หยุดต้อหินเฉียบพลันให้สงบลง


ห่างหายไปนาน ไม่ได้มา update อาการเลย

ผ่านมา 8 เดือนแล้วที่แม่เป็นต้อหินเฉียบพลัน ตอนนี้อาการสงบลงโดยการหยอดยาเพื่อคุมความดันตา ตาส่วนที่พร่ามัวก็ยังมีบ้างแต่ก็ไม่กระทบกระเทือนกับชีวิตประจำวัน 

ความถี่ในการนัดหมายของหมอก็ห่างขึ่น จาก ทุกเดือน เป็น 3 เดือน
แม่ตัดแว่นสายตาอันใหม่ ใช้ชีวิตได้อย่างปกติ และน่าจะ happy ขึ้นกว่าเดิม เพราะได้ผ่าต้อกระจกเพื่อ
เปลี่ยนเลนต์ตาทั้ง 2 ข้าง ทำให้เห็นได้ชัดเจนขึ้น

ขอให้แม่มีสุขภาพที่ดีตลอดไป อยู่กับลูกสาวทั้ง 3 คนไปนาน ๆๆๆๆๆๆ
สาธุSmileySmiley



Create Date : 26 กรกฎาคม 2560
Last Update : 26 กรกฎาคม 2560 10:18:46 น.
Counter : 177 Pageviews.

1 comment
ขั้นตอนการรักษาต้อหินเฉียบพลัน 2


วันที่สี่กับการรักษาต้อหินเฉียบพลัน 15/11/59
วันนี้เป็นวันที่คุณหมอนัดติดตาม เข้าสู่ขั้นตอนวัดความดันตาสุดระทึก วัดได้ 36 มม ปรอท เท่ากับครั้งก่อนอันหมายถึงความดันตาไม่ลดลงเลย นำความเครียดมาสู่คุณนายแม่ พอหมอตรวจก็วัดความดันตาอีกครั้ง ได้ 31 มม ปรอท คุณหมอแจ้งว่า แสดงว่าแม่เป็นมาก หากความดันตาไม่ลดแสดงว่าเลเซอร์ไม่ได้ผล ต้องทำการผ่าตัด ซึ่งผ่าที่นี่ได้เพราะไม่ต้องนอน รพ ผ่าแล้วปิดตาสามารถกลับบ้านได้เลย แต่ตอนนี้กระจกตายังบวมอยู่ ถ้าผ่าหมอจะมองเห็นไม่ชัด คุณหมออยากให้ความดันตาลดลงอีก และกระจกตาหายบวมก่อน แล้วคุณหมอจะดูว่าจะผ่าแบบไหนดี 

วันนี้คุณหมอเติมเลเซอร์ให้ และเปลี่ยนยาหยอดให้ 1 ตัว ตัดตัวที่ได้จากคลีนิคมาตั้งแต่แรกออกไป แล้วนัดมาดูอาการครั้งหน้า จ่ายเงิน 540 บาท ค่ายาเบิกได้ 1,147 บาท

วันที่ห้ากับการรักษาต้อหินเฉียบพลัน 19/11/59

หลังจากพบคุณหมอครั้งก่อนอาการตาพร่ามัวยังมีอยู่ มากบ้างน้อยบ้างสร้างความรำคาญให้กับคุณนายแม่พอสมควร มีหงุดหงิดบ้างเหมือนทำอะไรไม่ค่อยถนัด ไม่เหมือนเดิม ซึ่งเราก็บอกว่ามันคงไม่เหมือนเดิมหรอกเพราะส่วนที่ถูกทำลายไปแล้วคงกลับคืนมาไม่ได้ เราต้องรักษาส่วนที่ยังดีอยู่ไม่ให้ถูกทำลายไป พยายามให้แม่มีกำลังใจ ปล่อยวางบ้าง
วันนี้วัดความดันตาได้ 43 มม ปรอท ใจแป้ว ใจร่วง ห่อเหี่ยวไปเลย นั่นหมายความว่าต้องผ่าตัดอย่างแน่นอนแล้ว แม่หมดอาลัยตายอยากไปซักพัก จนพบคุณหมอวัดความดันตาอีกครั้งได้ประมาณ 33 มม ปรอท ถ้าจำไม่ผิด ซึ่งไม่แตกต่างจากครั้งที่แล้ว คุณหมอบอกเหมือนเดิมว่าให้หยอดยา และกินยา Diamox ลดความดันตา ซึ่งถ้าแม่ไม่เพลียก็ให้กินต่อไป เพราะยาตัวนี้จะขับแมกนีเซียมออกอาจทำให้มือชา และอ่อนเพลีย
วันนี้คุณหมอเปลี่ยนยาหยอดให้ 1 ตัว นัดดูอาการอีกที 1 สัปดาห์ จ่ายเงิน 290 บาท ค่ายาเบิกได้ 916 บาท

