จากอนุบาลชนานันท์ สู่สาธิตเกษตร แค่ถนนกั้น...


เมื่อวานนี้ เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของครอบครัวเราค่ะ นั่นเพราะเป็นวันประกาศผลสอบเข้า ป.1 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หรือที่เรามักจะติดปากเรียกกันสั้นๆว่า "สาธิตเกษตร"

ทำไมต้องที่นี่? เชื่อว่าคงมีหลายคนตั้งคำถามนี้เพราะไม่แน่ใจว่าจริงๆแล้ว โรงเรียนนี้ มีอะไรน่าสนใจและดึงดูดนัก ถึงกับมีอัตราส่วนของการสมัครสอบและคัดเลือกอยู่ที่ 4000 กว่าแต่รับเพียงแค่ 280 คนเท่านั้น

สำหรับครอบครัวเรา ดิฉันและชายหนวดมีคำตอบที่ถ่องแท้มากว่าทำไม

1. เพราะตัวชายหนวดเองก็เป็นศิษย์เก่าของที่นี่ เป็นคนที่มีความทรงจำโดยตรงกับโรงเรียนนี้เป็นระยะเวลาเกือบ 12 ปี เค้ารู้ว่าที่นี่เหมาะกับลูก จึงอยากให้ลูกเข้าเรียนและมีความทรงจำที่มีค่าเหมือนที่พ่อมี
2. ความเป็นครู ของคณาจารย์โรงเรียนนี้ ดิฉันคารวะด้วยจิตบริสุทธิ์จริงๆค่ะ เป็นอีกโรงเรียนหนึ่งที่ดิฉันรู้สึกว่า ครูที่นี่คือครูโดยจิตวิญญาณของตัวเอง ไม่ใช่จิตวิญญาณเพื่ีอสถาบันกวดวิชา
3. สิ่งแวดล้อม ความที่อยู่กลางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ยังนับว่ามีพื้นที่สีเขียวอยู่ไม่น้อย ถึงแม้จะพอมีรถยนต์วิ่งกันตลอดเวลาบ้าง แต่เมื่อหักกลบลบหนี้กับปริมาณต้นไม้และพื้นที่สีเขียวโดยรอบแล้ว ยังพอนับว่าเป็นบริเวณที่มีอากาศบริสุทธิ์ให้สูดหายใจได้บ้าง
4. ความที่มีทั้งแผนกประถมและมัธยม ถ้าลูกเข้าตั้งแต่ ป.1 ก็จะเรียนยาวไป 12 ปีจนกว่าจะจบมัธยมปลาย (ยกเว้นถูกไล่ออกก่อน คิกๆๆ)ซึ่งช่วยแบ่งเบาภาระในการหาที่เรียนของพ่อแม่ แบ่งเบาภาระในการเรียนพิเศษเพื่อไปสอบแข่งขันเข้าโรงเรียนใหม่ เรียกว่าอยู่ที่นี่ที่เดียว พ่อแม่สบายใจไปกว่า 12 ปี
5. หลักสูตรและวิธีการสอน ที่มีความเป็นบูรณาการ ไม่ได้เน้นให้เด็กๆก้มหน้าก้มตาเรียนอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับกิจกรรมอื่นๆด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่ที่ ที่ให้ความสำคัญกับศิลปะของชาติอย่าง "โขน" จนถึงกับบรรจุเป็นหลักสูตร ทีนี้ล่ะ โขนของดิฉันจะได้เล่นโขนของจริงซะที
6. เป็นโรงเรียนที่เงินซื้อไม่ได้ ต่อให้คุณรวยมาจากไหน ถ้าคิดว่าเอาเงินมากองตรงหน้าอาจารย์ใหญ่ แล้วจะสามารถซื้อทีนั่งให้ลูกหลานได้ ขอบอกว่าไม่ใช่เลยค่ะ ตรงกันข้าม เคยมีกรณีตำรวจจราจรดูแลการจราจรหน้าโรงเรียนอยู่ทุกวัน วันหนึ่งอาจารย์ใหญ่เดินไปถามว่า ลูกๆเรียนที่ไหนกัน และอยากย้ายมาเรียนที่นี่มั้ย ถ้าอยากขอให้ย้ายมาเรียนเมื่อพร้อมได้เลย

วันนี้ พี่โขนได้เป็นนักเรียน ป.1 ของโรงเรียนนี้แล้วค่ะ ท่ามกลางความยินดีและมีความสุขของพ่อกับหม่ามี้ สุขจนกระทั่ง วันนี้ใครมายืนชี้หน้าด่า ดิฉันจะยื่นแก้มแถมให้ตบอีกต่างหาก เรียกว่าช่วงคืนกำไรก็ว่าได้ ^^

มีอีกสถาบันหนึ่งที่ดิฉันต้องขอบพระคุณจากใจจริงคือ โรงเรียนอนุบาลชนานันท์ ที่พี่โขนเรียนตั้งแต่อนุบาล 1-3 เคยมีคนบอกว่า เด็กของที่นี่เข้าสาธิตเกษตรได้เยอะ ซึ่งดิฉันจำได้แม่นว่่า วันปฐมนิเทศของพี่โขน อาจารย์ใหญ่หรือคุณย่าแจ๊ด มีพูดเรื่องนี้เช่นกัน

วันแรกที่ได้ใส่ชุดอนุบาล

Image Hosted by ImageShack.us
By iamhiang at 2011-03-28

ช่วงแรกๆ บทเรียนของโขนคือ "108 วิธี ร้องไห้ให้พ่อแม่ใจอ่อน"

Image Hosted by ImageShack.us
By iamhiang at 2011-03-28


"มีคนถามว่า จริงมั้ยคะที่เรียนที่นี่แล้วจะสามารถเข้าสาธิตเกษตรได้ ขอตอบเลยนะคะว่า ไม่จริง" ตึง!!!! นี่เป็นเรื่องจริง ท่ามกลางเสียงอื้ออึงของผู้ปกครองที่เสียศูนย์กันไม่น้อย แต่ดิฉันกับชายหนวดหัวเราะชอบใจค่ะ แนวมั่กๆ แต่วันนี้ ที่ผลสอบออกมาแล้ว มันเป็นเรื่องจริงค่ะ และไม่ใช่เพราะโรงเรียนไปเส้นให้นะคะ แต่หลักสูตรการสอนของที่นี่ เป็นวิธีการเดียวกับที่สาธิตเกษตรชอบค่ะ ปีนี้จึงมีเด็กจากชนานันท์ผ่านเข้าไปต่อที่สาธิตเกษตรได้ถึง 28 คน เฉพาะห้องพี่โขนห้องเดียวก็ 11 คนเข้าไปแล้วค่ะ

