I Love Fiction ^^//
Group Blog
 
All Blogs
 

ll-- ลมหวน * โสภาค สุวรรณ

มัดยาวาเช - ลมหวน

โอย...แม่เจ้า กรี๊ด....ด จขบ.อ่าน “ลมหวน”จบแล้วค่า
ทราบมาจากบล็อกเพื่อนบ้านว่า “ลมหวน” เนี่ยะ เป็น “ลมหวน” เดียวกับที่ คุณอั้ม อภิชาต แสดงคู่กับคุณเบนซ์ พรชิตา
เรื่องนั้นคุณอั้มเป็นเป็นคนปัญญาอ่านซะด้วย (เก่งจัง)
และเรื่องที่ดัดแปลงมาจากฉากในบทประพันธ์ที่อยู่ในอเมริกา
ไม่เคยดูละครคะ แต่เกิดอาการอยากอ่านมาก...ก
พล็อตเรื่องน่าสนใจ



แอนดรู มัดยาวาเช แบรดเล่ย์ (มัดยาวาเช - ลมหวน หรือว่าพายุโทนาโดนั่นเองคะ)
ทายาทเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของอเมริกา
ถูกญาติผู้โลภมากทำให้ดูเหมือนมีความบกพร่องทางสมองตั้งแต่อายุไม่ถึง 2 ขวบ
และถูกส่งไปยังสถาบันสำหรับบุคคลปัญญาอ่อนซึ่งสร้างขึ้นด้วยเงินสนับสนุนของกองทุนแบรดเล่ย์เอง
คนภายนอกสรรเสริญนายเมอเรย์ ผู้เป็นลุงที่สร้างสภาบันเฉพาะเพื่อหลานชาย
แต่ใครจะรู้ว่าภายในสถาบันนั้นเอง แอนดรู
ผู้เป็นเจ้าของมรดกจำนวนมากนั้นถูกให้ยากล่อมมากว่า 20 ปี
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น และช่างสังเกตของ วกุล สาวไทย ซึ่งทำงานให้ตระกูลแบรดเล่ย์
ความจริงอันโหดร้ายจึงค่อย ๆ เผยออกมา
และด้วยความช่วยเหลือของมาร์ค ทนายประจำตระกูลแบรดเล่ย์
และสตีฟเจ้าหน้าที่ในสถาบันผู้หาชีวิตไม่แล้ว
แอนดรูจะพ้นจากเงือมมืออิทธิพลมืดของนายเมอเร่ย์ ได้หรือไม่
และมัดยาวาเชจะดำเนินชีวิตนอกสถาบันต่อไปได้อย่างไร
หลังจากอยู่ในโลกอีกโลกนึงมานานกว่า 20 ปี


จขบ. อ่านแล้วสะเทือนใจคะ "อิน" มากคะ
ลองคิดดูซิคะ คนดี ๆ สมองดี ๆ ถูกทำให้ปัญญาอ่อนตั้ง 20 กว่าปี เพราะหวังสมบัติที่ไม่ใช่ของตัวเลยนะคะ ตาลุงเมอเร่ย์ที่คิดแผนชั่วนี้เป็นลุงเขยคะ
แต่งเข้ามาในตระกูล
ตอนอ่านไปก็จินตนาการคิดถึงเด็กชายตัวน้อย ๆ หน้าตาน่าเอ็นดู
(เพราะตอนโตแอนดรู หล่อมาก......ก พระเจ้า !)
ผิวสองสี ท่าทางเฉลียวฉลาดของแอนดรู
เล่มแรกสนุกมากคะ เพราะเป็นการปูเรื่องตอนที่วกุลเข้าไปทำงานให้กับตระกูล แล้วก็แกะรอยไปเรื่อย ๆ จนถึงตอนที่จะต้องช่วยเหลือแอนดรูให้ออกจากสถาบันให้ได้ ส่วนครึ่งหลังก็ต้องหลบหนีเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านอินเดียแดงที่เป็นญาติทางแม่ของแอนดรู แล้วปล่อยให้ มาร์ค ผู้เป็นทนายประจำตระกูลเตรียมเรื่องในชั้นศาลต่อไป
(หลงรักมาร์ค - ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ smart แสนดี และมีการศึกษา ^^)

