Group Blog
 
All blogs
 

คุ้มเจ้าหลวง ณ เมืองแพร่

มีเหตุให้ต้องเดินทางไปเมืองแพร่เมื่อต้นเดือน มค. จังหวัดแพร่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเท่าไรเพราะไม่ใช่ tourist destination เป็นทางผ่านสะมากกว่า แต่จริงๆแล้วเป็นเมืองที่น่าอยู่มาก สงบเงียบ ชีวิตผู้คนดำเนินไปอย่างไม่เร่งรีบ คนในชุมชนช่วยเหลือเกื้อกูลกันเป็นอย่างดี สถานทีท่องเที่ยวทีแพร่ไม่ได้มีแค่พระธาตุช่อแฮ กับแพะเมืองผีเท่านั้น คราวนี้ได้มีโอกาสไปชมคุ้มเจ้าหลวงที่ตั้งอยุ่กลางเมืองเลยเชียว



คุ้มเจ้าหลวง เป็นคำที่ชาวบ้านใช้เรียกบ้าน ของเจ้าผู้ครองเมืองแพร่ ซึ่งเจ้าองค์สุดท้ายที่แพร่คือ เจ้าพิริยเทพวงศ์อุดร เมื่อเกิดเหตุการณ์เงี้ยวปล้นเมืองแพร่ เมื่อปี พศ .2445 เจ้าหลวงพิริยเทพวงศ์ได้ลี้ภัยไปอยู่ที่หลวงพระบาง คุ้มเจ้าหลวงก็ได้กลายเป็นที่ตั้งของกองทหารม้าที่มารักษาความสงบในเมืองแพร่อยู่ระยะหนึ่ง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้มีบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ บริเวณคอกม้าจึงเป็นที่ตั้งของโรงเรียนประจำจังหวัดชาย เรียกกันว่า "โรงเรียนคอกม้า" และต่อมาได้ย้ายไปตั้งที่อื่น ตอนนี้ได้เปิดให้เข้าชม พร้อมมีของโบราณต่างๆจัดแสดงให้ดูโดยไม่เสียค่าเข้าชม




 

Create Date : 31 มกราคม 2549    
Last Update : 31 มกราคม 2549 13:34:19 น.
Counter : 667 Pageviews.  

ทัวร์ฉุกเฉิน..ถนนลอยฟ้า .... แม่สอด-อุ้มฝาง...ทีลอซู

อยู่ดีๆวันอังคาร (29พย.)คุณสามีก็บอกว่าศุกร์นี้ (2ธค.)ไปเที่ยวตากกัน ไอ้เราก็คนใจง่าย ไปไหนไปกัน อยู่แล้ว ไปสิ ก็ไหนๆเราถือคติ ไปที่ชอบที่ชอบ สะตั้งแต่ตอนมีชีวิตอยู่ ใครชวนไปไหนไม่คิดมาก ไปอยู่แล้ว

วันศุกร์ 2 ธค. สี่ทุ่มล้อหมุนออกจากบริษัทคุณสามี รถกระบะสองคัน อัดแน่นไปด้วยสมาชิก 13 ชีวิต และสัมภาระ ขับกันไปเรื่อยๆไม่เร่งรีบ คุณสามีขับ เราก็นั่งคุยเป็นเพื่อน แต่ว่าเราก็มีเคลิ้มไปเป็นระยะ ดีที่มีอีกสองสามคนนั่งคุยไปแทน ถึงแม่สอดหกโมงเช้าพอดี มีคนมารับไปบ้านพัก ตชด. ที่แม่ระมาด เพื่อพักผ่อน อาบน้ำเปลี่บนเสื้อผ้า อากาศยามเช้าสดชื่น มีหมอกบางๆ

ประมาณ 10โมงเช้าวิญญาณเข้าร่าง ก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยังน้ำพุร้อนแม่กาษา ตั้งอยู่ที่อำเภอ แมระมาดนี่เอง แต่ลึกเข้าไปจากถนนใหญ่มาก ถนนดี มีป้ายบอกทางตลอดด้วย น้ำพุร้อนประมาณ 75C สถาพแวดล้อมจัดไว้อย่างสวยงาม มีห้องอาบน้ำร้อนไว้บริการ แถมมีแบบสระรวมไว้สำหรับเด็กๆเล่นด้วย