เฮียคนนี้ ไปส่งพี่โขนด้วย แต่ส่งอีท่าไหนไม่รู้ เลยหลับมันตลอดเวลา

Image Hosted by ImageShack.us
By iamhiang at 2011-03-28

ชนานันท์นั้น นับว่าคือส่วนสำคัญหลักในการสร้างโขนให้พร้อมรับกับการสอบคัดเลือก ลองคิดดูว่า เด็ก 5-6 ขวบที่ต้องนั่งนิ่งๆอยู่กับที่ประมาณ 3.15 ชั่วโมง โดยไม่ร้องไห้ โดยไม่ลุกเดิน โดยทำข้อสอบครบ โดยไม่ขยำหรือฉีกกระดาษ โดยไม่ขีดเขียนกระดาษให้เปรอะ ในห้องเรียนแคบๆที่ไม่มีแอร์ กลางสิ่งแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยกับสภาพอากาศที่พร้อมจะร้อนตับแล่บได้ทุกเมื่อ ถ้าเด็กคนนั้น สภาวะจิตใจไม่พร้อม ไม่สามารถประคองอารมณ์และความรู้สึก ก็จะอยู่อย่างนั้นไม่ได้แน่นอน และเท่าที่ดิฉันรู้ เด็กประมาณครึ่งนึงค่ะ ที่จะร้องไห้ อีกจำนวนไม่น้อยลุกเดิน อีกไม่รู้เท่าไหร่ ทำสิ่งที่เหลือที่เอ่ยไปข้างต้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว นี่คือสิ่งที่สาธิตเกษตรใช้เป็นเกณฑ์ประเมินเบื้องต้นด้วยซ้ำ ต่อให้เก่งแค่ไหน ฉลาดเป็นกรดปานใด แต่ถ้าไม่มีระเบียบ ไม่มีสภาวะอารมณ์ที่มั่นคงพอ ก็ยังไม่ใช่เด็กที่เหมาะจะเรียนที่นี่

ก่อนจะมาเรียนที่นี่ ดิฉันไม่เคยรู้จักโรงเรียนนี้มาก่อน จนถึงตอนที่พี่โขนใกล้จะต้องเข้าโรงเรียนเลยลองสอบถามจากพี่ที่ทำงานเก่าว่าเอาเข้าที่ไหนดี ซึ่งก็ได้มา 2 คำตอบคือ ชนานันท์ กับอมาตยกุล ซึ่งทำไมไม่รู้ที่ดิฉันรู้สึกถูกชะตาชนานันท์มากกว่า และเป็นเรื่องบังเอิญมากที่เจ้าของโรงเรียน หรืออาแจีดนั้น เป็นเพื่อนสนิทกับคุณอาเล็กหลังบ้าน และเป็นรุ่นน้องของคุณปู่พี่โขน ซึ่งอาแจ๊ดก็ยังจำพ่อพี่โขนและครอบครัวของคุณปู่โขนได้เป็นอย่างดี เมื่อถึงตอนไปจองที่เรียน เราจึงผ่านได้เข้าเรียนแบบสบายใจ ลืมบอกไปว่า ที่นี่จะรับนักเรียนค่อนข้างจำกัด ต้องจองที่ล่วงหน้ากันหลายเดือน และจะคัดเลือกเฉพาะจากสายสัมพันธ์ชั้นในก่อน เช่น บุตรหลานของคนรู้จัก หรือเด็กที่มีพี่น้องเรียนอยู่ที่นี่อยู่ก่อนแล้ว

เล่นกับเพื่อนๆที่ลานเอื้องสาย

Image Hosted by ImageShack.us
By iamhiang at 2011-03-28

Image Hosted by ImageShack.us
By iamhiang at 2011-03-28

ดังนั้น คงไม่ต้องเดาแล้วค่ะว่าตี๋ล่ำ หรือเขินนั้น จะเรียนอนุบาลที่ไหน ถ้าไม่ใช่ชนานันท์

จำได้ว่า นับจากวันแรกที่พี่โขนไปโรงเรียนและดิฉันกับสามีตามไปแอบดูอยู่เป็นอาทิตย์ ยิ่งเห็นสิ่งที่โรงเรียนเตรียมไว้ กฎระเบียบต่างๆ ก็ยิ่งแน่ใจว่าเราเลือกไม่ผิด อาจเป็นสัญชาตญาณความเป็นแม่มั้ง ที่ทำให้ดิฉันมั่นใจว่า ที่นี่แหละที่ดีและเหมาะกับลูกที่สุดแล้ว

เด็กที่นี่จะยากดีมีจน ก็ได้เล่นอีแท่งปูนนี่เหมือนๆกัน

Image Hosted by ImageShack.us
By iamhiang at 2011-03-28

2 ปีแรกของอนุบาลชนานันท์ เด็กๆจะไม่ต้องเรียนอะไรเลยที่เกี่ยวกับวิชาการหนักๆค่ะ เน้นไปที่เล่นพับกระดาษ เล่นดินเล่นทราย เล่นน้ำ ดูหุ่นกระบอก ศึกษาต้นไม้ใบหญ้า จนใครที่ไม่รู้ก็จะบอกว่า เป็นคอร์สสวนสนุกที่แพงมาก เพราะ 3 ปีที่โขนเรียน ค่าเล่าเรียนตกปีละ 63,000 บาท ซึ่งเพิ่มอีกไม่เท่าไหร่ก็ไปเรียนอินเตอร์ได้แล้ว ยิ่งปีนี้ที่เขินเข้าเรียน ค่าสวนสนุกยิ่งแพงขึ้นค่ะ เพราะปาไป 72,000 บาทแหล่ววววว T__T

