราไม่คิดจะซื้อที่บูธอยู่แล้ว เลยไม่ได้แวะค่ะ

จากนั้นก็ไปตะลุยโซน C ค่ะ ปีนี้ โซน C เปลี่ยนผังใหม่ งงเลย เดินอยู่ C2 ได้แค่แถวหลังสุดแถวเดียว พี่ชายโทรมาตามไปกินข้าว อะไรเนี่ย เที่ยงแล้ว ยังเดินได้ไม่ถึงไหนเลย เลยแว้บไปกินข้าวก่อน พอกลับมาก็เปลี่ยนไปเดิน C1 เพราะเป็นหนังสือทั่วไป ไปได้หนังสือลดราคาถูกๆ จากที่นี่หลายบูธ ดีใจ ปีนี้เน้นหนังสือราคาถูกค่ะ ตามเก็บหนังสือเก่าๆ ด้วย

พอเดินจบ C1 ก็ขึ้นไปบน C2 ค่ะ จากนั้นก็เข้าไปในแพลนนารี่ ตอนนั้น 6 โมงแล้วมั้ง คนน้อยแล้วค่อยเดินได้หน่อย ตอนบ่ายนี่มึนคน เจอตรงไหนแออัดเราไม่เข้าแล้วค่ะ แก่แล้ว เฮ้อ

เรื่องที่คิดไม่ตกมาตั้งแต่ก่อนงานคือ จะซื้อแจ่มใสที่ไหนดี คือซื้อผ่านเว็บก็สบายดี ได้โปร ได้ปก แต่มัน 15% แต่ในงานมีบูธที่ลด 25% แต่หนังสือไม่ครบ แต่ถ้าซื้อที่งานเราจะได้คูปองกรีนรี้ดอีก 50 บาท เพราะถึง 10 เล่มแน่ๆ สุดท้ายความงกก็ชนะค่ะ วิ่งไปซื้อมากกว่ารัก 8 เล่ม รวมกับนิยายไทย 1 เล่ม กับหนังสือของพี่ชายอีก 1 เล่ม ได้ 10 เล่มพอดีเลยวิ่งไปบูธกรีนรี้ด ได้มาอีก 50 บาท รวมเป็น 200 บาท

ทีนี้ก็คิดไม่ออกว่าจะเอาคูปองไปซื้อเล่มไหนดี เพราะบูธที่รับก็มีไม่เยอะเท่าไหร่ และบางบูธก็จ่ายเองไปแล้วเพราะลืม ตัวเลือกก็คือ มังกรสาวป่วนสี่คาบสมุทร ที่บูธ Happy Banana หรือจะเอาไปซื้อโองการล่าอสูรดี สุดท้ายนึกได้ว่า เรื่องที่เราอยากอ่านมากที่สุดคือ ยาคุโมะ 7 กับ RDG 5 ของ Enter ซึ่งยังหาลดราคามากกว่า 15% ในงานไม่เจอเลย เลยวิ่งไปที่บูธแจ่มใส ได้ 2 เล่มมาในราคา 105 บาท Smiley เป็นอันจบงานหนังสือรอบแรกค่ะ

และนี่คือความเสียหาย แท่น แทน แท้นนนนนนน



เยอะอ่ะ ปากเก่งบอกว่าตัวเองจะแบกหมดนี่ไปขึ้นรถ shuttle bus เพื่อไปที่รถพี่ชายไหว แต่สุดท้ายพี่ชายใจดีไปขับรถมาจอดใกล้ๆ ให้ (เพราะมืดแล้ว เกือบ 2 ทุ่ม ที่ว่างแล้ว) + พี่สะใภ้ช่วยหิ้วการ์ตูนให้ เราเลยเหลือแค่เป้ 1 ใบ กับหนังสืออีก 2 ถุง ซึ่งก็ทุลักทุเลอยู่

มาดูแบบแยกเล่มค่ะ




บูธ นานมีบุ๊คส์ ลด 20% ทุกเล่ม

1. เที่ยวไทเปทุกวันได้ไหมเนี่ย - Wan Wan เป็นแฟนคลับวานวานค่ะ ถึงจะดองของเก่าไว้ 3 เล่มยังไม่ได้อ่าน แต่เล่มนี้เป็นท่องเที่ยว จะลัดคิวอ่านก่อน 175 เหลือ 140

2. เที่ยวไป วาดไป เพลินใจ
- เฟยเล่อเหนี่ยว เป็นหนังสือเกี่ยวกับการบันทึกการท่องเที่ยวด้วยการวาดภาพ มีหนังสือสอนวาดภาพของคนนี้ที่ออกกับ สนพ MIS หลายเล่มเลย แต่ที่นานมีเลือกมา น่าอ่านที่สุด ไม่ได้สอนวาดภาพอย่างเดียว 195 เหลือ 156

