Heaven is no longer!!!
Group Blog
 
All Blogs
 

มองกระจก เห็นอะไร?

1.เห็นคนหน้าตาดีที่สุดในโลก หล่อสวยไม่มีใครเกิน
2.เห็นคนหน้าตาธรรมดาที่คุ้นเคย เอ๊ะ เริ่มมีผมหงอกมา 1 เส้น
3.เห็นเนื้อหนังมังสา รอยเหี่ยวย่น กระ ห่อหุ้ม เนื้อ กระดูก เลือด ไขมันฯลฯ
4.เห็นกระจกเก่าๆ ไม่ได้เช็ดมาหลายวัน มัวๆ มีคราบน้ำเป็นดวงๆ
พอจะทำให้มองเห็นเงาสะท้อนบ้าง

เมื่อมองกระจกวันนี้ ยังเห็นอะไรอยู่????

และสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตา 10 อย่าง
1. อโนตตัปปะ ความไม่รู้สึกตื่นกลัวต่อการทุจริต
2. โทสะ ความโมโห โกรธ ความไม่พอใจ
3. โมหะ ความหลงใหล ความโง่
4. อุทธัจจะ ความฟุ้งซ่านไปต่างๆนานา
5. ทิฏฐิ ความเห็นผิดเป็นชอบ
6. วิจิกิจฉา ความเคลือบแคลงใจ สงสัย ไม่แน่ใจ ลังเลใจ ในสิ่งที่ควรเชื่อ
7. โลภะ ความพอใจ ชอบพอ เต็มใจ ในโลกียอารมณ์ต่างๆ
8. ถีนะ ความหดหู่ เงียบเหงา
9. อหิริกะ ความไม่ละอายต่อการกระทำผิด ทุจริต
10. มานะ ความ ทะนงตน ถือตัว เย่อหยิ่ง

วันนี้เราเห็นอะไรบ้าง....

นักปฏิบัติธรรม ย่อมพูดน้อย ปฏิบัติมาก มองย้อนกลับมาดูตัวเองบ่อยๆ
ว่าตัวไหน "โต" "หนา" หรือ กำลัง "บาง" ลง

ไม่ต้องถามใคร ไม่ต้องไปสอบใคร
สอบกับกระจก ถามตัวเราเองนี่ล่ะ


//www.84000.org/true/590.html
หลักปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์

ปัญหา ภิกษุปฏิบัติอย่างไรบ้าง จึงจะชื่อว่าปฏิบัติถูกต้องเพื่อความพ้นทุกข์ ?

พุทธดำรัสตอบ “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุที่ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ
ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติไม่ผิด และชื่อว่าอบรมปัญญาเพื่อความสิ้นอาสวะทั้งหลาย
ธรรม ๓ ประการคืออะไรบ้าง ? ภิกษุในธรรมวินัยนี้

เป็นผู้คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย ๑
เป็นผู้รู้จักประมาณในโภชนะ ๑
เป็นผู้ประกอบความเพียร ๑....”


อปัณณกสูตร ติก. อํ. (๔๕๕)
ตบ. ๒๐ : ๑๔๒-๑๔๓ ตท. ๒๐ : ๑๒๙
ตอ. G.S. ๑ : ๙๗-๙๘






 

Create Date : 14 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2554 10:09:19 น.
Counter : 290 Pageviews.  

ปัจจุบันเป็นเวลาประเสริฐสุด.....

แต่...บางที หรือหลายๆ ที เราก็คิดว่าเรามีสติดีครบถ้วนสมบูรณ์
เป็นบุคคลที่สมบูรณ์อยู่แล้ว ไม่ได้ "บ้า" (เพราะถ้าบ้าคงถูกจับส่ง รพ.ไปแล้ว :D)

แต่! สงสัยหรือไม่ ว่าทำไม บางที ก็มีปัญหาที่มาทำให้เราคิด ป่วน กวน
จนเราไม่ได้หลับ ไม่ได้นอน อยู่เรื่อยๆ (บางทีอาจจะทำให้บ้าได้) เป็นเพราะ...
-เราแก้ปัญหาไม่ได้...
-ปัญหานั้นแก้ไม่ได้...
-ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร...
-ปัญหาๆๆๆๆ ฯลฯ

"อนาคต"
เราคิดแต่จะแก้ปัญหาในอนาคตที่ยังไม่เกิด ใช้วิธีแก้ปัญหาโดยทำสิ่งที่ "น่าจะ" แก้ได้...
ไม่มีเงินจ่ายหนี้ตอนสิ้นเดือนจะทำอย่างไร...
อยากได้บ้าน อยากได้รถ จะต้องหา ต้องทำยังไง...
โรคร้ายที่เป็นอยู่ ต้องหาวิธีรักษายังไง...
ลูกหลาน ญาติที่ลำบาก จะช่วยเค้ายังไง...
ปัญหาๆๆๆๆ ฯลฯ
สรุป.คิดถึงแต่ปัญหาที่จะแก้ในอนาคต หรือ "รอให้เกิดปัญหาก่อน" แล้วค่อยแก้!


