สัพเพเหระ
Group Blog
 
All Blogs
 
Scuba Diving

การปรับตัวให้เข้ากับโลกใต้น้ำ (Adapting to the Under Water World)

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนบก การปรับตัวทั้ง พันธุกรรม Genotype และ กายภาพ Phynotype
ก็จะเป็นแบบสัตว์บก ที่สัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมและภูมิประเทศ แต่เมื่อ มนุษย์ดันทะลึ่งอยากจะลงไปอยู่ใต้น้ำแบบปลา ก็ต้องมีความรู้ พัฒนาความรู้และเครื่องมือเพื่อให้มนุษย์สามารถใช้ชี วิตในโลกที่ไม่คุ้นเคยให้ได้ แม้เพียงช่วงเวลสั้นๆ เมื่อลงไปอยู่ในน้ำ ทุกสิ่งทุกอย่างจะเปลี่ยนไปหมด ทั้งบรรยากาศ
การมองเห็น แสง สี เสียง การหายใจ การเคลื่อนที่เคลื่อนไหว อุณหภูมิ และธรรมชาติรอบๆตัวเรา
ทั้งสัตว์ พืช กระแสน้ำ ระดับน้ำ ดังนั้นเราจึงต้องทำความเข้าใจเพื่อที่จะปรัยตัวให้เ ข้ากับโลกใบใหม่
สีน้ำเงินอย่างถูกต้องและปลอดภัย

การมองเห็นใต้น้ำ

มนุษย์มองเห็นสิ่งต่างๆได้อย่างไร หากเราเข้าไปในถ้ำที่มืดสนิท ไม่มีช่องทางให้แสงเข้ามาได้ เราจะไม่สามารถมองเห็นได้ การมองเห็นของมนุษย์ ต้องอาศัยแสง จากดวงอาทิตย์ หรือต้นกำเนิดแสงจาก
ธรรมชาติ และแสงจะอุปกรณ์ที่ประดิษฐ์ขึ้น เมื่อแสงเดินทางไปในอากาศจะไม่เกิดการหักเห ต่อเมื่อมันเดินทางผ่านตัวกลาง อาทิ ละอองน้ำ ฝุ่นละออง จะมีการหักเหตามแต่สมบัติของตัวกลางเหล่านั้น

เมื่อเราอยู่ใต้น้ำ น้ำเป็นตัวกลางที่มีสมบัติทำให้เกิดการหักเหของแสง เพราะว่าแสงจะเกิดการหักเหต่อเมื่อเดินทางผ่านตัวกลา งที่มีความหนาแน่นไม่เท่ากัน และน้ำทะเลนั้นมีความหนาแน่นมากกว่าอากาศถึง 800 เท่า การหักเหของแสง จึงเป็นธรรมชาติของโลกใต้น้ำ

เราไม่สามารถดำน้ำโดยไม่มีหน้ากากดำน้ำได้เพราะมวลน้ ำทั้งหมดจะกลายสภาพเป็นเลนส์ขนาดมหึมาจนจนสัญญาณภาพท ี่มากระทบกับจอตาของเราขยายใหญ่เกินกว่าจะมองเห็นได้ แต่เมื่อเราใส่หน้ากากดำน้ำ กระจกจะกั้นกลางป้องกันไม่ให้น้ำกลายสภาพเป็นเลนส์ตา ของเรา เราจึงสามารถมองเห็นภาพใต้น้ำได้ แต่ทว่า การมองเห็นของเราโดยผ่านตัวกลางที่มีความหนาแน่นไม่เ ท่ากันคือ น้ำทะเล และอากาศที่อยู่ในหน้ากาก ทำให้เกิดการหักเหและเราจะมองเห็นวัตถุที่อยู่ในน้ำใ หญ่กว่าความเป็นจริง 25 %

การมองเห็นใต้น้ำนอกจากขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าความเป็นจ ริงแล้ว สีของวัตถุก็เปลี่ยนไปด้วย เนื่องจาก
แสงอาทิตย์ เป็น สเปคตรัม ผสมแสงสีต่างๆ 7 สี เมื่อแสงเดินทางผ่านน้ำทะเลจากผิวน้ำลงไป
แสงสีแต่ละสี จะถูกดูดซับหายไปในแต่ละช่วงชั้นความลึก โดยสีแดงจะหายไปก่อน เมื่อลึกลงไปเรื่อยๆ สีแสด สีเหลือง เขียว และ สีคราม จะเป็นสีสุดท้าย ก่อนจะมืดมิเมื่อแสงส่องลงไปไม่ถึง
แต่ทั้งนนี้ก็ขึ้นอยู่กับความขุ่น-ใสของน้ำและความโปร่งของท้องฟ้าด้วย