3. ก้มหน้าเที่ยว
- สร้อยสัตตบรรณ เป็นหนังสือรางวัลชมเชย รางวัลแว่นแก้ว ตั้งแต่ปี 2551 แต่เราเพิ่งมาเห็นตอนพิมพ์ครั้งที่ 3 ขอเดาว่าปกเก่าจะต้องเชยมากจนไม่สะดุดตาใดๆ แต่พอปกนี้ดูรู้เลยว่าไปเที่ยวญี่ปุ่น เป็นเรื่องราวการเที่ยวญี่ปุ่นผ่านฝาท่อค่ะ ถ้าจะหาหนังสือเที่ยวญี่ปุ่นที่ยังไม่ซ้ำใครก็น่าจะเป็นเล่มนี้แหล่ะ 148 เหลือ 118 บาท

4. ดินสอสีแดง
- Soo Hyeon Shin วรรณกรรมเยาวชนเกาหลีที่ได้รับรางวัล พี่ชายเคยซื้อมาอ่านแล้วบอกว่าเขียนดีมาก เราลองเปิดดูข้างในน่าจะแนวคล้ายๆ เทวดาที่โหล่ เลยสอยมาเก็บเป็นของตัวเองค่ะ ไม่แพงด้วย 88 เหลือ 70.5 บาท

5. เด็กหญิงอุเมะโกะ
- Sawako Agawa วรรณกรรมเยาวชนจากญี่ปุ่น (น่าจะเป็นวรรณกรรมเยาวชนญี่ปุ่นเล่มเดียวของนานมี) ช่วงนี้ตามเก็บวรรณกรรมเยาวชนญี่ปุ่นค่ะ เพราะรู้สึกว่าหนังสือประเภทนี้ในไทยนับวันจะหายากขึ้นทุกที 125 เหลือ 100 บาท



ผีเสื้อ

บูธ ดวงกมลสมัย ลด 15%
ตอนแรก list ไว้ 4 เล่ม แต่พอไปจับเล่มจริง เอาแค่ 2 เล่มก่อนแล้วกัน อีก 2 เล่มรอเปลี่ยนปกก่อน ไม่ชอบปกปัจจุบัน

1. เด็ก 200 ปี - Kenzaburo Oe ยอมรับเลยว่าเห็นเล่มนี้มานานแต่ไม่เคยคิดจะอ่าน ด้วยชื่อนักเขียนที่ตีตราว่าเป็นนักเขียนรางวัลโนเบล ทำให้คิดไปว่าจะต้องเป็นเรื่องอ่านยากแน่ แถม สนพ ยังแปะป้ายไว้อีกว่าไม่เหมาะกับเด็กเริ่มอ่าน แต่คิดไปคิดมา จขบ ก็แก่แล้วนี่หว่า แถมนี่มันยังเป็นวรรณกรรมเยาวชนนะ มันจะยากขนาดนั้นเลยเรอะ เลยซื้อค่ะ 198 เหลือ 168 บาท

2. อานหัก - เจมส์ อันดริดจ์ วรรณกรรมเยาวชนออสเตรเลีย ว่าด้วยเด็กชายที่พยายามจะใส่อานให้ม้าป่า เล่มบางนิดเดียว 79 เหลือ 68 บาท


earnest

บูธ กำมะหยี่ & Earnest

1. เด็กชายไกวชิงช้าในโลกสรรพเสียงสัตว์ - ชินจิ อิชิอิ วรรณกรรมเยาวชนญี่ปุ่นอีกเล่มที่มีออกมาในช่วงหลัง เล่มนี้เคยยืม TK Park มาอ่านแล้วไม่รอด ที่ไม่รอดเพราะมีอย่างอื่นที่อยากอ่านมากกว่า แล้วพอมันมีกำหนดว่าต้องอ่านให้จบใน 2 อาทิตย์เลยรู้สึกกดดัน สุดท้ายเอาไปคืนโดยที่ไม่ได้อ่าน เลยซื้อมาเป็นของตัวเองดีกว่า อยากอ่านเมื่อไหร่ค่อยอ่าน สบายใจ ลด 20% จาก 190 เหลือ 152 บาท



a book

โหมดสาระ

ยอมรับเลยว่างานนี้ ส่วนใหญ่ที่ซื้อเป็น Fiction มีตั้งแต่น้ำดียันนิยายประโลมโลกเลยทีเดียว แต่ก็ยังอุตส่าห์ได้อะไรแบบมีสาระมา 2 เล่มนะ

1. หิมาลัยต้องใช้หูฟัง - คัมภีร์ สรวมศิริ บันทึกการลาออกไปรักษาคนบนเทือกเขาหิมาลัย รูปเล่มหนาปึ้กสวยงาม น่าอ่านเป็นที่สุด (ใช้กระดาษแบบที่เราชอบด้วย) ซื้อจากบูธ อะ บุ๊ค ลด 15% จาก 315 เหลือ 280

2. รักษาอาการเจ็บป่วยโดยไม่ใช้ยา - นิดดา หงส์วิวัฒน์ เคยเจอที่ B2S แล้วรู้สึกว่าดีมาก ข้างในครอบคลุมสารพัดโรคไปตั้งแต่ปวดไหล่หลัง ไปยันตาแห้ง ปวดประจำเดือน มาเจอที่นี่ลด 20% เลยสอยซะ 160 เหลือ 128 บาท