"อดีต"
แต่เราไม่เคยลองฉุดคิด หรือคิดน้อยมากถึงอดีตที่ดำเนินมาถึงปัจจุบัน
เพราะเวลาสิ้นปีทีไรเราก็จะพูดว่า
"สิ่งที่ไม่ดีในปีเก่าก็ปล่อยไป เริ่มต้นทำปีใหม่ให้ดี" คิดแบบนี้ทุกปีๆ แล้วผลเป็นอย่างไร...
สรุป."คิดถึงความผิดพลาดในอดีตน้อยมาก" เผลอเรอ...จนทำพลาด ซ้ำแล้ว-ซ้ำเล่า



การที่จะคิดถึงและทำสิ่งที่ดีในปัจจุบันได้ คือ....
"คิดอดีตให้จบ"---คิดถึงตั้งแต่อดีตเราเกิดมา จนถึงตอนนี้ เรา..."ทำ" "มี" "เป็น" อะไรมาบ้าง
"คิดอนาคตให้จบ"---คิดว่าในอนาคตของเราสิ้นชีวิต เราจะต้อง..."ทำ" "มี" "เป็น" อะไรได้บ้าง


หาเวลาว่างๆ คิดอย่างถี่ถ้วนอย่างมี "สติ"
(ยิ่งเวลานี้ประเทศไทยคนไทย เหมาะที่สุดเลยครับที่จะได้ลองใช้ "สติ" พิจารณาทั้ง
อดีต-ปัจจุบัน-อนาคต ของเราเอง)



แล้วเราก็จะได้มาอยู่ใน "ปัจจุบัน" ได้อย่างมีความสุขที่สุดเลยครับ

อนุโมทนาแก่ดวงจิตที่เป็นกุศลทุกดวงครับ




 

Create Date : 08 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 8 พฤศจิกายน 2554 16:06:11 น.
Counter : 367 Pageviews.  

คนเราเกิดมาทำไม...?

เพราะจู่ๆ พ่อเกิดมา ปิ๊งแม่ แล้วแม่ก็มาปิ๊งพ่อด้วย

พ่ออยากได้แม่มาเป็นคู่ครอง จึงทำตามขนบธรรมเนียมประเพณีทุกอย่าง

สินสอด ทองหมั้นเท่าไหร่ พ่อตา แม่ยายขอมาไม่เคยบ่น ทำงานเก็บเงินได้

จึงยกขันหมากไปขอ รับรองว่าจะดูแลแม่อย่างดีที่สุด

"พ่อเป็นคนดี"

แม่ยอมรับพ่อแล้ว ก็ถามว่า คนเราเกิดมาทำไมนะ

พ่อก็บอกว่าไม่รู้สิ แล้ว แม่เกิดมายังไงล่ะ

แม่ก็ตอบว่า เกิดมาจากตากับยาย

พ่อก็บอกว่า อ๋อ พ่อก็เกิดมาจากปู่จากย่าเหมือนกัน

โอเค งั้นลองมีลูกกันมั้ย เผื่อจะได้ถามลูกว่า เราเกิดมาได้อย่างนี้จริงมั้ย

แล้วก็ XXX เซ็นเซอร์ :P

ผ่านไป 2 เดือน พอรู้ว่าท้องแล้ว ก็ดีใจใหญ่เลย เผื่อจะได้ถามลูกด้วย ว่าเราเกิดมาทำไม

พ่อก็คิดว่า ลูกผู้ชาย จะเป็นคนดีได้เหมือนพ่อ แม่ก็คิดว่า เป็นผู้หญิง จะสามารถให้ได้ทุกอย่างเหมือนแม่

คอยทบทวนอยู่....ว่าจะเป็นคนดี และรู้จักการให้
1 เดือน
2 เดือน
3 เดือน
4 เดือน
5 เดือน
6 เดือน
7 เดือน
8 เดือน
9 เดือน

จน... เกิดมา
แม่คอยเลี้ยงดู ให้นมลูก เพราะกลัวว่าจะหิวตาย
ให้เสื้อผ้า กลัวว่าจะหนาว
ให้อยู่ทีดีๆ กลัวจะไม่สบาย

แต่ก็ยังต้องมานั่งถามกันอยุ่ถึงทุกวันนี้ ว่าคนเราเกิดมาทำไม

เรียนจบมาสูงๆ ทำไม?
หาเงินมาได้เยอะๆ ทำไม?
เหนื่อยจนไม่มีเวลาดูแลพ่อแม่ ทำไม?
ในเมื่อหาเท่าไหร่ อยากได้เท่าไหร่ ก็ไม่พอที่จะตอบแทนพ่อกับแม่ได้

เพราะว่า...
ถ้าพ่อ ขอเงิน 1 บาท ให้เราสัญญากับพ่อ ว่าเราจะเป็นคนดีที่สุดชีวิต
ถ้าแม่ ขอเงิน 1 บาท สัญญากับแม่ว่า เราจะเป็นคนที่รู้จักให้กับผู้อื่นสุดชีวิต
แล้วท่านจะให้เราเกิดมา...เราตอบแทนพ่อกับแม่ด้วยเงิน คนละ 1 บาท เป็น 2 บาท