แล้วเราก็ไปต่อกันที่สะพานมิตรภาพ ไทย-พม่า ที่แม่สอด ส่วนมาคนจะไปซื้อของ แต่ไม่มีอะไร่น่าสนใจสำหรับพวกเราเลย แถมไม่ค่อยน่าไว้ใจด้วย เพราะชาวพม่าที่เข้ามาขายของพวกบุหรี่ที่หนีภาษี เราไม่มีทางมั่นใจได้หรอกว่าจะได้ของจริงมามั๊ย อาหารทะเลพวกกุ้ง+ปู ก็ดูไม่ค่อยสะอาด กุ้งตัวใหญ่ก็จริง แต่หัวยัดตะกั่วหรือเปล่าหนอ .. สรุป ถ่ายรูปเสร็จพวกเราก็เผ่นแล้วจ้า


จุดแวะพักต่อไป น้ำตกพาเจริญ อยู่ระหว่างทางที่แม่สอด-อุ้มผาง ช่วงนี้น้ำไม่เยอะ/น้อยเกินไป เด็กน้อยเล่นได้สะบายๆค่ะ มีร้านส้มตำรสชาติดีสะด้วยสิ เราเลยได้อิ่มท้องกันที่นี้



เวลาประมาณ 4โมงเย็นเราก็เริ่มเดินทางเข้าสู่ ถนนลอยฟ้า ระยะทาง 152 กม. 1,2xx โค้ง นั่งมองวิวกันเพลินๆ ซ้ายที ขวาที หลายคนหนีอาการเมารถด้วยการหลับ ผ่านไปประมาณ 400 กว่าโค้ง ก็มีจุดแวะพักของกรมทางหลวงให้ยึดเส้นยึดสายกัน ฟ้าเริ่มมืดสะแล้ว แถมมีฝนหร่ำอีกต่างหาก คุณสามีต้องกัดฟันขับกันต่อไป ถึงจุดหมายปลายทางก็ล่อเข้าไปสองทุ่มกว่าๆแล้ว เฮ้อ ปวดเอวจริงๆๆๆ...



เราได้บ้านพักที่เป็นของชาวบ้าน คล้าย home stay แต่เป็นบ้านสำเร็จที่ซื้อมาตั้งในพื้นที่บ้านเขาเอง ก็สะดวกดี รอบๆบ้านเป็นทุ่งนา ได้บรรยากาศสะจริงๆเชียว ขอบอกไว้อย่างว่าใครจะไปเที่ยวอุ้มผาง แนะนำให้ซื้อเป็น package แบบที่พัก+อาหาร+ทัวร์ ถ้าดุ่ยๆไปเองอย่างเราก็ลำบากหน่อย ยิ่งช่วงเทศกาลวันหยุดเนี้ย อะไรๆก็หายาก ร้านอาหารก็เต็ม เรือล่องแม่น้ำก็หมด รถก็ไม่มี แต่ถ้าช่วงวันธรรมดาเมืองนี้คงเงียบสงบน่าอยู่



ตื่นเช้ามา ทีมพวกเรา (ก็ 4 คนเอง) อำลาเพื่อนๆที่เหลือกลับแล้วจ้า เค๊าไปล่องแพ+ทีลอซูกัน เรามีเด็กน้อยอดไป lสักสิบโมงก็กลับ ... ปรากฎว่าขับรถผ่านป้ายน้ำตกทีลอซู 6 กม. แว๊บๆ เลี้ยวไปดูหน่อยดีก่า หนอแน่ 6 กม.น่ะ ถึงแค่ด้านเก็บตังค์ ก็แวะคุยกับเขาว่าพี่ฟอร์ด แรงเจอร์ ไม่ 4w อย่างเราไหวมั๊ย จนท.บอกว่าสะบายมาก ไปอีก 30 กม.เอง อาการอยากไปอยู่แล้วเลยเชื่อเขาค่ะ อ่ะนะ พอเลี้ยวซ้ายเข้าทางไปน้ำตกเท่านั้นแหล่ะจ้า ถนนดินแดงล้วนๆ ฝุ่นตลบมากๆ ผ่านป่าทึบบ้าง โปร่งบ้าง ผ่านลำธาร และโค้งสุดเสียว โอ้ย 30 กม. ใช้เวลา 2 ชม.ไนการขับรถ แต่ก็เข้ามาแล้วออกไม่ได้จ๊ะ ไปข้างหน้าอย่างเดียว บ้างโค้งอันตรายขนาดต้องมี จนท. มายืนกำกับคนละด้านคอยโบกรถ สงสัยมากเลย เพราะวันนี้รถเยอะ และฝุ่นเยอะ มาถึงลานกางเต้นท์ไม่มีที่ว่างเลบ เดินเข้าน้ำตกไปอีก เกือบชั่วโมง เห็นน้ำตกแล้วมันหายเหนือย หายหงุดหงิด ... สวยจัง อยากให้ทุกคนไปเห็น ...



