สนทนาประสาแม่ลูก - แน่ใจนะว่าคำถามเด็ก 2 ขวบ

เมื่อซัก 1-2 เดือนที่ผ่านมานั่งอ่านนิทานก่อนนอนกัน

my jungle pop up book

มีรูปสัตว์มากมาย ไม่วายที่เด็กขี้สงสัยจะถาม

ดูรูปเต่าเล่านิทาน ตามเรื่องตามราว

"แม่คับเต่ามันมีขามั๊ยคับแม่"

"มีจ๊ะ เต่ามันมี 4 ขา"

"แล้วเท้าละคับ เต่ามันมีเท้ามั๊ยคับแม่"

เอ... แม่ชักงง งง เซ่อๆ อย่างบกไม่ถูก มันขาหรือเท้าของเต่าหว่า มันสั้นกระจุ๊ดรุด เท้ามั้ง เต่าเป็นสัตว์ 4 เท้า

"มีจ๊ะ มี 4 เท้า"

ริวจ้องไปที่รูป "แล้วตรงไหนเท้าตรงไหนขามันละแม่"

พูดไม่ออกเลย ตรงไหนหวว่า เอ... ชักงง เดี๋ยวแม่หาคำตอบจาก google ให้พรุ่งนี้นะครับ"

แต่ริวยังไม่จบ ยังคงสงสัยอยู่ "แล้วที่เท้ามันมีนิ้วมั๊ยคับแม่"

คิดในใจ หา!!! อะไรนะ เท้ามันมีนิ้วมั๊ย แม่ไม่รู้ ไม่เคยสงสัย

ยังไม่ทันที่แม่จะตอบ แม่ยังงอยู่

ริวก็ยิงมาอีก 1 คำถาม

"แล้วที่เท้ามันมีเล็บมั๊ยคับแม่"

โอวววว.....แม่ไม่รู้อ่ะ

"ไว้แม่จะหาคำตอบมาให้นะครับ"




 

Create Date : 14 มิถุนายน 2553    
Last Update : 14 มิถุนายน 2553 21:16:36 น.
Counter : 261 Pageviews.  

สนทนาประสาแม่ลูก - บทสนทนาก่อนนอน - ยีราฟ

คืนนี้น้องริวเลือกที่จะให้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์อีกแล้ว

แม่ก็เล่าเรื่องสัตว์ไปเรื่อยจนมาถึงเรื่องของยีราฟ
คำถามนี้เกิดขึ้นตอนน้องริวอายุ 2 ขวบ 4 เดือน ถามในคืนวันก่อนตรุษจีน

"ยีราฟมันมีเสียงมั๊ยคับแม่ แม่เคยได้ยินเสียงมันบ้างมั๊ย เสียงมันเป็นยังไง ริวไม่เคยได้ยินเลย"

"ไม่เคยเลยอ่ะคับ แม่ก็ไม่รู้นะว่ามันมีเสียงหรือปล่าว เกิดมาแม่ก็ยังไม่เคยได้ยินเลย และแม่ก็ไม่เคยสงสัยแบบริวด้วยหล่ะ ริวช่างสงสัยช่างสังเกตมากเลยนะลูก ดีมากเลยนะครับ
แต่ว่าเราจะไปหาข้อมูลกันที่ไหนดี เปิดเน็ตดู หรือเราจะไปเขาดินแล้วไปถามเจ้าหน้าที่ที่เค้าดูแลมันดีอ่ะ ว่ายีราฟมันมีเสียงมั๊ย หรือว่าเค้าเคยได้ยินเสียงมันบ้างมั๊ย เสียงมันเป็นอย่างไร "

"ไปเขาดินถามเค้าดีกว่า"

จนเวลาก็ผ่านไป...

