สวัสดีครับ ขณะนี้คุณได้หลวมตัวเข้ามาในบล๊อคของผมเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ผมมีนิยายสองเรื่องนะครับ รับชมได้ตามสบายครับ

sillfai
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add sillfai's blog to your web]
Links
 

 
วลาดิเมียร์ ปูติน จอมมารยุคใหม่

  "ถ้าความรุนแรงยังแก้ปัญหาไม่ได้ แปลว่าคุณยังใช้มันไม่มากพอ"

วลาดิเมียร์ปูติน ผู้รับการขนานนามว่า "จอมมาร ยุคใหม่"





ย้อนกลับไปในปี1987 สหภาพโซเวียตมีเลขาธิการพรรคคนใหม่(เทียบเท่าผู้นำสหภาพโซเวียต)ชื่อว่า " มิฮาอิล กอบาชอฟ"


กอลบาชอฟเล็งเห็นว่า นโยบายแบบเดิมของสหภาพโซเวียตนั้นทำให้ สหภาพตกต่ำการทหารก็เน้นหนักมากเกินไป ทำให้รัฐต้องแบกภาระหลังแอ่นจากการที่ต้องเข้าไปหนุนรัฐบริวารทางด้านการทหาร เศรษฐกิจอยู่ในมือของรัฐจนหมดสิ้น ทำให้จะทำการอะไรก็ชักช้าทำให้สู้ประทเศทุนนิยม อย่างสหรัฐอเมริกาไม่ได้

เมื่อเริ่มสมัยกอลบาชอฟ จึงเริ่มวางนโยบายลดความตึงเครียด ระหว่างสองขั้วลงโดยเริ่มจาการลดความสนับสนุนทางด้านการทหาร ให้กับรัฐบริวารลดงบประมาณทางด้านทหารลง เป็นการปฏิรูปจากหน้ามือเป้นหลังมือที่ไม่เคยมีผู้นำโซเวียต คนไหนทำมาก่อน ในปลายสมัยได้ออกยาแรง ที่ชื่อว่านโยบายเปเรสทรอยก้า และ กลาสนอสต์ เพื่อการะตุ้นเศรษฐกิจ

เปเรสทรอยก้าคือ การปฏิรูปโครงสร้างภายในให้ดีขึ้น เปลี่ยนแปลงสิ่งเก่าๆเอาคนที่เฉื่อยแฉะออกไป เอาคนรุ่นใหม่ เข้ามาทำงาน

กลาสนอสต์คือ นโยบายเปิดกว้างทางความคิด ให้ประชาชนมี่เสรีภาพมากขึ้น
ซึ่งแม้ฉากภายนอกจะดูดี แต่ความเป็นจริงแล้ว เบื้องลึกมันคือหายนะ

นโยบายลดการงบทางด้านการทหารทำให้ ขุนศึกลดอำนาจลง ทำให้ใครที่ยังอยากมี ประมาณอยากมีอำนาจต้องเข้าหากอลบาชอฟ

เปเรสทรอยก้าเบื้องหลังแล้วก็คือนโยบายการสับเปลี่ยนให้คนของกอลบาชอฟ เข้าไปแทนที่โดยที่ใครก็ขัดขวางไม่ได้

กลาสนอสต์การเปิดกว้างทางความคิดทำให้ ประชาชนมีเสรีภาพมากขึ้นสามารถคานกับกำลังกับขุนศึกที่หิวโหย กอลบาชอฟเชื่อว่า ประชาชน จะเลือกขนมปังมากว่าลูกปืนเมื่อเปิดโอกาสให้พูดประชาชนจะอยู่ข้างตน และเมื่อประชาชนอยู่ข้างตนขุนศึกที่เสียประโยชน์จะทำอะไรไม่ถนัด


แต่ทว่ากอฟบาชอฟคิดผิด
นโยบายนี้สายเกินแก้โดยเฉพาะการตกต่ำของเศรษฐกิจที่ทรุดหนักทับถมมานานการให้เสรีภาพแก่ประชาชนทำให้เกิดการแสดงออกมากขึ้นเกิดการเดินขบวนและนัดหยุดงานกันขึ้น อาณานิคมต่างๆพอได้รับเสรีภาพก็เกิดการเรียกร้องเอกราช ต้องการแยกตัวไปปกครองตนเองมากขึ้นฝ่ายต่อต้านนโยบายปฏิรูปของกอร์บาชอฟก็มีเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะพวกอนุรักษ์นิยมที่ต้องการให้สหภาพโซเวียตกลับคืนไปสู่การปกครองแบบหลังม่านเหล็กอย่างเดิม

