การแต่งงานครั้งที่ 2


...ตั้งชื่อดูหวาดเสียว แต่จริงๆก็เป็นการจัดงานฉลองสมรสของเราสองคนในญี่ปุ่น หลังจากที่จัดครั้งแรกมาแล้วที่เมืองไทย

จริงๆกะจะเขียนลงให้ตรงกับวันที่ 6 ก.ค. แต่ดันทำไม่ทันซะนี่ > <

ย้อนหลังไปเมื่อวันที่ 6 ก.ค. สองปีที่แล้ว... หลังจากที่เว้นยาวจากการจัดงานที่เมืองไทยไปครึ่งปี ก็ได้ฤกษ์งามยามสะดวกมาจัดงานฉลองกันอีกครั้งที่ญี่ปุ่น

เพราะเจ้าบ่าวเองก็มีพ่อแม่ครอบครัวอยู่ที่นี่ ทำงานอยู่ที่นี่ ส่วนฝ่ายเจ้าสาวเอง หัวหน้าเก่าๆที่เคยร่วมงานกันสมัยที่อยู่เมืองไทยก็โยกย้ายกลับมาประจำที่ญี่ปุ่นกันหมดแล้ว ...จะแต่งงานมาอยู่บ้านเค้าเมืองเค้าทั้งที ก็ต้องจัดการให้ได้รับรู้กันหน่อย... เจ้าบ่าวเค้าว่าหยั่งงั้นอ่ะนะคะ

แต่งานที่เราจัดที่ญี่ปุ่นนี่แทบจะไม่มีอะไรเลย เป็นเพียงแค่งานเลี้ยงฉลองเท่านั้นจริงๆ ไม่มีพิธีทางศาสนาใดๆอีก ก็แหม...แต่งกันมาตั้งครึ่งปีแล้ว คงไม่ต้องผ่านพิธีอีกรอบล่ะมั้งเนอะ


งานของเราสองคนจัดขึ้นที่โรงแรม Nippon Daira Hotel ค่ะ


งานเริ่ม 11 โมงครึ่ง พอ 11 โมงตรงแขกเหรื่อก็เริ่มทยอยเข้างานกันแล้ว


บรรดาหัวหน้างานเก่าๆของเจ้าสาว และเพื่อนๆของเจ้าบ่าว


หัวหน้าเก่าๆของเจ้าสาวทุกคนอุตส่าห์เดินทางกันมาจากโตเกียว ค่ารถก็ไม่ได้ 555 ขอบคุณมากกกกกกกกจริงๆ ดีใจสุดๆเลยค่ะ ^ ^/


ถ่ายรูปหมู่ก่อนเริ่มงานกันซักหน่อย


บรรยากาศห้องจัดเลี้ยงค่ะ


Step งานก็จัดคล้ายๆที่เมืองไทย เริ่มด้วยแนะนำคู่บ่าว-สาว ใครเป็นใคร รู้จักกันได้ยังไง จากนั้นประธานในพิธี ...ซึ่งก็คือเจ้านายสุดเคารพรักของเจ้าสาวนั่นเอง (^ ^) ขึ้นกล่าวอะไรเล็กๆน้อยๆ


แล้วก็ถึงเวลาสำคัญ ...กิน

ปกติงานจัดเลี้ยงที่ญี่ปุ่นนี่จะกำหนดตายตัวค่ะว่าใครนั่งตำแหน่งไหน ไม่ใช่แค่นั่งโต๊ะไหนเท่านั้น แต่งานของเราปล่อยสบายตามใจแขก ใครสนิทกับใคร ใครอยากนั่งกับใคร เลือกได้เองตามใจชอบ เพราะว่าไม่อยากให้งานออกมาดูเป็นทางการด้วยแหล่ะค่ะ ขอสบายๆดีกว่า


เมื่อเริ่มอิ่มกัน บ่าว-สาวก็ได้เวลาเดินไปทักทายขอบคุณแขกแต่ละโต๊ะ


สมุนทั้งหลายจากแคนนอน


เจ้าบ่าวอยากจะอธิบายประเพณีการจัดงานแต่งงานที่เมืองไทยมากกกกก เพราะคิดว่าหลายๆคนคงอยากรู้ (ก็ไม่รู้เหมือนกันเนอะว่าจะมีซักกี่คนกันที่สนใจ 55)