น้องริวไม่สบายเข้าร.พ. วันนั้นริวต้องแอตมินเลย ระหว่างรอติดต่อห้องพัก

แม่เห็นมีบูธขายหนังสือเด็กดูน่าสนใจดี มี cd เพื่อการศึกษาเป็นของ TIME เลยชวนกันไปดู เจ้าหน้าที่อธิบายว่ามันคือหนังสือพูดได้ มีอุปกรณ์คล้ายไมค์ ไปจิ้มที่หนังสือก็จะอ่านชื่อให้ฟังอธิบายเรื่องราวความเป็นมาให้ฟัง มีเสียงต่างๆ ให้ฟังเยอะเลย มีทุกเรื่องทั้งเรื่องหมด 24 เล่ม เรื่องรถแต่ละประเภท รถหวอแต่ละประเภทเสียงหวอไม่เหมือนกัน รถไฟในแต่ละประเภทแต่ละยุคสมัย

น้องริวพยายามจะถามเจ้าหน้าที่ว่ามีเสียยีราฟมั๊ยครับ เค้าก้ฟังไม่รู้เรื่องยังคงพรีเซ็นต์ต่อไป

"แม่เลยถามว่ามีเรื่องสัตว์มั๊ยคะ น้องสนใจเรื่องสัตว์"

"มีครับ"

"มีเสียงยีราฟมั๊ยคับ"

"เสียงยีราฟหรอ มีครับ อยากฟังหรอครับ นี่เค้ามีคำอธิบายด้วยนะ เค้าบอกว่ายีราฟมีเสียงร้องแต่ปกติยีราฟจะไม่ร้อง จะร้องเมื่อเจ็บป่วยหรือเสียใจมากๆ (อย่างหลังนี่ฟังผิด หรือจำไรผิดป่าวหว่า) เดี๋ยวพี่เปิดเสียงให้ฟังนะครับ"

น้องริวฟังอย่างตั้งใจ ฟังอยู่หลายครั้งเหมือนกัน

ดีใจจังในทีสุดริวก็ได้ยินเสียงยีราฟแล้ว แม่ดีใจจัง คงหายสงสัยซักที

เพราะแม่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปหาเสียงยีราฟจากที่ไหนให้ริวฟัง

หนังสือชุดนี้ดีจังมีหลายอย่างเลยน่าซื้อ แต่ขายยกชุด 4 หมื่นกว่าๆ เกือบ 5 หมื่นสูงกว่าราคาที่คาดการณ์ไว้ถึง 2 หมื่น ตัดสินใจลำบากละ

แล้วระฆังก็ช่วยพอดีเลย เสียงดังแว่วมาคุณแม่คะ ห้องเรียบร้อยแล้วค่ะ เลยได้เวลา ขอตัวก่อนนะคะ ไว้มาดูใหม่ค่ะ


แต่ก็อยากได้นะ คุยกับพ่อริวเค้าไม่อยากซื้อ กลัวว่าลูกจะให้ความสนใจกับหนังสือมาก จะใจจดใจจ่ออยู่แต่หนังสือ ไม่ยอมเรียนรู้จากทางอื่นๆ ก็เหตุผลพอรับได้อ่ะ แต่ก็ยังอยากได้อยู่ดี

++ หลังจากถอย iphone มาก็ไปหา app มาลง มี app ที่เป็นสื่อการเรียนรู้ของเด็กๆ เพียบเลย ที่สำคัญมี app เสียงสัตว์ที่ริวอยากรู้ครบเลย มีเสียงฮิปโป เสียงหมี เสียงสัตว์มากมาย ++






 

Create Date : 13 มิถุนายน 2553    
Last Update : 13 มิถุนายน 2553 3:49:19 น.
Counter : 526 Pageviews.  

สนทนาประสาแม่ลูก - ไดโนเสาร์

เรื่องเล่าก่อนนอนคืนนี้น้องริว เลือกเอง เรื่องไดโนเสาร์ แม่ไม่ทันตั้งตัว

แย่แล้ววว อยากซะด้วย

"แม่คับไดโนเสาร์มันมีชื่ออไรกันมั้งคับ"

"มีเยอะมากเลยนะลูก แม่จำได้ไม่หมด มีทั้วไดโนเสาร์กินพืชและกินสัตว์เป็นอาหาร มีทั้งอยู่บนดิน เดิน 4 เท้า เดิน 2 เท้า อยู่ในน้ำก็มี บินได้เหมือนนกก็มีนะ ไว้เราไปซื้อหนังสือหรือเปิดเน็ตดูกันเนอะ เอาเท่าที่แม่จำได้ก่อนนะ ทีเร็กซ์ หรือไทเรโนซอรัส เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อนะ ตัวสูงมากเลย สูกกว่าต้นไม้อีก"