การได้ยินเสียงใต้น้ำ Underwater Hearing

โลกใต้น้ำดูเหมือนว่าจะเงียบ แต่เราก็สามารถได้ยินเสียงแปลกๆใต้น้ำได้ นักดำน้ำบางคนฝีมือแก่กล้า
สามารถพูดคุยกันใต้น้ำได้ด้วย (พี่จกพูดใต้น้ำได้แต่กรูฟังไม่รู้เรื่อง)

คุณสมบัติของเสียง นั้นสามารถเดินทางได้ในตัวกลางที่มีความหนาแน่นมากได ้เร็วกว่าตัวกลางที่มีความหนาแน่นน้อย เสียงจึงเดินทางในของแข็งได้เร็วกว่าในของเหลว และเดินทางในของเหลวได้เร็วกว่าในอากาศ ในน้ำเสียงจะเดินทางได้เร็วกว่าในอากาศ ถึง 4 เท่า (เสียงเดินทางในอากาศ ความเร็ว คือ
1,100 ฟุต ต่อ วินาที) เราจึงได้ยินเสียงในน้ำเร็วกว่าในอากาศและก้องกว่าใน อากาศและเข้ามาทางหูซ้ายและหูขวาของเราเกือบจะพร้อมก ัน แต่ว่ามันเร็วเกินไปสำหรับสัตว์บกที่หูออกแบบไว้ได้ย ินเสียงในอากาศ ทำให้เราไม่สามารถหาแหล่งที่มาหรือต้นกำเนิดเสียงได้ วิธีการหาแหล่งกำเนิดเสียงก็คือ
หมุนวนรอบๆตัว ช้าๆ อย่าเร็วมาก มันจะเหนื่อย

การสูญเสียความร้อนในน้ำ Heat Loss iin Water

อุณหภูมิของน้ำจะเย็นกว่าอากาศ ถ้าเราดำน้ำโดยใส่เพียงชุดว่ายน้ำ ผิวหนังของเราจะสัมผัสกับน้ำโดยตรงน้ำจะพาความร้อนออ กจากร่างกายของเราทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อน ได้มากกว่าในอากาศถึง 20 เท่า ยิ่งลงไปลึกก็ยิ่งหนาว หากเมื่อเรารู้สึกหนาวเมื่ออยู่ใต้น้ำ ให้ออกแรงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพื่อสร้างความร้อนขึ้นใน ร่างกายจากนั้นความขึ้นสู่ผิวน้ำ อย่าฝืนดำน้ำต่อ กลับขึ้นเรือหรือขึ้นฝั่ง อบอุ่นร่างกาย
ห่มผ้า หรือใส่เสื้อผ้าหนาๆ การดำน้ำจึงมีอุปกรณ์สำหรับป้องกันการสูญเสียความร้อ ยโดยเฉพาะคือ Wet Suit หรือ Exposure Suit เพื่อป้องกันการสูญเสียความร้อนขณะอยู่ในน้ำ และยังช่วยป้องกัน
สิ่งมีพิษในทะเล จำพวก แมงกระพรุ่น หรือ แมงหวี่ แมลงวัน ด้วย (ฮ่า ฮ่า)

การเคลื่อนไหวใต้น้ำ Motion in Water

พยายามทำตัวให้เป็นเหมือนรถสปอร์ต ลดแรงเสียดทาน ในน้ำให้มากที่สุด การเตะขาเป็นจังหวะ
สม่ำเสมอ โดยทำตัวลู่น้ำจะช่วยให้เคลื่อนที่ได้ดี การตั้งตัวตรง แล้วพยายามเคลื่อนที่ไปข้างหน้า
จะทำให้ออกแรงมากเกินไป เหนื่อย ใช้อากาศมาก และมีเวลาดำน้ำน้อย ที่สำคัญก็คือ จะเกิด
คาร์บอนไดออกไวด์สะสม ทำให้เกิดอาการปวดหัวได้ หรือบางที่ หน้ามืดเป็นลมใต้น้ำ


การหายใจใต้น้ำ Respiration

มนุษย์หายใจด้วยปอด ที่ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนก๊าซ ระหว่างเลือดกับอากาศที่เราหายใจเข้าไป
อากาศที่เราหายใจเข้าไปจะประกอบด้วย ออกซิเจน 20 % ไนโตรเจน 79 % และอื่นๆ 1 %
แต่เมื่อเราหายใจออก อากาศที่อกมาจากปอดของเรา จะประกอบด้วย ไนโตรเจน 79 ออกซิเจน 15
คาร์บอนไดออกไซด์ 5 และอื่นๆ 1 นั่นแสดงว่า เราเอาออซอเจนไปใช้แล้วเอาคาร์บอนไดออกไซด์กลับออกมา จาก คาร์บอนไดออกไซด์ที่มีอยู่ 5 % นี้ จะทำให้เราเกิดอาการผิดปกติได้ หายเรายัง
กักเก็บไว้ในปอดของเรา อันเนื่องมาจากการหายใจออกไปไม่หมด (มีคำอธิบายต่อ) นอกจากนั้น ไนโตรเจน 79 % ที่กลับออกมาเท่าเดิม นั่นแสดงว่าร่างกายไม่ได้ใช้เลย และเจ้าไนโตรเจนนี้เอง
เปรียบเสมือน หน่อยลอบสังหาร ด้วยการวางยาพิษ โดยที่เราไม่รู้ตัว

