ขอให้ความสุนทรีย์และความสุขสงบจงมีแด่ท่านทั้งหลาย
Group Blog
 
All Blogs
 
ฉวยวันเวลาเอาไว้


ผมเคยคิดเล่นๆว่าเวลาอาจจะมี หรืออาจจะไม่มีอยู่จริง เพราะสิ่งเดียวที่เรารับรู้และควบคุมได้จริงๆ คือปัจจุบันนี้ และเวลาอาจจะไม่ได้เป็น อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ในแนวนอนก็ได้ แต่เวลามันอาจจะเป็นไปในแนวตั้ง คือทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ต่างดำรงค์อยู่พร้อมๆกัน อยากรู้อดีตก็ดูปัจุบัน อยากรู้อนาคตก็ดูปัจจุบันอีก แต่สำหรับผมชีวิตในช่วงนี้เวลาเหมื่อนจะผ่านไปรวดเร็วจริงๆ หนึ่งวัน หนึ่งอาทิตย์ หนึ่งเดือน หรือหนึ่งปี นึกถึงชีวิตตัวเองในช่วงนึงในอดีตก็รู้สึกว่า ชีวิตนี้มันช่างยาวนาน และมีเวลามากมายเหลื่อเฟือ " โอ้ ชีวิตนี้ยังอีกยาวไกล " แต่ปัจจุบันนี้ความคิดกลับตรงกันข้าม คือเวลามันช่างผ่านไปเร็วชีวิตนี้มันแสนสั้น เปรียบได้กับคนที่เดินข้ามสะพานขึ้นมาช่วงกลางสะพานและรู้ว่าทางข้านหน้าคือทางลง /--------------------\

อีกอย่างที่ทำให้รู้สึกว่าชีวิตนี้มันแสนสั้น และเวลามันช่างผ่านไปเร็ว เพราะรู้สึกกับตัวเองถึงความรักในตนเอง ความรู้สึกว่าชีวิตมันช่างมีคุณค่าและความหมาย เวลามันช่างมีค่าเหลื่อเกิน นึกถึงคำกล่าวนึงจากหนังสือ สมาคมกวีไร้ชีพ ว่าอย่าปล่อยให้คืนวันผันไปอย่างไร้ค่า แต่จงฉกฉวยวันเวลาที่ผ่านเข้ามา และทำชีวิตให้ไม่ธรรมดา ผมคิดว่าชีวิตนี้บางครั้งก็เปราะบาง ความตายก็อยู่กับเราตลอดเวลา บางทียังเคยคิดเล่นๆว่า ถ้าสมมุติว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิตเรา เราจะพอใจ และตายตาหลับหรือยัง อะไรสำคัญ และมีคุณค่ากับตัวเราบ้าง เรารู้จักตัวเองดีพอหรือยัง ใครมีความหมายกับเราบ้าง เรารักตัวเองได้มากพอหรือยัง แวบนึงก็ฉุดคิดกับตัวเองว่าที่ผ่านมาบางช่วงบางตอน ตัวผมเองก็ใช้ชีวิตแบบขาดสมดุล มุ่งทำมาหากินแบบลืมตาย ปากท้องก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิต แต่เมื่อนึกว่าถ้าจะต้องตาย ก็ชวนให้รู้สึกกับตัวเองว่าชีวิตตัวเองกำลังพลาดอะไรบางอย่างไปจริงๆ

เวลามันผ่านไปเร็ว หันกลับมามองดูคนใก้ลชิด พ่อ แม่ ท่านดูแก่ลงไปถนัดตายิ่งได้เห็นรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าแล้วก็ชวนให้ใจหาย รวมไปถึงเรื่องสุขภาพของตนเอง ที่แทบไม่ค่อยได้ใส่ใจเอาซะเลย ทั้งๆทีมันทำงานตลอด 24 ชม 365 วัน ไม่เคยหยุด แต่ความรู้สึกอยากดูแลตัวเองที่เกิดนี้ ไม่ได้เป็นเพราะความรู้สึกกลัวตายมากไปกว่า รู้สึกว่ายังไม่ได้ทำอะไรหลายๆอย่างให้ดีมากพอ อยากดูแล พ่อ แม่ ให้ดีอยากดูแลท่านอยากกอดท่านวันนึงจะได้ไม่มานั่งเสียใจและเสียดายว่าตัวเองน่าจะทำให้ดีกว่านี้ ยังมีความสัมพันธ์ที่ยังทำได้ไม่ดีพอ ยังมีบุคคลที่อยากให้อภัย ยังมีหนังสือดีๆบนโลกที่อยากอ่าน ยังมีบทเพลงไพเราะอีกมากมายที่อยากฟัง ธรรมชาติที่งดงามที่อยากชม อยากใช้เวลาให้คุ้มค่า ในทางการแพทย์ความตายของมนุษย์ถือว่าเป็นความล้มเหลว แต่สำหรับผมความตายโดยไม่ได้ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า และมีความหมายดูน่าล้มเหลวมากกว่า




Create Date : 20 เมษายน 2551
Last Update : 20 เมษายน 2551 22:02:00 น. 1 comments
Counter : 209 Pageviews.

 
Our Death is Our Wedding
Poem by Rumi
inspired by Six Feet Under


Our death is our wedding with eternity.

What is the secret? "God is One."

The sunlight splits when entering the windows of the house.

This multiplicity exists in the cluster of grapes;

It is not in the juice made from the grapes.

For he who is living in the Light of God,

The death of the carnal soul is a blessing.

Regarding him, say neither bad nor good,

For he is gone beyond the good and the bad.

Fix your eyes on God and do not talk about what is invisible,

So that he may place another look in your eyes.

It is in the vision of the physical eyes

That no invisible or secret thing exists.

But when the eye is turned toward the Light of God

What thing could remain hidden under such a Light?

Although all lights emanate from the Divine Light

Don't call all these lights "the Light of God";

It is the eternal light which is the Light of God,

The ephemeral light is an attribute of the body and the flesh.

...Oh God who gives the grace of vision!

The bird of vision is flying towards

You with the wings of desire.


โดย: Anonymous IP: 125.24.221.229 วันที่: 23 เมษายน 2551 เวลา:22:38:36 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

LampOfGod
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add LampOfGod's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.