All Blog
หญ้าหยาดน้ำค้าง
หญ้าหยาดน้ำค้าง ว่านยาไทย
แก้พิษไข้ แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย



หญ้าหยาดน้ำค้างแบบสด



ตากแห้งไว้สามแดด

เพื่อเก็บไว้ต้มดื่ม เพราะหายยากในช่วงที่ฤดูทำนาก็จะขาดแคลน
เป็นหญ้าที่เติบโตในทุ่งนาหลังจากเก็บเกี่ยวข้าว หน้าแล้ง

ประสบการณ์ส่วนตัวที่อยากบอกเล่าคะ

กลับบ้านร้อนตับแตก ต้องแก้ผ้าอาบน้ำหลายหนในระหว่างวัน
โรคหวัดถามหาแน่นอนคะ แม่อุ้ยต้มหญ้าหยดน้ำค้างให้ดื่ม รสชาด
เหม็นเขียวกลิ่นผักฉุนติดจมูกติดลิ้นเหมือนกันคะ แต่ทึ่งอย่างเหลือเชื่อคะ
เพราะว่าขับพิษไข้ เหงื่อไหลไคลย้อย อาการปวดเมื่อยเข็ดตัวหายไปเลย
ทีแรกนึกว่าอุปทาน แต่เห็นจะต้องฟังคนแก่บอกเล่าสรรพคุณซะมากมาย
แม่หนูยิมเลย มาเล่าให้ฟัง ส่วนสรรพคุณบนอินเตอร์เนต พอมีให้ค้นหา
จึงหยิบยกมาให้รู้กันคะ


search from google;

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 มีนาคม 2555 13:43 น. Share39



กรมแพทย์แผนไทย ประสาน สสจ.ส่งหญ้าหยาดน้ำค้าง พิสูจน์สรรพคุณ-สารปนเปื้อน เผย ยุโรปใช้มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 รักษาอาการไอ

จากกรณีที่ชาวบ้าน จ.กำแพงเพชร แห่งเก็บสมุนไพรชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า หญ้าหยาดน้ำค้าง โดยมีความเชื่อว่า สามารถใช้รักษาโรคเบาหวาน ความดัน มะเร็ง ได้นั้น วันนี้ (12 มี.ค.)

นพ.สุพรรณ ศรีธรรมา อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าว ทางกรมฯ ได้ประสานงานกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ให้มีการส่งตัวอย่างสมุนไพรดังกล่าวเพื่อศึกษาสรรพคุณ โดยทาง สสจ.จะดำเนินการจัดส่งเข้ามายังกรมฯ ภายในวันพรุ่งนี้ (13 มี.ค.)

หลังจากนั้น ให้นักพฤกษศาสตร์ได้ศึกษาว่าเป็นพืชชนิดใด รวมทั้งขอความร่วมมือกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้มีการศึกษาสรรพคุณทางยาด้วยว่าในอดีตมีการใช้ประโยชน์อย่างไรบ้าง รวมทั้งศึกษาด้วยว่ามีสารปนเปื้อนใดๆ หรือไม่ เนื่องจากบางพื้นที่อาจมีสารเคมีอยู่ ก็เกรงว่า จะไม่ปลอดภัย เพราะหากแม้สมุนไพรจะมีประโยชน์จริง แต่หากมีสารปนเปื้อนก็ไม่เป็นผลดี

นพ.สุพรรณ กล่าวด้วยว่า สำหรับข้อมูลเบื้องต้นนั้น พบว่า หญ้าหยาดน้ำค้างนี้ มีกลุ่มประเทศแถบยุโรปใช้มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 อาทิ ประเทศอิตาลี เยอรมนี มีการนำมาทำเป็นชา เพื่อบริโภคบรรเทาอาการไอกรน หอบหืด ไอแห้ง หลอดลมอักเสบ และอาการอื่นที่เกี่ยวข้องกับหลอดลม ส่วนประเทศไทยนั้น หมอพื้นบ้านเคยมีความเชื่อว่า สามารถใช้รักษามะเร็ง และเบาหวานได้ โดยภูมิปัญญาเหล่านี้ ถือเป็นความเชื่อที่ต้องรอการพิสูจน์ ในทางคลินิก หรือศึกษาเชิงลึกไปก่อนว่าแท้จริงแล้วสามารถใช้ประโยชน์จากส่วนใดของพืช เช่น จากราก โคน ใบ หรือดอก ไม่แน่ว่าอาจมีหญ้าหรือพืชตระกูลเดียวกันที่มีสรรพคุณคล้ายกันก็เป็นไปได้

“อย่างไรก็ตาม ในเมื่อเป็นความเชื่อของชาวบ้าน ในทางการแพทย์แผนปัจจุบันก็ไม่อาจยืนยันได้ว่าจะดีหรือไม่ดี แต่ก็ต้องใช้เวลาพิสูจน์ ซึ่งหากชาวบ้านจะบริโภคต่อไปก็ทำได้ แต่อยากให้ระวังเรื่องโฆษณาชวนเชื่อ หรือโอ้อวดสรรพคุณเกินจริงไว้บ้าง รวมทั้งระมัดระวังเรื่องสารปนเปื้อนให้มาก เพื่อความปลอดภัยของประชาชนเอง” นพ.สุพรรณ กล่าว