กุสาวดี แผ่นดินนี้ยังมีรัก - เรซิ่น นิยายไทยเล่มเดียวที่เข้าวินมาในงานนี้ อันนี้เป็นเหมือนเด็กชายไกวชิงช้าฯ คือยืมมาแล้วไม่มีอารมณ์อ่านต้องเอาไปคืน 2 รอบเลยขอพอกันที ซื้อเก็บของตัวเองก็ได้ แต่เนื่องจากเล่มนี้หาซื้อตามร้านยากเว่อร์ เลยอยู่ในลิสต์ที่ต้องมาสอยในงานค่ะ ซื้อจากบูธ Fine Book ลด 20% จาก 275 เหลือ 220 บาท





แจ่มใส - มากกว่ารัก

อันนี้แหล่ะเรื่องที่ปวดหัวที่สุดในงานว่าจะซื้อแบบไหนและที่ไหนดี จะ Box มั้ย หรือจะแยกเล่ม อย่างชุดสัญญาหมั้นมัดใจนี่ตกลงใจแล้วว่าจะซื้อ Box เพราะแพงกว่าแยกเล่มแค่ 50 บาท (คิดจากราคาลดแล้ว) สุดท้ายแพ้ของถูกค่ะ มาเจอลด 25% แต่ไม่มีแบบ Box เลยซื้อแยกเล่มหมดเลย ส่วนชุด Memories จขบ ไม่สน เพราะไม่ชอบเรื่องราชันมังกร และ Box ก็แพงมากเพราะแถมสมุดภาพมากกว่ารัก (คือเรียกว่าแถมได้มั้ยเนี่ย แพงซะ) ซึ่ง จขบ ก็เฉยๆ กับสมุดภาพอีก เพราะเดี๋ยวนี้ advance ถึงขั้นเก็บสมุดภาพของแท้จากจีนแล้ว เสียดายที่ร้านไม่ได้เอาลำนำทะเลทรายมาด้วยไม่งั้นเยอะกว่านี้อีก ทั้งหมดนี้ซื้อจากบูธ N55 โซน C1 ค่ะ

1. ชุดสัญญาหมั้นมัดใจ - คุณชายหวงรัก
2. ชุดสัญญาหมั้นมัดใจ - คู่หมั้นคอยเคียง
3. ชุดสัญญาหมั้นมัดใจ - มือปราบเร้นใจ
4. ชุดสัญญาหมั้นมัดใจ - ท่านหมอตามรัก
5. ตำรับรักมัดหัวใจ
6. จอมใจนายทัพ
7. รักประดับใจ
8. หนึ่งบุปผากลางใจ - อวี๋ฉิง เล่มนี้อยู่ในลิสต์หนังสือที่รอไปก่อน แต่เจอลด 25% สอยเลยก็ด้ะ!





โหมดลองของ

ที่ว่าลองของนี่คือ มันเป็นซีรีส์หลายเล่ม ไม่รู้จะสนุกมั้ย ไม่กล้าซื้อทีเดียวเลยลองซื้อเล่ม 1 มาอ่านก่อน

1. โองการล่าอสูร - เคียร์สเตน ไวท์ ชุดนี้มี 3 เล่มจบ ดูจากหน้าปก + ชื่อเรื่อง ไม่น่าสนใจสักนิด แต่พอปกหลัง เอ๊ะ นางเอกโก๊ะๆ พระเอกเป็นอมนุษย์ที่หล่อเร้าใจ เอีะ ยังไง กลับมาหาข้อมูลในเน็ต เจอ FB คนแปล บอกว่าหน้าปกดูจริงจังเว่อร์ แต่เนื้อหาข้างในไม่ซีเรียสเหมือนปกนะ เลยซื้อเล่ม 1 มาลองก่อน ถ้าสนุก จะได้ซื้อเล่ม 2-3 ด้วยคูปอง 30% ที่ร้านนายอินทร์ในเดือนหน้าค่ะ ซื้อจากบูธ N35 ลด 20% จาก 215 เหลือ 172 แถมปกพลาสติกค่ะ

2. Princess Heart ตอนคู่รักลวงโลก - อันนี้น่าจะเป็น Light Novel แต่บงกชทำเป็นเล่มใหญ่ มีคนบอกว่าสนุก แต่เล่ม 1 มันไม่มีในร้านหนังสือแล้วเลยต้องมาซื้อในงาน ถ้าสนุกจะได้สั่งเล่ม 2-5 + การท้าทายของท่านเคาท์กำมะลอ ในเว็บค่ะ ซื้อที่บูธบงกช ราคา 149 เหลือ 120 บาท



จบของแพงแล้ว คราวนี้เรามาเข้าโหมดของถูกกัน Smiley




เดินโซน C1 เจอบูธอะไรไม่รู้ที่เอาหนังสือของ Salmon มาขายเยอะๆ แต่ จขบ ยังไม่ซื้อหนังสือใหม่เพราะยังออกไม่ครบ จะรอไปซื้อออนไลน์หลังงานทีเดียว (บ.ก. เค้าบอกว่าจะให้โปรเดียวกันกับในงานเพราะหนังสือออกช้ามาก) เลยมาคุ้ยรถเข็นเล่มละ 50/20 บาท ได้มา 2 เล่ม ค่ะ