อีกประการหนึ่งที่ประทับใจ
(นอกจากผู้ชายสองคนนั้น ฮา)
ก็คือคุณโสภาค ไม่ได้จบเรื่องแค่ฝ่ายแอนดรูได้สมบัติเท่านั้นคะ
แต่ยังทิ้งประเด็นให้คิดต่อว่า
ความรู้สึกของแอนดรูหลังจากที่ออกมาใช้ชีวิตในโลกภายนอก
(ที่เรา ๆ ท่าน ๆ เห็นว่ามันแสนจะธรรมดานั้น) มันยากลำบาก
และมีเรื่องต้องเรียนรู้มากเสียเหลือเกิน
แอนดรูต้องเรียนรู้ทั้งในโลกของตำรา และชีวิตจริงแบบ fast track ด้วยคะ
เพราะเค้า late มาถึง 20 ปี การใช้เงิน การกินอยู่ การขับรถ
เป็นเรื่องยากของเขาไปทั้งหมด
แต่ด้วยความช่วยเหลือของทุกฝ่าย และกำลังใจของคนที่รักแอนดรู แอนดรูน่าจะผ่านพ้นอุปสรรคเหล่านี้ไปได้แม้ไม่ง่ายนัก

คุณโสภาคแสดงให้เห็นถึงตอนที่แอนดรูถูกคนดูถูกคะ
เพราะไปซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ตแล้วเงินไม่พอ
ภายนอกเหมือนหนุ่มวัย 25 แต่เพิ่งรู้จักโลกภายนอกได้ไม่ถึงปี
พ่อหนุ่มแอนดรูของจขบ. (แอร่ย...ย์) ก็ท้อใจ
และอยากจะกลับไปใช้ชีวิตในสถาบันคนปัญญาอ่อนนั้นเหมือนเดิม
อ่านแล้วกินใจมาก ๆ คะ ไม่รู้ทำไมเรื่องนี้ถึง “อิน” นัก
ท่าทางติดเสน่ห์ของพ่อแอนดรูสุดหล่อเข้าแล้ว ^^

แล้วคาแรคเตอร์ของตัวละครนางเอกก็ดี
มาร์คก็ดี (จริง ๆ เหมือนมาร์คเป็นพระเอกยังไงไม่รู้)
ก็แสดงถึงการมีสติไตร่ตรองข้อมูลก่อนจะเชื่อคะ
ได้ข้อมูลอะไรมาก็ต้องพิสูจน์ก่อนจะเชื่อ
จุดนี้แสดงถึงคาแรคเตอร์ของตัวละครที่ดูมีเหตุมีผล
(แต่สำหรับ จขบ. นั้นเห็นว่าชักช้าจริง
เด๋วก็ช่วยพ่อหนุ่มลมหวนของชั้นไม่ทันการ ร๊อก....! ขัดใจเจ๊ ;P)




ใครเบื่อ ๆ ลองหาอ่านดูนะคะ ตื่นเต้น และกินใจดีคะ
เอาใจช่วยพ่อหนุ่มลมหวนของเราเต็มที่
แถมช่วยหมอผีสาปแช่งอีตาเมอเร่ย์เข้าไปด้วย
ได้เกร็ดความรู้เกี่ยวกับขนบธรรมเนียมของอินเดียแดง
ความรู้สึกถึงการถูกแย่งที่ทำกินโดยคนขาว และถูกเหยียดสีผิด เหล่านี้มีอยู่ครบครันคะ
นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงคุณธรรมของตัวเอก อย่างวกุล มาร์ค และสตีฟ ที่ถึงแม้จะลำบากสักเพียงไหน พวกเค้าก็พยายามทำในสิ่งที่ถูกต้อง
ได้แง่คิดเหมือนกันนะคะว่า ถ้าเราพบสิ่งไม่ถูกต้องแล้วบอกว่า “ช่างมันเถอะ" แล้วโลกเราคงไม่น่าอยู่เอาเลย ช่วย ๆ กันนะคะ ^^




 

Create Date : 18 เมษายน 2553    
Last Update : 18 เมษายน 2553 0:43:52 น.
Counter : 605 Pageviews.  