ก่อนจบงาน คุณพ่อของเจ้าบ่าวกล่าวขอบคุณแขกเหรื่อในงานอย่างเป็นทางการค่ะ


ทักทายสัพเพเหระก่อนลากันกลับบ้าน


ปกติงานเลี้ยงที่ญี่ปุ่นจะวางของชำร่วยไว้ตามที่นั่งของแขกเลยค่ะ แต่เนื่องจากว่าเราไม่ได้กำหนดที่นั่งแน่นอนตายตัว เลยไม่รู้ว่าเก้าอี้ไหนจะว่างบ้าง เลยต้องออกมายื่นให้กันมือต่อมือที่หน้างาน


รูปที่ระลึกเล็กๆน้อยๆ


เมื่อส่งแขกกลับไปกันหมดแล้ว ก็ขอเวลาของคู่บ่าว-สาวบ้าง ทุ่งหญ้าเขียวๆนี่ให้บรรยากาศสดชื่นดีจังเลยนะคะ ว่ามั๊ย..

......งานนี้ต้องขอขอบคุณ
ช่างภาพ... เป็นเพื่อนสนิทของเจ้าบ่าว ที่ถ่ายภาพสวยๆให้เราตลอดงาน
พิธีกร... ก็ยังคงเป็นเพื่อนสนิทของเจ้าบ่าว กับเสียงเพราะๆน่าฟัง ที่มีแต่คนเอ่ยปากชม
ทีวีที่ฉายโชว์ในงาน... เป็นของผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่เจ้าบ่าวเคารพ ยอมไม่มีทีวีดูไปหนึ่งวัน ^ ^
...และที่สำคัญ
แขกเหรื่อของเราทุกคนที่สละเวลามาร่วมงานในครั้งนี้ ไกลสุดนี่น่าจะมาจาก Fukui มั้งคะ (55 เพื่อนเจ้าบ่าวเค้า เราเลยไม่แน่ใจ)




 

Create Date : 09 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 9 กรกฎาคม 2553 14:30:13 น.
Counter : 563 Pageviews.  

Golden Week 2010 – ก็มันไม่รู้จะไปไหนดี


Golden Week ปีนี้ไม่มีแพลนไปไหนเลย แต่จะให้นอนอืดอยู่กับบ้านมันทุกวันก็กลัวหมด Golden Week แล้วมันจะได้อืดสมใจจริงๆ ยังไงๆมันก็ต้องหาเรื่องออกจากบ้านกันบ้าง

เข้าวันที่ 2 ของ Golden Week เลยพากันไปเดินเขาแถวบ้านกันซักหน่อย


เราขับรถขึ้นไปจอดไว้ด้านล่างสวน Kajiwara-koen (梶原公園) แล้วก็เริ่มเดินกันจากที่นั่นค่ะ ที่ความสูง 279 เมตร

เส้นทางการเดินของเราสองคนครั้งนี้ ไม่ค่อยทรมานเหมือนครั้งอื่นๆ เพราะไม่ได้เดินขึ้นเป็นชั่วโมงๆเพียงอย่างเดียว มันยังมีทางราบบ้าง เิดินลงบ้างสลับกันไปเป็นระยะๆ รวมเวลาเดินไปกลับทั้งสิ้นก็ประมาณ 2 ชั่วโมงได้ค่ะ

ประมาณ 25 นาทีผ่านไป เราก็มาโผล่ที่สวนสาธารณะ Ippon Matsu-koen (一本松公園) ที่ความสูง 304 เมตรค่ะ


ที่เห็นลิบๆนั่นก็อ่าว Suruga และคาบสมุทร Izu


เส้นทางเดินของเราวันนี้ผ่านไร่ชาเขียวเกือบตลอดเส้นทาง

หลังจากไปเอาเหงื่อออกเล็กน้อยพอหอมปากหอมคอกันแล้ว ก็ต้องเอาพลังงานที่เสียไปกลับมาค่ะ ^ ^


ลงมาก็ล่อราเมงชามยักษ์ นี่เห็นนี่คือ Tantan-men ค่ะ

และก่อนที่ Golden Week ของเราจะหมดลงแบบสูญเปล่ามากเกินไป เลยขอส่งท้ายวันสุดท้ายของช่วงหยุดยาวครั้งนี้ออกไปชมหุบเขาที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในญี่ปุ่นกันค่ะ


