All Blog
มารู้จัก Stem Cell กันดีกว่า!
Stem Cell




หายหน้าไปนาน วันนี้แม่หนูยิมนำเรื่องราวดี ๆ มาให้เพื่อน ๆมาได้ได้รับรู้กัน
บางท่านที่รู้มากกว่าที่นำเสนอ ยินดีให้แชร์ร่วมกันนะคะ เมนท์มาได้เลยคะ

Stem Cell (เซลล์ต้นกำเนิด)



"Stem Cell เป็นสิ่งที่มีศักยภาพสูงสำหรับอนาคตข้างหน้า อาจมีประโยชน์มหาศาลในการนำมาใช้รักษาโรคต่างๆ ปัจจุบันมีการกล่าวถึง เรื่องของ Stem Cell ทางการแพทย์อย่างแพร่หลายและบางส่วนเกิดความเข้าใจผิดคิดว่า Stem Cell เป็นคำตอบสำหรับผู้ป่วยที่หมดหวังเกือบทุกโรค"

ในความเป็นจริงแล้วเทคโนโลยีของการใช้ Stem Cell ในการรักษาโรคทางคลินิกที่นอกเหนือไปจากการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดโลหิต สำหรับโรคทางโลหิตวิทยานั้นยังเป็นงานวิจัย ถึงอย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าความหวังในการรักษาโรคอื่นเป็นไปไม่ได้ จึงได้มีการศึกษาวิจัยการประยุกต์ใช้ในการรักษาโรคต่างๆ อย่างมากมาย นับเป็นความก้าวหน้าอีกขั้นหนึ่งของความพยายามของมนุษย์ที่จะเอาชนะโรคบางชนิดที่ได้ชื่อว่าเป็นโรคที่รักษาไม่หาย เช่น โรคธาลัสซีเมีย โรคมะเร็งบางชนิด โรงเบาหวาน หรือโรคจากความเสื่อมต่างๆ เช่น โรคพาร์กินสัน โรคหัวใจบางชนิด ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจเรื่องของ Stem Cell อย่างถูกต้องเสียก่อนจึงจะพัฒนางานวิจัยเพื่อการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นจริงในที่สุด

Stem Cell คืออะไร?
Stem Cell หรือ เซลล์ต้นกำเนิด คือ Cell ที่มีคุณสมบัติพิเศษ 2 ประการ

1. สามารถเปลี่ยนแปลงลักษณะ (Differentiate) เป็น Cell ชนิดอื่นหรือเนื้อเยื่ออื่นๆ ได้ในสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม เช่น เปลี่ยนเป็น Cell กล้ามเนื้อหัวใจที่สามารถยืดหดตัวตามจังหวะการเต้นของหัวใจ หรือเปลี่ยนเป็น Cell ตับอ่อนที่ทำหน้าที่สร้าง Insulin ได้

2. Self renewal คือ ความสามารถในการแบ่งตัวแล้วยังคงความเป็น Cell ต้นกำเนิดอยู่ได้ เพื่อให้เป็นแหล่งกำเนิด Cell ต้นกำเนิดต่อไป ต่างจาก Cell ธรรมดาทั่วไปซึ่งมีอายุขัยที่ถูกกำหนดไว้และเสื่อมสลายตามวัย (Aging) เมื่อผ่านการแบ่งตัวไประยะหนึ่ง



Stem Cell เริ่มสร้างความฮือฮาและเป็นความหวังในการรักษาโรคที่น่าจับ ตามอง เมื่อแพทย์ชาวอเมริกัน จากมหาวิทยาลัยวิธคอนซิน ประสบความสำเร็จในการแยก Stem Cell ตัวอ่อนของมนุษย์ (Human Embryonic Stem Cell) มาเพาะเลี้ยงได้ในปี ค.ศ.1988 จึงเกิดเป็นสมมติฐานว่าน่าจะนำ Stem Cell มาเลี้ยงในหลอดทดลอง โดยคาดหวังว่า Cell ต้นกำเนิดนี้จะเปลี่ยนเป็นเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย แล้วนำไปซ่อมอวัยวะที่ต้องการเพื่อช่วยต่อชีวิตผู้ป่วยที่เป็นโรคต่างๆ หรือช่วยชะลอความชราได้ และเนื่องจาก Cell ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตเป็นแหล่งที่สามารถเก็บได้ง่าย และมีคุณสมบัติในการพัฒนาไปเป็นเนื้อเยื่อชนิดต่างๆ ข้ามสายพันธุ์ได้ (Stem Cell Plasticity) ทำให้มีการนำ Cell ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตมาใช้ในการรักษาโรคอื่นๆ ที่ไม่ใช่โรคของโลหิตวิทยา การปลูกถ่ายเลือดจากรกและสายสะดือ (Umbilical and blood transplantation) ทำได้สำเร็จเป็นรายแรกของโลก เมื่อปี พ.ศ.2531 โดย Gluckman และคณะเป็นการปลูกถ่ายเพื่อรักษาผู้ป่วยเด็กโรค Faneoni anemia จากนั้นเป็นต้นมามีการปลูกถ่ายเลือดจากสายสะดือแพร่หลายมากขึ้นๆ ในสถาบันการแพทย์ทั่วโลก จนถึงปัจจุบันมีผู้ป่วยรักษาวิธีนี้มากกว่า 2,500 ราย

