ก็แค่อยากใช้ชีวิตให้คุ้ม..

10 อันดับเกาะที่ดีที่สุดในโลก

10 อันดับเกาะที่ดีที่สุดในโลก

  1. : เกาะโบราเคย์ (Boracay Island)
  2. : เกาะบาหลี (Bali Island)
  3. : หมู่เกาะกาลาปากอส (Galapagos Islands)
  4. : เกาะเมาวี (Maui)
  5. : แนวปะการังใหญ่ เกรท แบริเออร์ รีฟ (Great Barrier Reef)
  6. : เกาะซานโตรินี (Santorini Island)
  7. : เกาะคาวายอี หรือ เกาะคาวายอิ (Kauai Island)
  8. : เกาะบิ๊กไอส์แลนด์ (Big Island)
  9. : เกาะซิซิลี (Sicily Island)
  10. : แวนคูเวอร์ ไอส์แลนด์ (Vancouver Island)

ที่น่าไปมากที่สุดตอนนี้คงจะเป็นเกาะกาลาปากอส Galapagos ตามข้อมูลนี้เลยครับ อ่านแล้วฟินสุดยอด




 

Create Date : 28 มีนาคม 2557    
Last Update : 28 มีนาคม 2557 17:13:41 น.
Counter : 1358 Pageviews.  

แชร์ประสบการณ์ Narita Express (NEX) จากสนามบินเข้าโตเกียว อิเคบุคุโระ




ตะลอนกิน ทีวี

//talongin.geranun.com/

Follow Me on Pinterest

Google+


ปัจจุบันจากสนามบิน นาริตะ เรามีเส้นทางเข้าเมืองให้เลือกค่อนข้างเยอะนะครับตอนนี้ ใครที่จองที่พักโรงแรมหลักๆ ที่ Airport Limousine Bus ผ่าน สะดวกมาก เพราะเส้นทางรถมีไปส่งถึงหน้าโรงแรมเลย
000IMG_7320

แต่รอบนี้ไปเซอร์เวย์ เส้นทาง ตะลอนตามรอยการ์ตูน ครับ จุดหมายแรกคือไปที่  Tokiwa So และ Nerima ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์การ์ตูนยุคของ นักเขียนเลือดใหม่ ในยุค 1954 ซึ่งประกอบไปด้วยนักเขียนในตำนาน อย่าง Testsuka Osamu ,Fujio Fujiko ,Ishinomori Shotaro ฯลฯ

จุดที่เดินทางสำรวจสะดวกน่าจะเป็นที่ โทชิม่า อิเคบุคุโระ ก็เลยเลือกพักที่ Sakura Hotel ที่ Ikebukuro ครับ (ที่นี่เข้าออกได้ตลอด 24 ชม.) และวันที่ 1 กค. โดยสายการบินไทย เที่ยวเช้ามาถึงบ่าย กว่าจะออกมา ถ่ายเก็บข้อมูล ผ่าน ตม.ออกมา ในทรปเข้าเมืองไม่ใช้วีซ่า ก็เย็นแล้ว ถ้าไม่รีบเข้าเมืองก็จะอดเดินเที่ยวคืนแรก ก็เลยตัดสินใจเลือก Narita Express (NEX) จากสนามบินเข้า สถานีอิเคบุคุโระ โดยตรง ต่อเดียวถึง (ไม่ยุ่งยากต่อรถ) ออกจากสถานีก็เดินเข้าโรงแรมได้เลย

เส้นทางสีแดง คือ Narita Express ครับ
E9545484-19

นาริตะเอ็กเพรส (NEX) ในช่วงค่ำ ๆ ยังมีแยกขบวนอีกที วิ่งไปสุดทางแถว ทาคะโอะ หรือ โอมิยะ ด้วยนะครับ (สังเกตที่เส้นสีแดงในภาพแรก จะมีเส้นแยกอันเล็กๆ) อันนี้คือข้อดี ของการเดินทางของ Narita Express (NEX) ที่รองรับการไปสุดทางหลายจุด เวลาเราซื้อตั๋ว พนง.เค้าจัดให้เรียบร้อยแล้วนะครับ อย่าไปอยู่ผิดตู้แล้วกัน (ฮา) อย่างผม ได้ตั๋วที่ตู้ 11 แต่แอบไปถ่ายที่ตู้ 12 ก่อนเพราะตู้ 12 ว่างมากไม่มีคน แล้วค่อยกลับมานั่งที่ ตู้ 11 ครับ 555