เก็บภาพส่งท้ายวันเด็กผู้ชาย (5 พ.ค.) มาได้ระหว่างทาง บ้านไหนที่มีเด็กผู้ชายเค้าก็จะเอาธงปลาคาร์ฟมาประดับไว้หน้าบ้านค่ะ


ดอกท้อระหว่างทาง (เหมือนซากุระเลยเนอะ)


ถึงแล้วค่ะหุบเขาที่ว่า หุบเขาทั้งหมดนี้รวมเรียกว่า Shosenkyo (昇仙峡) อยู่ในจ.ยามานาชิ

เขาที่เห็นทางด้านซ้ายของรูปคือ ยอดเขา Kakuenbo (覚円峰) เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของหุบเขา Shosenkyo นี้ แต่ที่เราสองคนสนใจเห็นจะเป็นเขาทางขวามือที่มีลักษณะเหมือนหน้าคนนั่นมากกว่า


ถ้ามาเดินเล่นแถวนี้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง...น่าจะสวยมากๆเลยค่ะ มีต้นเมเปิลญี่ปุ่นเพียบเลย


น้ำตก Senga-taki (仙娥滝) เกิดจากการแตกของผิวนอกของชั้นเปลือกโลก มีความสูง 30 เมตร ได้รับการรับรองจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมให้เป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่มีชื่อเสียงในสมัยเฮเซซึ่งมีทั้งหมด 100 แห่ง

จบแล้วค่ะ Golden Week ที่เรียบง่ายของเราสองคนในปีนี้ ^ ^




 

Create Date : 10 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 10 พฤษภาคม 2553 8:52:10 น.
Counter : 580 Pageviews.  

ดอกไม้สีสด.. สัญลักษณ์แห่งฤดูใบไม้ผลิ


18 เม.ย. 2553

พอหมดซากุระ ดอกไม้อื่นๆก็เริ่มทยอยบานกันพรึ่บพรั่บ อากาศก็เริ่มอุ่นขึ้น แค่ออกไปเดินเล่น ขี่จักรยานเล่นแถวบ้านก็จะได้เจอกับดอกไม้หลากหลายชนิดเลยค่ะ


ดอก Shiba-zakura หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Moss Pink บานเป็นแนวเล็กๆในสวนสาธารณะแถวบ้านค่ะ


ดอก Azalea ภายในสวนเดียวกัน

สวนนี้เพิ่งสร้างได้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ดอก Azalea นี่ก็เพิ่งเอามาลง แฟนบอกว่าถ้ามันโตมากกว่านี้ เนินเขาที่เราเห็นมันจะกลายเป็นสีแดงไปทั้งลูก


ดอกไม้พันธุ์อื่นๆภายในสวน รวมทั้ง Azalea หลากหลายสี หลากหลายพันธุ์ค่ะ


ส่วนรูปนี้เป็นดอกไม้ตามข้างทางที่เราสองคนขับจักรยานผ่าน ฤดูใบไม้ผลินี่ช่างสดใสจริงๆเลยนะคะ ^ ^




 

Create Date : 10 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 10 พฤษภาคม 2553 7:29:45 น.
Counter : 824 Pageviews.  

ซากุระ... ความงามแห่งฤดูใบไม้ผลิ


พอเข้าฤดูใบไม้ผลิ... ที่ญี่ปุ่นนี่ก็มีกิจกรรมภาคบังคับที่ไม่ว่าจะเป็นลูกเด็กเล็กแดง หนุ่มสาว คนเฒ่าวัยชราต้อง (?) ทำ นั่นก็คือ การชมดอกซากุระ หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “ฮานามิ”

เราเองก็เอากับเค้าด้วย ไม่ใช่ชาวญี่ปุ่น แต่ความสวยสดชื่นของซากุระมันก็กระตุ้นให้เราหาเรื่องออกไปฮานามิกับเค้าบ้าง อีกอย่างซากุระนี่ก็เหมือนหนึ่งสัญญาณที่บ่งบอกว่า... หมดหนาวแล้วววววว เย้ๆๆๆๆๆ

ไม่พูดพล่ามทำเพลงค่ะ ดูรูปกันเลย รวบรวมตั้งแตปี 2008 ถึง 2010 เต็มอิ่มจุใจกันไปเลย