สำหรับประเทศไทยมีการปลูกถ่ายเลือดจากสายสะดือเพื่อรักษาโรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia major) สำเร็จเป็นรายแรกและเป็นรายแรกของโลกด้วย ในปี พ.ศ.2538 นพ.พีรพล อิสรไกรศีล และคณะที่โรงพยาบาลศิริราช โดยใช้เลือดจากสายสะดือของน้องที่เข้ากันได้ (HLA-identical) และต่อมามีการปลูกถ่ายเลือดจากรกและสายสะดือจากทารกผู้บริจาคที่ไม่ใช่ญาติ (Unrelated down umbilical and blood transplantation) แก่ผู้ป่วยได้สำเร็จเป็นรายแรกของประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ.2545 โดย นพ.ปรีดา วาณิชยเศรษฐกุล และคณะที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นการปลูกถ่ายรักษาผู้ป่วยเด็กโรค Wiskott-Aldnich Syndrome โดยใช้เลือดสายสะดือ (National Cord Blood Bank) จากศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทย

แนวคิดเรื่องการบริจาคและจัดตั้งธนาคารเลือดสายสะดือ เริ่มขึ้นตั้งแต่มีการปลูกถ่ายเลือดจากสายสะดือในมนุษย์ การก่อตั้งธนาคารเลือดสายสะดืออย่างเป็นทางการครั้งแรกในโลกเกิดขึ้นที่ New York Blood Center ในปี พ.ศ.2536 ปัจจุบันมีธนาคารสายสะดือเกิดขึ้นแล้วในหลายๆ ประเทศ ทั้งในทวีปอเมริกา ยุโรป และออสเตรเลีย สำหรับประเทศไทยได้จัดตั้งขึ้นที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทย การเตรียมและเก็บเลือดจากสะดืออย่างมีประสิทธิภาพในธนาคารเลือดสายสะดือ จะช่วยส่งเสริมการให้ปลูกถ่ายเลือดสายสะดือทั้ง related และ unrelated donor ประสบผลสำเร็จสูง

สรุปแล้วในปัจจุบันนี้แหล่ง Stem Cell ที่ใช้ในการรักษาโรคที่เป็นมาตรฐาน คือ Stem Cell ที่ได้จากไขกระดูก เลือดจากสายสะดือ และการรักษาจะได้ผลเฉพาะโรคทางโลหิตวิทยาเท่านั้น เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ โรคไขกระดูกที่สร้างเม็ดเลือดผิดปกติ ธาลัสซีเมีย ไขกระดูกไม่ทำงาน ภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้น

Stem Cell หรือ เซลล์ต้นกำเนิด เป็นสิ่งที่มีศักยภาพสูงสำหรับอนาคตข้างหน้า อาจมีประโยชน์มหาศาลในการนำมาใช้รักษาโรคต่างๆ เช่น โรคเส้นเลือดหัวใจและเส้นเลือดสมอง ข้อมูลเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบันยังนับว่าน้อยมากและยังอยู่ในขั้นทดลองในห้องปฏิบัติการหรือในสัตว์ทดลอง การจะนำมาใช้ในมนุษย์ได้จริงต้องผ่านกระบวนการศึกษาอย่างรอบคอบเป็นระยะเวลายาวนานเพื่อที่จะได้ทราบถึงผลดี ผลเสีย และศึกษากลไกต่างๆ ในการทำงานของ Stem Cell ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้เสียก่อนจึงจะนำมารักษาในมนุษย์ได้อย่างเต็มรูปแบบ

จากสถิติข้อมูลจำนวนผู้ป่วยประจำปี พ.ศ.2548 ของกระทรวงสาธารณสุข มีผู้ป่วยโรคทางโลหิตและโรคมะเร็งจำนวนมาก พบว่าอัตราการเสียชีวิตเพราะโรคมะเร็งเม็ดโลหิตขาวมีมากกว่า 1,600 รายต่อปี เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าจะทำให้สามารถรักษาโรคทางโลหิตและมะเร็งเม็ดเลือดขาวบางชนิดได้ด้วย รวมทั้งวิธีการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด แต่เซลล์ที่จะนำมาปลูกถ่ายได้ ต้องมีเนื้อเยื่อของเม็ดโลหิตขาวที่ตรงกันระหว่างผู้ให้และผู้ป่วย ซึ่งพบว่าในพี่น้องท้องเดียวกันโอกาสที่จะเข้ากันได้นั้นมีเพียง 1 ใน 10,000 เท่านั้น ดังนั้นจึงมีผู้ป่วยอีกจำนวนมากที่ขาดโอกาสในการรักษาด้วยวิธีดังกล่าว ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติได้รับมอบหมายจากแพทย์สภาให้ดำเนินการ “โครงการรับบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากผู้บริโภค” (National Stem Cell Donor Registry Program) เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย โดยเป็นศูนย์กลางรับลงทะเบียนอาสาสมัครผู้บริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับผู้ป่วยที่รอคอยความหวังที่จะใช้ชีวิตอยู่อย่างคนปกติทั่วไป