แต่!!!! ปู่ ย่า ตา ยาย ก็ ขอพ่อ กับแม่ คนละ 1 บาท เหมือนกัน
ไม่งั้น พ่อกับแม่ก็ไม่ได้เกิดมา เราก็พลอยไม่ได้เกิดมาด้วย
เลยต้องหาเพิ่มอีก 4 บาท เป็น 6 บาท

แต่!!! ท่านทวดทุกคน ก็ ขอ ปู่ ย่า ตา ยาย แบบนี้เหมือนกัน
เราเลยต้องหา ให้ท่านอีก 8 บาท เป็น 14 บาท

แล้ว บรรพบุรุษของเราก็บอกแบบนี้เหมือนกัน
เชื่อมั้ย หาเงินเท่าไหร่ ก็ไม่พอที่จะทำให้เราเกิดมา!!!

1 ความดี 1 การให้ ถ้าคนเรารู้จัก 2 สิ่งนี้ เพียงพอแล้ว
ชีวิตของคนๆ นึงจบแล้ว ไม่จำเป็นต้องเกิดมาอีกแล้ว
ชีวิตเป็นความทุกข์ เพราะต้องเวียน ว่ายไปกับความไม่รู้นี้ ไม่รู้จักจบสิ้น...




 

Create Date : 15 ตุลาคม 2554    
Last Update : 15 ตุลาคม 2554 11:32:07 น.
Counter : 282 Pageviews.  

ทุกคนเกิดมาย่อมนำความตายติดตัวมาด้วย...

ทุกคนเกิดมาย่อมนำความตายติดตัวมาด้วย...

มัจจุราช คือเวลา จะหนีไปที่ไหนก็แล้ว

แต่ สุดท้ายก็หนีความแก่ความชราไม่พ้น

คนอายุเกิน 100 ปี น้อยมาก

แต่สุดท้าย ก็ร่วงโรยตามสังขารอยู่ดี

สุดท้ายก็ถูกมัจจุราชนำตัวไปได้อยู่ดี

ขอยืมอิงจากข้างบนนะครับ

อสรพิษ 4 คือองค์ธาตุ ที่ประกอบขึ้นเป็นตัวเรา
ดิน เนื้อ กระดูก
น้ำ เลือด ของเหลว
ลม ลมหายใจ ก๊าซ
ไฟ ความอบอุ่น ในร่างกาย

ถ้าเสียสมดุล ก็จะไม่สบาย


เพชรฆาต 5 คน เดาว่าเป็น ผัสสะทั้งห้าครับ

รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ที่ทำให้ยึดติดใน กิเลส โลภะ โทสะ โมหะ หลงไปในอบาย
อาจจะเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

คนที่ 6 คือ เวลา นั่นเอง

หนีไปในเรือนร้างว่างเปล่าคือ ความไม่รู้ ที่ใครๆ ก็เป็นกันอยู่ทั่วๆ ไปบนโลก
ความไม่รู้ก็หาแต่วิธีที่จะทำให้ตัวเองรอดพ้น คิดว่านี่คือความสุขแล้ว สุดท้ายยังไงก็ไม่เจอ
ต้องวนเวียนกลับมาอยู่ที่เดิมนั้น อยู่ในฝั่งของวัฐสงสารนั่นเอง เวียนว่ายตายเกิดไม่จบสิ้น

การทำแพข้ามไปฝั่งที่ปลอดภัย คือการหมั่นปฏิบัติธรรม ทำความดี
จนสามารถข้ามวัฐสงสารได้ ไม่ต้องเกิดตายๆ ซ้ำๆ เป็นการดับวงจร
ข้ามฝั่งแห่งความน่ารังเกียจนี้ได้นั่นเอง

ใครมีข้อคิดเห็น ช่วยเสริมได้นะครับ 








Free TextEditor




 

Create Date : 15 ตุลาคม 2554    
Last Update : 15 ตุลาคม 2554 17:37:19 น.
Counter : 304 Pageviews.  

web ใหม่ กระแสแห่งพระนิพพาน:ระหว่างการจัดทำครับ


//www.nirvanastream.com/
เน้นการเข้าถึงพระนิพพาน ซึ่งเป็นหัวใจของศาสนา
หลักสำคัญของการดับกิเลสแห่งเพลิงทุกข์ทั้งปวง

ด้วยการเน้นสื่อ การเข้าใจในหลักของสมถะ
เพื่อเป็นกำลังเบื้องต้นในการบรรลุธรรมขั้นสูงสุด


พึ่งวางเป็นโครงสร้าง มีอะไรแนะนำติชมได้ครับ







Free TextEditor




 

Create Date : 02 กันยายน 2554    
Last Update : 2 กันยายน 2554 14:47:49 น.
Counter : 388 Pageviews.  

1  2  3  

สวรรค์รำไร
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สวรรค์รำไร's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.