และแล้วก้ได้เวลากลับกทม.กันสะที กว่าจะขึ้นมาจากน้ำตกได้ปาเข้าไปบ่ายสี่โมง แถมพอออกถนนใหญ่เลี้ยวผิดอีก ขับไปๆ ถนนมันเปลี่ยว และแล้วก็เจอกับป้าย .อีก 500 เมตรเข้าเขตุแดนพม่า" ดีนะที่มี ตชด. มากั้นทางไว้ไม่กั้นเสร็จแน่ๆ ต้องกลับรถออกมาอีกเสียเวลาจริ๊งๆ เลี้ยวพลาดไปหนี่งที เกือบไม่ได้กลับบ้านแล้วไง!!! เที่ยวกลับเราก็ต้องผ่านถนนลอยฟ้าอีกแล้ว มันสวยนะ แต่ถ้าเลือกได้ขอดูทีเดียว แล้วกลับทางอื่น แต่มันไม่มีทางอื่นนี่นะสิ คุณสามีก็ต้องขับย้อนเส้นทางเดิมๆมา ดีนะเที่ยวกลับนี้มีคนช่วยขับต่อให้จากตากถึงกทม. ไม่งั้นคงต้องจอดรถนอนกลางทางเป็นแน่ ...



ไปเทียวคราวนี้ประทับใจหลายอย่างจัง อย่างแรกก็คือคุณสามีอึดมากๆ ขับรถก็สุดโหดแถมต้องเล่นน้ำตกกับลูก และคอยดูแลลูกน้องไปด้วย อย่างที่สองคือลูก ..น้องแซนด์วิชมีความสุขตลอดเวลา ไม่งอแงแม้นั่งรถนาน ไม่เรื่องมากให้กินอะไรกิน ซึ่งปรกติกันข้าวกันทีก็มีน้ำตาหยดอยู่เรื่อย สามก็คือสถานทีเที่ยว มันสวย น่าจดจำ ต่อให้ถ่ายรูปมากี่ร้อยรูปก็ไม่เท่าตาที่เห็น ... มีความสุขอย่างนี้สงสัยต้องเที่ยวกันบ่อยๆ นะป๊ะป๋า ..




 

Create Date : 12 ธันวาคม 2548    
Last Update : 12 ธันวาคม 2548 14:44:15 น.
Counter : 511 Pageviews.  

พาตองก้าไปทะเล เฮฮากับ dog camp

ได้มีโอกาสพาน้องหมาตองก้าไปเที่ยวทะเล กับทีมแม่นายหัว ณ พันทิป เป็น dog camp อย่างย่อ ก็เลยคิดว่าน่าจะเหมาะกับการเริ่มต้นที่จะพาน้องหมาไปเที่ยวต่างจังหวัด เลยชักชวนน้องเหน่ง และน้องส้ม แห่งร้าน barker barber ไปด้วยกัน - จริงๆแล้วให้เขาขับรถให้ เพราะสามีไม่ได้ไปด้วยนะจิ - เริ่มต้นก็สายเลย น้องชายตัวดีสายเสมอ เขานัดกัน 11.00 ที่ระยอง เรายังพึ่งถึงมอร์เตอร์ เวย์ เจ้าตองก้าขึ้นรถแรกๆก็ขอสำรวจก่อน เดินไปเดินมาทั่วรถเป็นที่ว่นวาย กว่าจะสงบได้เราก็หมดแรงพอดี เฮ้อ...