"สูงกว่ายีราฟมั๊ยคับ"

"เอ ... มันอยู่คนละยุคกันอ่ะ แม่ก็ไม่เคยอ่านหรือปังเรื่องการเปรียบเทียบกันนะ เดาว่าน่าจะสูงพอๆ กันนะ เอาไว้แม่จะไปหาข้อมูลมาให้"

"แล้วไดโนเสาร์มีชื่อไรอีกคับแม่"

"ชื่อแรพเตอร์ เป็นไดโนเสาร์ที่ฉลากม๊ากเลย มี 4 นะ แต่ขาหน้ามันสั้นกระจุ๊ดลุ๊ด เหมือนเป็นมือมากกว่าน่ะ"

"แล้วมีชื่อไรอีกคับ"

"ละที่ม่บอกว่าบินได้มันชื่อไรคับ"

"แม่จำไม่ได้อ่ะ ไว้เราไปร้านหนังสือกันมัีย ไปหาหนังสือที่เกี่ยวกับ

ไดโนเสาร์มาอ่านกันเนอะ วันนี้นอนก่อนนะครับดึกแล้ว"




 

Create Date : 13 มิถุนายน 2553    
Last Update : 13 มิถุนายน 2553 21:10:15 น.
Counter : 305 Pageviews.  

สนทนาประสาแม่ลูก - คำถามของไฮไลท์ของน้องริว 2.4 ปี

บทสนทนาที่แม่ประทับใจ ในจินตนาการของริว

คืนนั้นเราคุยกันเรื่องสัตว์ เรื่องที่มาแหล่งกำเนิดการกินอาหารชื่อเรียกต่างๆ ก็เล่าเรื่องช้าง เรื่องลิง เรื่องแรด เรื่องฮิปโป เสือ สิงโต เล่าไปเรื่อย จนมาถึงเรื่องกวาง...

"... กวางก็มีหลายสายพันธุ์นะ แต่ละพันธุ์ก็จะมีหน้าตาที่แตกต่างกันออกไป บางพันธุ์มีเขาเหมือนกิ่งไม้ บางพันธุ์มีเขาเป็นเกลียวๆ แบบกวางแบล็คบัค หรือหน้ามี 2 สี แบบ ไวด์ดีบีส แต่ที่เราเห็นบ่อยๆ ที่สวนสัตว์ก็กวางดาว ตัวผู้มีเขาเหมือนกิ่งไม้ “

ยังไม่ทันไร คำถามก็มา

“แม่กวางดาวมันบินได้มั๊ยคับ”

เอ... วันนี้ถามแปลกจังเรื่องแค่นี้ริวรู้นินา ทำไมถามหว่า

“บินไม่ได้หรอกจ๊ะ กวางดาวมันไม่มีปีกนะ ”

ริวเงียบไปซักพักเหมือนคิดอะไรอยู่ แม่ก็ยังไม่เล่าต่อไม่อยากขัดจังหวะริว

“ฝนมันตกใส่อะไรมั้งคับแม่”

“ฝนมันก็ตกใส่ทุกอย่างนะ ริวเคยเห็นฝนตก ที่แม่พาไปดูไปที่หน้าต่างไง
ริวลองคิดดูซิฝนมันตกใส่อะไรมั้งคับ”

“ฝนมันตกใส่กวางมั๊ยคับแม่”

“ตกใส่ซิจ๊ะ ถ้ากว้างมันไม่เข้าไปหลบฝนใต้ต้นไม้ฝนมันก็ตกใส่กวาง กวางก็จะเปียกนะจ๊ะ”

" ละกวางมันจะเป็นหวัดมัียคับแม่"

" เอ ... แม่ก็ไม่แนใจนะ กวางมันตัวใหญ่ แข็งแรงคงไม่เป็นมั้งลูก แม่แค่คิดว่านะ"