นพ.ดร.นิทัญจน์ อิสรเสนา ณ อยุธยา แห่งศูนย์ Stem Cell โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มีความเห็นว่า
การเก็บรักษา Stem Cell ไว้รักษาตัวเองในอนาคต ไม่ใช่สิ่งจำเป็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณป่วยด้วยโรคที่มาจากกรรมพันธุ์ Stem Cell ของตัวคุณเองจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ทางที่ดีแล้วควรช่วยกันบริจาคเพื่อประโยชน์ส่วนรวมมากกว่า เหมือนกับการบริจาคเลือดที่ทุกคนนำมาใช้ได้ในยามฉุกเฉิน

ที่มา :
จุลสารเพื่อสุขภาพจากโรงพยาบาลหัวเฉียว ฉบับที่ 1 ปีที่ 14 ประจำเดือนมกราคม –กุมภาพันธ์ 2553 หน้า 2-3
โดย พญ.ประไพศรี วงษ์ศิริ กุมารแพทย์





Create Date : 31 พฤษภาคม 2556
Last Update : 31 พฤษภาคม 2556 13:58:26 น.
Counter : 837 Pageviews.

2 comment
กลับมาหาเธอ BG
Back To BG onValentines Day 2013





Valentine's words
คำคมในวันแห่งความรัก



Sometimes it's better when things
aren't perfect. At least that way,
you know it's real.

บางครั้ง การที่หลายสิ่งในชีวิตเราไม่ได้สมบูรณ์แบบ มันคงดีกว่า เพราะอย่างน้อย เราก็ได้รับรู้ว่ามันคือความจริง


You might feel worthless to one person,
but you're priceless to another.
Don't ever forget your value.

คุณอาจจะรู้สึกไร้ค่าสำหรับคนคนหนึ่ง แต่คุณก็มีค่ามากมายสำหรับใครอีกคน ดังนั้น จงอย่าลืมคุณค่าของตัวเอง


Love sees everything;
the good, the bad, the strengths
and the flaws, yet still chooses to love.

ความรักทำให้เรามองเห็นทุกอย่าง ทั้งความดี ความเลวร้าย ความเข้มแข็ง และความร้าวราน แต่กระนั้นเราก็ยังเลือกที่จะรัก


You don't need someone
to complete you.
You only need someone to
accept you completely.

คุณไม่ได้ต้องการใครสักคนที่เติมเต็มชีวิตคุณได้ แต่คุณเพียงแค่ต้องการใครสักคนที่ยอมรับคุณได้ทุกอย่างต่างหาก


There's difference between
who we love, who we settle for with
and who we're meant for.

ระหว่างคนที่เรารัก คนที่เรายอมรับได้ และคนที่เราเกิดมาเพื่อเขา มันไม่เหมือนกันหรอก

When you finally get something
good; enjoy it, keep it and cherish it.
Don't go trying to find
something better.

เมื่อไหร่คุณได้รับสิ่งดี ๆ ในชีวิต จงสนุกกับมัน และรักษามันไว้ดีกว่าอย่าพยายามค้นหาสิ่งที่ดีกว่านั้นอีกเลย


Talking about a past relationship
doesn't mean you're still stuck on it.
Sometimes it means you're reminding
yourself of what not to put up with.

การพูดถึงความสัมพันธ์เก่า ๆ ไม่ได้แปลว่าคุณติดอยู่กับช่วงเวลาเก่า ๆ เสมอไปแต่บางครั้ง มันอาจหมายถึงการเตือนตัวเองว่าอะไรที่เราไม่ควรเสียเวลากับมันต่างหาก


The difference between
like, love and in love
is the same as
for now, for awhile and forever.

ความแตกต่างระหว่าง ชอบ รัก และตกหลุมรักก็เหมือนความแตกต่างระหว่าง ขณะนี้ ชั่วครู่ และตลอดไป


You can close your eyes to things
you don't want to see,
but you can't close your heart
to things you don't want to feel.

คุณอาจจะหลับตาให้กับสิ่งที่คุณไม่อยากเห็นได้ แต่คุณไม่อาจปิดหัวใจให้กับสิ่งที่คุณไม่ต้องการรู้สึกได้เลย


Being single is better that being
in an unfaithful relationship.

การเป็นโสดย่อมดีกว่าการอยู่กับคนรักที่นอกใจ


Don't waste your time and energy
finding relationships,
just be yourself
and they'll come naturally.

อย่าเสียเวลาและเรี่ยวแรงเพื่อค้นหาคนที่ใช่ เพียงแค่เป็นตัวของตัวเอง แล้วคนคนนั้นก็จะเดินเข้ามาหาคุณเอง


Make sure your relationship is
built on more than physical attraction
because sooner or later
beauty fades.