นโยบายของกอลบาชอฟทำให้ ระบบเส้นสายเป็นที่เฟื่องฟู ใครอยากได้อะไรต้องไปหา เส้นสาย ใครอยากสิ่งใดต้องรู้จักใครสักคน ระบบนี้ได้ให้กำเนิดกลุ่มคนที่รู้จักกันในภายหลังว่า thefamily

ในที่สุดก็เกิดรปห.โดยพวกอนุรักษ์นิยม และในตอนนั้นเอง กอลบาชอฟคิดถูก ประชาชนจะเลือกขนมปังมากว่าลูกปืน แต่ทว่า คนที่ประชาชนเข้าข้างไม่ใช่ตน

แต่กลับกลายเป็นมือที่สามที่ชื่อว่า บอริส เยลซิน



เยลซินได้เป็นแกนนำรวบรวมประชาชน ขัดขวางรปห. เอาไว้ได้ ทำให้รปห.ครั้งนั้นเป็นหมันแต่ทว่าถึงแม้ จะหยุดไว้ได้ อำนาจก็ไม่อยู่ในมือของกอลบาชอฟแม้ว่าจะมีความพยายามจะกลับมาคืนนสู่อำนาจอีกครั้งแต่ทว่า อาวุธที่กอลบาชอฟหมายมั้นปั้นมือจะเอาไว้สู้กับบรรดาขุนศึก ก็คือประชาชนบัดนี้ไม่ได้อยู่ข้างเขาอีกต่อไปแล้ว ประชาชนนิยม ในตัวเยลซินมากกว่า





รูปผู้มาชุมนุมที่ออกมาสนับสนุนเยลซิน

เยลซินจึงขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดี ดีด กอฟบาชอฟ ให้ตกกระป๋องไป
และเยลซินก็ได้ นำรัสเซียลาออกจากสหภาพโซเวียต และแล้วหนึ่งในจักรวรรดิยุคใหม่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกก็สิ้นสุดลง

กอลบาชอฟได้จากไปแล้ว รัสเซีย ไม่ต้อง แบกภาระอะไร ประชาชนมีเสรี มันคือยุคทองประชาชนรัสเซียหลายคนคิดเช่นนั้น
แต่ทว่าทุกอย่างไม่ง่ายแบบนั้น

เยลซินเริ่มต้นยุคใหม่ด้วยขาย เยลซิน ผ่านร่างแผนเศรษฐกิจ รัสเซีย โดยให้เอกชนเข้าจัดการทุกอย่างเองให้มากที่สุด เพราะเขาเชื่อว่าของทุกอย่างควรมีคนเป็นเจ้าของ ตรงข้ามกับ คอมมิวนิสต์ ที่รัฐบาลเป็นเจ้าของทุกอย่าง ทุกอย่างที่เคยเป้นของรัฐถูกแปรรูปไปอยู่ในมือของ กลุ่มคนกลุ่มคนที่อยู่ใกล้ชิด

มีคำกล่าวว่าขณะที่โลกตะวันตกปกครองกันด้วย “กฎหมาย” แต่รัสเซียในยุคของเยลซินนั้นปกครองกันด้วย “ความเข้าใจ”

และด้วย“ความเข้าใจ” เยลซินได้อนุญาตให้คนที่ใกล้ชิดกับเขาเข้ามาหาประโยชน์กับแผ่นดินรัสเซียเพื่อสร้างฐานอิทธิพลให้คนเหล่านั้นและในขณะเดียวกันก็สร้างอิทธิพลให้เยลซินไปด้วย คนกลุ่มนี้ถูกเรียกว่า TheFamily หรือ “ครอบครัว” ประกอบด้วยพวกนายทุน พวกพ้องบริวาร และญาติมิตรของเยลซินเองยิ่งคนเหล่านี้ใกล้ชิดเยลซินได้มากเท่าใดก็จะยิ่งมีอำนาจมากขึ้นเท่านั้น




The Family  คุ้นๆ คนกลางไหมครับ  ใช่แล้วเสี่ยหมีของเชลซีนั่นเอง


เริ่มต้นยุคใหม่ที่ขมขื่น รัสเซียดูขาดแคลนทุกอย่างที่ควรจะมีสิ่งที่ควรเป็นของส่วนกลางกลับกลายเป็นอยู่ในมือของคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