ll--อัสตา - มายาย่า * โสภาค สุวรรณ

อัสตา- มายาน่า จนกว่าจะถึงวันพรุ่งนี้




ทรายแก้ว หรือแซม เป็นเด็กไทยไปเติบโตที่อเมริกา
คุณแม่ของทรายแก้วเสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเป็นวัยรุ่น
เหลือแต่คุณพ่อนักธุรกิจของเธอที่ทนความว้าเหว่ไม่ไหว
แต่งงานไปกับผู้หญิงไทยที่อายุอานามไม่ห่างจากทรายแก้วนัก
แล้วพาครอบครัวอพยพจากเมืองไทยเข้าไปอยู่ (ใช้คำว่า ”ครอบครอง” จะเหมาะกว่า ) ในบ้านทรายแก้ว ทรายแก้วซึ่งว้าเหว่นัก พ่อไม่ค่อยกลับบ้านเพราะต้องทำงาน
บ้านที่เคยอบอุ่น กลายเป็นที่อยู่ของคนแปลกหน้า
โชคดีที่ทรายแก้วมีเพื่อนบ้านที่แสนวิเศษอย่างครอบครัวของ
มิสซิสโรช่า และลุงออสก้า ซึ่งทำธุรกิจเลี้ยงม้า เมตตาเธอ
ยามใดที่ทรายแก้วรู้สึกว้าเหว่ เธอจะมาที่บ้านของมิสซิสโรช่า ซึ่งที่นั่นเองทำให้เธอได้ใกล้ชิดกับม้า สอนให้เธอเลี้ยงม้า และขี่ม้า
ทำให้ทรายแก้วไม่หมกมุ่นอยู่กับปัญหาครอบครัว
ทรายแก้วมีครูฝึกขี่ม้าคนใหม่ เอมิลิอาโน หรือเอมิล นักศึกษาโบราณคดีชาวเม็กซิโก เนื่องจาก ผู้ฝึกคนเก่าเสียชีวิตอย่างกะทันหัน แล้วเรื่องราวความรักความผูกพันที่น่าประทับใจของคนรักม้าเป็นชีวิตจิตใจทั้งสองก็ได้เริ่มขึ้น ความใกล้ชิด ความเข้าใจกัน และเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ทำให้เกิด “ความผูกพัน” และ “ความรัก” ในที่สุด



อ่านเรื่องนี้เมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้วคะ
(หูย...นานโขอยู่)
ตอนสมัยเป็นวัยรุ่น คงเหมือนวัยรุ่นสมัยนี้ที่ทน details ยาว ๆ
ไม่ค่อยจะได้ อ่านไปได้ครึ่งเล่มหนึ่งแล้วรู้สึกว่า
นี่นิยายอารายกันหว่า จะครึ่งเล่มอยู่แล้วยังเลี้ยงม้ากันไม่จบไม่สิ้น เลยอ่านข้าม ๆ ไปจนตอนจบ
แล้วก็ไม่ได้สนใจใยดีอีกเลย
จนเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้ไปอ่านรีวิว ของคนรักโสภาคในบล็อกนี่ล่ะค่า
เลยอยากหามาอ่านอีกสักรอบ



ความรู้สึกของจขบ. กับการอ่านรอบนี้แตกต่างจากรอบที่แล้วเยอะมากคะ
รู้สึกประทับใจในความสามารถทางด้านประพันธ์ของคุณโสภาค
เธอมีข้อมูลแน่นมาก
เห็นมาหลายเรื่องแล้วคะ
ทุกเรื่องต้องสอดแทรกเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ
เป็นกำไรให้ผู้อ่านเสมอ เรื่องนี้ก็เช่นกัน
หนังสือนี้นอกจากจะสอดแทรกความรู้และธรรมชาติของเจ้าม้า
ความรู้สึกผูกพันของผู้เป็นเจ้าของและเจ้าม้าอันงามสง่า
การให้อาหาร การดูแล จนไปถึงกระทั่งการแข่งขันม้าระดับท้องถิ่นกันเลยคะ
อูย..ย ประทับใจมากคะ
นอกจากนี้นะคะ ยังมีขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวเม็กซิโก
(เอมิลิอาโน พ่อพระเอกของเราเป็นคนเม็กซิโกคะ)
ที่แสนจะโรแมนติก ^^
บทบรรยายกระชับ ได้ใจความดีมากคะ



จขบ.ชอบพล็อของเรื่องนี้มากคะ
เนื้อเรื่องก็สนุกมากคะ มี climax หลายจุดทำให้คนอ่านตื่นเต้นไปตลอดเรื่อง
ภาษาก็ไม่ได้แทรกบทบรรยายมาก ดำเนินเรื่องด้วยบทพูดและบทบรรยายไปด้วยกัน ^^ สนุกจริง ๆ จ้า

พระเอกเจอนางเอกตั้งเธอนางเอกยังเป็นเด็กวัยรุ่นอยู่เลยคะ
ด้วยความที่เป็นครูฝึก (แสนโหด + sexy 555) และ นักเรียนสาวแสนสวย
เจอกันตั้งแต่บทแรก ๆ เลยด้วย แต่ไม่ค่อยจะลงรอยกันเท่าไหร่ 555
พระเอกจริงจัง
นางเอกของเราก็สู้คนค่า ^^
อาจจะเป็นเพราะต้องปกป้องตัวเองมาตั้งแต่เล็ก ๆ ทำให้เธอกล้า
และมีไหวพริบ

จขบ.ชอบคาแรคเตอร์ของทั้งพระเอกและนางเอกคะ
มีมิติ และเข้มมาก มีทั้งจุดดีและจุดด้อย มีอารมณ์อ่อนแอ เสียใจ ดีใจ เหมือนคนจริง ๆ ทั้งคู่เหมือนกันตรงที่เป็นคนมี “ปม” ในอดีตทั้งคู่
แต่ทั้งคู่ก็เลือกปลดปล่อยในทางที่ดี
(แม้ว่าจะอันตรายอยู่บ้าง)
เช่น นางเอกก็ทุ่มเทให้กับการฝึกแข่งม้า
ส่วนพ่อพระเอกของเราก็ทำงานอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง



อีกประการ จขบ. รู้สึกว่าพระเอกของเรื่องนี้เซ็กซี่จังคะ ไม่ได้ขรึมเข้มดุ เหมือนพระเอกเรื่องอื่น ๆ ของคุณโสภาค อาจจะเป็นเพราะพระเอกมี “คู่ขา” อย่าง “มาเรีย” มาเสริมคาแรคเตอร์ด้วยมั้งคะ ^^

สรุป อ่านจบด้วยความอิ่มเอมใจ
หลายเหตุการณ์ที่ทำให้ พระ - นาง ของเราได้ใกล้ชิดกัน ก่อให้เกิดความผูกพัน
บางจุด จขบ.ก็เศร้าไปกันตัวละครด้วยเลยคะ
และต้องไม่พลาดบทสุดท้ายนะคะ
พ่อเอมิลิอาโนทำให้ทรายแก้วโกธรมาก
(แต่โกรธแบบผู้หญิง ๆ นะ ฮา)
ต้องง้องอนเสียแทบแย่ จขบ.เลยได้เห็นว่าคนที่ขรึม ๆ จริงจังกับชีวิตอย่างพ่อเอมิลิอาโนเนี่ย บทจะหวานน้ำตาลเรียกพี่เลยนะคะ ^^




 

Create Date : 17 เมษายน 2553    
Last Update : 17 เมษายน 2553 23:53:15 น.
Counter : 414 Pageviews.  

ll--ตราบแผ่นดินกลบหน้า * โรสลาเรน

“ตราบแผ่นดินกลบหน้า”

ใครเป็นแฟนพันธ์แท้ของคุณวิมล เจียมเจริญ หรือที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางเจ้าของนามปากกา
ทมยันตี ลักษณวดี กนกเรขา และโรสลาเรน

วันนี้ขอหยิบยกบทประพันธ์ที่ไม่เก่าเท่าไหร่มาพูดถึง
”ตราบแผ่นดินกลบหน้า”
เป็นอีกผลงานหนึ่งภายใต้นามปากกา “โรสลาเรน”
เป็นบทประพันธ์ที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร “โลกนิยาย” สมัยปี 2539 – 2540 และนิตยสาร ”ศรีสยาม” ในปี 2541



ได้รับการแนะนำจากพี่คนขายร้าน ณ บ้านวรรณกรรม
ที่ตรงท่าช้าง (ตอนนี้ไม่รู้ร้านสาขานั้นยังเปิดอยู่เป่า)
เค้าบอกว่าเรื่องนี้หวานและสนุก

พี่คนขายให้ข้อมูลว่า
ตอนแรกพิมพ์แค่เล่ม 1 ออกมาก่อน
ทิ้งช่วงนานพอควรจึงค่อยพิมพ์เล่ม 2
(คนรออ่านใจจะขาดให้ได้ 555+)
พอซื้อมาอ่านจริงๆ ก็ไม่ผิดหวัง
แม้ว่าภาษาออกจะอ่านเข้าใจยากนิดหน่อย
เพราะเค้าใช้ภาษาเหนือถิ่นของเผ่าในการดำเนินเรื่อง
(จะว่าไปคล้าย ๆ ภาษาเหนือของเราหน่ะคะ แต่ผู้ประพันธ์ก็เขียนอธิบายไว้ท้ายประโยคทำให้สามารถเข้าใจได้ง่ายเข้า)



เป็นเรื่องราว location ของเรื่องเกิดดำเนินอยู่ในแถบปากีสถาน หรือตอนเหนือของอินเดีย
(อันนี้จขบไม่แน่ใจ๋) เป็นที่ปลูกใบชาพันธุ์ดี
เป็นเรื่องราวของนอเก้น (นาเคนทร์) หัวหน้าเผ่านาคา
ถูกตีแตกมากจนต้องมาหลบซ่อนตัวที่ไร่ชาของ “เอศวรี” เจ้าของไร่ชาสองปี้หน่อง
บทบรรยายเกี่ยวกับการต่อสู้ของเผ่านาคาที่จะรักษาบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองที่อยู่บนเทือกเขานาคา
ซึ่งรัฐบาลต้องการยึดครองเพื่อจะได้ครอบครองสถานที่ปลูกชาชั้นดีที่สุด
ผู้หญิงเผ่านาคาถูกหลุกซึก (ทหารฝ่ายรัฐบาล) รังแก
ผู้ชายและเด็กเผ่านาคาถูกฆ่าอย่างทารุณเพราะความโลภ
การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด และไม่ยอมให้ผืนดินที่เคยอยู่เย็นเป็นสุขกับครอบครัว
ซึ่งตอนนี้เหลือแต่ซาก และหลุมศพของคนที่ตนรักถูกคนอื่นมาครอบครอง
มันซึ้งกินใจจขบจริง ๆ คะ คนไทยไม่โดนกดขี่ข่มแหง
แต่เรามาทะเลาะกันเอง สถานการณ์บ้านเมืองเราตอนนี้
เมื่อคิดย้อนไปถึงคนที่ต่อสู้เพื่อแผ่นดินเกิด
มันทำให้จขบ เศร้าใจยิ่งนักคะ