แต่บอกได้คำเดียวว่า "คุ้ม" ค่ะ ทำไมหรือคะ เพราะการสอนในเชิงบูรณาการ (ออกตัวล่วงหน้าว่า ความเข้าใจดิฉันอาจไม่ตรงกับข้อมูลเชิงวิชาการมากนัก แต่ดิฉันประเมินและวิเคราะห์จากสถานะคนธรรมดาที่เป็นแม่คนค่ะ) เน้นการสร้างความมั่นคงทางอารมณ์ให้เด็กก่อน เพราะเมื่อเด็กมีความสุขแล้ว ก็จะไม่ต่อต้านการมาโรงเรียน เมื่อไม่ต่อต้านก็จะพร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ๆด้วยเช่นกัน เคยมีเพื่อนทีเป็นนางพยาบาลบอกว่า มีหลานที่เรียนแนวบูรณาการ ตอนเด็กๆไม่เอาอ่าวเลย แต่พอปรับตัวได้ กลายเป็นเด็กระดับ "ครีม" ของโรงเรียนทันที และที่สำคัญดูเป็นเด็กที่มีความสุข มีความแจ่มใสตามวัยทีควรจะเป็น

นั่งดูการแสดงหุ่นกระบอกหรือหุ่นมือเนี่ยแหละค่ะ กับครูพัชและครูรินทร์ ครูประจำชั้นอนุบาล 1

Image Hosted by ImageShack.us
By IAmHiang at 2011-03-28

ท่ามกลางกลุ่มเพื่อนๆ


Image Hosted by ImageShack.us
By iamhiang at 2011-03-28

แม้จะรู้ว่าโรงเรียนดีและเหมาะกับพ่อแม่แนวๆแบบครอบครัวดิฉัน แต่ก็ยังอดหนักใจไม่ได้ว่า จนขึ้นอนุบาล 3 แล้วโขนก็ยังอ่านหนังสือไม่ได้ แต่ยังเชี่ยวชาญการพับกระดาษอยู่เช่นเดิม -_-" จนเกือบเคยคิดจะย้ายลูกไปเรียนที่อื่นเพื่อให้มีความแข็งแรงทางวิชาการมากพอจะไปสอบแข่งขันเข้าสาธิตได้ แต่สุดท้ายเราก็ย้ายลูกไม่ลงค่ะ เพราะเราคุ้นเคยและผูกพันกับชนานันท์มากกว่าที่ตัวเราเข้าใจด้วยซ้ำ เราจึงตัดสินใจให้ลูกอยู่ที่เดิม เพื่อซื้อความสุขของลูกที่ไม่ต้องปรับตัวเข้ากับที่เรียนใหม่ และเพราะยังเชื่อว่า อาจจะมีไม้ตายสุดท้ายบ้างล่ะน่า.. โขนจึงยังอยู่เป็นนักเรียนอนุบาล 3 ที่เดิมต่อไป ภายใต้ข้อกำหนดที่รับรู้มาแต่แรกว่า ที่นี่ไม่แนะนำให้ลูกเรียนพิเศษ

เปรี้ยวจริง อะไรจริงนะเนี่ย..

วันเวลาล่วงไปจนถึงเทอม 2 ทีนี้ล่ะค่ะที่สังเกตว่า ชนานันท์อัดวิชาการแบบเต็มรูปแบบแล้ว ชนิดที่ว่าไม่ควรให้ลูกลาไปเช็งเม้ง ลาไปเรียน MBA ลาไปลงสมัครรับเลือกตั้ง หรือลาไปเพื่อการใดๆเลยแม้แต่วันเดียว เพราะเข้มข้นทุกวันจริงๆ ไปสายแบบทันเคารพธงชาติ ยังมีปัญหาเลยค่ะ แม่มันเนี่ยแหละค่ะ โดนคุณครูดุให้มาส่งโขนเช้าๆ เพื่อจะได้มีเวลาทบทวนการบ้าน และฝึกอะไรเพิ่มเติมก่อนเคารพธงชาติ นั่นแหละ..ชนานันท์เริ่มแผลงฤทธิ์แล้วววววว

วันที่ 23 พฤษภานี้ เขินก็จะได้เจริญรอยตามพี่โขน เข้าเป็นนักเรียนอนุบาลชนานันท์แล้ว ทั้งที่เกือบจะโดนเด้งไปเรียนปรางทิพย์ ถึงขนาดจ่ายเงินจองที่เรียนไปแล้วด้วยซ้ำ แต่เราก็ทำใจไม่ได้จริงๆ และที่สำคัญ เรายังเชื่อใจชนานันท์ ซึ่งวันนี้ก็พิสูจน์แล้วว่า เราตัดสินใจถูกจริงๆ

ขอบคุณอาเล็ก สำหรับความช่วยเหลือในการเป็นด่านแรกให้หลานเข้าเรียนชนานันท์
ขอบคุณอาแจ๊ด คุณพัช ครูแอน ครูริน ครูวาว ครูณี ครูวัลย์ ครูแอ๊นท์ และทุกท่านที่ชนานันท์ แม้ค่าเล่าเรียนจะแพง (T__T) แต่คุณภาพที่ได้นั้น มันคุ้มกว่าค่าเล่าเรียนที่จ่ายไปเยอะค่ะ โขนไม่เคยพูดคำหยาบเลย โขนไหว้สวย โขนมีความนิ่งทางอารมณ์มากขึ้นมาก และโขนพับกระดาษเก่งมากด้วยค่ะ (T___T)

โขนวันสอบเข้าสาธิต

Image Hosted by ImageShack.us
By iamhiang at 2011-03-28

นิทราสวัสดิ์ทุกท่านค่ะ...



Create Date : 28 มีนาคม 2554
Last Update : 29 มีนาคม 2554 3:00:56 น.
Counter : 33184 Pageviews.