จงมองดูว่าความรักของคุณเกิดขึ้นจากแรงดึงดูดทางรูปลักษณ์ภายนอกหรือเปล่าเพราะอีกไม่นาน ความสวยงามก็จะค่อย ๆ หายไปแล้ว

Don't let loneliness
drive you back into the arms
of someone who you know
doesn't care about you.

อย่าปล่อยให้ความเหงาทำให้คุณต้องกลับไปอยู่ในอ้อมกอดของคนที่เขาไม่ได้แคร์คุณเลย

Ladies; Don't get annoyed
when a guy cares too much.
Start worrying when he
starts to not care.

สาว ๆ จ๋า จงอย่ารำคาญเวลาที่คนรักแคร์คุณมากเกินไปเลยแต่จงกังวลเวลาที่พวกเขาเริ่มไม่แคร์คุณเถอะ

Sometimes the best way to
stay close to someone you love
is by being just a friend.

บางครั้ง วิธีที่ดีที่สุดที่จะใกล้ชิดกับคนที่คุณแอบรักได้ก็คือการเป็นแค่เพื่อนของเขา

It's not about who hurt
you and broke you down.,
it's about who was always
there to make you smile again.

ไม่สำคัญหรอกว่าใครจะทำร้ายหรือทำให้คุณรู้สึกไม่ดี แต่สำคัญที่ว่า ใครที่อยู่ข้าง ๆ คุณเสมอ และทำให้คุณยิ้มได้อีกครั้งต่างหาก


Before you assume, learn the facts.
Before you judge, understand why.
Before you hurt someone, feel.
Before you speak, think.

ก่อนจะเชื่ออะไร หาความจริงเสียก่อน
ก่อนจะตัดสินอะไร ทำความเข้าใจกับเหตุผลเสียก่อน
ก่อนจะทำร้ายใคร ลองนึกถึงความรู้สึกที่จะถูกทำร้ายเสียก่อน
และก่อนจะพูดอะไร คิดให้ดี ๆ เสียก่อน


Don't be upset and caught up
in something you cannot change.
Instead, move on and smile.
You deserve to be happy.

อย่าท้อแท้และไขว่คว้าบางอย่างที่คุณเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้ แต่จงก้าวต่อไปด้วยรอยยิ้ม แล้วคุณก็จะมีความสุข


Even if you can't be together in the end,
be glad that they were a part of your life.

ถึงแม้สุดท้าย คุณกับคนที่คุณรักจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่จงดีใจที่อย่างน้อยพวกเขาเหล่านั้นก็เคยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

If you truly love someone,
accept their past and leave it there.

หากคุณรักใครสักคนอย่างแท้จริง
คุณจะยอมรับอดีตของเขาได้ และทิ้งมันไว้ตรงนั้น


Women are sensitive, they over think
every little thing and they care
more than they should, but that's what
makes their love so strong.

ผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนไหว พวกเธอคิดมากกับเรื่องเล็ก ๆ
และใส่ใจกับทุกอย่างมากกว่าที่ควรจะเป็น
และนั่นแหละที่ทำให้ความรักของพวกเธอหนักแน่น


Life is too short to stress yourself
with people who don't even
deserve to be an issue in your life.

ชีวิตคนเรามันสั้นเกินกว่าที่จะไปคิดมาก กับคนที่ไม่มีคุณค่าพอที่จะเป็นปัญหาในชีวิต

If you carry the bricks from
your past relationship to new one,
you'll only build the same house.

หากคุณหยิบอิฐก้อนเดิมจากความรักครั้งเก่ามาสร้างรักครั้งใหม่ คุณก็จะได้สร้างบ้านหลังเดิมนั่นแหละ

Always be yourself, because
by being yourself you could possibly
be everything that person needs.

จงเป็นตัวของตัวเอง เพราะการเป็นตัวของตัวเองนั้น คุณสามารถเป็นได้ทุกอย่างตามที่คุณต้องการ

Remember; whenever they
finish a sentence with 'I've
never told anyone that before,'
make sure to never forget.

จงจำไว้ว่า เมื่อไหร่ที่ใครสักคนจบประโยคด้วยคำพูดที่ว่า.. ฉันไม่เคยบอกใครมาก่อนเลยก็จดจำมันไว้เถอะ

Be the woman a man needs,
not the woman that needs a man.

จงเป็นผู้หญิงที่ผู้ชายต้องการ ไม่ใช่ผู้หญิงที่ต้องการผู้ชาย!!

Sometimes their favorite song
will tell more about them than
their mouth ever will.

บางครั้ง เพลงโปรดของคนคนหนึ่ง อาจบ่งบอกถึงตัวตนของเขาได้มากกว่าคำพูดของเขาเอง

Don't be in a relationship
if you're going to act single.

อย่ามีคนรักเลย ถ้าหากว่าคุณกำลังทำเหมือนตัวเองโสด

Don't place all of your happiness
in someone else's hands,
because once they're gone,
so is your happiness.