เริ่มที่ปี 2008 ก่อนก็แล้วกัน ย้ายตัวเองมาอยู่ญี่ปุ่นใหม่ๆ ไม่ได้ไปไหนไกล เพราะมีเรื่องให้จัดการวุ่นวายตลอด


28 มี.ค. สวนสาธารณะ Funakoshi Zutsumi (船越堤公園
) ขับรถจากบ้านก็ประมาณ 10 นาที แต่มารอเข้าแถวเข้าลานจอดรถอีกเกือบครึ่งชั่วโมง > <


จากที่นี่ ถ้าอากาศเป็นใจ ก็จะได้เห็นฟูจิซังแบบนี้ ...ซึ่งเราได้เห็นวันนั้นแค่วันเดียวเองค่ะ 2 ปีหลังนี่ฝนตก ฟ้าครึ้มตลอด


29 มี.ค. ศาลเจ้า Sengen-jinja (浅間神社) ในตัวเมืองชิซูโอกะ


และบริเวณหน้าปราสาท Sumpu (駿府城) ที่พำนักสุดท้ายของโชกุน Tokugawa Ieyasu


5 เม.ย. คลองแถวบ้าน ...ขี่จักรยานเล่นที่นี่นี่โรแมนติคที่สุดแล้วค่ะ เพราะคลองยาวมากกกกก

ส่วนปีที่แล้ว... ปี 2009 พ่อ แม่ พี่สาว หลานชายเดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่นกัน 1 เดือนเต็มๆ เลยได้อานิสงค์จากการพาเที่ยว ได้ไปดูซากุระที่อื่นๆกันบ้าง

แต่ก็แน่นอนว่า ต้องพาไปดูแถวบ้านกันก่อน ^ ^


7 เม.ย. สถานที่หากิน... สวนสาธารณะ Funakoshi Zutsumi

ปีนี้ซากุระบานช้า ตอนแรกคิดว่าพ่อกับแม่มาคงไม่ได้เจอกับซากุระแน่ๆ ที่ไหนได้... ยังบานสวยอยู่เลยค่ะ


วันเดียวกันไปต่อกันอีกที่โรงแรม Nihon Daira (日本平ホテル) สถานที่จัดงานฉลองสมรสของเราเองค่ะ ^ ^


9 เม.ย. แอบลงไปเดินเล่นแถวๆแม่น้ำ Fuji-gawa (富士川) ระหว่างขับรถมุ่งหน้าไปยังคาบสมุทร Izu (伊豆)


10 เม.ย. “อุโมงค์” ซากุระยาว 3 ก.ม.บริเวณที่ราบสูง Izu (伊豆高原) เป็นสถานที่ที่เหมาะจะมาเดินเล่นมากๆๆๆๆ พิสูจน์ได้จาก อยู่ๆพ่อก็จูงมือแม่ ฮัมเพลงทำโรแมนติคซะอย่างนั้น ^ ^


12 เม.ย. ขากลับมาแวะกันที่ทะเลสาบ Tanuki-ko (田貫湖) ค่ะ ...คุณพ่อนั่งทำโรแมนติคอีกแล้ว

เที่ยวแถวบ้านกันพออิ่มหนำสำราญ ทุกคนถึงขั้นบ่นเบื่อซากุระกันเลย 555 แต่ยังค่ะ ยังไม่หมด
พาย้ายฟากไปเกียวโตกันเลย รูปทั้งหมดที่เกียวโตนี่เป็นซากุระภายในบริเวณพระราชวังเกียวโตค่ะ (京都御所)


13 เม.ย. ซากุระเริ่มมีใบแซมแล้ว แต่ก็สวยแปลกตาดีนะคะ


ที่นี่มีซากุระหลากหลายพันธุ์มาก


สีสดๆฟูๆเหมือนพวกดอกไม้ประดิษฐ์ตอนเรียนเลย... กลีบดอกเยอะๆแบบนี้เรียกว่า Yae-zakura ค่ะ


แน่นอนค่ะว่ายังอยู่ในโหมดซากุระ และนี่ก็คือซากุระสีเขียว ไม่ผิดแน่ๆค่ะ เจ้านี่ชื่อว่า Gyoiko Sakura