56 comment
ศึกวันทรงชัย.. การปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่าง พี่บี้ และ 2 ข.
ง่า..งจำไม่ได้ว่าเคยเล่าให้ฟังบ้างหรือเปล่าคะว่า 2 พระหน่อที่บ้านชอบพี่บี้มากกกกกกกก เอาว่าถ้าให้เลือกระหว่างพ่อมันกับพี่บี้ ย่อมต้องเชื่อขนมกินได้ว่า พี่บี้มาก่อนแน่นอน

และเนื่องในโอกาสที่พ่อมัน จะไปทำงานกับบี้เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ก็เลยถือโอกาสพาเด็กๆและพี่เลี้ยงไปถ่ายรูปกับพี่บี้ซะหน่อย เพราะมีออเดอร์มาจากแม่ยายของชายหนวดว่า ให้เอารูปถ่ายเด็กๆกับพี่บี้มาให้ด้วย อาม่าจะเอาไปอวดสมาชิกสมาคมแต้จิ๋ว

เพื่อรั้งตำแหน่งลูกเขยสุดรักอันดับหนึ่งเอาไว้ ชายหนวดก็จึงทำตามออเดอร์ของแม่ยายอย่างมุ่งมั่น หอบเอาลูกเอาเมียบวกพี่เลี้ยงไปตึก GMM ด้วยเลย จนดูเหมือนพวกเห่อดารายังไงชอบกล ทั้งๆที่ จริงๆน่ะเจอจนเบื่อ (ยามน่ะ..ยาม)

ไปถึงก็นั่งรอบี้แป๊บนึง บี้ก็โผล่มาพร้อม Escort ส่วนตัว ตอนแรกบี้เห็นไม่ชัดว่าอีแก๊งค์กะเหรี่ยงแกงค์นี้เป็นใคร ก็รีบเดินหลบอย่างรวดเร็ว เร็วจริงๆ จนพี่โขนงงอ่ะ

พอตั้งสติได้ พี่โขนก็รีบวิ่งตามนักร้องในฝันไปที่ห้องอัดเสียงทันทีเหมือนกัน พอเข้าไปในห้องได้ บี้ถึงเพิ่งนึกออกว่าไอ่เด็กหูกางคนนี้ มันลูกพี่ขุนนี่หว่า ไม่ใช่แฟนนานุแฟนที่มาดักรอ ซึ่งจำเป็นต้องหลบ ไม่งั้นงานอาจไม่เสร็จตามกำหนดได้

พอจำได้เท่านั้นแหละ บี้ก็ปรี่มาอุ้มโขน พี่โขนก็ไม่รอช้า เอนกายรับอ้อมแขนพี่บี้อย่างว่าง่ายและน่าเตะเป็นที่ยิ่ง ว่าแล้วก็ชักรูปเป็นที่ระทึกสักหน่อย

สำหรับ ข ที่ 2 หรือตี๋ล่ำนั้น ผิดคาดมาก ที่พอเจอพี่บี้ กลับมุดงุดๆๆ เป็นลูกหมาหาเต้านมแม่เลยล่ะ ทั้งที่ปกติ ซ่าส์ไม่บันยะบันยัง เจอกิริยาตามชื่อเขินเข้าไป พ่อแม่นี่ถึงกับอึ้งกิมกี่ ไม่อยากเชื่อสายตา เพราะปกติเขินกับคำว่าหน้าด้าน ดูจะใกล้กันมากกว่า รูจมูกซ้ายกับรูจมูกขวาซะอีก...

Image Hosted by ImageShack.us
By iamhiang, shot with Canon DIGITAL IXUS 100 IS at 2010-03-19

ที่เหลือให้รูปเล่าเรื่องแล้วกันค่ะ แม่มันขี้เกียจและ.. อิ อิ

Image Hosted by ImageShack.us
By iamhiang, shot with Canon DIGITAL IXUS 100 IS at 2010-03-19

Image Hosted by ImageShack.us
By iamhiang, shot with Canon DIGITAL IXUS 100 IS at 2010-03-19

Image Hosted by ImageShack.us
By iamhiang, shot with Canon DIGITAL IXUS 100 IS at 2010-03-19

Image Hosted by ImageShack.us
By iamhiang, shot with Canon DIGITAL IXUS 100 IS at 2010-03-19

Image Hosted by ImageShack.us
By iamhiang, shot with Canon DIGITAL IXUS 100 IS at 2010-03-19

ขอจบบล็อคล่าสุดแต่เพียงเท่านี้ ฝาก Twitter ไว้เช่นเคยนะคะ

นิทราสวัสดิ์ค่ะ



Create Date : 20 มีนาคม 2553
Last Update : 20 มีนาคม 2553 0:46:25 น.
Counter : 390 Pageviews.

3 comment
-- บล็อคเฉพาะกิจ...ที่มาของชื่อลูกๆทั้ง 2 คน --
ที่ว่าเฉพาะกิจเพราะวันนี้อัพบล็อคนอกที่ทำการประจำค่ะ...หนีหนี้ เอ๊ยยย มาเที่ยวเชียงใหม่ อยู่ว่างๆบ้านคุณอา เลยขออัพบล็อคซักหน่อย

วันนั้นเข้าไปอ่านบล็อคคุณแม่ลูกห้า เจอบล็อคนึงที่เล่าเรื่องที่มาของลูกแฝดสี่ ก็เลยนึกได้ว่า ยังไม่เคยเล่าเรื่องชื่อเด็กๆ ไว้ในบล็อคของตัวเองเลย...

เอาล่ะค่ะ...วันนี้ วันฤกษ์งาม แต่ไม่แน่ใจว่ายามดีหรือเปล่า เขยิบเข้ามาค่ะ...จะเล่าให้ฟัง

ลูกชายคนโต ชื่อจริง (ลิเกมั่กๆ) ว่า "น่านเจ้า" ส่วนชื่อเล่นคือ "โขน"

ที่มาของชื่อจริงนั้น เพื่อรำลึกวิกยี่เกเจ้าประจำที่เคยไปอาศัยนั่งดูอยู่บ่อย...อ๊ะ...ล้อเล่นนนนนน

ที่มาของชื่อนี้คือ ตัวดิฉันนั้นเป็นคนจีนแท้เจ็ดชั่วโคตร ส่วนสามีก็เป็นคนไทยแท้เจ็ดชั่วโคตรเช่นกัน ตอนตั้งชื่อลูกคนแรก หะแรกรู้แต่ว่า ไม่อยากได้ชื่อยาวๆ ประเภท เบญจคางประดิษฐ์ ถนิททะสุรีย์ อะไรเทือกนั้น แต่ชอบชื่อไทย และสั้นๆ