อย่าเอาความสุขทั้งหมดไปไว้ในมือของคนอื่น เพราะหากวันหนึ่งพวกเขาจากไป เขาก็จะเอาความสุขของคุณไปด้วย

Don't ever feel like you aren't
good enough for someone.
If that person doesn't know your worth,
then they aren't worth having.

อย่ารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนไม่ดีพอสำหรับคนอื่น
เพราะหากใครสักคนไม่เห็นค่าของคุณแล้ว
พวกเขาก็ไม่มีค่าพอสำหรับคุณเหมือนกัน


The best way to appreciate something
is to be without it for a while.

วิธีที่ดีที่สุดในการประเมินค่าอะไรบางอย่าง คือการอยู่โดยไม่มีสิ่ง ๆ นั้นสักพัก

A soul mate is someone
who will make you be the most
you that you can possible be.

คู่แท้ คือ คนที่ทำให้เราได้เป็นตัวเองมากที่สุดเท่าที่เราสามารถเป็นได้

Your ex should be left in the past
with all the other lessons learned.

จงปล่อยให้คนรักเก่าผ่านพ้นไปกับอดีต ด้วยบทเรียนทั้งหมดที่เราได้เรียนรู้

It's much easier to turn a friendship
into love, than love into friendship.

การเปลี่ยนจากเพื่อนเป็นคนรักนั้น ง่ายกว่าการเปลี่ยนจากคนรักเป็นเพื่อนอย่างเทียบกันไม่ติด





Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2556 17:25:28 น.
Counter : 2521 Pageviews.

34 comment
เสียงจากพระราชา
เสียงจากพระราชา

ควันหลงนิดหน่อย ยังอิ่มใจไม่หาย
เลยนำมาเก็บไว้ในบ้านนี้
แชร์ให้เพื่อน ๆ ที่แวะเข้ามาได้ฟัง
พระสุรเสียงจากในหลวง








Create Date : 07 ธันวาคม 2555
Last Update : 7 ธันวาคม 2555 11:44:59 น.
Counter : 1498 Pageviews.

30 comment
มธุรสวาจา
มธุรสวาจา






อยากเล่า..
เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา...
แม่หนูยิมมีโอกาสเจอเพื่อนคนหนึ่งที่หน้าโรงเรียนของลูกชาย เช่นเคยคือไปรอลูกซ้อมดนตรี เพื่อนคนนี้เคยสนิทกันมากเมื่อครั้งเป็นสาว ๆ พอแม่หนูยิมย้ายที่ทำงานเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย พอมาเจอกันอีกครั้งก็ดีใจ ยิ่งพอรู้ว่าลูกเพื่อนเรียนที่นี่ด้วยก็รู้สึกดีไปด้วย อยู่โรงเรียนเดียวกัน
และเราก็เจอกันแทบทุกวัน..

มีอยู่วันหนึ่ง...
เพื่อนนำปัญหาโลกแตกมาปรึกษา....ครอบครัวมีปัญหา บอกตรงๆว่ารับฟังเฉยไม่อยากเข้าไปยุ่งได้แค่พยักหน้ารับฟังอย่างเดียว...มีหลายครั้งที่เพื่อนหยิบโทรศัพท์หาสามี... น้ำเสียงฟังแล้วอยากตัดสายแทนสามี ยิ่งถ้อยคำที่พ่นใส่มือถือบอกได้เลยว่า... คนปลายสายก็คงไม่ต่างกัน หลังจากวางสาย เพื่อนก็หันมาคุยกับเราด้วยน้ำเสียงเปลี่ยนไป

..อาทิตย์หนึ่ง เจอกันสามวัน...เป็นแบบนี้ตลอด..
เริ่มเบื่อ..ไม่อยากเจอแระ.. บอกลูกชายว่าแม่ไปรับหนูหลังโรงเรียนนะลูก จากที่รอลูกชายหน้าโรงเรียนเปลี่ยนไปรอที่หลังโรงเรียนแทน....อุปสรรคก็มีอยู่ว่าหลังโรงเรียนรถรับส่งนักเรียนจับจองสถานที่หมด ในที่สุดก็ต้องมารอที่หน้าโรงเรียนตามเคย... และแล้วก็เจอเพื่อน ...เพื่อนดีใจที่เจอ...
ครั้งนี้เพื่อนหน้าตาไม่ค่อยดีเท่าไหร่..น้ำเสียงกราดเกรี้ยวยามที่พูดถึงสามี
ระหว่างนั้นมีโทรศัพท์เข้ามา....น้ำเสียงเพื่อนเปลี่ยนไป..พูดจบเพื่อนก็บอกว่า เพื่อนที่ทำงานโทรมา..
...... เพื่อนเริ่มเล่าต่อ...ใส่อารมณ์เช่นเคย…..และก็แยกย้ายกันกลับบ้านเมื่อลูกๆ ขึ้นรถ...

เริ่มคิดว่าพรุ่งนี้เจอเพื่อนต้องพูดแล้วล่ะ....
พอถึงเวลาจริงๆ ไม่ทันเพื่อนอีกแระ...เข้าใจว่าเพื่อนต้องการระบาย...พอมีจังหวะ..