ทั้งเราและสามีไม่มีใครรู้เลยว่าเป็นซากุระ เดินผ่านต้นนี้ไปเฉยเลย แต่คนที่ชี้ให้ดูนี่ใครรู้มั๊ยคะ คุณแม่ของจขบ.เองนี่แหล่ะ ตอนแรกที่ดูเราก็... เฮ้ย ไม่ใช่หรอก ไม่เคยเห็นไม่เคยรู้ว่าซากุระมีสีนี้ด้วย

แต่ตามประสาคนที่เกิดมากับสวนอยู่มากับสวน แม่บอกว่า... ดูที่ใบซิ ใบแบบนี้ ซากุระแน่นอน แต่คนญี่ปุ่นจะเรียกว่าซากุระหรือเปล่านี่แม่ไม่รู้ รู้แต่ยังไงๆก็เป็นญาติกับซากุระแน่ๆ

เรากับสามีได้แต่มองหน้ากันอย่างงงๆ ไม่ใช่ไม่เชื่อ แต่แบบ..แม่รู้ได้ไง

ที่เห็นนี่เป็นพวกซากุระพันธุ์ที่บานช้าๆทั้งนั้นค่ะ เลยโชคดีไปว่าผ่านมากลางเม.ย.แล้วก็ยังมีซากุระให้เห็นอยู่


23 เม.ย. ข้ามฟากไปนีงาตะ เดินทางไปเยี่ยมพ่อแม่สามีกันซักหน่อย ...หิมะยังไม่ละลาย อากาศหนาวขนาดใส่ดาว์นแล้วก็ยังไม่อุ่น แต่ไหงกลับมีซากุระบาน...

ทริปนี้ของพ่อกับแม่ 1 เดือนเต็มๆ ได้เห็นซากุระตั้งแต่ต้นเดือนยันเกือบสิ้นเดือน แรกๆตื่นเต้นลงไปถ่ายรูปกันใหญ่ หลังๆเริ่มเหนื่อย... ขับผ่านไปเลยก็ได้ ไม่ต้องแวะหรอก 555

กลับมาเหลือเหงาๆเรา 2 คนเช่นเดิม


4 พ.ค. ...ยังมีซากุระให้ชมค่ะ ^ ^ ที่สวน Kenroku-en (兼六園) จ.อิชิคาวะ ดูแล้วไม่เหมือนซากุระเลยเนอะ ชื่อว่า Kiku-zakura ค่ะ

...หมดแล้ว ซากุระปี 2009 ...ต่อไปมาดูปีปัจจุบัน 2010 กันบ้างดีกว่า


31 มี.ค. ประเดิมที่แรกของปีที่สวน Ueno ในโตเกียวค่ะ เดินดูซากุระคนเดียวเหงาๆ > < แต่รอบกายที่คนเยอะมากกกกก


ซูมๆดอกไม้ภายในสวนค่ะ


3 เม.ย. หนีไม่พ้นเจ้าเก่าเจ้าเดิม... สวนสาธารณะ Funakoshi Zutsumi ขี้เกียจไปเข้าคิวรอเข้าลานจอดรถ เลยขี่จักรยานไปกันแทน แต่ขี่ขึ้นเนินนี่...เหนื่อยใช่เล่น


ปีนี้อากาศแย่ ซากุระเลยบานไม่พร้อมกันทั้งสวน


บริเวณคลองแถวบ้านเช่นเิดิมค่ะ ถ่ายรูปมาเฉพาะฝั่งที่บาน ส่วนอีกฝั่ง...เดี๋ยวรออาทิตย์ถัดไปค่ะ (...บอกแล้วว่าปีนี้มันบานไม่พร้อมกัน > <)


10 เม.ย. ขับรถไปเที่ยวแถวฟูจิมาอีกแล้วค่ะ ที่นี่...ฟาร์มโคนม Makai-no-Bokujo (まかいの牧場) หาเจอกันมั๊ยคะว่าฟูจิอยู่ส่วนไหนของรูป


สุสาน Fuji-zakura Natural Memorial Park (富士桜自然墓地公園) เสียดายที่เมฆบังฟูจิไปซะค่อนเขา อากาศไม่ดีเลยจริงๆ


ขากลับมาแวะชม Shidare-zakura ที่วัด Kuon-ji ค่ะ วัดนี้อยู่บนเขา ทีแรกนึกว่ายังไม่บาน ที่ไหนได้... ร่วงหมดแล้ว เหลือสวยๆอยู่ไม่กี่ต้นเอง