ยุคของเยลซิน“ครอบครัว” ได้แผ่ขยายอำนาจไปควบคุมองคาพยพต่างๆ ของรัสเซียเหมือนกับใยแมงมุมและแมงมุมที่ชักใยอยู่ตรงกลางนามว่า “บอริส เบเรซอฟสกี”







บเรซอฟสกีเป็นชาวรัสเซียเชื้อสายยิวเกิดในครอบครัวช่างก่อสร้าง ฐานะธรรมดา รูปร่างภายนอกมิได้โสภานัก คือเป็นคนอ้วนเตี้ย หัวล้าน อย่างไรก็ตามหากใครได้คุยกับเขาสักเพียงเล็กน้อยและสัมผัสถึงความฉลาดเฉลียวของเขาจนลืมลักษณะภายนอกของเขาไปสิ้น

ด้วยสติปัญญาเหนือล้ำกว่าคนอื่นเบเรซอฟสกีได้ร่ำเรียนจบดอกเตอร์ทางคณิตศาสตร์ ต่อมาเขาเข้าสู่วงการธุรกิจและใช้เล่ห์เหลี่ยม กลอุบายและความกล้าได้กล้าเสียเข้าต่อสู้ในวงการทุนนิยมเกิดใหม่ของรัสเซียมีข่าวลือว่าเขาเคยสังหารเพื่อร่วมงานเพื่อผลประโยชน์ ขณะเดียวกันก็เคยรอดพ้นจากการลอบฆ่าของศัตรูทางธุรกิจ

เบเรซอฟสกีต่อสู้ในสมรภูมิธุรกิจอย่างโชกโชนและผ่านพ้นออกมาอย่างผู้ชนะ กลายเป็นมหาเศรษฐีในระยะเวลาอันสั้นแต่ความสนใจแท้จริงของเศรษฐีผู้นี้ก็หาใช่เรื่องเงินไม่

ครั้งหนึ่งเบเรซอฟสกีเคยกล่าวชมเชยเพื่อนนักคณิตศาสตร์ของเขาว่าเป็นอัจฉริยะมีคนบอกว่า “ถ้าเพื่อนคนนั้นฉลาดจริงทำไมเขาไม่รวยอย่างคุณล่ะเบเรซอฟสกีฟังดังนั้นก็ตอบกลับอย่างอารมณ์เสียว่า“ความรวย? ผมจะบอกให้นะว่าการสร้างความร่ำรวยคืออะไร...มันเป็นแค่ทักษะประเภทหนึ่งเท่านั้นเอง และเป็นทักษะง่ายๆ คนโง่ๆ ก็มีทักษะนี้ได้”

สำหรับเศรษฐีผู้นี้ทักษะที่เหนือกว่าการสร้างความร่ำรวย คือ “ความเข้าใจ” 

ในตอนนั้นเขาสร้างความเข้าใจในรัฐบาลเยลซินอย่างทะลุปรุโปร่งและมองเห็นลู่ทางที่จะได้อะไรหลายอย่างที่มีค่ากว่าเงินมาก

เบเรซอฟสกีซื้อสถานีโทรทัศน์ใหญ่ของรัสเซียทำให้เขามีอำนาจสื่ออยู่ในมือเขาหาเส้นสายเข้าไปสนิทกับเยลซินและแสดงให้เยลซินเห็นว่าเขาสามารถสร้างความสำเร็จหลายอย่างที่คนอื่นทำไม่ได้โดยการใช้สื่อสนับสนุนเยลซินและชักชวนให้กลุ่มนักธุรกิจช่วยกันออกเงินสนับสนุนจนเป็นกำลังสำคัญในการทำให้เยลซินชนะการเลือกตั้งครั้งที่สองในลักษณะนี้เพียงชั่วเวลาไม่นานเบเรซอฟสกีก็ขึ้นเป็นคนสำคัญที่กุมอำนาจของ “ครอบครัว”ไว้