“เด่วนะแก ความจริงฉันฟังแกพูดมานานแล้ว เข้าใจว่าแกอยากระบาย แต่แกตอบคำถามฉันหน่อยเอาแบบจริงๆ นะ”
“ว่ามาแก”
“แกยังผัวแกอยู่เปล่า”
“ไม่แน่ใจแล้วตอนนี้”
“เพราะพี่แกชอบหาเรื่อง พูดจาหมาไม่แดกและชอบกลับบ้านดึก ไม่ช่วยทำงานบ้าน เลี้ยงลูก มีอะไรอีกไหม”
“ก็ประมาณนี้แหละ”
“ผัวแกมีกิ๊กเปล่าวะ”
“คงมีมั้งฉันไม่เคยถาม แค่เห็นหน้าก็เซ็ง”
“แล้วคิดจะเลิกกันหรือเปล่า”
“รอให้มันพูดอยู่”
“แล้วทำไมแกไม่พูดก่อนล่ะ ฉันฟังดูแกก็ไม่ Happy นะ”
“ฉัน..เออ..ฉัน” สีหน้าไม่ดีทำเสียงอึกอัก แน่ล่ะแม่หนูยิมรีบเสียบคำพูดที่อยากพูดเสียที
“แกจะยอมฟังที่ฉันพูดไหม เอาไปคิด และถ้าคิดว่าไม่ยากที่จะลองทำ ก็ทำดู”
“ทำอะไร”
“ฉันว่าเรื่องแกไม่ยากเลย ถ้าแกจะลองพูดกับผัวแกเหมือนที่คุยกับฉันกับเพื่อนร่วมงาน กับเจ้านายของแก”
“แกหมายถึงอะไร” ทีแบบนี้เพื่อนบ้ามันคิดไม่ออก
“อ้าวแกก็ต้องปฏิบัติต่อคนในครอบครัวดีกว่าคนนอกสิ”
“ไม่จำเป็นหรอก”
“จำเป็นสิ..กว่าแกจะเจอ และรักกัน จนแต่งงานกัน ทุกวันก็นอนด้วยกัน ตื่นเช้าก็เจอกัน มีลูกด้วยกัน กลับบ้านก็เจอกัน ทำไมแกไม่ใส่ใจเขาล่ะ..อะ ๆ ๆ อย่าเพิ่งเถียงว่าทำไมฉันรู้ สองสามอาทิตย์มานี่ ฉันฟังแกพูดกับผัวแก กับพี่เพื่อนๆที่ทำงาน หรือเจ้านายแก ผิดกันฟ้ากับเหวเลยล่ะ...คิดดูสิคนนอกแกพูดกับเค้าดีเพราะรักษาน้ำใจและผูกสัมพันธ์ แต่คนในบ้านแกกลับตะคอกตะเบ็งเสียงไม่ฟัง เหมือนไม่มีใจให้กัน แต่พอฉันถามแกก็เกี่ยงให้เค้าบอกแกก่อน แกจะรอให้เขาพูดวันนั้นแกจะเสียใจ.."
“เรื่องอะไรฉันจะเสียใจ”
“งั้นเย็นนี้แกไปบอกเค้าเลยว่าแกขอเลิก”

เพื่อนเวรมันอ้ำอึ้ง....

“เห็นไหมแกก็ลังเล ความจริงแล้วเท่าที่ฟังๆมา มันเป็นเรื่องเล็ก ๆ ๆ ลองคิดใหม่ว่า เราควรพูดและปฏิบัติชอบและดีต่อคนใกล้ตัวให้มากเหมือนกับที่แสดงออกกับเพื่อนฝูง ไม่เสียหายเลยผัวเรา ลูกเรา ครอบครัวเรา ต้องพูดเพราะ ๆ ดี ๆ และอย่าคาดหวังสูง เชื่อไหมถ้าแกพูดดี ๆ สักอาทิตย์ผัวแกอาจจะเปลี่ยนแปลงตัวเขาบ้าง คนเราจากที่ไม่เกรงใจกัน พอเจอไม้นิ่มไม้อ่อน ก็ตัองปรับปรุงตัวเองบ้างล่ะ”
“แล้วแกกับผัวแกไม่เคยทะเลาะกันเหรอ” ดูมันย้อนถาม
“ทะเลาะสิ ทะเลาะเรื่องลูกต่างคนต่างตามใจไปคนล่ะแบบนะสิ อย่างอื่นไม่มีหรอก”

ก็จริงนี่น่า เรื่องอื่นเราเข้าใจกันไม่เคยมีปากมีเสียงกัน แต่พอเรื่องลูกเท่านั้นแหละคุณสามีตัวดีจะกระแนะกระแหนว่า แม่หนูยิมตามใจลูกเกินไป อิอิอิ มนุษย์ที่เรียกว่าแม่ก็เหมือนกันทั้งนั้นแหละ