กลับมาที่ราคาตั๋ว นาริตะเอ็กเพรส (NEX) นี่ ราวสามพันกว่าเยนครับ ถ้าเดินดุ่ย ๆ ไปซื้อที่เคาน์เตอร์เลยไม่ได้ซื้อ JR Pass (ได้นั่งฟรี) หรือไม่ได้ซื้อตั๋ว N’EX Package ก็ต้องควักจ่ายกันขั้นต่ำที่ 3,110 เยน แต่ข้อดีสำหรับผมคือใช้เวลานั่งไม่นานประมาณชั่วโมงนึงก็ถึงแล้ว ต่อเดียวถึง และได้มีเวลาเดินเที่ยวยามค่ำแถมอีกหน่อย

000IMG_1022

จากจุดที่เราซื้อตั๋ว จากสนามบิน เราเดินลงไปที่สถานีรถไฟฟ้า JR อยู่ฝั่งขวามือ ลงไปสาย  สาย นาริตะเอ็กเพรส (NEX) ก็จะอยู่ทางขวามือครับ

สาย N’EX มีที่นั่งให้เลือก 2 แบบ คือ ตู้ธรรมดา เบาะหุ้มผ้าดำขอบแดง กับ Green Car (ที่นั่งชั้น 1) เบาะหนังแท้สีดำ ครับ ราคาต่างกันอีกพันเยน ภาพนี้คือ ตู้ธรรมดาครับ

Narita Express (NEX)Narita Express (NEX)Narita Express (NEX)

จุดสังเกตที่น่าสนใจ และข้อดี ที่เห็น

1. มีที่วางกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ด้านท้ายโบกี้ พร้อมสายกุญแจตั้งลอครหัสตัวเลข คล้องเก็บกระเป๋าได้ พร้อมมีกล้องวงจรปิดไว้ตรงที่วางกระเป๋าเดินทางตรวจสอบและป้องกันมิจฉาชีพแอบมาเปิดกระเป๋าผู้โดยสาร

naritaexpressIMG_5401-035

00knowIMG_5400

00knowIMG_5399

2. ใต้เบาะ มีพื้นที่ไว้ให้สามารถวางกระเป๋าได้สะดวกขึ้น เอาใบใหญ่ไปใส่ที่ลอคไว้ แล้วเอาใบเล็กมาไว้ใต้ที่นั่งสะดวก

3. ระยะห่างระหว่างเบาะแต่ละแถว 102 ซม. ในตู้ธรรมดา และ 116 ซม. สำหรับตู้ Green Cars (ตู้นั่งชั้น 1) ทำให้นั่งสบายขยับลุกนั่งสะดวก ไม่อึดอัด โดยเฉพาะคนตัวโตๆ 555

4. มีปลั๊กไฟให้เสียบชาร์ตอุปกรณ์ไฟฟ้าระหว่างการเดินทาง ข้างเบาะนั่ง (ไฟ 110 V ปลั๊กหัวแบน

naritaexpressIMG_5379-025

5. มีจอ LCD จอใหญ่ยักษ์อยู่บนเพดานห้องโดยสาร แสดงข้อมูลการเดินรถ 4 ภาษา ญี่ปุ่น อังกฤษ จีน เกาหลี พร้อมรายงานสภาวะอากาศ และข้อมูลที่เป็นประโยชน์ + โฆษณา

00knowIMG_5390

6. ระบบช่วงล่างและระบบรองรับแรงสั่นสะเทือนระหว่างตู้โบกี้ วิ่งนิ่งเรียบไร้แรงสะเทือนรุนแรงรบกวน นิ่มนวลชวนนอน สบายเรียบนิ่งตลอดเส้นทาง พร้อมโครงสร้างภายในห้องโดยสารถูกออกแบบป้องกันเสียงรบกวนจนเงียบ(เกือบสนิท)

naritaexpressIMG_5382-010

สุดท้ายที่ประทับใจคงเป็นเรื่องของ การออกแบบปรับระดับความสูงของพื้นทางเดินตรงประตูรถเพิ่มอีก 5 ซม. ให้ใกล้เคียงกับความสูงของชานชลา คนพิการใช้รถเข็นสามารถขึ้นโบกี้ได้สะดวก แถมมีห้องน้ำสำหรับผู้พิการนั่งรถเข็นด้วย สุดยอดๆ

naritaexpressIMG_5357-002

เกร็ดน่ารู้ที่สำคัญมากๆ สำหรับการซื้อ N’EX Package สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