เลือกไว้หลายชื่อมาก แต่สุดท้ายมาจบที่ชื่อ "น่านเจ้า" เพราะน่านเจ้าเป็นอาณาจักรที่อยู่ตรงกลางระหว่างดินแดนจีนและแผ่นดินไทยพอดิบพอดี เปรียบได้กับเด็กคนนี้ ที่เป็นจุดบรรจบของสายเลือดจีนและสายเลือดไทย

ส่วนชื่อเล่นนั้น "โขน" มาจากพ่อเด็ก ที่ชื่อเล่น ข ไข่ และทำงานแวดวงศิลปะ ดิฉันจึงอยากได้ชื่อ ข ไข่ ที่เกี่ยวกับศิลปะด้วย จึงมาปิ๊งชื่อ "โขน" ซึ่งเป็นทั้ง ข ไข่ และศิลปะ แล้วมิหนำ ยังเป็นศิลปะขั้นสูงสุดของไทยอีกด้วย

จบไปคนนึง...

คนที่สอง ชื่อจริงชื่อ "ล้านนา" ส่วนชื่อเล่นขื่อ (เครื่อง) เขิน

คนแรกเป็นอาณาจักรไปแล้ว คนที่สองจึงยังคงคอนเสปท์อาณาจักรอยู่เช่นเดิม และเพื่อระลึกถึงรากเหง้าของฝั่งพ่อ ที่เป็นคนเหนือ ดิฉันจึงเลือกตั้งชื่อเบอร์สองว่า "ล้านนา" ซึ่งเป็นอาณาจักรทางเหนือ ชื่อไม่ซ้ำใคร (ปกติ มักจะได้ยินเฉพาะ "ลานนา" ที่เป็นชื่อคน) เลยมาลงตัวที่ชื่อนี้ แถมเลขศาสตร์ดีด้วยนะคะ...

ส่วนชื่อเล่น เคยตั้งใจว่า ถ้ามีลูกสามคนจะให้ชื่อ โขน (เครื่อง)เขิน ขาน

โขนไปแล้ว คนที่สองดิฉันเลยตั้งชื่อว่า (เครื่อง)"เขิน" ซึ่งเป็นหัตถกรรมชั้นสูงของไทย ปัจจุบันหาดูที่สวยๆได้ยากมากค่ะ...บ๊ะ...เข้าคอนเสปท์ที่คิดเป๊ะ คือ ข ไข่ และอยู่ในกลุ่มศิลปะ..

จริงๆอยากมีลูกแค่สองคน แต่เพื่อความไม่ประมาท...ดิฉันตั้งของคนที่สามไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ

ใครอยากให้ตั้งชื่อ ยินดีนะคะ ผลงานก่อนหน้านี้คือ

ตั้งชื่อเล่นให้ลูกเพื่อน "ลินิน"

ตั้งชื่อเล่นให้ลูกเพื่อนสนิท (คนนี้ข้อบังคับเยอะ เช่นต้อง น หนู ต้องผู้ชาย..บลา บลา...) เลยตั้งชื่อไม่ค่อยเก๋ให้ว่า "ไนท์" (พี่ชายมันชื่อเน็ก แม่มันให้ตั้งชื่อให้บ้าง ไหนๆแม่มันก็ไม่ค่อยสนใจความเก๋ของชื่ออยู่แล้ว เลยตั้งให้ว่าไนท์ซะเลย ตั้งส่งๆไป แม่มันดันชอบ...เฮ้อ...เวร)

ตั้งชื่อจริงให้หลานชายแท้ๆว่า "ศิวัชชา" แปลว่า เกิดจากผู้เป็นใหญ่...

และแอบมีชื่อสำรองเก๋ๆอีกเพียบค่ะ..แต่เก็บไว้ก่อน ไม่งั้นเดี๋ยวมีคนปาดหน้าเอาไปตั้ง ชื่อซ้ำกันเปล่าๆ อิ อิ

เช่นเคยของการจบทุกบล็อคนะคะ หากอยากรู้ความเคลื่อนไหวของการอัพบล็อคครั้งต่อไป สามารถแอด Twitter ดิฉันมาได้ค่ะ... รับรอง (ไร้)สาระล้วนๆ อิ อิ



Create Date : 28 ธันวาคม 2552
Last Update : 31 ธันวาคม 2552 11:28:28 น.
Counter : 776 Pageviews.

0 comment
-- แฟชั่นเด็กแนว...แกะสดๆมาจากขอบรันเวย์ --
กลุ้มใจจริงๆ เพราะหลังจากที่น้องชายของดิฉันเปิดร้านขายเสื้อผ้าเด็กออนไลน์ ก็เป็นเหตุให้กำรี้กำไรจากการขายกระเป๋า พากันย้ายไปเป็นกำรี้กำไรของ Ideakidshopของมันแทน...

ล่าสุดก็โดนไปพันกว่าบาท นี่ขนาดซื้อราคาส่งนะเนี่ย...

เซ็งจิต!!!

จะห้ามตัวเองไม่ให้ซื้อก็ไม่ได้ ของมันน่ารักจริง แถมอีน้องก็นำเสนอซะเหลือเกิน..

เซ็ทที่โดนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานั้น ถูกใจเป็นที่สุด... เพราะแนวมากๆ อย่างที่เคยอยากหามาให้ 2 ข ใส่.. แต่หาไม่มี ไอ้ที่มีก็แพงเวอร์...ชิ...เป็นไงล่ะ บวกดีนัก น้องชายเราเลยเอามาขายซะเลย...

ดูภาพหมู่ของสองหนุ่มกันก่อนนะคะ

P1100025

ไอเท็มตามที่เห็นนั้น มีรายละเอียดดังนี้

เสื้อ - ซื้อจากงาน Kids Of The World หรือไงนี่แหละค่ะ สนนราคา 120 บาทถ้วน
กางเกง - ร้าน Ideakidshop จำราคาไม่ได้ เพราะซื้อราคาพี่สาว(แท้ๆ)
รองเท้าโขน - Puma สดๆร้อนๆ จากพารากอน ราคาเต็ม 1900 กว่าๆ มั้ง แต่...เจอตอนเซล 40% โดดใส่แทบไม่ทันเลยค่ะ (1,197 บาท)
รองเท้าเขิน - เนื่องจาก Puma ไม่มีไซส์ล่ำ ล่ำจึงมีวาสนาแค่มิกกี้ เมาส์ สุดโปรดไปก่อน (695 บาท เซลส์อีก 15%)

เอาล่ะค่ะ มาดูภาพโขน เสลอ และเขิน แทททู คัลเลอร์ กัน...