“ละฝนมันตกใส่ดาวมั๊ยคับแม่”

“ฝนไม่ตกใส่ดาวหรอกลูก ดวงดาวอยู่สูงกว่าก้อนเมฆฝนน่ะจ๊ะ”

“อ้าว...” เสียงดังม๊าก

“ละกวางดาวมันไปเอาดาวมาติดตัวมันได้ยังไงละคับแม่”

อ้อ ... นี่จิตนาการของริวหรอเนี่ย คิดขนาดนั้นเลยหรอลูก

ก็เลยมานั่งอธิบายกันเรื่องกวางดาวให้เข้าใจ พร้อมสัญญาว่าจะพาไปดูกวางดาวที่เขาดินพรุ่งนี้อีกครั้งเพื่อจะได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น





 

Create Date : 13 มิถุนายน 2553    
Last Update : 13 มิถุนายน 2553 2:40:50 น.
Counter : 212 Pageviews.  

สนทนาประสาแม่ลูก - น้องริว 1.6 ปี

น้องริวเป็นเด็กช่างคุย ช่างคิด และชอบฟังเรื่องราวของสิ่งต่างๆ รอบตัว และซักถามเรื่องราวต่างๆ ที่สนใจไม่หยุดหย่อนในแต่ละวันมีเรื่องมาคุยกันมากมาย

เพราะแม่ทำงานนอกบ้าน เวลาที่คุยกันเป็นเรื่องเป็นราวมากที่สุดก็จะเป็นช่วงเวลาก่อนนอนเมื่อก่อนตอนริวแรกเกิดก็จะเล่านิทานให้ฟังเป็นประจำ พอเริ่มไปทำงานก็มีเล่าเรื่องที่ทำงานให้ฟังมั้ง แล้วปิดท้ายด้วยนิทาน บางครั้งก็เล่าเรื่องตอนริวอยู่ในท้องแล้วปิดท้ายด้วยนิทาน เล่าเรื่องราวตอนแม่เด็กมั่ง เล่าเรื่องราวของพ่อกับแม่ เล่าเรื่องเราไปเที่ยวไหนกันมาบ้าง ได้ไปเจออะไรมาบ้าง แล้วปิดท้ายด้วยนิทาน

บางวันก็ร้องเพลง แล้วทุกครั้งก็จะปิดท้ายด้วยนิทานรื่องประจำ เป็นอันรู้กันว่าถึงนิทานเรื่องนี้แล้วจะต้องหลับแล้ว ก็เล่าไปเรื่อย ตั้งแต่ลูกยังไม่รู้เรื่อง ยังพูดไม่ได้ จนลูกสนทนาได้ถึงได้รู้ว่าเรื่องที่เราเล่าไปทุกเรื่องนั้นลูกรู้เรื่องนินา ลูกเข้าใจนินา

ทำให้คิดได้ว่าเราไม่ควรประมาท ไม่ควรดูหมิ่นความคิดและความสามาถในการเรียนรู้ของเด็กทุกช่วงวัย บางอย่างที่ลูกถามแล้วแม่ตอบไม่ได้ ก็ไม่ควรฟันธงว่ามันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่จะบอกลูกว่าแม่คิดว่ามันเป็นอย่างนั้น แต่แม่ก็ไม่แน่ใจว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือป่าวมันเป็นเพียงความคิดหรือข้อสันนิฐานของแม่แล้วพรุ่งนี้แม่จะหาคำตอบจริงๆให้ว่ามันเป็นอย่างไร

ตอนนี้ต้องทำการบ้าน คิดพร็อตเรื่องและหาข้อมูลเพื่อนำมาเล่าให้ริวฟังก่อนนอน เพราะริวจำแม่น และอยากเรียนรู้ แม่ต้องไม่มั่ว ต้องหาข้อมูลที่ถูกต้องและต้องคิดเผื่อไว้สำหรับตอบคำถามด้วย