หลังจากวันนั้นนับตั้งแต่ที่ได้พูดแบบนี้ไป ไม่เจอเพื่อนอีกเลย ภายหลังเจอลูกชายของเพื่อน ก็เลยถามหาเพื่อน ได้คำตอบว่าตอนนี้พ่อมารับเพราะแม่เฝ้าร้านแทน รู้สึกหงุดหงิด ทีแรกไม่อยากยุ่งเรื่องเค้าแต่ตอนนี้อยากติดตามผลงานซะงั้น 555

นานหลายเดือนเหมือนกันที่ไม่ได้เจอเพื่อน แม่หนูยิมก็ลืมๆ ไปแล้วเช่นกัน จนวันจันทร์ที่ผ่านมาแม่หนูยิมไปรอรับลูกชายที่หน้าโรงเรียนตามปกติ จู่ ๆ ก็มีมือมากอดเอวเราซะแน่นหันไป อ้าวเพื่อนตัวดีที่หายหัวไปนานนั่นเอง รู้สึกว่าชีเปลี่ยนไป สวยขึ้น สีหน้ายิ้มแย้มไม่หมองหม่น คิดในใจว่ามันมาแปลกโว้ย ...

“เฮ้ยไม่เจอนานเลยนะแก หายไปเลย สบายดีหรือเปล่าเนี่ย สวยขึ้นเป็นกอง”

5555 คนพูดมากกลายเป็นแม่หนูยิมไปซะงั้น เพื่อนมันก็พยักหน้าแล้วก็กอดแม่หนูยิมอีกครั้ง ทำเอางง แต่ก็กอดตอบรู้สึกว่าตรงกลางเพื่อนป่อง ๆ พิกล

“นี่แกท้องเหรอ”
“ฮื่อ” เพื่อนมันหน้าแดงตาเป็นประกายวิ้ง ๆๆ เชียว
“มีอะไรจะเล่าหรือเปล่าวะ” อดอยากรู้ตามประสาเสือกเรื่องชาวบ้านไม่ได้
“แกฉันขอบใจแกมากเลยนะเว้ย ถ้าแกไม่พูดกับฉันวันนั้น ป่านนี้ฉันคงเป็นอีบ้าไปแล้ว”
“หมายความว่า..”
“ฉันก็เอาไปคิด และทดลองทำดู แรก ๆ ก็ท้อนะแก แต่ก็ทนเอาเหมือนที่แกพูดนั่นแหละ ถ้ายังอยากอยู่กับเขาเราก็ต้องทำ ตอนนี้ชีวิตฉันมีความสุขมากกว่าเดิม เราไม่ค่อยมีปากเสียงกันแล้ว ลูก ๆ ก็ฟังเรามากขึ้นไม่ค่อยดื้อแล้ว รู้สึกว่าอะไรก็ดีขึ้น กิจการที่ทำอยู่ก็มีลูกค้าเข้าร้าน”

ลืมบอกไปว่าเค้าเปิดร้านอาหาร จะไม่ให้เข้าได้ไงเจ้าของร้านหน้าตาแจ่มใส พูดจาเพราะ ไม่ทะเลาะกันให้ลูกค้าเห็น ใครๆ ก็อยากใช้บริการ
อีกไม่กี่นาทีลูกชายเพื่อนก็เดิน แม่หนูยิมเห็นสามีของเพื่อนด้วย รีบทำความเคารพเลย เค้าก็ยิ้มและทักทายปกติ และไอ้ลูกชายเดินมาพอดี เราก็ล่ำลากันกลับบ้าน เพราะเย็นแล้ว แม่หนูยิมทันเห็นสามีเพื่อนเปิดประตูรถให้เพื่อนด้วยหล่ะ น่ารักจังในสายตาแม่หนูยิม ก็ส่วนมากคนเป็นแฟนเท่านั้นที่ทำให้ มนุษย์ที่เป็นสามีไม่ค่อยทำเท่าไหร่หรอกกกก อิอิ

ที่อยากถ่ายทอดเพราะ...แม่หนูยิมรู้สึกอิ่มอย่างประหลาด ตลอดทางที่ขับรถกลับบ้านมีแต่รอยยิ้ม ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไม.......แต่รู้สึกดี.....ก็เลยตัดสินใจเก็บมาฝากให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันคะ







Create Date : 23 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2555 17:10:08 น.
Counter : 2722 Pageviews.

4 comment
รักแท้
รักแท้


ลุงบุญส่ง ตัวละครของบริษัท ประกันภัย แห่งหนึ่ง บทบาทในทีวี ได้ใจกับผู้ชมหน้าจอทีวี ทุก ๆ คน ต่างเป็นที่เล่าขานกล่าวขวัญกันทุก ๆ วัน

ภาพที่ดูแลภรรยาเป็นอัลไซเมอร์ เป็นภาพที่สวยงาม ดูแล้วอดยิ้มไม่ได้ ทุกท่วงท่าเป็นการเอาใจใส่ต่อภรรยา ลุงบุญส่งรับภาระทั้งหมดที่ภรรยาควรทำแทน ดูยังไงก็น่ารัก... เป็นเรื่องที่จุดประกายฝันหารักแท้จากคนที่ชมโฆษณาชุดนี้ไม่ได้ แม้แต่แม่หนูยิมเอง ยังถามคนที่บ้านเลยว่า ถ้าฉันเป็นแบบนี้คุณจะดูแลฉันเหมือนลุงบุญส่งไหม... คนที่บ้านหัวเราะขำเพราะนั่นคือการอินเนื้อหาสาระของโฆษณานั่นเอง