P1100005

เอ้อ... ไอ่หมวกที่เห็นนี่ หม่ามี้ไม่ได้จัดหาให้นะคะ มันเอามาใส่ของมันเองค่ะ ปวดตับกับลูกคนนี้จริงจริ๊งงงง วันดีคืนดี ลงมาจากห้องนอน ก็จะเจอมันใส่หมวกใบนี้เดินไปเดินมาในบ้านค่ะ เดินแบบคอเกร็งๆน่ะค่ะ เพราะหมวกจะหล่น...

P1090994

ส่วนพี่สป๊อค เอ๊ยยย พี่เสลอนี่ก็..เห็นท่าโพสต์แล้ว หม่ามี้อายแทน...

P1100016

P1100015

ว่าแล้ว ก็ขอตัวไปบิดอีเบย์ต่อดีกว่าค่ะ..อิ อิ




Create Date : 07 ธันวาคม 2552
Last Update : 8 ธันวาคม 2552 16:57:23 น.
Counter : 428 Pageviews.

5 comment
== Let's Turn PRO: How to "พี่น้องรักกัน รักกัน" ==
ตอนที่รู้ตัวว่าท้องครั้งที่สองนั้น หนึ่งในปัญหาที่กลัวมากที่สุดคือ

"พี่รังแกน้อง พี่อิจฉาน้อง ...พี่ ไม่รักน้อง"

เพราะปกติเป็นพวกเสพย์ติดหนังสือ อ่านมันดะตั้งแต่หนังสือเล่ม นิตยสาร ยันข้างถุงกล้วยแขก

ก็จะเจอปัญหาสุดคลาสสิคปัญหานึง ที่มักมีคุณแม่เขียนจดหมายมาถาม หรือเป็นหัวข้อแนะนำประจำคอลัมน์ของหนังสือ นัยว่า สำคัญพอๆกับปัญหาโลกร้อนเลยเทียว

และจากการศึกษาผ่านหนังสือ ผ่านบทสัมภาษณ์ ผ่านประสบการณ์จริงที่มีทั้งสำเร็จและล้มเหลวของบุคคลรอบตัว เราก็เลยรวบรวมมาจัดเป็นยุทธวิธีในการปลูกฝังลูกชายคนโต จนได้มาเป็นกลยุทธต่างๆดังนี้

ข้อมูลเบื้องต้น
ลูกชายคนโต "โขน" อายุ 3 ปี 5 เดือน
ลูกชายคนเล้ก "เขิน" อายุ 1 ปี 11 วัน

ขณะตั้งท้อง


1. แนะนำให้เค้ารู้จักกับน้องในท้อง บอกว่านี่เป็นน้องหนู แม้เด็กจะทำหน้างงๆ ว่า "ควอท อีส น้อง...กินได้หรือเปล่า" ก็ไม่ต้องสนใจ กรอกหูเข้าไว้ ในที่สุดลูกก็จะรู้เองว่า น้องเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง ตัวเล็กกว่าเค้า และเกิดมาเพื่อที่จะเป็นเพื่อนสนิทที่สุดในชีวิตของเค้า

2. ให้เค้ารู้จักสัมผัสน้องบ่อยๆ ผ่านท้อง แม้แรกๆอาจจะมีน้ำลงน้ำลายกระเซ็นมาบ้าง จากความเข้าใจผิดว่าน้องเป็นอาหารชนิดหนึ่ง ก็ไม่เป็นไร ผ่านไปหลายครั้งเข้า ความเข้าใจเค้าจะดีขึ้น

3. พูดคุยเรื่องน้องกับเค้าบ่อยๆ เช่นว่า "เนี่ย...น้องอยู่ในพุงหม่ามี้ กำลังหายใจอยู่ตรงนี้.." หรือ "มาจับท้องเร็วลูก น้องถีบหม่ามี้อยู่" แต่ประโยคหลังต้องพึงระวังให้มากๆ เพราะเคยมีกรณีลูกเพื่อนที่ถีบน้องกลับ เพราะเข้าใจว่าน้องถีบแม่...อีน้องอ่ะไม่เจ็บหรอก แต่แม่แทบแท้ง..

4. ถ้าเป็นไปได้ พาลูกเข้าไปดูอัลตราซาวด์น้องบ้าง ให้เค้าเห็นว่า มันมีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าน้องจริงๆ หม่ามี้ไม่ได้เมคขึ้น และที่สำคัญ ไม่ได้ยัดตุ๊กตานุ่นไว้ในท้องด้วย

5. เวลาจัดของใช้ของน้อง พยายามให้เค้าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งด้วย เช่น มีคนซื้อของขวัญมาฝากน้องแรกคลอด เราก็จะแกะให้เค้าดูแล้วบอกว่า "เนี่ย มีคนซื้อมาฝากโขน..แต่โขนใส่ไม่ได้ (แม้ตอนนั้น พ่อตัวดีจะพยายามยัดตัวเองใส่เสื้ออยู่ก็ตาม) หม่ามี้ยกให้น้องนะลูก"

6. เมื่อคุณไม่สามารถอุ้มเค้าได้เหมือนเดิม ห้ามพูดเด็ดขาดว่า "หม่ามี้อุ้มหนูไม่ได้ เพราะท้อง" แต่ให้บอกว่า "หม่ามี้ไม่สบาย อุ้มไม่ได้" หรือจะ "หม่ามี้ปวดตับ" ก็ได้ แล้วแต่ความสะดวกและระดับความกวนส้นของพ่อแม่ แต่ห้ามพูดเด็ดขาดว่า ไม่อุ้มเพราะท้องน้องอยู่