มาถึงด้านความรักของบท นอเก้น และนายญิ้ง น่ารักมากคะ
เป็นความรักที่ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน
นอเก้นช่วยชีวิตนายญิ้งคนง้ามไว้
ส่วนนายญิ้งตอบแทนในการช่วยเหลือเผ่านาคา
แต่ด้วยความเห็นอกเห็นใจกัน ทำให้เกิดความรักในที่สุด



เนื้อเรื่องอาจจะไม่มีอะไรใหม่
ถ้าเทียบกับโสมส่องแสง หรือว่ารอยอินทร์
แต่เรื่องนี้ไม่จบเศร้านะคะ
เสน่ห์อาจจะอยู่ที่องค์ประกอบด้านอื่น ๆ ของเรื่องด้วย
เช่น อาม และอ่าย (คนสนิทของนายญิ้ง) หรือแม้แต่ มเหนทรา (ปี้จ้ายของนายญิ้ง) และโสรยา (ญาติผู้น้องของนอเก้น)
สองคนหลังนี้จขบภาวนาเงียบ ๆ ว่าอยากให้มีเรื่องเป็นของตัวเองบ้าง มเหนทรา และโสย่ะ smart มากจนอยากเห็นว่าเรื่องของเค้าจะเป็นยังไง (จขบแอบชอบมเหนทรา 555+)


จขบรู้สึกถึงไอละมุนของความรักที่ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน
แม้ว่านาเคนทร์จะไม่มีแม้แผนดินจะให้เอศวรีอยู่
แต่เนื้อแท้และความจริงใจ ความเข้มแข็ง และความเป็นผู้นำ นั้นจับใจเอศวรี ในส่วนของเอศวรีเอง
เมื่อรักแล้วก็ทุ่มเทช่วยเหลือทุกอย่างจนไม่คิดถึงตัวเอง
จขบรู้สึกว่าเรื่องนี้มีเหตุมีผลคะ เอศวรี ไม่เคยไม่ได้สิ่งใด ๆ ในชีวิต
ผู้จ้าย คนที่ต่อสู้ทุกอย่างเพื่อแผ่นดินเกิดและนึกถึงผู้อื่นก่อนตนเองนั้น ทำให้เธอรู้จักความหมายของชีวิต
นอกจากนี้ จขบยังรู้สึกกินใจในความรักแผ่นดินเกิดของตน
คนไม่เคยสูญเสียจะไม่รู้สึกเลย
เราคงไม่ต้องรอให้ถึงวันนั้นใช่ไหมคะ ถึงจะหันกลับมาดูแลชาติไทยของเรา ^^

“ผม...” เสียงเขาสะดุด
“ไม่มีอะไรเลย ไม่มีแม้แต่แผ่นดินให้คุณอยู่ แต่...”
น้ำเสียงต่อไปมั่นคงแน่วแน่
“ตราบแผ่นดินกลบหน้า ผมก็จะไม่เปลี่ยนแปลง”
“เต๊อะ!” เสียงเอศวรีอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยอ่อนโยนได้เช่นนี้
“เรา! จะนอนใต้กองหินด้วยกันอย่างนี้!”
ปลายมือนาเคนทร์กระตุกนิด ๆ ทว่าเอศวรีจับไว้
“ใช่....ตราบแผ่นดินกลบหน้า!”




 

Create Date : 27 มีนาคม 2553    
Last Update : 27 มีนาคม 2553 19:57:56 น.
Counter : 3258 Pageviews.  

ll--เก้าอี้ขาวในห้องแดง*สุวรรณี สุคนธา

“เก้าอี้ขาวในห้องแดง”