กิจกรรมเริ่มยามบ่ายๆ จับกลุ่มเล่นเกมส์ สนุกสนานทั้งหมา ทั้งคน .. กลุ่มเรามี สามคน สามหมา กำลังพอดี มีเกมส์ฉีกระดาษ (เกมส์นี้หมาไม่เกี่ยว) ต้องให้ได้กระดาษยาวสุดถึงจะชนะ ต่อไปแข่งปาเป้า สุดหล่อประจำทีมเราบอกว่าไม่ได้ใส่แว่น แต่ขอโทษ ปาแตกไป 4ใน 5 ค่ะ ต่อมาเราก็เริ่มขยับมาชายหาด แข่งวิ่งเปรี้ยวคน+หมา เกมส์ย้ายคน+หมา และเกมส์กรอกน้ำทะเลใส่ขวดเบียร์ และก็ปล่อยให้เล่นน้ำทะเลกันแล้ว

ตองก้าไม่เคยเห็นทะเลค่ะ แต่วิ่งเข้าใส่ คลื่นมาดังโครมตกใจวิ่งหนี น่าเกลียดจริงเรา ... มีชูชีพน้องหมาให้ใส่แรกๆไม่คุ้นงอนตุ๊บป่อง แต่สักพักลืมก็เล่นได้ตามปรกติ ชวนลงทะเลก็กล้าๆ กลัวๆ สุดท้ายก็ไม่ยอมขึ้นแม้มันจริงๆนะเรา



กลางคืนมีประกวดแฟนซี "รักนี้ไม่มีข้อแม้" ตองก้าได้รางวัลด้วย เรามีคอนเซปว่าแม่ชอบอะไร ตองก้าชอบด้วย ก็เลยได้รางวัล แม่กับพี่แซนด์วิชใส่เสื้อนิวยอร์ค ตองก้าไม่น้อยหน้าผูกผ้าพันคอ USA แม่ติดกิ๊บฟ้า ตองก้าก็ติดกิ๊ปสีฟ้าด้วย สุดท้ายมีแต่รูปหมาหมดสภาพ


ตื่นเช้ามาพี่วิชขอเล่นทราย ตองก้าขอเล่นน้ำ ได้คนละนิดละหน่อยพอ เพราะต้องมาร่วมกิจกรรมกันอีก agility ฉบับย่อให้ลองเล่นดู ตองก้าเล่นได้เพราะครูฝึกแซนด์วิชนำตลอด ทำเวลาได้เป็นที่สอง เก่งจังลูกเรา น่ารักกันอย่างนี้ วันหลังแม่พาไปอีกจ๊ะ




 

Create Date : 02 มิถุนายน 2548    
Last Update : 6 มิถุนายน 2548 17:31:34 น.
Counter : 454 Pageviews.  

หนีผะ อั้ว ไปทัวร์ นิวยอร์ค

ไปเที่ยวคนเดียวนี้มันแสนสุขใจ ไม่มีลูก ไม่มีผะ อั้ว กวนใจ จริงๆไปทำงานที่มิวนิคก่อน แล้วหาเรื่องไปนิวยอร์คดีก่า ไปเยี่ยมน้องรักและเพื่อนรักเราสักหน่อย มันก็ไม่ได้ใกล้กันหรอก แต่ว่าจะไปใครจะทำมาย ... ไปมันคนเดียวนี่แหล่ะ วีซ่ามีอยู่แล้ว ซื้อตั๋วได้ก็ไปเลย บินจากมิวนิคด้วย KLM แวะอัมสเตอร์ดัมเปลี่ยนเครื่องพักใหญ่ๆ นั่งเครื่องต่ออีกเกือบ 10ชม. ออกแต่เช้าถึง JFK ก็บ่ายๆ เริ่มเที่ยวกันเลย เวลาส่วนตัวอย่างนี้มีน้อยไปหาเพื่อนก่อน

เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งกะอนุบาล จนปานนี้ก็ปานไปเกือบๆ3 ทศวรรษแล้ว รักกันขนาดไหนก็ดูเอาแล้วกันไซส์เดียวกันเลย ... ใช่มั๊ยหล่ะ ... ไอ้คนผอมๆยืนริมเนี้ยไม่ใช่นะ เป็นว่าที่น้องสะใภ้สุดเลิฟที่เรียนด้าน dog grooming อยู่ที่นิวยอร์ค