หลังคลอดแล้ว


1. สำคัญที่สุด สนใจความรู้สึกเค้ายิ่งกว่าสิ่งใดๆ เช่น ถ้าเค้ากับน้องร้องพร้อมกัน ต้องวิ่งหาเค้าก่อนเสมอ เพราะลูกที่เพิ่งคลอด ยังไม่ประสีประสาอะไรหรอก ฉะนั้น คนนั้นอ่ะ ใครอุ้มก็เหมือนกัน แต่คนโตนี่สิ รู้มากแล้ว

2. ให้เค้าใกล้ชิดน้องทันที เช่น ลูบน้อง สัมผัสน้อง หรือแม้แต่เค้าอยากอุ้มน้อง เราก็จะใช้วิธีประคองน้องวางบนตักเค้า แล้วเราระวังอยู่ใกล้ๆ หรือช่วยจับน้องอยู่ใกล้ๆเค้า

ของลูกชายคนโตเรา จำได้ว่าวันแรก ครั้งแรกในชีวิตที่เค้าเจอน้อง หน้าเค้าตื่นตะลึงและแปลกใจมาก ทำนองว่า "กินไม่ได้จริงๆด้วย" หลังจากนั้น เค้าก็เดินเข้ามาดูน้องที่เปลใกล้ๆ พร้อมกับเอานิ้วจิ้มไป 2 ที เหมือนตอนอาราเร่จิ้มอุนจิเด๊ะๆ

3. เวลาใครมาเยี่ยมไข้ หรือซื้อของขวัญมาให้น้อง เราจะใช้วิธี
- หาของให้เค้าด้วยอย่างหนึ่งเสมอ หรือ
- ให้คนที่เอาของขวัญมาให้ เป็นคนยื่นของขวัญให้เค้าเอง เสมือนกับว่า เอาของขวัญมาให้เค้านั่นแหละ

4. สำคัญมากๆอีกข้อหนึ่ง ห้ามขาดเลยเชียวกับคำว่า "หมาหัวเน่า" ห้ามใครพูดให้ลูกคนโตได้ยินเด็ดขาด

5. ให้เค้ามีส่วนช่วยเลี้ยงน้อง ไม่ว่าจะหยิบของ ป้อนนม ป้อนน้ำ

6. ทุกครั้งที่ซื้อของใช้ของน้องมา ต้องนำมาให้เค้าก่อนเสมอ จะคล้ายๆกับข้อ 3 ข้างต้น แต่ให้เป้นลักษณะว่า "หนูใส่ไม่ได้แล้ว ให้น้องใช้ได้มั้ย"

7. เมื่อน้องเริ่มโตขึ้น ถึงวัยที่เล่นกับเค้าได้แล้ว ก็จะมีกรณีแย่งของเล่น ที่บ้านเราจะห้ามขาดเลย ห้ามดุเค้าว่า "แย่งของน้องทำไม" ให้ใช้เป็นคำว่า "ไม่เอาไปจากน้องนะลูก" หรือ "อย่าคว้าอย่างนั้นครับ" เพราะการที่คุณพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า "แย่ง" มันเหมือนการสะกดจิตเค้าอยู่อย่างนั้นเองว่า มันเป็นของๆเค้า เค้าต้องแย่ง หรืออยากได้อะไรก็ต้องแย่ง สำหรับประเด็นข้อนี้คือ เรากำลังสอนเค้าว่า เค้าเป็นเด็กดี ไม่ได้แย่งของน้อง ฉะนั้น เค้าจึงสามารถแบ่งปันน้องเล่นด้วยได้

8. เวลาเจอหน้าผู้ใหญ่ ที่ส่วนมากมักจะตรงมาทักน้องคนเล็กก่อน ตามประสาเด็กอ่อน ที่วัยมักจะน่ารักกว่าเด็กที่เริ่มโต เราก็จะบอกทุกคนเสมอว่า เมื่อทักน้องแล้ว ให้ทักโขนด้วย หรือถ้าจะให้ดี ให้ทักโขนก่อนน้อง

9. เวลาเพื่อนๆหรือญาติผู้ใหญ่เล่นกับน้องอีกเหมือนกัน เราจะบอกต่อว่า ช่วยหันมาเล่นกับโขนด้วย เค้าจะได้ไม่รู้สึกแปลกแยก

10. พูดกรอกหูทุกวัน ว่าน้องรักพี่โขน เช่น น้องอาจจะพูดภาษามคธอะไรออกมาสักอย่าง เราก็จะรีบสวมรอยทันทีว่า
"เนี่ย น้องบอกว่า น้องรักพี่โขน" หรือ เวลาเค้าสองคนพี่น้องเจอกัน เราก็จะรีบไซโคต่อทันทีว่า
"เนี่ยเห็นมั้ย น้องเห็นพี่โขนแล้วน้องยิ้มเลย" หรือ เมื่อพี่กลับจากโรงเรียน เราก็จะบอกว่า
"หอมแก้มน้องหรือยัง น้องบอกหม่ามี้ว่า น้องคิดถึงพี่โขนมากเลย"

จนถึงล่าสุด ที่น้องทำท่าจะตัวใหญ่กว่าพี่แล้ว เราก็เป่าหูลูกว่า
"น้องบอกหม่ามี้ว่า อีกหน่อย ใครรังแกพี่โขน น้องจะชกมันให้คว่ำเลย"

พระเจ้า..ได้ผลมากๆ ลูกคนโตเราชอบพูดประโยคนี้ซ้ำๆ เหมือนเค้าภูมิใจที่น้องจะดูแลเค้า

(ต้องบอกก่อนว่า ธรรมชาติลูกคนโตเราเป็นเด็กอ่อนโยนมากๆ ไม่เคยรังแกใครเลย...แม้แต่ครั้งเดียว จนเรากลัวว่าอีกหน่อยจะโดนรังแก ในขณะที่เจ้าคนเล็ก ท่าทางแสบทรวงมากๆ ไม่ยอมคน แม้ว่าจะเพิ่งครบขวบมาแค่ 11 วันก็ตาม)

11. เราปลูกฝังให้ลูกสัมผัสตัวกันเสมอๆ ทั้งพี่น้อง ทั้งกับพ่อแม่ เช่นเมื่อเค้าเจอน้อง เราจะถามก่อนเลยว่า หอมแก้มน้องหรือยัง