เมื่อเบเรซอฟสกีได้อำนาจมาเขาก็ให้พรรคพวกทำการทุจริตหลากหลายรูปแบบกวาดซื้อรัฐวิสาหกิจ ไฟฟ้า ประปา น้ำมัน แร่ธาตุ วิทยุ โทรทัศน์ไว้ในราคาถูกควบคุมบัญชาให้หน่วยงานเหล่านี้ทำงานไปเพื่อประโยชน์ของตนดูดเอารายได้มหาศาลของประเทศเข้าสู่กระเป๋า
รัสเซียที่เคยยิ่งใหญ่บัดนี้ กลับกลายเป็นเสือลำบาก สมองไหลออกนอกประเทศ

โสเภณีเกลื่อนเมืองมาเฟียครองประเทศ ทุกอย่างมองไม่เห็นความหวัง

ยิ่ง“ครอบครัว” โกงกินมาก ประชาชนก็ยิ่งเสื่อมศรัทธาในตัวเยลซิน(มีการประมาณกันว่าขณะพ้นตำแหน่งนั้นความนิยมของเยลซินตกต่ำไปอยู่ที่เพียง 2%)
เยลซินแก้ปัญหาโดยการโยนความผิดไปให้อดีต นายพลคนหนึ่งชื่อว่า เยฟเกนี พรีมาคอฟ โดยกล่าวหาว่าทั้งหมดเป็นความผิดของหมอนี่คนเดียวเค้า ไม่เกี่ยวนะครับ





**********
เยฟเกนีพรีมาคอฟ
*****
นายเยฟเกนีพรีมาคอฟ จึงเปลี่ยนตัวเอง เป็นคู่แข่งทางการเมืองทันที และที่สำคัญประชาชนไม่น้อยไม่เชื่อน้ำยา เยลซิน
คู่แข่งทางการเมืองคนใหม่ชื่อนายเยฟเกนีพรีมาคอฟซึ่งมีหัวเอนเอียงไปทางคอมมิวนิสต์กลับจึงเจิดจ้าขึ้นมาทันที

นายเยฟเกนีพรีมาคอฟ ก็ไม่ธรรมดามี เส้นสายโยงใย กับนายพลผู้ทรงอิทธิพล นามว่า YurySkuratov ซึ่งอยู่ด้านตรงข้ามกับเยลซิน


ประชาชนเอือมระอา คู่แข่งไม่ธรรมดา แถมมีเส้นสายระดับบิ๊ก กลุ่มของนายเยลซินเจอศัตรูผู้จะมาโค่นบัลลังข์ แล้ว แต่แล้วจู่ๆ ก็มีภาพหลุดของ นายพลผู้ทรงอิทธิพล YurySkuratov เล่นแซนวิชต์ กับโสเภณี ผู้เป็นแบ็คอัพให้กับ เยฟเกนี พรีมาคอฟ







17/3/1999 Skuratov ถูกถ่ายวีดีโอ ขณะร่วมประเวณีกับ โสเภณี 2 คนและถูกบีบให้ลาออก ทั้งหมดนี้ เป็นฝีมือ ของ ชายหนุ่มที่มีชื่อว่า

วลาดิเมียร์ปูติน

เพื่อรักษาฐานอำนาจเอาไว้“ครอบครัว” ได้พยายามหาทายาททางการเมืองที่จะมาแทนเยลซินได้ในเวลานั้นเองชื่อของหัวหน้า FSB “วลาดิเมียร์ ปูติน” ก็เริ่มโดดเด่นขึ้น

มีข่าวลือว่าปูตินทำเรื่องหลายประการในการขึ้นเป็นประธานาธิบดีโดยนอกจากแบล็คเมล์เยลซินให้ยกตำแหน่งทายาทแลกกับการลงจากตำแหน่งอย่างปลอดภัยแล้วเขายังไปเยี่ยมคารวะเบเรซอฟสกีหลายครั้งเพื่อโน้มน้าวให้เชื่อว่าเขาเป็นเพียงหมาล่าเนื้อเชื่องๆ ที่พร้อมจะอยู่ใต้อำนาจ

เบเรซอฟสกีเห็นว่าปูตินยังหนุ่มเล่ห์กลใดๆ คงห่างชั้นกับเขานัก น่าจะสามารถควบคุมได้ง่าย จึงให้การสนับสนุนปูตินในการเลือกตั้งปี1999 โดยใช้สื่อใส่ร้ายป้ายสีฝ่ายพรีมาคอฟและเชิดชูปูตินจนสามารถชนะการเลือกตั้ง

ครั้นส่งปูตินขึ้นสู่บัลลังก์สำเร็จเบเรซอฟสกีก็วางใจว่าเด็กของเขาได้เป็นประธานาธิบดีแล้วต่อไปเขาจะต้องมีอำนาจเพิ่มมากขึ้นอีก และมีความสบายมากขึ้น

...อนิจจานั่นเป็นความคิดที่ผิดมหันต์...