ไม่กี่วันมานี้แม่หนูยิมเดินทางกลับบ้าน ไปเยี่ยมแม่ที่กำลังป่วย นอนโรงพยาบาลมาหลายวันยังไม่หายสักที ลูกทุกคนทราบว่าแม่ป่วยเป็นโรคกระดูกพรุน ผลพวงมาจาก การทานยาหมอตี๋ และ ไม่ได้ใส่ใจสุขภาพเท่าทีควร ทันทีที่ถึงบ้าน แม่หนูยิมรีบไปโรงพยาบาลทันที ภาพที่เห็นคือแม่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยผ้าปูสีฟ้าที่ผ่านการใช้งานมานาน แม่แก่ลงมากผมที่เคยตกแต่งย้อมสีดำสนิทเสมอ ตอนนี้ถูกตัดเป็นทรงสั้นเหมือนของผู้ชายสีผมนั้นเกือบขาวโพลน ถ้าปกติดีอยู่คงได้มีการแซวกันเล็กน้อยประสาแม่ลูกว่า แฟนพ่อเป็นนางพญาผมขาวไปซะแล้ว ....

ทันทีที่แม่เห็นลูก แม่พึมพัมออกมาเบา ๆ มาแล้วหรือลูกคิดถึงเหลือเกิน...
น้ำตามาจากไหนไม่รู้ ได้แต่โผเข้ากอดร่างที่่เคยอวบอิ่มตอนนี้ผอมลงมาก แม่กำลังพ่นยา เพราะปอดติดเชื้อ...แม่พูดได้น้อยมาก เพราะร้อนใน ทานอาหารลำบาก ทานได้แต่น้ำ ....

สองวันที่แม่หนูยิมเฝ้าไข้แม่ ทำทุกอย่างที่ลูกๆสามารถทำให้ได้...
เปลี่ยนผ้าอ้อมอนามัย คอยเช็ดอึ เช็ดปัสสาวะ โดยไม่คิดรังเกียจเพราะเราทำให้แม่ของเรานั่นเอง ถ้าเป็นคนอื่นเราก็คงรังเกียจ เพราะกลิ่นของเสียที่่ถ่ายออกมาในสภาพท้องเสีย แต่เราทำอย่างสมัครใจ แรก ๆ ก็เก้ ๆ กัง ๆ เพราะต้องยกตัวแม่ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แขนขาอ่อนเปลี้ยไม่มีแรง กว่าจะเปลี่ยนผ้าอ้อมได้ก็ใช้เวลานานมาก...

พยาบาลพูดให้เราได้คิดและหันมามองพ่อกับแม่....
ตาสามีของยาย รักยายมาก พูดให้กำลังใจยายด้วยน้ำเสียงไพเราะ
ต้องทำให้ทุกอย่างทีเราทำให้แม่ เพราะที่นี่เป็นโรงพยาบาลรัฐ ญาติผู้ป่วยต้องดูแลผู้ป่วยในระดับหนึ่ง ทุกเช้าหลังป้อนข้าวแม่ พ่อต้องทำกายภาพบำบัดให้แม่ที่นอนบนเตียง พอได้กลิ่นอึพ่อก็จะรีบเปลี่ยนเพื่อไม่ให้หมักหมม กลัวติดเชื้อ คอยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้แม่ มันเป็นหน้าที่ที่หนักมากเพราะคนป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย เราคุยกับพ่อว่า เห็นใจและสงสารพ่อมาก แต่พ่อกลับตอบว่า...ไม่ต้องหรอก แฟนป่วย พ่อก็ต้องดูแลเขาสิ เรื่องเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวแค่นี้สบายมาก...สายตาที่พ่อมองแม่เต็มไปด้วยความรัก แววตาที่มีแต่รอยยิ้มส่งให้คนป่วย สองมือเหี่ยวย่นนั้นจับกันไว้ไม่เคยวาง แม่ติดพ่อแจ ไม่เห็นก็ถามถึง...มันคือความรักและผูกพันธ์ อย่างแท้จริง

สองวันที่เฝ้าแม่ได้ข้อคิดอะไรดี ๆ มากมาย เก็บกลับมา และสัญญากับตัวเองว่าถ้าว่างจะรีบกลับไปหาแม่ ไปดูแลท่านแบ่งเบาภาระพ่อบ้าง....

เป็นเรื่องที่อยากระบายและบอกต่อว่า ในชีวิตจริงคล้ายๆ กับลุงบุญส่งก็อาจจะยังมีอีกเยอะ...เพียงแต่ถ่ายทอดออกมาไม่หมดเท่านั้นเอง...






Create Date : 05 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2555 23:23:09 น.
Counter : 1172 Pageviews.

8 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  

gymstek
Location :
ภูเก็ต  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



>