1. เขตการปกครองมายองเนส - จิราภรณ์ วิหวา รวมเรื่องสั้น เคยอ่าน โปรดทานยาแล้วดื่มน้ำตามากๆ แล้วชอบ เลยสอย 160 เหลือ 50 บาท

2. ฮาวายประเทศ - จิรัฏฐ์ ประเสริฐทรัพย์ รวมเรื่องสั้นแบบเป็นซีรีส์เดียวกัน บ.ก. แบ็งก์เค้าเคยบอกว่าเจ๋งมาก จขบ เลยเชื่อ เปิดผ่านๆ น่าสนใจดี 140 เหลือ 50 บาท

พูดถึงแซลมอน เหมือนเดี๋ยวนี้เค้าจับทางได้แล้วว่าหนังสือที่ขายดีเป็นแนวไหน ก็คือแนวนักเขียนวัยรุ่นภาษากวนๆ (วิชัย, สเลดทอย, คันฉัตร) หรือไม่ก็แนวภาพประกอบกวนๆ (อาร์ต จีโน่, แชมป์ ทีปกร) หรือภาพน่ารัก (ปลารี่) หรือไม่ก็เรื่องเล่าแบบแนวๆ (New York 1st Time) ดังนั้น คิดว่าคงยากที่จะเห็นหนังสือวรรณกรรมแบบนี้ออกกับที่นี่อีก ซื้อเก็บไว้ก็ดีนะ





เดินดูในบูธส่งเสริมรักการอ่าน เจอ 2 เล่มนี้ เป็นภาคต่อของ หนังสือเล่มนี้มีความลับ ซึ่ง จขบ ซื้อมาดองประมาณ 7 ชาติเศษแล้วยังไม่ได้อ่าน เปิดดูแล้วเป็นวรรณกรรมเยาวชน (?) ที่น่าสนใจ กลเม็ดการเขียนก็ไม่ธรรมดา แถมอ่านคำนำเล่ม 3 เค้าบอกว่า ถ้าเป็นนางเอกก็ไม่รู้จะเลือกใครเพราะ 2 หนุ่มเนิร์ดทั้งคู่ Smiley อยากอ่านขึ้นมาทันที ถึงพิมพ์ไม่จบก็ไม่เป็นไร หลายครั้งที่เราอ่านเรื่องยาวแล้วสนุกอยู่แค่เล่มแรกๆ ถึงกลางๆ เรื่องราวระหว่างทางก็สนุกได้แม้ไม่รู้ตอนจบเนอะ

ขณะที่คุณกำลังอ่านอยู่นี้ก็สายไปแล้ว 265 เหลือ 50 บาท
หนังสือเล่มนี้ไม่ดีสำหรับคุณ 265 เหลือ 50 บาท

(ปล. เรื่องนี้ถ้าไปซื้อยกเซ็ต 3 เล่ม ที่บูธ Bliss อยู่ที่ 279 บาทค่ะ)
(ปล.2 ตอนนี้ Light Novel ของ Bliss เซลล์กันอยู่ที่เล่มละ 20-25 บาทแล้วนะคะ ใครยังเก็บไม่ครบไปสอยกันได้)





ส่วนอันนี้อยากอวดด้วยความภาคภูมิใจเพราะได้ของดีมาจริงๆ บูธ O37 อักษรวัฒนาค่ะ เป็นบูธหนังสือมือสอง เราก็เข้าไปรื้อๆ ค้นๆ ตามระเบียบ ไม่นึกว่าจะเจอของดีขนาดนี้

1. Cinderella Sagittarius - BuscuitBus เล่ม 3 ของไตรภาคซินเดอเรลล่า เล่มนี้ซุกอยู่ในชั้นล่างสุด มุมในสุด แบบต้องลงไปนั่งยองๆ ดูค่ะ หยิบออกมานึกว่าตาฝาดไป เพราะยังห่อพลาสติกอยู่เลย พลาสติกขาดนิดหน่อย แต่สภาพโดยรวมยังดีเว่อร์ๆ พยายามมองหาเล่ม 2 ว่ามีมั้ย เพราะ จขบ มีแค่เล่ม 1 ปรากฏว่าไม่มี เอ้อ เสียดายจัง ราคา 450 เหลือ 220 ค่ะ

2. Sunday Afternoon in Bejing & Shanghai - ปาลิดา พิมพะกร เล่มนี้เป็นปกเก่า และเคยยืมมาอ่านแล้ว แต่ซื้อมาเก็บอีก จะได้อ่านซ้ำอีก ชอบอ่านบันทึกการเดินทางของคุณฝน เพราะเค้ามักจะเที่ยวคนเดียว แบบเหงาๆ (สไตล์เดียวกัน) ราคา 250 เหลือ 50 บาท

3. เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม - โมริ เอโตะ แรร์ไอเท็มค่ะ อันนี้อยู่ในกองหนังสือตรงกำแพงด้านหลังที่ตั้งอยู่กับพื้น เป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 6 สภาพดีเว่อร์ จขบ จะเอามาแทนที่เล่มเก่าของ จขบ ที่โดนน้ำท่วมไปนิดๆ เล่มนี้จริงๆ อยู่ในกอง 50% แต่ตอนเอาไปคิดตังค์ คาดว่าแม่ค้าจะจำไม่ได้เลยคิดแค่ 50 บาท (จขบ ก็เลวอ่ะ ไม่ยอมบอกแม่ค้า เสียใจนะเนี่ย) ราคา 145 เหลือ 50 บาท





ต่อด้วย นิยายประโลมโลกค่ะ ไปเดินเจอในร้านหนังสือถูกในโซน C1 อีกแล้ว (ขออภัยจำชื่อบูธไม่ได้) มีนิยายเล่มละ 25 บาท 5 เล่ม 100 อยู่ที่กำแพงข้างนึง เลยไปเลือกอยู่นานมากกว่าจะได้ครบ เพราะเรื่องที่เอามาให้เลือกมันเหมือนเป็นยุคหลังๆ ของฟองน้ำ ที่ออกแนวประหลาดๆ การตั้งชื่อเรื่องบางเรื่องก็เพลียอ่ะ ไม่ไพเราะเพราะพริ้งเหมือนของแก้วกานต์ ไม่ลิสต์รายชื่อละกันนะ อาย 555





พอมาถึงแก้วกานต์ก็เจอนิยายรุ่นเก่าลดราคาเล่มละ 20, 30 บาท อีก ไม่รู้คิดไปเองมั้ย แต่  จขบ รู้สึกว่าหนังสือรุ่นใหม่ของแก้วกานต์ สำนวนแปลมันติดๆ ขัดๆ ไงก็ไม่รู้ อ่านไม่ค่อยจะรอดเลย เลยซื้อพิมพ์เก่าถูกๆ มาอ่านเล่นดีกว่า

เชลยรักเชลยใจ 150 เหลือ 20 บาท
อกาธาที่รัก 160 เหลือ 30 บาท
เพชรในเรือนใจ 190 เหลือ 30 บาท
ปล. แก้วกานต์แบบสวยๆ งามๆ ดองอยู่ที่บ้านอีกเป็น 10 เล่ม จ้ะ Smiley





การ์ตูน

ช่วงนี้ จขบ ตามล่าการ์ตูนยุคเก่าๆ อยู่ค่ะ เนื่องจากอ่านการ์ตูนยุคใหม่ๆ แล้วไม่สนุกเอาซะเลย รู้สึกฉาบฉวย การ์ตูนหน้านึงมีแต่หน้าคนคุยกันไม่กี่ประโยค ไม่ค่อยมีเรื่องราวอะไรเลย แถมนางเอกยังนิสัยก๋ากั่นตามยุคสมัย ไม่ถูกใจ จขบ เอาซะเลย (จขบ เป็นสาวโบฯ) มางานนี้ได้มา 2 เรื่อง (แต่หลายเล่ม) ราคาถูกแต่ก็ต้องทำใจกับสภาพนิดนึงค่ะ พยายามเลือกแพ็คที่ดีทีสุด

1. Alian Street - Narita Minako ของนาริตะ มินาโกะ เคยอ่านแต่ไซเฟอร์ เรื่องนี้ไม่เคยอ่าน 180 เหลือ 90 บาท บูธ เมืองหนังสือ

2. Ranse อสูรน้อยกระซิบรัก - Ikeno Koi จขบ มีซาตานสาวเจ้าปัญหา ของ มิตรไมตรี 5 เล่มหนาอยู่ แต่ไม่มีรุ่นลูกสาว แล้วกระดาษก็เหลืองมาก เลยซื้อชุดนี้มาลอง ถ้าแปลดีก็โละรุ่นเก่าไปขาย ถ้าไม่ดีก็โละชุดใหม่นี่แหล่ะไปขาย 555 ได้มาในราคาถูกมาก ราคาปก 1,280 เหลือ 320 บาท ค่ะ บูธ Thai Quality โซน C1 (บูธเมืองหนังสือขายชุดนี้ 800 นะคะ ใครจะไปสอยอย่าพลาดซื้อของแพงล่ะ)




สุดท้ายแล้วค่ะ

ที่จริง 2 เล่มนี้ควรจัดอยู่ในหมวดของแพง แต่เนื่องจาก จขบ เอาคูปอง Green Read ไปแลกซื้อมาจากบูธ Enter เลยกลายเป็นของถูกไป คูปอง 200 แบ่งใช้เล่มละ 100 ก็แล้วกัน

1. RDG 5 - Ogiwara Noriko เล่ม 5 แล้ว อีกเล่มเดียวก็จะจบ รู้สึกเนื้อหามันยังไปได้อีกไกลเลย สงสัยคนแต่งเบื่อแล้ว (มั้ง) ราคา 169 ลด 15% + คูปอง 100 จ่ายไป 44 บาท