เมื่อปูตินขึ้นมาสู่อำนาจเขาได้ผลักดันคนสองกลุ่มขึ้นมาเป็นแขนขาของตน

หนึ่งคือกลุ่มปัญญาชนเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กประกอบด้วยนักกฎหมาย และนักเศรษฐศาสตร์ที่มากความสามารถจากเมืองบ้านเกิดของปูตินคนเหล่านี้ทำหน้าที่เป็น “ฝ่ายบุ๋น” หลักโดยนักกฎหมายดูแลการร่างกฎหมายที่เอื้อต่อการพัฒนาตลาด และความมั่นคงทางการเมืองส่วนนักเศรษฐศาสตร์ดูแลการปฏิรูปเศรษฐกิจให้กลับมาเข้มแข็ง

และอีกส่วนหนึ่ง
สองคือกลุ่มนักการเมืองซึ่งมีพื้นเพเป็นคนในเครื่องแบบเรียกว่าพวก “สิโลวิก” หลักๆ คือพวกสายลับ FSB ซึ่งปูตินเคยเป็นหัวหน้านั่นเองประธานาธิบดีใหม่ใช้คนเหล่านี้เป็น “ฝ่ายบู๊”

พวกเขามีหน้าที่โดยตรงที่จะทำเรื่องสกปรกไม่อาจเปิดเผยต่อสาธารณชนได้เช่น การทำจารกรรม ข่มขู่ ลักพา หรือฆ่าคน พวกเขาถูกยึดเหนี่ยวโดย “ธรรมะ”เพียงหนึ่งคือการกระทำทั้งหมดนี้ต้องมุ่งสู่ผลประโยชน์ของรัสเซียเป็นสำคัญ ภายใต้ยุคของปูตินหน่วยสายลับเหล่านี้จะเติบโตแข็งแกร่งขึ้น และสร้างเรื่องชั่วช้าอีกมากมาย “เพื่อชาติ”

สมัยเรียนมหาวิทยาลัยนั้นปูตินเขียนวิทยานิพนธ์ชื่อ“การวางแผนกลยุทธ์เรื่องทรัพยากรภูมิภาคภายใต้การก่อตัวของตลาดสัมพันธ์”เนื้อหาของวิทยานิพนธ์นี้สรุปง่ายๆมาจากวิสัยทัศน์ของปูตินที่ว่า “วิธีที่จะทำให้รัสเซียกลับเป็นมหาอำนาจได้อีกครั้งคือ การควบคุมการส่งออกน้ำมันสู่ทวีปยุโรป”

ความที่ประเทศรัสเซียมีอาณาเขตกว้างใหญ่มีน้ำมันมากเทียบกับประเทศในยุโรปที่มีอาณาเขตเล็ก ไม่มีน้ำมันแต่มีความต้องการใช้น้ำมันมหาศาลหากรัสเซียทำให้ยุโรปต้องพึ่งพาน้ำมันจากตน จะมีข้อต่อรองเพิ่มขึ้นมากมายบนเวทีโลก

เพื่อการดังกล่าวปูตินได้วางแผนเข้าแทรกแซงประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศที่มีชัยภูมิเหมาะเป็นที่วางท่อส่งน้ำมันจากรัสเซียไปยุโรปพร้อมทั้งยับยั้งการสร้างท่อน้ำมันในประเทศนอกอิทธิพลรัสเซีย

3สัปดาห์หลังปูตินรับตำแหน่ง

ดาเกสถานถูกโจมตีแต่ทว่าประชาชนร่วมมือกันถ่วงเวลาผู้บุกรุกเอาไว้ จนทหารรัสเซียมาช่วย มีการระเบิดอาพาร์ทเมนต์ใน มอสโควหลายที่ คนตายไป 300 คน จับผู้ต้องสงสัยเป็น พวก เชเชน ได้ 2 คน ทาง N-TBโทรทัศน์ของB.Berezovsky แพร่ภาพว่า 2 คนที่ถูกจับเป็นอดีต ทหารเชชเนีย


ความวุ่นวายเช่นนี้จะส่งผลกระทบต่อการวางท่อน้ำมันของรัสเซียเป็นอย่างมาก

ปูตินจึงประกาศสงครามกับเชชเนีย!!