การหายใจเมื่อดำน้ำ Underwater Breathing

เมื่อเวลาเราดำน้ำเราหายใจเข้าและออกทางปาก แรกๆอาจจะยังไม่ชินจึงต้องฝึกฝนกันหน่อย ดำน้ำไปเรื่อยๆก็จะชินไปเองจนลางที่หายใจทางจมูกไม่เ ป็นเลยก็มี บางครั้งเราต้องหายใจออกทางจมูกด้วย
เมื่อต้องการไล่น้ำออกจาหน้ากาก หรือเมื่อหน้ากากที่ใส่อยู่โดนแรงดันของน้ำรัดหน้เรา แน่นเกินไปเราก็หายใจออกทางจมูกเล็กน้อย ปรับ สมดุลย์ ( Mask Equalization)

เรารู้กันแล้วว่าอากาศที่เราหายใจออกมา มี คาร์บอนไดออกไซด์ผสมอยู่ 5 % ร่างกายจะขับออกไปไม่หมดจะตกค้างอยู่ตามส่วนต่างๆของ รายหายและอุกรณ์ดำน้ำของเราเอง เราเรียกพื้นที่บริเวณนี้ว่า
Dead Air Space ซึ่งมีอยู่ 2 บริเวณคือ
1 Natutal Dead Air Space คือ ภายในหลอดลม ช่องปาก ช่องจมูก ของร่างกายเรานี่เอง
2 Artificial Dead Air Space คือ ตามท่อหายใจ Snprkel สาย Reguulator

การหายใจถี่ สั้นและเร็ว ทำให้เราหายใจเอาคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ตกค้างในบริเวณนี้เข้าไปด้วย
จะเกิดอาการ หน้ามืด คล้ายเป็นลม เนื่องจากร่างกายได้รับยออกซิเจนไม่เพียงพอ ดังนั้นการหายใจที่ได้ประสิทธิภาพสูงสุดก็คือ หายใจเข้าลึกๆยาวๆช้าๆ และหายใจออก ลึกๆยาวๆและช้าๆเช่นกัน

กรณีที่มีน้ำค้างอยู่ในท่อหายใจให้หายใจเบาๆยาวๆโดยใ ช้ลิ้นและเพดานปากเป็นกระบังกั้นน้ำไว้เมื่อหายใจเข้ าเต็มปอดแล้ว ให้เป่าท่อหายใจแรงๆ เพื่อไล่น้ำออกไป จากนั้นหายใจตามปกติ หากหายใจเร็วและแรงเกินไปจะทำให้สำลักน้ำได้

การออกแรงมากเกินไปในขณะดำน้ำ Over Exertion
การดำน้ำหรือว่ายนน้ำในบางสถาณการณ์ เช่น กระแสน้ำแรง ไหลเชี่ยว มีคลื่นลมพัดจัด การยกของหรือทำงานใต้น้ำอาจทำให้เหนื่ยและอ่อนล้า เนื่องจากออกแรงมากเกินไป ทำให้เราหายใจหอบสั้น ถี่ และเร็ว ทำให้เราหายใจเอา อากาศเสียจาก Dead Air Space เข้าไปด้วยจะเกิดอาการหน้ามืด
วิงเวียน เป็นลม ควรหยุดกิจกรรมนั้นชั่วขณะ หาที่เกาะหรือพัก ตั้งสติ และควบคุมการหายใจเข้าออกใหม่ ให้ช้าๆ และลึกๆ ควบคุมสติให้ดี คิดหาวิธีการและทิศทางการว่ายน้ำใหม่และทำตามที่คิดไ ว้นั้นอย่างมีสติ อย่าตกใจจนเกินเหตุ แล้วจะปลอดภัยในการดำน้ำ เมื่ออยู่ใต้น้ำแล้วเกิดเหตุอันน่าตกใจ
ให้ระลึกอยู่เสมอว่า เรายังมีอากาศหายใจ เรายังปลอดภัย




Create Date : 28 เมษายน 2552
Last Update : 30 พฤษภาคม 2552 21:11:24 น. 1 comments
Counter : 623 Pageviews.

 
แนะนำเว็บท่องเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงาม


โดย: attractions (loveyoupantip ) วันที่: 7 สิงหาคม 2554 เวลา:9:08:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

q_cosmo
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add q_cosmo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.