ติดตามและให้กำลังใจคุณแม่นายต่อไป สู้ ๆ 



Create Date : 24 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2559 15:39:47 น.
Counter : 353 Pageviews.

1 comment
ขั้นตอนการรักษาต้อหินเฉียบพลัน


วันแรกของการรักษาต้อหินเฉียบพลัน 4 พย 59
หมอที่คลีนิคจ่ายยาหยอดตา 2 ตัวและยากิน 1 ตัว ขอไม่ลงรายละเอียดชื่อยานะคะ จากนั้นมาที่ รพ เอกชน หมอตัดยาหยอดออก 1 ตัวและยากินออก โดยให้เปลี่ยนตัวใหม่ และมียาน้ำผสมน้ำผลไม้กินเพื่อลดความดันตา และยาเม็ดอีก 1 อย่างซึ่งใช้ลดความดันตาทั้งคู่ 

วันที่สองของการรักษาต้อหินเฉียบพลัน 5 พย 59

เช้านี้เป็นเช้าวันเสาร์ พยาบาลมารับไปตรวจกับหมอตาตอน 10 โมงเช้า หมอวัดความดันตา ได้ 52 มม ปรอท ซึ่งสูงมาก ประกอบกับกระจกตาบวมจากการอักเสบ แต่วันนี้แม่ไม่ปวดหัว ปวดตามาก และไม่อาเจียนแล้ว แต่ยังมีอาการอ่อนเพลียจากการอาเจียนเมื่อวานทั้งวันทั้งคืน แต่โชคดีที่ได้น้ำเกลือช่วย 
คุณหมอแจ้งว่าต้องไปทำเลเซอร์เพื่อรักษาอาการ แต่ต้องให้ความดันตาลดด้วยเพราะถ้าสูงต่อเนื่องจะเป็นอันตราย และยังคงให้กินยาและหยอดยาต่อ ตรวจเสร็จกลับขึ้นห้องพัก 
เราได้โทรติดต่อที่คลีนิคศูนย์แพทย์พัฒนาและได้ทราบว่าที่นี่มีทำเลเซอร์เพื่อรักษาต้อหินด้วย ดีใจมากรีบทำนัดคุณหมอเฉพาะทางต้อหิน ได้คิววันอังคารที่ 8 พย 

วันที่สามกับการรักษาต้อหินเฉียบพลัน 6 พย 59
วันนี้วันอาทิตย์ แต่ยังได้ตรวจกับหมอตา ดีที่เป็น รพ เอกชน ผลการตรวจกับคุณหมอ ความดันตายังคงเท่าเดิม แต่กระจกตาบวมน้อยลงนิดนึง วันนี้ขอคุณหมอกลับบ้านเพื่อรอไปที่คลีนิคศุนย์แพทย์พัฒนา คุณหมออนุญาตเพราะถ้าอยู่ต่อก็ทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้
ค่าใช้จ่ายในการแอดมิทครั้งนี้ ประมาณ 15,000 บาท ก็ถือว่าคุ้มเพราะไม่งั้นแม่ต้องทรมานกับความเจ็บปวดมากกว่านี้