นี่คือการพูดออก TV ครั้งแรกของปูติน .."ไอ้คนที่ทำแบบนี้ไม่ควรถูกเรียกว่าคนมันเป็นแค่พวกสัตว์ป่าบ้าเลือด เราจะตามล่าพวกมัน ไม่ว่ามันจะอยู่ ตลาด สนามบินหรือบ้านเน่าๆของมัน!! "

และโลกก็ได้เห็น ประธานาธิบดีรัสเซีย นั่งเครื่องบิน รบ ไปสั่งการที่แนวหน้าด้วยตัวเอง!!




ปูตินสั่งถล่มเชชเนียจนไม่มีกำลังรบตามแบบได้อีกเลยนับตั้งแต่นั้นเป้นต้นมา


ใน2000 ปูตินอยู่ในตำแหน่งได้ไม่นานก็ต้อง เลือกตั้งใหม่โดยคู่แข่งเป็นพวกคอมมิวนิสต์เหมือนเดิม แม้ปูตินจะได้คะแนนเสียงจากพวก familyหนุนหลังและการถล่ม เชชเนียจนราบ แต่รัสเซียตอนนั้น ทั้งเศรษฐกิจและการเมืองเข้าสู่ กลียุคคนรัสเซียต้องการ ความภาคภูมิใจในอดีตกลับมา พวกเขาโหยหาคอมมิวนิสต์ปูตินชนะเลือกตั้งด้วยคะแนน 52% เขาได้เวลาพิสูจน์ด้วยเองแล้ว..

ปูตินทราบดีว่าประชาชนที่บอบช้ำจากการโกงกินของรัฐบาลในยุคก่อนจำเป็นต้องได้รับพลังใจ และทุนทรัพย์ในการยืนหยัดกลับมาอีกครั้ง

เขาพัฒนาพื้นฐานสังคมให้เข้มแข็งโดยปฏิรูประบบการศึกษา และสาธารณสุขให้มีความทันสมัย นอกจากนั้นยังมีนโยบายลดภาษีทั้งภาษีส่วนบุคคล ภาษีบริษัท ภาษีหัก ณ ที่จ่าย “ให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”มีการประมาณกันว่าประชาชนรัสเซียภายใต้ยุคปูตินนั้นมีภาระด้านภาษีโดยรวมต่ำกว่าประชาชนแทบทั้งหมดในทวีปยุโรป

นโยบายนี้ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างสูงประชาชนมีกำลังในการสร้างเนื้อสร้างตัวทำให้เศรษฐกิจของรัสเซียจึงฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว เมื่อภาษีต่ำคนก็ไม่พยายามหนีภาษีของอะไรที่เคยอยู่นอกกฎหมายก็กลายเป็นของที่รัฐควบคุมได้ทำให้ในที่สุดรัฐสามารถเก็บภาษีได้มากขึ้นอีกเสียอีก

นอกจากนี้ปูตินยังเห็นว่ากลุ่มเด็กวัยรุ่นนั้นขาดความภาคภูมิใจในประเทศตนเองเพราะเติบโตมาในยุคที่โซเวียตล่มสลาย และรัสเซียกำลังอ่อนแอเขาจึงสนับสนุนให้มีกลุ่มพลังวัยรุ่นชื่อ “นาชิ” (แปลพวกเรา) ให้ออกเดินขบวนแสดงพลังและบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม

เขาบอกพวกวัยรุ่นว่า“จงภูมิใจในรัสเซีย” “พวกเธอเป็นลูกหลานของประเทศที่เคยเข้มแข็งที่สุดในโลก”“เราจะต้องทำให้รัสเซียให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง”ปรากฏว่าแคมเปญนาชินี้ประสบความสำเร็จอย่างมากเพียงไม่นานก็มีกลุ่มเด็กวัยรุ่นมาเข้าร่วมเพิ่มจากจำนวนไม่กี่หมื่น เป็นหลายแสนคนประชาชนรัสเซียมีความภาคภูมิใจในชาติของตนเองกลายเป็นแรงหลักในการขับเคลื่อนประเทศ



GDP สมัยปูติน
*********
และปูตินเริ่มต้นด้วยการจัดการกับเห็บร้ายที่กัดกิน ประเทศมานาน กลุ่ม the fammily

ตอนแรกพวกfamily มอง ปูติน เป็นแค่ เด็กในcontrol ต่อมาพวกเขาต้องคิดใหม่...