ละเวงเป็นผู้หญิงต้องเผชิญกับโชคชะตาอันโหดร้าย
นักศึกษามหาวิทยาลัยที่เพิ่งจบการศึกษา กำลังจะก้าวสู่โลกของผู้ใหญ่ ต้องรับภาระอย่างหนักหนา
เมื่อพ่อและแม่ของเธอจากไปอย่างกะทันหันด้วยอุบัติเหตุทาง
รถยนต์ ในวันรับปริญญานั้นเอง
การประคองชีวิตของผู้หญิงตัวคนเดียว ไม่มีพ่อแม่ไว้ค่อยปรึกษา ไม่มีญาติพี่น้องอื่นใดไว้คอยเกื้อหนุน
เพื่อนที่เคยสนิทกันเมื่อครั้งที่เรียนในรั้วมหาวิทยาลัย ค่อย ๆ เติบโตและมีเส้นทางเดินชีวิตเป็นของตัวเอง
ละเวงได้งานทำเป็นมัฑณากร ต้องทำงานหนักเพื่อเลี้ยงตัวเองให้อยู่ให้ได้ และแล้วชะตาก็พาให้ละเวงมาพบกับตะวันฉาย ชายหนุ่มลูกครึ่งหน้าตาดี ชาติตระกูลดี และมีฐานะร่ำรวย แต่ก็ต้องประสบเคราะห์ทำให้ต้องพรากจากกัน
จนทำให้ละเวงลงเอยกับพ่อเลี้ยงอินทร ผู้กุมความลับเรื่องญาติของละเวง



“เก้าอี้ขาวในห้องแดง” พิมพ์ครั้งแรกโดย สำนักพิมพ์คลังวิทยา ปี 2518 ส่วนครั้งที่สอง โดย สำนักพิมพ์ ศิลปาบรรณาคาร ปี 2540 และครั้งที่ 3 พ.ศ. 2542 นับมาจนถึงวันนี้ เก้าอี้ขาวในห้องแดงก็ 35 ปีกว่าเข้าไปแล้ว

ถ้าพูดถึง “เก้าอี้ขาวในห้องแดง” คงมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังประทับใจกับบทบาทของละเวง และพ่อเลี้ยงอินทร
ที่ถูกถ่ายทอดด้วยดาราคุณภาพจากรุ่นสู่รุ่น ตั้งแต่ มยุรา ธนะบุตร ประกบคู่กับ นพพล โกมารชุน
จนมาถึงรุ่นใกล้ขึ้นมาอีกหน่อย (ก็ปาเข้าไป 10 ปีเห็นจะได้) อุ้ม สิริยากร พุกกะเวส คู่กับ พล ตัณฑเสถียร สองท่านนี้จะว่าไปตอนนั้นก็เหมือนดาราคู่ขวัญ เล่นคู่กันหลายเรื่องทีเดียว
อีกเรื่องที่เราจำได้และชอบมาก ๆ คือ จินตปาตี (^^ เพลงเพราะมาก) และก็เป็นที่ชื่นชอบของแฟนละครอย่างยิ่ง แต่ตอนนี้ไม่ค่อยจะมีผลงานด้านการแสดงแล้ว (เฮ้อ เสียดายจัง)

เพลงประกอบละครที่ไพเราะและโดนใจมาก ๆ นับแต่ “เพียงความทรงจำ” และ “เพื่อน”
(จขบชอบเพลง “เพียงความทรงจำ” มาก ยินได้อ่านบทประพันธ์เรื่องนี้แล้วจะยิ่ง อิน หนัก ^^ เศร้ามาก...กคะ)

บทประพันธ์เรื่องนี้หาอ่านยากเหมือนกันคะ เราหามาตั้งนานแล้วกว่าจะโชคดีได้มา

ความรู้สึกของคนส่วนมาก เมื่อพูดถึงเรื่อง “เก้าอี้ขาวในห้องแดง” นั้นจะนึกถึงรักสามเศร้าของเพื่อนรัก
-- การแอบรักเพื่อน – คงจะโดนใจใครหลาย ๆ คน เพราะเป็นเรื่องที่เรา ๆ สัมผัสกันได้ บางจังหวะของชีวิตคงมีคนจำนวนไม่น้อยหรอกคะที่แอบรัก คนใกล้ชิด เป็นของธรรมดาอยู่แล้ว
(เปรียบเทียบง่าย ๆ กับเรื่องที่คล้าย ๆ กัน อย่างเรื่อง เพื่อนสนิท ซิคะ สร้างรายได้ถล่มทลาย เป็นภาพยนตร์แจ้งเกิดให้กับดาราตั้งหลายท่าน -- ส่วนตัวแล้ว จขบคิดว่าเรื่องราว ที่เล่นกับความทรงจำของคนดู หรือความประทับใจของคนดู มันก็ซึ้งกินใจกันเป็นธรรมดา --