วันที่่สี่กับการรักษาต้อหินเฉียบพลัน 8 พย 59
วันนี้วันอังคารเดินทางไปที่คลีนิคศูนย์แพทย์พัฒนา ซึ่งทำนัดไว้ 9:00 น อาการของแม่วันนี้ดีขึ้นไม่ปวดหัว ปวดตา แล้ว แต่ยังมีอาการตาพร่ามัวอยู่ 
ขั้นตอนแรกคือวัดสายตา และความดันตา ค่าความดันตา 36 มม ปรอท ถึงแม้จะลดลงแต่ก็ยังเกินอยู่ วันนี้หมอจะทำเลเซอร์ทั้ง 2 ข้าง โดยตาขวาที่ไม่เป็นหมอทำเลเซอร์เพื่อป้องกัน ส่วนข้างซ้ายที่เป็นหมอต้องให้ยาเพื่อลดความดันตาลงอีก 
คุณหมอทำข้างขวาให้ช่วงเช้า ส่วนข้างซ้ายได้ทำช่วงบ่าย เสร็จภาระกิจประมาณบ่าย 2 ครึ่ง คุณหมอให้ยามาหยอด 4 ตัว ยากิน 1 ตัว นัดอีกครั้ง วันอังคารหน้า
ค่าใช้จ่าย 4,590 บาท โดยค่าทำเลเซอร์ข้างละ 4,000 บาท ค่าหมอและอื่น ๆ 590 บาท ค่ายา 1,100 บาท เบิกได้ 5,100 บาท 

อันนี้เป็นภาคแรกของการรักษานะคะ ติดตามกันต่อไป



Create Date : 23 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2559 12:00:06 น.
Counter : 417 Pageviews.

1 comment
เมื่อได้รู้จักกับต้อหินเฉียบพลัน


สืบเนื่องจากคุณแม่วัย 67 ปีมีปัญหาสายตาอยู่บ้าง คือสายตายาว จอประสาทตาเสื่อม (รักษาจนอาการดีขึ้นแล้ว) และมีต้อกระจกเล็กน้อยซึ่งจักษุแพทย์บอกว่ายังไม่ต้องทำอะไร นอกจากนี้ก็มีอาการแสบตาอยู่เป็นระยะ ๆ ไปหาหมอที่คลีนิค หมอบอกว่าตาแห้งก็จะได้รับยาหลอดตา น้ำตาเทียม โดยพบหมอครั้งล่าสุดประมาณ 2 เดือนที่แล้ว

จนกระทั่งเมื่อคืนวันที่ 3 พฤศจิกายน ประมาณ 3 ทุ่มกำลังจะเข้านอน อยู่ ๆ แม่ก็บอกว่า ปวดหัว ขอพารากิน 1 เม็ด แม่บอกว่าปวดข้างเดียวไม่เคยปวดแบบนี้มาก่อน ซักพักก็อาเจียน แล้วก็ปวดมากขึ้น เราก็คิดว่าเป็นอาการทางหู เพราะแม่เคยเป็นแบบนี้ คือ อาเจียน บ้านหมุน ปรากฏว่าเป็นหูชั้นในเสื่อม ด้วยเหตุนี้เราเลยมุ่งประเด็นไปที่หูเป็นหลักเลย คืนนั้นทั้งคืนแม่ปวดหัวมาก ปวดมาที่หางตา และอาเจียนทั้งคืน

ตอนเช้าพาแม่ไปหาหมอที่คลีนิคแถวบ้าน สารภาพว่าระหว่างนั้นไม่ได้ดูที่ตาของแม่เลย อีกทั้งด้วยความปวดอันมากมายทำให้แม่หรี่ตาตลอด ทำให้ไม่ได้สังเกตว่าตาแม่มีความผิดปกติหรือไม่ รวมทั้งหมดที่คลีนิคก็ไม่ได้ดูเช่นกัน หมอวัดความดันแล้วบอกว่าอาจเป็นอาการทางระบบประสาท หมอให้ยาระงับปวดและแก้อาเจียน และยาคลายเครียด แต่อาการแม่ก็ไม่ทุเลาเลย

กลับมาถึงบ้านก็นอนพัก และมีอาเจียนเป็นระยะ ๆ ตลอดทั้งวัน จนบ่าย 3 พาแม่ไปหาหมอหูที่เคยหาที่ชลบุรี ด้วยความที่คิดว่าเป็นที่หูนี่แหละ ไปถึงคลีนิคเข้าตรวจ หมอได้ดูที่ตาแม่แล้วบอกว่า ตาแดงกล่ำเลย หมอกลัวว่าความดันตาจะสูง แนะนำให้ไปหาหมอตาที่อยู่ข้าง ๆ กันด้วย ด้วยความงง ๆ ความดันตาสูง บอกเลยว่าไม่เคยรู้จักมาก่อน เคยได้ยินแต่เบาหวานขึ้นตา