ไปถึงก็ไปเที่ยว TimeSquare ที่นัดทันสมัยกลางใจเมือง ไปดูละครเวทีที่ Broadway เดินเลี้ยวไปนิดเดียวถึง ซื้อตั๋วแบบลดราคา เรื่องอะไรมีตั๋วเหลือก็ดู ได้ตั๋วเรื่อง 42nd Street เนื้อเรื่องไม่สนุก แต่ดูเต้นๆสวยดี



ขาดไม่ได้ถ้าไปนิวยอร์คต้องได้เห็นผู้หญิงที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก ตัวเขียวๆนะ ผู้หญิงคนเสื้อดำเป็นแค่ญาติหางแถวเพราะตัวใหญ่น้อยหน่อย กว่าจะข้ามไปได้ต้องผ่านสารพัดด่าน ยิ่งกว่าขึ้นเครื่องบินสะอีก ค้นหมดทั้งตัว ต้องเทของออกให้หมดจากเสื้อผ้า แถมถอดรองเท้าด้วย


มองวิวเกาะแมนฮันตัน จากเทพีเสรีภาพ


แวะ staton island ที่เคยเป็นด่านตรวจคนเข้าเมืองในสมัยก่อน ในเรื่องไททาติคหลังเรือจมไปแล้ว คนที่มากับเรือช่วยเหลือก็มาที่ด่านนี้แหล่ะ ก็เมื่อก่อนไม่มีเครื่องบิน เดินทางด้วยเรือถ้ามาอเมริกาก็ต้องเข้ามาทำเอกสารที่นี้ที่เดียวเท่านั้น กไปศึกษารากเง้าชาวอเมริกันกันได้ วิธีการนำเสนอน่าสนใจ น่าติดตาม มีทั้งเป็นบอร์ค เป็นรูปถ่าย ข้าวของ และจำลองสภาพดังเดิมให้เดินดูกัน เราหมดเวลาไปทั้งวันเลยเชียว


ต่อกันที่ wall street ที่เล็กเท่าซอยละลายทรัพย์ ไปดูอะไรกันหนักกันหนา แต่ก็ไปเพราะเป็น the must to see ไปแวะถ่ายรูปมาเท่านั้นเอง


ไปดูตึกเตารีด ... ครือไม่รู้ว่าชื่อตึกอะไร แต่ว่าเป็นตึกสามเหลี่ยมตรงมุมถนน หน้าตาคล้ายเตารีดดี


ต่อกันที่ ground zero ไปยืนดูจากตึก Financial ที่มี Plam Court มองลงมาด้านล่าง ตอนนี้เขาทำเรียบร้อยแล้ว ปร้บพี่นที่เตรียมสร้างตึกใหม่ตามแบบที่ชนะการประกวด


south sea port เป็นท่าเรือเก่า ตอนนี้กลายเป็นตึกสำนักงาน และที่สำหรับร้านอาหารไปสะแล้ว ยามเย็นวิวสวย เหมาะแก่การเดินเล่น


ไปไหนต่อกันอีกดีหล่ะ .... นี่เลย empire state ยามค่ำคืน ทางเข้าอลังการงานสร้าง เดินวนๆจนงง เพราะเป็นทั้งตึกสำนักงาน และที่ท่องเที่ยวในตัวก็งี้แหล่ะ


ก่อนถึงข้างบนมีที่แวะก่อนเป็นเครื่องเล่น new york ride พาไปชมภาพมหานครนิวยอร์คจนทั่ว ก็ดีแต่ไม่เร้าใจ
บนยอดตึกลมแรงทำให้หนาวมากๆ วิวกลางคืนไฟสวยแต่ถ่ายรูปไม่สวย รูปนี้ถ่ายด้านในห้องเป็นกระจกสะท้อนวิวด้านนอก ดูแปลกๆดี


ไปซื้อของเล่นให้ลูกดีก่า


Toy r'us เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิที่เด็กๆทุกคนต้องไปเยี่ยมคาระวะ ผู้ใหญ่ทุกคนได้เสียเงินที่นี้ แงๆ ลูกไม่มาแต่ต้องมีของไปฝาก เอาไอ้นี่ไปดีม๊ะ

ไม่ดีแน่เลย ล้นกระเป๋า เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นแล้วกัน ... ของเล่นลูกเยอะมาก เต็มสองกระเป๋าเลย...