อธิบดีกรมพัฒนาแพทย์แผนไทยฯ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ คาดว่า อาจต้องใช้เวลาในการพิสูจน์เรื่องดังกล่าวจากผู้เชี่ยวชาณประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งหากพบว่ามีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์จริงในอาคตก็จะมีการส่งเสริมและพัฒนาต่อไป อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ตนได้ร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ และผู้เชี่ยวชาญในกลุ่มประเทศอาเซียน เกี่ยวกับเรื่องการพัฒนายาสมุนไพรเพื่อต้อนรับประชาคมอาเซียน ซึ่งในการประชุมมีการหารือเกี่ยวกับเรื่องการทำสาธารณสุขมูลฐานตำรับยาสมุนไพร เพื่อจะใช้ร่วมกันในอนาคต ซึ่งมีตัวยาอยู่ในรายการจำนวน 62 ชนิด โดยจะเร่งแลกเปลี่ยนความรู้กันว่า ประเทศใดใช้สมุนไพรในด้านใดบ้าง รวมทั้งมีการเตรียมปรับราคากลางเพื่อให้สอดรับกับประชาคมอาเซียนด้วย

????????????????????????????????????????????????????????????









Create Date : 09 พฤษภาคม 2555
Last Update : 9 พฤษภาคม 2555 0:39:20 น.
Counter : 4065 Pageviews.

8 comments
  
ปมาโท มจฺจุโน ปทํ
ความประมาท เป็นทางแห่งความตาย

ดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขด้วยความไม่ประมาท ตลอดไป...นะคะ



เดี๋ยวนี้มีสมุนไพรมากมายให้เลือกใช้
สมัยก่อนหยูกยาฝรั่งยังแพงและไม่ค่อยมี
ก็ได้อาศัยภูมิปัญญาชาวบ้านนี่แหละ..นะ

โดย: พรหมญาณี วันที่: 9 พฤษภาคม 2555 เวลา:8:56:07 น.
  
สวัสดีค่ะแม่หนูยิม
เพิ่งเคยรู้จักและได้ยินชื่อหญ้าชนิดนี้ค่ะ แค่ได้ยินชื่อก็เย็นชื่นใจแล้วจ้ะ
โดย: เนินน้ำ วันที่: 9 พฤษภาคม 2555 เวลา:15:36:26 น.
  
แวะมาเยี่ยมยามค่ำคืน...หลับฝันดีครับ
โดย: **mp5** วันที่: 9 พฤษภาคม 2555 เวลา:23:10:39 น.
  
เยตัตถะ ศีล อนุโมทันติ เวยยาวัจจัง กะโรนติวา
เตปิ ศีล ปุญญัสสะ ภาคิโน

ชนผู้มีศีลทั้งหลายเหล่าใดร่วมอนุโมทนาหรือช่วยกระทำการขวนขวายในทานนี้
แม้ชนผู้มีศีลร่วมอนุโมทนา ก็มีส่วนแห่งบุญนั้นด้วย

มีความสุขกับการให้ทานและอนุโมทนาบุญ ตลอดไป...นะคะ



ทำงานอย่างมีความสุขนะคะ คุณแม่หนูยิมคนน่ารัก....

โดย: พรหมญาณี วันที่: 10 พฤษภาคม 2555 เวลา:10:16:59 น.
  
+555 ขำแม่หนูยิม
อ่านแล้วนึกภาพตาม
ซดน้ำต้มยำ แล้วต้องทำหน้าสดชื่นด้วย อิอิ..
ถ้าเจอพริกจะสดชื่นไหวมั๊ยเนี่ย
โดย: เนินน้ำ วันที่: 10 พฤษภาคม 2555 เวลา:21:16:10 น.
  
สวัสดีครับแม่นู๋ยิม
วันนี้มีโอกาสแวะเข้ามาทักทายน่ะครับ สบายดีนะครับ แล้วนู๋ยิมเป็นไงบ้างครับ สอบได้ที่ไหนครับ แล้วไปเชียงใหม่ปล่าว เสียดายเนอะไม่ได้เจอกัน
โดย: kruchang tossapol วันที่: 10 พฤษภาคม 2555 เวลา:23:00:40 น.
  
จะอาบน้ำต้องแก้ผ้าเสมอไปเลยเหรอ 5555 ล้อเล่นจ้ะ
โดย: ดอยสะเก็ด วันที่: 11 พฤษภาคม 2555 เวลา:23:58:11 น.
  


วันจันทร์มาเยือนอีกแล้ว
มาตั้งใจทำงานอย่างเป็นสุขกันเถิด
โดย: พันคม วันที่: 14 พฤษภาคม 2555 เวลา:6:57:05 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

gymstek
Location :
ภูเก็ต  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



>