แต่บางวันริวก็จะมีรีเควสเรื่องที่อยากฟังเองเหมือนกัน แม่ก็ไม่ได้เตรียมไว้ก็เล่าเฉพาะที่แม่รู้ เช่น อยากฟังเรื่องหมาของแม่ อยากฟังเรื่องแมวของแม่ อยากฟังเรื่องพ่อตอนเด็กๆ หมาของพ่อ แมวของพ่อ เรื่องแม่ไปเที่ยวทะเลกับพ่อ สาระพัดเรื่อง ล่าสุดเรื่องที่ลูกคิดขึ้นมาได้ก่อนนอนอยากฟังเรื่องสัตวที่ออกหากินตอนกลางคืน

บทสนทนาและคำถามของริวที่ทำให้แม่อึ้ง ... อึ้งเพราะไม่คิดว่าลูกจะเข้าใจ

วันนั้นเล่าให้ริวฟังถึงเรื่องราวตอนตั้งท้อง ความรู้สึกของแม่ที่รู้ว่าริวอยู่ในท้อง ครั้งแรกที่ได้พบริวผ่านการอัลตร้าซาวน์ และ ทุกครั้งที่ไปอัลตร้าซาวน์ริวทำอะไรอยู่บ้างตอนที่ยังอยู่ในท้อง เล่าไปเรื่อยจนถึงวันครบกำหนดคลอด คลอดริวออกมาอย่างไร และความรู้สึกของพ่อกับแม่ว่าดีใจกันขนาดไหน ตอนนั้นริวเพิ่งขวบกว่าน่าจะไม่เกินขวบครึ่งก็เล่าไปริวนอนฟังเงียบกริบ ระหว่างที่แม่เล่าไปแม่ก็คิดในใจ สงสัยริวไม่รู้เรื่องแน่เลยไม่มีคำถาม แปลกนะ ปกติจะสังสัยนินา

ริวรอฟังจนจบคำถามก็มา

"ตอนริวเล็กๆ แม่เลี้ยงริวไว้ในท้องหรอ"

"ใช่ลูก ตอนนั้นริวยังเล็กมากๆ ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ยังทำอะไรด้วยตัวเองไม่ได้หลายๆ อย่าง กินข้าวกินนมเองก็ไม่ได้นะ ต้องกินผ่านแม่ แม่กินเข้าไปแล้วส่งให้ริวทางสายสะดือ เมื่อก่อนริวมีสายสะดือเล็กๆ ต่อติดกับท้องแม่ด้วยนะ นี่ไงสะดือที่เคยมีสายสะดือต่อกับท้องแม่ ของแม่ก็มีนะตอนแม่เด็กๆ ก็ต่อกับท้องคุณยายเหมือนริวต่อกับท้องแม่นั่นแหล่ะ"

"แล้วทำไมริวถึงต้องออกมาล่ะ"

"ก็พอริวโตขึ้นแล้ว ก็จะตัวใหญ่และแข็งแรงพอที่จะพาออกมาเลี้ยงข้างนอกได้แล้ว ปกติแม่ทุกคนจะเลี้ยงลูกไว้ในท้องประมาณ 40 สัปดาห์ หรือ 9 เดือน พอครบกำหนดแล้ว ตัวใหญ่มากๆแล้ว ก็ต้องเอาออกมาเลี้ยงข้างนอกไง จะได้เอามากอด เอามาหอมแบบนี้ได้ไง"

"แล้วตอนนี้ริวจะเข้าไปในท้องแม่อีกได้มั๊ย"

"ไม่ได้หรอกลูก ..."

ยังเล่าไม่ทันจบ สงสัยเล่ายาวไปริวพูดแซงขึ้นมา

"ทำไมล่ะแม่ หมอเค้าล็อคเอาไว้แล้วหรอ"

"ใช่จ๊ะ หมอเค้าล็อคไว้แล้ว"

แม่ก็อึ้งเลย ไม่ได้เตรียมคำตอบแนวนี้ไว้ เข้าใจง่ายดีจัง





 

Create Date : 13 มิถุนายน 2553    
Last Update : 13 มิถุนายน 2553 2:05:02 น.
Counter : 334 Pageviews.  

1  2  
 
 

jany_j
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add jany_j's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com