และก็ได้ผลมากๆอีกเช่นกัน เพราะพี่จะหอมน้องด้วยความทนุถนอมมากๆ ในขณะที่น้องก็จะชอบเอาหัวไปซบพี่ ซึ่งเป็นภาพที่ทุกครั้งที่เห็น มันฟูในหัวใจแม่ที่สุด

12. ให้เค้ามีส่วนในการดุน้อง เช่น เวลาน้องทำอะไรผิด หรือดื้อ เราจะให้เค้าเป็นคนดุน้องก่อนเลย เช่นว่า
"โขน...น้องซนอีกแล้ว ดุน้องให้หม่ามี้หน่อยสิครับ" เค้าก็จะชี้นิ้วไปที่น้อง แล้วพูดว่า
"อย่าซนนะ" เราก็จะถามต่อว่า ถ้าซนแล้วเป็นยังไง
"ถ้าซนแล้ว พี่โขนจะโดนตี" อันนี้ฮามากๆ ไม่รู้ไปเอามาจากไหนว่า น้องซนแล้วตัวเองจะโดนตี

ในข้อนี้ เราอนุญาตกระทั่งว่า ถ้าเค้าเตือนน้องแล้วน้องไม่ฟัง ให้เค้าตีน้องได้ (ใช้มือตีนะ ไม่ใช่แส้เฆี่ยน หริอไม้หน้าสามฟาด) ซึ่งเค้าจะเอามือตีเบาๆ เหมือนว่า เค้าทำโทษน้องแล้วนะ

13. ให้ความสำคัญกับสถานะความเป็น "พี่" ของเค้าเสมอ เช่น เมื่อเค้าดุ คำดุเค้าต้องขลัง เมื่อเค้าห้าม น้องต้องฟัง ตัวอย่างเช่น เมื่อไม่กี่วันก่อน เขินเอาไม้ตียุง (ที่เราปิดสวิทช์แล้ว) มาเล่น อีพี่เห็นก็
"ห้ามเล่น เดี๋ยวโดนดูดนะ"
น้องยังเล่นอยู่
"ห้ามเล่น ของหม่ามี้ เดี๋ยวโดนหม่ามี้ตีนะ" พร้อมกับทำท่าจะตีน้องเบาๆ
ซึ่งเราก็เกิดพุทธิปัญญาขึ้นมาว่า ถ้าให้เค้าดุน้องไปเรื่อยๆ แล้วน้องไม่ฟัง คำดุและสถานะ "พี่ชาย" ของเค้าก็จะไม่มีความหมายอะไรเลย

เราเลยตัดสินใจ ดุเขินว่า
"เขิน พี่โขนบอกแล้วใช่มั้ยว่า ห้ามเล่น เดี๋ยวโดนไฟดูด ถ้าไม่เชื่ออีก เดี๋ยวให้พี่โขนตีนะ" พร้อมๆกันกับที่เราก็รีบเอาไม้ตียุงไปซ่อน

ได้ผลค่ะ โขนหน้าตาภูมิใจมากๆ เสมือนหนึ่งบรรลุธรรมขั้นสูงสุดของการเป็นพี่ชาย

14. เคยอ่านเจอจากคุณหมอท่านหนึ่งว่า เวลาซื้อของ ให้ซื้อให้ลูกชายคนโตสำคัญกว่า หรือมากกว่าหน่อยๆเสมอ อย่าให้เท่ากัน เพราะนั่นเท่ากับว่า คุณกำลังเสียผู้ช่วย ในการดูแลน้องไป เพราะการที่เค้าได้ของเท่ากัน แปลว่า เค้าไม่ได้สิทธิอะไรในความเป็นพี่เลย ดังนั้น เค้าก็จะไม่ตระหนักในสถานะและความสำคัญของการเป็นพี่ชายแต่อย่างใด

ทุกข้อที่กล่าวมานั้น สรุปโดยรวมคือ

1. ให้น้องเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพี่ให้ได้
2. ให้เค้าตระหนักว่า การมีน้อง คือการที่เค้ายังสำคัญเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงทั้งสิ้น แต่เค้ากำลังจะได้เพื่อนแท้ของชีวิตมาอีกคนต่างหาก
3. ให้เกียรติสถานภาพควาเมป็นพี่ชายของเค้าอย่างที่สุด เท่าที่อยู่ในกรอบของการเป็นพี่ที่ดี

ผลลัพธ์

ชื่นใจค่ะ บอกได้คำเดียว โขนรักน้องมากกกกกกก ใครไม่เชื่อ ท้าพิสูจน์ดูตัวจริงได้เลย

รักน้องมากชนิดที่ว่า
- ใครอุ้มก็ไม่ได้ นอกจากคนในครอบครัว
- ใครตีน้องก็ไม่ได้ พ่อร้องบ้านแตกเลยเชียว
- กอดน้อง หอมน้องตลอดเวลา
- ไม่ว่าอยู่ที่ไหน ถ้าชวนไปหาน้อง จะไม่มีอิดออด
- ไม่เคยตีน้อง ไม่เคยรังแกน้องเลย สักครั้งเดียว มีแต่ตีในฐานะความเป็นพี่ที่สั่งสอนน้องเท่านั้น

ภูมิใจค่ะ ภูมิใจ ...

วันที่สองที่เค้าเจอกัน

Brothers edited

พี่น้องเล่นกัน

P1020002edited

พี่น้องหอมกัน

P1020576edited



Create Date : 11 มีนาคม 2552
Last Update : 11 มีนาคม 2552 21:31:55 น.
Counter : 270 Pageviews.

5 comment
1  2  3  

Valentine's Month



คนที่คุณไม่จำเป็นต้องรู้ว่าใคร
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]



แม่ลูก 2 ที่กลัวการเป็นแม่ลูก 3 อย่างยิ่ง และ ผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก ที่สามารถหลอกผู้ชายที่ดีที่สุดในจักรวาลมาเป็นคู่ชีวิตได้ ล่าสุด...ผู้หญิงหลากฝัน ที่ยังไม่สามารถจัดการกับเวลาของตัวเองได้..ฮ่วย!
White border erased BG Bullet