ส่วนจขบเมื่อได้อ่านบทประพันธ์เรื่องนี้แล้วความรู้สึกแรกที่นึกถึงเลยคือ ”ทึ่ง” และ “อึ้ง” คะ “ทึ่ง” ผู้ประพันธ์มาก
จะนับกันแล้ว “เก้าอี้ขาวในห้องแดง” อายุก็เกิน 30 ปีแล้ว ผู้แต่ง “กล้า” ให้ผู้หญิงอย่างละเวงเป็นนางเอกของเรื่อง
ผู้ประพันธ์นำเสนอตัวละครที่มีมิติ ไม่ใช่นางเอกที่ perfect ละเวงก็เหมือนคนที่มีชีวิตจริง ๆ รัก โลภ โกรธ หลง
ตะวันฉายก็เช่นกัน หนุ่มรุ่นน้อง หน้าตาและฐานะดี เป็นใบเบิกทางให้เขาได้ทุกอย่างที่อยากจะได้ในชีวิต จนกระทั่งพบกับละเวง ผู้หญิงที่ไม่ได้สนใจฐานะ หรือหน้าตา และไม่ยอม..ง่าย กับตะวันฉาย อย่างผู้หญิงคนอื่น ๆ ตรงนี้หรือเปล่าที่ทำให้ตะวันฉายคิดว่าละเวงติดอยู่ในหัวใจ และคิดไปว่าคือ..รัก..แต่ในขณะที่ตะวันฉายคิดว่เค้ารักละเวงอย่างหมดใจนั้น...เมื่อผู้หญิงอื่นหยิบยื่นโอกาสมาให้ ตะวันฉายก็คว้าไว้โดยไม่รั้งรอ..นี่คือรักล่ะหรือ??
ผู้ประพันธ์ ไม่เฉลยคะ ปล่อยให้ผู้อ่านคิดเอง
ในมุมของละเวง .. ที่ไปไหนมาไหนกับตะวันฉาย และคิดว่ารัก นั่นใช่จริง ๆ หรือเปล่า ผู้ประพันธ์ทิ้งให้ผู้อ่านคิดคะ ว่าที่ละเวงรู้สึกกับตะวันฉายคือความรัก หรือว่าหลงรูปกันแน่ เพราะตะวันฉายเป็นชายหนุ่มที่เอาแต่ใจ หลักลอย ไม่มั่นคงและไม่เข้มแข็งจะเป็นคนละแบบกับพ่อเลี้ยงอินทรโดยสิ้นเชิง
พ่อเลี้ยงอินทรเป็นคนที่มั่นใจในตัวเอง มีความคิด ขยันทำมาหากิน (แม้จะเจ๊งก็ตาม) และมุมมองที่แตกต่างระหว่างพ่อเลี้ยงอินสอนผู้เป็นพ่อและตัวพ่อเลี้ยงอินทรเอง

อีกประเด็นที่คงจะเป็นที่ประทับใจผู้อ่านหรือว่าผู้ชมละครนะคะ (แต่ส่วนตัวจขบเองจะเฉย ๆ กับประเด็นนี้คือ รักสามเศร้าคะ บูรพา หลงรักละเวง ส่วนตัวสาวิตรี ก็หลงรักบูรพา แต่ทั้งสามต่างเป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นมหาวิทยาลัย แต่โดยบุคลิคของบูรพา ก็เป็นหนุ่มใจร้อน เชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง แล้วก็ไม่ค่อยจริงจังกับชีวิต เอาอารมณ์ตัวเองเป็นที่ตั้ง
ในส่วนของสาวิตรี จะเป็นลูกคนมีสตางค์มากหลงรักบูรพา ทำทุกอย่าง แต่บูรพาก็ไม่ใยดีตัวเอง
จขบคิดว่าจริง ๆ เรื่องระหว่างสาวิตรี และบูรพานี่เศร้ามากนะคะ จริงเรื่องนี้ค่อนข้างหม่นอ่ะคะ มีเรื่องเศร้าเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ แต่ก็น่าประทับใจนะคะ




 

Create Date : 24 มีนาคม 2553    
Last Update : 27 มีนาคม 2553 22:44:18 น.
Counter : 4005 Pageviews.  

ll--ปาริชาตลวง*ศุภร บุนนาค

รายงานตัวค่า อ่าน ปาริชาตลวงจบแล้วค่า
เรื่องนี้เป็นนวนิยายเรื่องยาวเรื่องแรกที่คุณศุภรเธอแต่งไว้
เชื่อหรือไม่ว่าภาษา smooth มายังกะไม่ใช่มือใหม่
(แต่จริง ๆ อ่านจากประวัติของท่านก็เข้าใจว่าคุณศุภรเธอมีประสบการณ์ขีด ๆ เขียน ๆ มาก่อนอยู่บ้าง) สำนักพิมพ์เพื่อนดีเป็นการพิมพ์ครั้งที่ 2 เท่านั้นคะ
(พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2501 แหน่ะคะ หูยยยย...ย โชคดีที่พิมพ์ใหม่ ไม่งั้นจะได้อ่านที่ใดก็สุดจะรู้...)
ใน version ของสำนักพิมพ์เพื่อนดีผู้อ่านจะได้ทราบเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับ background ของปาริชาตลวง แรงบันดานใจในการแต่ง ฉากที่เหมืองแร่ และบุคลิกของตัวละครต่าง ๆ ผ่านธิดาเพียงคนเดียวของคุณศุภร งานนี้คุ้มเกินคุ้มคะ (ก็เป็นรักสำนวนเธอเหลือเกินนี่คะ)