2. ยาคุโมะ นักสืบวิญญาณ 7 - Kaminaga Manabu ออกเมื่อไหร่ซื้อเมื่อนั้น อ่านทีไรก็ฟินกับความซึนของเฮียแก ราคา 189 ลด 15% + คูปอง 100 จ่ายไป 61 บาท


หมดซะที เยอะเหมือนกันนะเนี่ย สุดท้ายเป็นที่คั่นหนังสือและของที่ได้แจกมาจากการทำแบบสอบถามค่ะ หนังสือจิ๋วคมคำเทพรัตน์ที่เคยขายเมื่องานไหนสักงาน จำไม่ได้ ที่คั่นเกือบทั้งหมดมาจากบูธที่ขายหนังสือของแซลมอน เค้าให้หยิบได้ตามสบาย จขบ ผุ้คลั่งที่คั่นงามๆ เลยหยิบมาลายละ 2 อัน ปลื้มปริ่มมากค่ะ



รวมความเสียหายเมื่อวานนี้ หนังสือ 38 เล่ม + การ์ตูน 19 เล่ม จ่ายไป 4,092 บาทถ้วนค่ะ Smiley



แต่! ช้าก่อน! ยังไม่หมดแค่นี้ จขบ ยังมี list ที่จะสั่งออนไลน์ + ซื้อที่ร้านอีก 3 lot ใหญ่ๆ คือ

แจ่มใส (ลำนำทะเลทราย + ชายาสะท้านแผ่นดิน 4 + JLN)
แซลมอน (ราวๆ 1,200 บาท เพราะอยากได้กระเป๋าหมาจ๋า)
อัมรินทร์ (คูปอง 30%)

เดี๋ยวมาอัพเดททีหลัง หลังได้หนังสือแล้วค่ะ

ไปก่อนล่ะค่ะ ไปกินแกลบ (ฮา)


ปล.1 ไม่ได้เฉียดเข้าไปในโซนพลาซ่าเลย
ปล.2 นิทรรศการอะไรก็ไม่ได้ดูเลย





 

Create Date : 19 ตุลาคม 2557    
Last Update : 19 ตุลาคม 2557 13:33:44 น.
Counter : 1192 Pageviews.  

ฮัลโหลขอสายหัวใจเธอหน่อย (I've got your number) - โซฟีกลับมาแล้ว



หลังปก

โบราณว่าไว้ มือใครยาวสาวได้สาวเอา ซึ่งสำหรับ 'ป๊อปปี ไวแอ็ตต์' แล้ว นั่นหมายถึงโทรศัพท์มือถือที่เธอเจอในถังขยะด้วย! เธอเพิ่งทำแหวนหมั้นอันเลอค่าหาย โทรศัพท์มือถือก็โดนขโมย แต่ก่อนที่ดวงของเธอจะตกต่ำไปกว่านี้ สวรรค์ก็ประทาน 'แซม ร็อกซ์ตัน' มาให้ในรูปแบบของเสียงหล่อๆ ตามสาย พอรู้สึกตัวอีกที อินบ๊อกซ์ของเธอก็มีอีเมลของเขาเข้ามาปะปน แผนการชีวิตอันราบเรียบของเขาก็ถูกเธอบุกเข้าโจมตีจนปั่นป่วน แล้วแบบนี้ การใช้โทรศัพท์ร่วมกันจะรอดไหมเนี่ย แต่ที่แน่ๆ ป๊อปปีเริ่มจะรู้สึกว่าดวงเธออาจไม่ได้แย่ขนาดนั้นก็ได้

** ภาพประกอบ //www.naiin.com


ความรู้สึกหลังอ่าน

โซฟี คิลเซลล่า กลับมาแล้วค่ะ ! กลับมาในที่นี้ไม่ใช่แค่มีงานใหม่แปลไทยออกมา แต่เรื่องนี้คิลเซลล่าจัดเต็ม ทั้งพล็อต เสน่ห์ของตัวละคร บทสนทนาฮาๆ แต่น่ารัก อ่านแล้วมีความสุขมากๆ เป็นเรื่องแปลฝรั่งที่อ่านสนุกในรอบปีสองปีของเราเลยทีเดียว

I've got your number เป็นเรื่องเกี่ยวกับนางเอก (ป๊อปปี้ ไวแอตต์) ซึ่งกำลังจะหมั้นได้ทำแหวนหมั้นหายไปที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แถมมือถือยังโดนฉกไปต่อหน้าต่อตา ขณะที่คิดว่าชีวิตกำลังซวยสุดๆ นั้นเอง เธอก็ได้เจอโทรศัพท์เครื่องหนึ่งถูกทิ้งอยู่ในถังขยะ ซึ่งโทรศัพท์เครื่องนั้นเป็นของผู้ช่วยส่วนตัวของพระเอก (แซม ร็อกซ์ตัน) ผู้บริหารของบริษัทคอนซัลท์แห่งหนึ่ง (คอนซัลท์อีกแล้ว แต่ไม่เป็นไร เราชอบพระเอกมาดนักธุรกิจใส่สูทผูกไทด์ > <  ) เพราะเข้าตาจนเธอก็เลยต้องยึด! เอ้ย! ยืม! โทรศัพท์เครื่องนั้นไว้ใช้ก่อน เผื่อว่าใครพบแหวนหมั้นของเธอจะได้ติดต่อมาได้