ตอนแรกพวก“ครอบครัว” เห็นเด็กในสังกัดมาบอกแบบนี้ก็โมโห พากันต่อต้านว่า “ตามกฎหมายขายแล้วจะให้คืนไม่ได้!”“ถ้าเอาไปแล้วจะเอารายได้จากไหนมาสนับสนุนตอนแกเลือกตั้ง!” “เป็นแค่หน้าฉากอย่ามาทำกระด้างกระเดื่อง!” 

เบเรซอฟสกียังให้สื่อมวลชนต่างๆออกข่าวโจมตีปูติน เป็นสัญญานว่าถ้าปูตินซ่าส์มาก เขาก็พร้อมจะถอดออกแล้วหาคนอื่นมาเป็นประธานาธิบดีแทน

จริงอยู่การเอารัฐวิสาหกิจคืนมาหากใช้วิธีตรงๆ ในทางกฎหมายคงทำได้ยากปูตินจึงใช้วิธีที่เรียบง่ายกว่านั้นมากเรียกว่า “ใครไม่คืนก็ฆ่าซะ!”

เมื่อเริ่มงาน ปูติน เรียก อดีตสายลับ KGB ที่สนิทกันหลายคนเข้ามาร่วมงาน ภารกิจแรกคือ ยึด Gazpromที่เป็นบ.น้ำมัน คืน!! B.Berezovsky เจ้าพ่อสื่อ ออกมาโวยวายเพราะได้เงินอุดหนุนจาก gazpromเลยโดนข้อหา ติดสินบนเจ้าหน้าที่และยัดคุก 14 ปี แต่หนีไปต่างประเทศ

ไม่นานนักเกิดวิกฤติเรือดำน้ำ kursk จมซึ่งเทคโนโลยีเรือดำน้ำของรัสเซียถือว่าเป็นความลับสุดยอดแถมประเทศที่เสนอหน้ามาช่วย คือ "อเมริกา อังกฤษ สวีเดน" ซึ่งเป็นศัตรูโดยตรงของรัสเซีย ทำให้ ปูตินเลือกปฏิเสธความช่วยเหลือ

V.Gusinsky เจ้าพ่อสื่อ คนที่เหลือ ออกมาโจมตีปูตินอย่างหนักเรื่อง ไม่ยอมให้ต่างชาติช่วยลูกเรือ ทำให้คนรัสเซีย เป็นเดือดเป็นแค้นหนัก แล้ว V.Gusinsky ก็โดนข้อหาติดสินบนเจ้าหน้าที่แล้วก็เผ่นออกนอกประเทศไปอีกคน..

ด้วยความแค้นเคืองที่นึกไม่ถึงว่าปูตินจะกล้าเล่นงานเขาอย่างไม่ทันตั้งตัวเบเรซอฟสกี หนึ่งใน family ตัวเอ้ จึงปวารณาตัวเป็นศัตรูใช้ลอนดอนเป็นฐานออกข่าวโจมตีปูติน ให้การสนับสนุนกลุ่มอำนาจต่างๆ ที่ต่อต้านปูติน

แต่ทว่า
ปรากฏอยู่ๆเบเรซอฟสกีก็พบว่าตัวเองเกือบจะถูกฆ่าด้วยอาวุธเคมีที่จับมือใครดมไม่ได้เขาหวาดกลัวมาก ต้องจ้างบอร์ดี้การ์ดชั้นหนึ่งให้มาคุ้มครองตน

...แต่บอร์ดี้การ์ดคุ้มครองเขาได้คนเดียว...

ปรากฏญาติสนิทมิตรสหายของเบเรซอฟสกีถูกตามเก็บเพื่อนคนหนึ่งของเขาชื่อ อเล็กซานเดอร์ลิตวินเน็นโกถูกวางยาสังหารด้วยพิษกัมมันตภาพรังสีซึ่งคนธรรมดาหามาได้ยากทำให้เบเรซอฟสกีต้องหวาดกลัวยิ่งขึ้นไปอีก