พอได้ตรวจกับหมอตาพอแม่ลงนั่งหมอตรวจผ่านกล้องและพูดว่า เป็นต้อหินเฉียบพลัน ใจหายวาบกับคำว่า "ต้อหิน" เพราะรู้ว่ามันอันตรายมาก อาการปั่นป่วนในตัวเองก็เกิดขึ้น งานเข้าแล้วตรู ทำไงล่ะที่นี่ หมอบอกว่าต้องลดความดันตา เพราะตอนนี้ 42 มิลลิเมตรปรอท (ค่าปกติ ไม่เกิน 20 มม ปรอท) อ้าย!!!! ทำไมสูงอย่างนี้ หมออยากให้นอนโรงพยาบาล เพราะถ้าความดันตาไม่ลดจะอันตรายมาก ๆ เราเลยต้องหาโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเพื่อให้แม่ไปแอดมิท ประกอบกับความอ่อนเพลียจากที่อาเจียนมาทั้งวัน จะได้ได้รับน้ำเกลือก็ดีเหมือนกัน

เข้าแอดมิทที่รพ ประมาณ 2 ทุ่ม ได้ตรวจกับหมอตาอีกครั้ง หมอให้ยาหลอด และยากินเพื่อลดความดันลูกตา และให้นอนพัก 

จบวันแรกอย่างทุลักทุเลพอสมควร จากเหตุการณ์ในวันนี้ทำให้ได้ข้อคิดว่า
1. หากมีอาการตรงไหนให้ไปตรงนั้น แม่บอกว่าปวดหัวปวดตา แต่ไม่ดูตาแม่เลยกว่าจะเจอต้นตอปาเข้าไป 1 วัน ถ้าหมอหูไม่แหวกตาดูก็ยังไม่รู้อีกแหละ ขอบคุณหมอหูจริง ๆ ค่ะ
2. มีเพื่อนคู่คิดในยามมืดแปดด้าน ตอนหมอบอกว่าเป็นต้อหินเฉียบพลัน และอยากให้นอนโรงพยาบาล ณ เวลานั้นเกือบ 2 ทุ่ม มึนเลยค่ะว่าจะทำไงดี ดีที่ไปกับน้องสาว น้องสาวสติดีมาก ปรึกษากันว่าจะเอายังไงดี และโทรคุยกับน้องอีกคน ทุกเสียงสรุปว่าแอดมิทที่ รพ เอกชน แห่งนี้ดีที่สุด เมื่อเสียงเป็นเอกฉันท์ทุกอย่างก็ลงเอยด้วยดี
3. มีน้ำมันในรถ มีตังค์ในกระเป๋ายังไงก็อุ่นใจ อันนี้คิดได้เพราะถ้ามีน้ำมันในรถเราจะขับรถพาแม่ไปที่ไหนก็ได้ ถึงแม้จะค่ำมืดดึกดื่นแค่ไหนก็ตาม รถยนต์ทำให้เราสะดวกสบาย จากบ้านที่แปดริ้วมาหาหมอที่ชลบุรี จากคลีนิคไป รพ รวดเร็วคล่องตัว
มีเงินในกระเป๋าก็เช่นกัน แม้ต้องไปแอดมิท รพ เอกชน ทีแรกใจตุ๊มๆต่อมๆว่าค่าใช้จ่ายจะแพงมาก ต้องเตรียมเงินเท่าไรดี คือปกติพ่อแม่จะเบิกค่ารักษาได้เพราะน้องสาวเป็นพยาบาล แต่เมื่อเป็น รพ เอกชนซึ่งเบิกไม่ได้ จึงต้องคิดเรื่องนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คำว่าเงินในกระเป๋าในที่นี้รวมไปถึงเงินอนาคตนั่นคือบัตรเครดิตด้วย

จบวันแรกกับต้อหินเฉียบพลันของแม่นะคะ ไว้มาต่อวันต่อไปค่ะ







Create Date : 22 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 22 พฤศจิกายน 2559 15:14:42 น.
Counter : 345 Pageviews.

1 comment

hahapooka
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



style>p b font {font:bold 13px MS Sans Serif;}