ทีนี้โทรศัพท์เครื่องที่ว่าก็ดันมี E-mail มากมายที่ต้องการส่งหาพระเอกส่งเข้ามา แถมยังมีคนแปลกๆ โทรมาอีก (เพราะว่าผู้ช่วยของพระเอกทิ้งงานไปดื้อๆ ก็เลยไม่มีใครรู้ว่าโทรศัพท์เครื่องนี้เปลี่ยนมือแล้ว) พอพระเอกรู้ก็จะขอโทรศัพท์คืน (เป็นโทรศัพท์ของบริษัท) แต่นางเอกเรายึด! เอ้ย! ขอยืมใช้ก่อน โดยเธอจะคอย Forward e-mail และข้อความต่างๆ ไปให้พระเอกอีกที

ทีนี้ก็เลยกลายเป็นว่านางเอกกับพระเอกใช้ inbox ของ email ร่วมกัน ด้วยนิสัยสนอกสนใจคนอื่น เธอก็เลยรู้สึกเหมือนจะทนไม่ได้กับนิสัยเย็นชาเหลือร้ายของพระเอก คนอะไรไม่มีหัวจิตหัวใจ ไม่รู้จักสานสัมพันธ์กับผู้คนซะบ้าง ด้วยความปรารถนาดี (?) ก็เลยช่วยตอบ e-mail ให้ซะเลย ทีนี้ชีวิตของพระเอกเลยปั่นป่วนไปหมด ....

เล่าแค่นี้พอค่ะ ยังไม่ได้ spoil อะไรเลยนะ เรื่องนี้เราอ่านไปขำไป คือนางเอกของโซฟีเธอมาแนวนี้ตลอด คือเป็นผู้หญิงไฮเปอร์ๆ มีความมั่นใจ ชอบช่วยเหลือคนอื่น มนุษยสัมพันธ์ดี แล้วก็ออกจะจุ้นจ้านกับชาวบ้านไปนิด ตอนที่อ่านถึงตอนนางเอกแอบส่งเมลล์แทนพระเอกนี่ก็เอือมนางนิดหน่อย แบบ..เอาจริงมันก็คือเสียมารยาทมากๆ นึกว่าพระเอกจะโกรธจนระเบิดซะแล้ว ปรากฏว่าพระเอกทนได้มากกว่าที่คิดซะงั้น

ส่วนพระเอกก็มาแนวเดิมกับสาวนักช้อปฯ คือ นักธุรกิจ ใส่สูท ผูกไทด์ ไม่ใช่คนเย็นชานะ (ถึงนางเอกจะว่างั้นก็เหอะ) ก็แค่เป็นคนที่ไม่ชอบพิธีรีตองอะไรมากมายเท่านั้นเอง e-mail ก็ตอบสั้นยังกะส่งโทรเลข (เขียนยาวเค้าก็ไม่เก็บตังค์หรอกน่ะ) ทำงานเก่งด้วย โดยเฉพาะด้านวิเคราะห์ (ถ้าใครอ่านถึงตอนพระเอกใช้สกิลวิเคราะห์จะฮามาก อยากสปอยล์เหลือเกิน T T ) เป็นคนใจดีนะ ถ้าเป็นเราเจอป่วนชีวิตซะขนาดนั้นคงระเบิดลง สาปส่งยัยนางเอกไปแล้ว แต่พี่แซมเค้าทนได้ค่ะ เป็นสุภาพบุรุษมากๆ กรี๊ดดดด

พล็อตของเรื่องนี้เป็นสิ่งที่เราประทับใจมากค่ะ การวางพล็อตตั้งแต่ต้นจนจบมีความเกี่ยวเนื่องกันมาตลอด อะไรที่เราคิดว่าเป็นการเวิ่นเว้อในช่วงแรกๆ กลับมามีบทบาทสำคัญในตอนท้ายๆ นอกจากพฤติกรรมและบทสนทนาฮาๆ ของนางเอก เรื่องนี้ยังแฝงสาระอะไรมากกว่าที่คิด ทั้งเรื่องของการตัดสินคนอื่นจากภายนอก เรื่องของการให้คุณค่ากับตัวเอง เรื่องนี้พระเอกนางเอกมีปัญหาต้องเผชิญทั้งคู่ เราชอบที่พอพระเอกนางเอกเริ่มรู้จักกัน ทัศนคติและพฤติกรรมของทั้ง 2 คนก็ดีขึ้น เหมือนทั้งคู่เติมเต็มซึ่งกันและกัน และทำให้อีกฝ่ายเปลี่ยนไปในทางที่ดี