(ลองจะพยายามไม่สปอยด์บ้างนะคะ
เผื่อว่าเพื่อน ๆ นักอ่านท่านใด อยากหามาอ่านบ้างจะได้ไม่เสียอรรถรส แต่ไม่สัญญานะคะ เพราะชอบเม้าท์คะ^^)



เรื่องย่อ ปาริชาตลวง เป็นเรื่องสมัยสงครามที่ไทยต่อต้านญี่ปุ่น เดาว่าเป็นสงครามโลกครั้งที่สองนะคะ
แต่เนื้อเรื่องไม่ได้ไปแตะส่วนนั้นมากนักแต่ส่วนใหญ่จะเป็นการเล่าเรื่องราวของความรักของหญิงสาวผู้ดีพร้อม ทั้งชาติตระกูล และฐานะ
รวมถึงจิตใจอันงดงามและหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของตนเอง ที่หลงรักพระเอกที่ด้อยศักดิ์กว่า แต่ก็มีความจับใจนางเอก แต่พระเอกกลับยึดติดกับความรักครั้งเก่าจนทำร้ายจิตใจของนางเอกอย่างรุนแรง เส้นทางของทั้งคู่จะเป็นเช่นไร

(โปรดไปซื้ออ่านนะค้า...เผื่อสนพ. เพื่อนดีจะเห็นยอดขายแล้วนำผลงานของคุณศุภรมาพิมพ์ให้ครบทั้ง 10 เล่ม (นี่ฝันมากไปหรือเปล่าเนี่ยะ ><)

******************-------------------------***************************-------------------------------********************
เราชอบสำนวนภาษาของคุณศุภรคะ สวยงามวิจิตรมาก ๆ (แต่เรื่องนี้เราอาจจะไม่ชอบเท่ากับเรื่อง “แม้ความตายมาพราก” นะคะเพราะอันนั้นหวานเจี๊ยบ..บ ^^)
อ่านเริ่มแรกรู้สึกเหมือนอ่านพระเอกของทมยันตีเลยคะ มีความทะนงในศักดิ์ศรีของตนเอง แต่อ่าน ๆ ไปก็จะหมั่นไส้อีตาพระเอกมาก....ก ว่าได้ดอกแก้วมาอยู่ในอก นางเอกรักตัวเองจนลดตัวลงมาแต่งงานด้วย ยังจะ(ปัญญาอ่อน)
ในหนังสือเค้าใช้คำว่าทิฐิมานะว่ายังรักคนเก่าอยู่ (ซึ่งงงเหมือนกันแปลว่าอย่างไรกันแน่) จนทำให้นางเอกแสนจะ perfect ของเราเสียใจ T_T น่าสงสารที่ซู้ด...ด กว่าอีตาพระเอกจะรู้ตัวว่ารักนางเอกก็ปาเข้าไป 2 หน้าสุดท้าย อยากให้มีต่ออีกสัก 2-3 บทจัง กว่านางเอกเราจะมีความสุขได้ ต้องเสียใจมาตั้งมาก....สรุปเรื่องนี้ก็เรื่อยๆ คะ เพราะว่าหมั่นไส้อีตาพระวินธัยมาก...ก ๆ คนอะไร๊ ;(

ไม่รู้ว่าจะวิจารณ์อย่างไรไม่ให้ spoiled 555 เด๋วไว้ทนไม่ไหวจะมาเม้าท์ใหม่นะคะ
เพื่อนๆคนไหนอ่านแล้วมาคุยกันมั่งดีไหมคะ อยากรู้ว่าเห็นว่าเป็นยังไงกันบ้าง ^^


ปล. ชื่อเรื่องเป็นอีกหนึ่งอย่างที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของท่านนะคะ คือต้องอ่านจบจึงจะรู้ว่าหมายความว่ากระไร 555+ “ปาริชาตลวง” มาเฉลยในหน้าเกือบสุดท้ายเลยคะ พอ ๆ กับ “แม้ความตายมาพราก” เลย อ่านตั้งนานสงสัยว่าทำไมความตายต้องมาพรากด้วย พอ ๆ กับเรื่องนี้ที่สงสัยว่าทำไมเกี่ยวกับปาริชาตตรงไหน แล้วทำไมต้องลวง ด้วย??




 

Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2553 16:53:24 น.
Counter : 509 Pageviews.  

1  2  3  

litter
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add litter's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.