เบเรซอฟสกีอยู่อังกฤษนานเข้าเงินเริ่มหมด เห็นโรมัน อับราโมวิชอดีตสหายที่ร่วมโกงกันมากำลังบริหารทีมเชลซีก็นึกแค้น (ตอนที่กลุ่ม “ครอบครัว”ถูกปราบอับราโมวิชไหวตัวทันเข้าสวามิภักดิ์ปูติน และยอมขายหุ้นที่โกงมาคืนแก่รัฐบาลโดยดีทำให้สามารถใช้ชีวิตเป็นสุขต่างจากคนอื่นๆ)

อดีตผู้ชักใยประเทศจึงฟ้องอับราโมวิชว่าเคยบีบบังคับซื้อหุ้นบริษัทน้ำมันจากเขาในราคาถูกเกินจริงพร้อมทั้งใช้เงินมากมายในการต่อสู้คดี

...ว่ากันว่าเบเรซอฟสกีใช้เงินในการดำเนินคดีครั้งนั้นเยอะมากผลสรุปคือเขาแพ้คดีโดยแทบสิ้นเนื้อประดาตัว...

บั้นปลายนายทุนผู้นี้กลับกลายเป็นคนตกอับมีชีวิตอยู่อย่างหวาดกลัวในที่สุดเขาถึงกับต้องเขียนจดหมายไปขอร้องให้ปูตินให้อภัยตน

...ซึ่งไม่ปรากฏว่าปูตินตอบกลับอย่างใด...

มีนาคมปี2013 ที่ผ่านมานี้ โลกได้เห็นเบเรซอฟสกีผูกคอตายในห้องน้ำปิดฉากชีวิตซึ่งเคยโลดแล่นผาดโผน สร้างอำนาจบงการประเทศทั้งประเทศ...





แน่นอนว่าทั้งการปราบปรามอย่างเด็ดขาดใช้ทั้งวิธีบนดินและใต้ดินเช่นนี้ย่อมมีเสียงต่อต้านจากNGO
ปูตินตอบโต้กลับโดยการ เปิดวีดีโอชิ้นหนึ่งต่อหน้าสื่อมวลชน




วีดีโอFSBที่แสดงให้เห็นกลุ่ม NGO ของรัสเซียรับเงินจากอังกฤษ

ปูตินอาศัยการนี้ออกกฎหมายควบคุมกิจกรรมของ NGO ซึ่งมีกว่า 20,000 องค์กรในรัสเซียโดยอาศัยกรณี อังกฤษส่งเงินสนับสนุน NGO กลุ่มหนึ่งจำนวนมากแม้อังกฤษจะออกมาเถียงว่าเงินนั้นส่งให้แบบถูกกฎหมายแต่หน่วยงานความมั่นคงเห็นพ้องต้องกันว่า “NGO คือรูปแบบการแทรกแซงอย่างหนึ่งจากต่างชาติ


และแน่นอนปูติน ไม่ได้ทำแค่นั้น

แอนนาพูลิคอฟสคายาเป็นสื่อมวลชนที่โจมตีปูตินเรื่องความโหดร้ายในสงครามเชชเนียอย่างหนักในปี 2006 เธอถูกยิงตายโดยไม่มีใครทราบว่าผู้ใดเป้นผู้ลงมือ

ปูตินเดินหน้าเซ็น สัญญา วางท่อก๊าซต่อที่ ประเทศ อังกฤษ และ ฝรั่งเศส และตุรกีร์เพื่อวางท่อผ่านไปยังยุโรปตอนใต้ ตอนนี้ยุโรปเกือบทั้งหมดพึ่งน้ำมันจากรัสเซีย!!และจะไม่มีประเทศในยุโรปไหนกล้าวิจารณ์รัสเซียในเรื่องสงครามเชชเนียอีกต่อไป!!นอกจากนี้ บ.Gazprom ยังขยายธุรกิจไปการการลงทุนอีกหลายส่วน นอกจากน้ำมันไปทั่วโลกอีกด้วย




ต้นทางและข้อมูล

//2g.pantip.com/cafe/library/topic/K8463200/K8463200.html
//pantip.com/topic/31430751
//www.thaifighterclub.org/
//writer.dek-d.com/cammy/story/viewlongc.php?id=205702&chapter=393
//en.wikipedia.org/wiki/Vladimir_Putin




Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2557 7:38:28 น. 1 comments
Counter : 1496 Pageviews.

 
เหมือนใครในเมืองไทยหนอ


โดย: สีขาว IP: 183.89.67.20 วันที่: 4 มีนาคม 2557 เวลา:10:57:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.