ไปเที่ยวก็หลายวัน เอาแต่ช้อป ช้อป ช้อป .. ชอบมากโดยเฉพาะ outlet ของดีมียี่ห้อ ราคาถูกใจ ส่วนมากเป็นเสื้อผ้า brand ดังๆ อย่าง Banana Republic, Ann Clien, Polo อู้ย อีกมากมายเดินเป็นวัน สองวันก็ไม่หมด ที่หมดนะเงินอย่างเดียว แต่ต้องมีรถไปนะ เพราะส่วนมากจะอยู่นอกๆเมือง และจะได้มีรถขนของขากลับด้วย

ตอนขากลับก็ต้องเป็นเวรเป็นกรรมนั่งเครื่องบิน ย้อนกลับมายุโรปเพื่อขึ้นเครื่องการบินไทยจากมิวนิคกับกรุงเทพ ... ก็กลายเป็นบินจากนิวยอร์ค - อัมสเตอร์ดัม-มิวนิค-กรุงเทพ รวดเดียวเลย คิดดูเดินทางคนเดียวเป็นเวลาเกือบ 26 ชม. ไม่นับเวลาแวะต่อเครื่องเหงาปากมากๆ

สนามบินมิวนิคนี่สุดยอดเลยจ้...า

มีเวลาอยู่สนามบินเกือบ 6 ชม.เราก็ไม่เบื่อเลย มีห้องอาบน้ำให้ไม่เสียตังค์สักกะบาท เราไปถึงก็เช็คอินได้เลยจะได้ไม่ต้องลากกระเป๋าใหญ่ไปไหนมาไหนด้วย ... เสร็จก็ไปอาบน้ำ เดินช้อปปิ้ง มีที่เล่นเกมส์ และหาของกิน ขึ้นเครื่องอีกทีก็เย็นๆแล้ว กว่าจะผ่านด่านมาได้ ก็โดนซักไปหลายรอบ เพราะวีซ่า schengen ของเราประทับตราเข้ายุโรปเมื่อเช้าที่อัมสเตอร์ดัม แล้วก็ประทับตราออกในวันนี้เลยที่มิวนิค เขาก็ถามว่าไปไหนมา จะไปไหนต่อ ทำไมเดินทางอย่างนี้ คงไม่ค่อยมีใครเดินทางในวันเดียวกันอย่างงี้มั๊ง
... พอขึ้นเครื่องแล้วรู้สึกดีจัง ได้ยินภาษาไทยสักที กลับบ้านด้วยการบินไทยสายการบินแห่งชาติ แต่ขอบอกบริการไม่ประทับใจ ขนาดนั่งชั้นธุรกิจนะ คุณแอร์ยังไม่ค่อยจะดีเท่าไรเลย เหมือนทำงานไปตามตาราง ไร้อารมณ์มาก หน้าเรียบเฉย ไม่พูดจา ตั้งหน้าตั้งตาเสริฟให้มันเสร็จไป จะได้ไปนั่งเมาท์กัน
....สุดยอดจริงๆ......


เฮ้อกว่าจะถึงบ้าน ... หลังจากจากไปเกือบ 3 อาทิตย์คิดถึงลูกจัง คิดถึงคุณสามีจัง ... แต่ถ้ามีโอกาสก็จะหนีไปเที่ยวคนเดียวอีกนั้นแหล่ะ ... มันสะบายดี ไม่ต้องคอยห่วงหน้าห่วงหลัง ... ลูกจะสนุกมั๊ย สามีจะกินอะไรดี ....
เป็นสาวไม่โสดเที่ยวคนเดียวมันดียังงี้ไงหล่ะ




 

Create Date : 11 มกราคม 2548    
Last Update : 28 มกราคม 2548 16:32:54 น.
Counter : 418 Pageviews.  


nidsumanus
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add nidsumanus's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.