11 เม.ย. ส่งท้ายซากุระกันที่อีกฝั่งของคลองแถวบ้าน เพิ่งจะมาบานเต็มที่เอาสัปดาห์นี้นี่เอง

ช่วงซากุระบาน... เหมาะกับการถ่ายรูป แต่เราว่าช่วงซากุระโรย... เหมาะกับการฮานามิ นั่งปิคนิคใต้ต้นซากุระเป็นที่สุด


นอนเล่นดูกลีบซากุระร่วงหล่นตามแรงลม ...ความสุขแบบนี้มีเพียงปีละครั้งเท่านั้นค่ะ




 

Create Date : 13 เมษายน 2553    
Last Update : 13 เมษายน 2553 10:25:13 น.
Counter : 879 Pageviews.  

Ume บานเมื่อปลายหนาว


ปีนี้หน้าหนาวที่ญี่ปุ่นยาวนานกว่าทุกๆปี แถมเปลี่ยนแปลงรุนแรงอีกต่างหาก บางวันอุณภูมิพุ่งขึ้นมาถึง 20 กว่าองศา แป๊บๆลดต่ำลงเหลือ 10 กว่าองศานิดๆ

ที่ชิซูโอกะนี่ ปกติหิมะจะไม่ตก แต่ปีนี้เล่นตกไป 2 – 3 รอบ พออาทิตย์หลังจากที่หิมะตก อุณหภูมิก็ดันพุ่งพรวดไปอยู่ที่ 22 องศา คนยังปรับตัวไม่ถูก ต้นไม้มันก็คงงงๆบ้างแหล่ะ

ช่วงสัปดาห์สองสัปดาห์ที่ผ่านมา ออกไปชมซากุระเลยได้เห็นทั้งดอกบ๊วย ดอกท้อพ่วงเข้ามาด้วย ทั้งๆที่มันควรจะหมดฤดูกาลไปแล้ว

แต่ภาพในบล็อคนี้นี่เป็นภาพรวมตั้งแต่ปีที่แล้วถึงปีนี้นะคะ... ดูกันเลยดีกว่า


ดอกบ๊วยงามๆในเรือนกระจก


ส่วนนี่... บ๊วยงามๆภายในสวนค่ะ


ไล่สเต็ปสีกันหน่อย เริ่มจากสีขาว


ชมพูอ่อน... ดอกบ๊วยนี่มองไกลๆคล้ายดอกท้อมากกกกกก...ถึงมากที่สุด


ชมพูเข้ม... เค้าบอกว่าให้ดูที่กลีบ กลีบของดอกบ๊วยมันจะมนๆ


แดงสดใส... สู้แสง ...ส่วนจุดแตกต่างจากซากุระ เค้าว่าให้ดูที่ลำต้น


และภาพสุดท้าย... แดงเข้ม...สะใจ ต้นนี้นี่ยังบานไม่หมดเลยค่ะ

ดอกบ๊วยถ่ายมามุมกว้างอาจจะไม่สวยเท่าซากุระ แต่กลิ่นบ๊วยหอมๆเวลาเดินในสวนบ๊วยนี่มันชื่นใจมากเลยค่ะ และ...ถ้าดูแค่ตัวดอก จขบ.ชอบดอกบ๊วยนี่มากกว่า ^ ^




 

Create Date : 12 เมษายน 2553    
Last Update : 12 เมษายน 2553 10:46:49 น.
Counter : 611 Pageviews.  

1  2  3  4  

HappyToBeMe*
Location :
Shizuoka Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




เรียนเอกญี่ปุ่น ทำงานบริษัทญี่ปุ่น แต่งงานกับคนญี่ปุ่น มาใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่น บางช่วงก็เกลียดญี่ปุ่นเข้าไส้ บางช่วงก็รักใจจะขาด ไม่นึกว่าญี่ปุ่นจะมายุ่งเกี่ยวกับชีวิตมากมายขนาดนี้เลยนะเนี่ย

เพื่อการอ่านหน้าบล็อคให้ได้ตามความตั้งใจของจขบ. ลองดาว์นโหลดฟอนต์ดู ที่นี่ เลยค่ะ
ขอขอบคุณคุณ iannnnn มากๆที่สร้างสรรค์ฟอนต์สวยๆให้ได้ใช้กันนะคะ

**สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของรูปภาพ และ ข้อความใน blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุดนะคะ**

New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add HappyToBeMe*'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.