ฉากโรแมนติกของเรื่องนี้มีไม่เยอะ แต่ทำให้คนอ่านกรี๊ดกร๊าดในใจอยู่คนเดียว อ่านไปลุ้นไปอินไป โอย...อยากเป็นนางเอกซะเหลือเกิน ยิ่งตอนสุดท้าย ท้ายสุด นั่น จะเห็นว่าพระเอกของเราช่างน่ารักซะจริง ถ้าเราเป็นป๊อปปี้ก็ต้องละลายเหมือนกัน > <


รูปเล่มและพิสูจน์อักษร : ทำได้โอเคนะคะ message โต้ตอบระหว่างพระนางภาคภาษาไทยเค้าทำเป็น Balloon คำพูด แต่แอบไปดูต้นฉบับแล้วเค้าแค่ทำตัวเอียงๆ ไว้เท่านั้นเอง คำผิดมีนิดหน่อย แล้วก็เจอที่นึงที่ Balloon มันตกไปหน้าถัดไป ทำให้ Balloon มันไปแทรกอยู่ระหว่างประโยค อ่านแล้วแอบงงค่ะ ส่วนการแปลก็โอเคเลย สำนวนแสบๆ คันๆ ดี มีเสน่ห์แบบชิคลิท เราคุ้นๆ ชื่อนักแปลเลยไปเสิร์ชดูปรากฏว่าเป็นคนที่แปล สาวนักช็อปฉบับมินิ นี่เอง

สรุป

โซฟี คิลเซลล่า จัดเต็ม สมกับคำโปรยที่ว่า 'นี่คือหนึ่งในเล่มที่ดีที่สุดของคินเซลล่า' เห็นด้วยด้วยประการทั้งปวงค่ะ นี่ว่าจะรื้อ Twenties Girl ที่ดองมาหลายปีขึ้นมาอ่านซะที อารมณ์ยังอินไม่หาย และหวังว่าอัมรินทร์จะซื้อ 'Wedding Night' มาแปลอีกนะคะ รออย่างคาดหวังค่ะ < ( _  _ ) >







 

Create Date : 20 เมษายน 2557    
Last Update : 20 เมษายน 2557 23:59:48 น.
Counter : 1207 Pageviews.  

สรุปด้วยภาพ ++ หนังสือที่อ่านจบในปี 2013 ++

    ปี 2013 ที่ผ่านมา เรารู้สึกว่าตัวเองอ่านหนังสือน้อย ไม่ค่อยได้อ่านเป็นเรื่องเป็นราว เพราะติดทวิตเตอร์ ติดซีรีส์ แต่พอสิ้นปี ลอง list หนังสือที่อ่านจบ ทั้งที่ซื้อมา และที่ ยืม TK Park มา ก็พบว่าเหยียบ 100 เล่มพอดีๆ เลยทำรูปไว้เป็นที่ระลึกเอาลง Facebook แต่ไหนๆ ทำแล้ว เอามาลงที่ Blog ด้วยก็แล้วกัน

     ถึงจะอ่านจบเป็น 100 เล่ม แต่พอสแกนดูแล้วพบว่าเป็นนิยายแปลเยอะมาก มากสุดก็ฝั่งไต้หวันเลยค่ะ เยอะมาก ทั้งแฟนตาซี และ นิยายจีน รองมาเป็น Light Novel ของญี่ปุ่น ของฝั่งตะวันตกมีแค่เล่ม 2 เล่ม นิยายไทยอีกนิดหน่อย

     นอกจากนิยาย ที่เหลือก็จะเป็นหนังสือท่องเที่ยวค่ะ เป็นอีกหมวดหนึ่งที่เราชอบอ่าน ที่เยอะๆ ก็เป็นประเทศญี่ปุ่น (อันนี้ปกติก็อ่านเยอะอยู่แล้ว แต่ปีที่แล้วคืออ่านตอนวางแผนเที่ยวด้วย) บางประเทศไม่คิดจะไป แต่ชอบอ่านว่าคนอื่นเค้าไปแล้วเจอะเจออะไรกัน สนุกดีค่ะ

     หมวดสุดท้าย เมื่อก่อนอ่านเยอะนะ แต่เดี๋ยวนี้อ่านน้อยลงมาก พวกหนังสือบทความ คอมิกเอสเส ซึ่งเดี๋ยวนี้อ่านแต่ของนักเขียนวัยรุ่น ของผู้ใหญ่แนวจริงจังๆ นี่ไม่ได้แตะเลยค่ะ

     ปี 2014 นี้ เป้าหมาย คือทลายกองดอง ปีที่แล้วซื้อนิยายไทยมาเยอะมาก แต่กลับไม่ค่อยได้อ่าน หรือไม่ก็อ่านไม่จบ หวังจะทลายกองลงในปีนี้ค่ะ

     สุขสันต์ปีใหม่ 2014 ขอให้เพลิดเพลินกับการอ่านทุกท่านค่ะ Smiley






 

Create Date : 03 มกราคม 2557    
Last Update : 3 มกราคม 2557 17:51:28 น.
Counter : 609 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  

hiroko
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Friends' blogs
[Add hiroko's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.