การบริหารเวลา" (Time Management)

เวลาเป็นทรัพยากรที่มีค่าสำหรับทุกๆ คนแต่คนมักจะบ่นว่า " ไม่มีเวลา "
ทั้งที่ความจริงแล้ว ทุกคนมีเวลาเท่ากันคือ 24 ชม. ต่อ 1 วันแต่ทำไมบางคนๆ สามารถทำงานหลายอย่างให้สำเร็จได้มากกว่าคนอื่นทั้งๆ ที่มีเวลาเท่ากัน ?

คำตอบก็คือ คนเหล่านั้น " รู้จักการบริหารเวลา" (Time Management) รู้จักที่จะใช้เวลาที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์มากขึ้น (มากกว่าเรา)

การใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ไม่ได้หมายความว่า ต้องตั้งหน้าตั้งตาทำงานตลอดเวลา

แต่ต้องใช้เวลาให้สมดุลเราต้องจัดสรรเวลาเพื่อทำสิ่งสำคัญกับชีวิต 7ด้านคือ

1. สุขภาพ

2. ครอบครัว

3. การเงิน

4. สติปัญญา

5. สังคม

6. วิชาชีพ

7. จิตใจ (Spiritual)

เราต้องสร้างความสมดุลให้กับทั้งเจ็ดด้าน ถ้าเราละเลยด้านใดด้านหนึ่งไป ก็จะส่งผลเสียต่อชีวิตของเราได้
เช่น ถ้าไม่ใส่ใจเรื่องสุขภาพ พออายุมากขึ้นเราก็ต้องใช้เวลาไปกับการเจ็บป่วยมากขึ้น หรือ
ถ้าไม่สนใจเรื่องของครอบครัว ก็ต้องใช้ทั้งเวลาและเงินในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ในครอบครัวขึ้นมาใหม่

การบริการเวลาที่ดี(ขึ้น) ต้องทำอย่างไร ?

1. การวางแผนงานที่จะต้องทำในแต่ละวัน ควรวางแผนของสิ่งที่จะทำล่วงหน้าก่อนไปทำงานทุกครั้ง เพื่อที่เมื่อไปถึงที่ทำงาน จะได้ทำในสิ่งที่ควรทำ แต่ถ้าเราไปถึงที่ทำงานโดยขาดการวางแผน สิ่งที่จะทำ ก็จะไปทำงานแบบกลวงๆ และใครบอกให้ทำอะไรก็ทำหมด (แทนที่จะไปทำงานเชิงรุก ก็เป็นเชิงรับแทน)
ถ้าจะให้ดีก่อนนอนทุกครั้ง
- จดสิ่งที่จะต้องทำในวันถัดไป : การจดจะทำให้สมองเราโล่งขึ้นสำหรับการคิดในเรื่องใหญ่ๆ แทนที่จะมาจดจำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ

2. การจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่จะทำ (Prioritize) โดยเมื่อเราจดหรือวางแผนแล้ว ต้องลำดับความสำคัญของสิ่งที่จะทำด้วย โดยให้เรียงจากสำคัญมากไปหาสำคัญน้อย
ถ้าจดไปแล้ว ไม่เคยทำได้หมดในสิ่งที่จะต้องทำซักกะที ซึ่งก็ไม่เห็นจะเป็นไร การเหลือในสิ่งที่ไม่ได้ทำนั้นถือเป็นเรื่องปกติเพียงแต่ให้มองว่าเราทำอะไรไปแล้วบ้าง และลองนึกดูซิว่าถ้าไม่วางแผน ไม่จด ไม่จัด(ลำดับ)ว่าจะทำอะไร เราก็อาจจะทำงานไม่เสร็จแม้แต่เรื่องเดียว

3.วางแผนในสิ่งที่จะทำให้มากเข้าไว้
ถือเป็นการใช้ประโยชน์จากกฎอันหนึ่งที่เราเรียกว่า ‘Parkinson’s Law’ โดย Parkinson’s Law นั้นกล่าวไว้ว่า
" Work expands so as to fill the time available for its completion " หรือถ้าแปลเป็นไทยง่ายๆ ก็คือ
"งานจะขยายจนเต็มเวลาที่มี "
ความหมาย คือ ถ้าวางแผนไว้ว่าจะทำงานเพียง 1 อย่างใน 1 วัน เราก็จะใช้เวลาทั้งวันทำงานเพียงแค่ชิ้นเดียว
ถ้าเราวางแผนว่าจะทำงาน 4 อย่างในวันรุ่งขึ้น เราก็มีโอกาสที่จะสามารถทำงานทั้ง 4 อย่างเสร็จภายในวันเดียว
แต่ถ้าเราวางแผนไว้ว่าจะทำงานสิบสองอย่าง เราอาจจะไม่สามารถทำงานทั้งสิบสองอย่างได้เสร็จ แต่อย่างน้อยอาจจะทำได้เจ็ดถึงแปดอย่าง
การมีหลายอย่างที่ต้องทำ ถือว่าเป็นการสร้างแรงกดดันให้กับเรา ซึ่งทำให้เราสามารถใช้เวลาได้อย่างมีคุณค่าและประสิทธิภาพมากกว่าการขาดแรงกดดัน
เรามาวางแผนในสิ่งที่จะทำให้มากกว่าเดิม และ จัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่จะทำ เพื่อใช้เวลาที่เรามีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกันนะคะ

ที่มา : คอลัมน์มองมุมใหม่ กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2549

โดย รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ pasu@acc.chula.ac.th คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เรียบเรียงใหม่ โดย jany_jane




 

Create Date : 02 มกราคม 2550    
Last Update : 2 มกราคม 2550 0:35:17 น.
Counter : 523 Pageviews.  

 
 

jany_j
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add jany_j's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com