เราซื้อ N’EX Package ในราคา 3,500 เยน สำหรับตู้ปกติ และ 5,000 เยน สำหรับ Green Car
จะได้บัตรนั่ง N’EX เข้าเมือง 1 เที่ยว จากสนามบินไปลงสถานีไหนก็ได้ ตั้งแต่ โตเกียว ชินจุกุ ชิบุย่า หรือ อิเคะบุคุโระ และในราคานี้ เราจะได้แถมบัตร Suica มูลค่า 2,000 เยน มาให้ 1 ใบ

พิเศษกว่านั้นคือ N’EX Package แบบ 2 เที่ยว นั่งไป-กลับ ให้ด้วย ในราคาสุดคุ้มที่ 5,500 เยนสำหรับตู้ปกติ และ 8,000 เยน สำหรับตู้ Green Car ตกแล้วราคาค่าตั๋ว N’EX จากราคาปกติไปกลับร่วม 6 พันกว่านเยน จะเหลือแค่เที่ยวละ 1,750 เยนทุกเส้นทาง คุ้มสุดๆครับ

N’EX Package จะมีขายเฉพาะที่ Travel Service Center และ เคาเตอร์ขายตั๋วของ JR East ที่ชั้นใต้ดินของสถานีรถไฟของสนามบินนาริตะทั้ง 2 แห่งเท่านั้นนะครับ ไม่มีขายที่สถานีอื่น

//www.jreast.co.jp/e/nex/suica_nex.html //www.jreast.co.jp/e/nex/suica_nex.html

ถึงอิเคบุคุโร่แล้ว ขอเอากระเป๋าไปเก็บที่พักก่อนนะครับ แวะมาชมที่พักที่โรงแรม Sakura Hotel คืนนี้ ตามข้างล่างนี้




 




 

Create Date : 20 กรกฎาคม 2556    
Last Update : 20 กรกฎาคม 2556 18:44:57 น.
Counter : 4015 Pageviews.  

Umeshu Taste Party in JGB offline party at Sharaku Restaurant Sukumvit 23

เก็บตกบรรยากาาศกิจกรรม Umeshu Offline Party ที่ร้าน Sha Raku สุขุมวิท 23 เป็นงานที่ทางเว็บ Japanese Gourmet Bangkok จัดขึ้นครับ




 

Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2556    
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2556 1:00:34 น.
Counter : 1904 Pageviews.  

รีวิว Magnum cafe’ @ Thailand


MAGNUM CAFE’ @ SIAM CENTER

วันนี้เพิ่งได้่แวะไป MAGNUM CAFE’ ที่ SIAM CENTER ครับ เท่าที่ทราบร้าน MAGNUM CAFE’ ของประเทศไทย จะเปิดถึงแค่เดือน พค.นี้ ส่วนสำหรับวันนี้ ช่วงที่ไป บรรยากาศคึกคักมาก ด้านหน้าคนเข้าคิวรอชิม MMM กันคิวยาวมากๆ กลายเป็นเทรนด์ไม่เคยไปไม่ได้แล้ว

MMM หรือ Make My Magnum ที่ แมกนั่ม คาเฟ่


MMM หรือ Make My Magnum ก็คือเมนูแมกนั่ม + ทอปปิ้งกว่า 20 ชนิด แล้วเลือกชอกโกแลตที่ใช้เคลือบได้ ที่แม็กนั่ม คาเฟ่ ครับ ปกติเลือกหน้าได้ 3 อย่าง (รู้สึกจะเพิ่มได้อีก โดยเพิ่มเงิน) ตัวนี้ยอมรับว่าฮิตมาก คนยอมเข้าแถวรอกันยาวมากเพื่อรอชิม เมนูแม็กนั่ม คาเฟ่แบบเลือกเองได้ เห็นสนุกกันใหญ่กับการเลือกหน้านั้นหน้านี้มาอวดกัน

MMM หรือ Make My Magnum ที่ แมกนั่ม คาเฟ่


แต่นอกจากมุมนี้แล้ว ร้านที่ออกแบบคราวนี้ของไทย ก็เห็นได้ว่ามีความพยายามสร้างสรรค์อีกหลายส่วน เช่น อาหารและเครื่องดื่มสไตล์เฉพาะของที่ร้านแม็กนั่ม คาเฟ่ ที่ค่อนข้างรู้สึกได้ถึงความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์เมนูใหม่ที่ไม่เคยมีก่อนหน้านี้ขึ้นมาให้มีรายละเอียดที่ต่าง เพื่อให้เกิดการจดจำ และความประทับใจในรสชาติ


ส้มตำปูรอยัล ส้มตำใส่ปูอลาสก้า MAGNUM CAFE’ @ SIAM CENTER
 ส้มตำปูรอยัล ส้มตำใส่ปูอลาสก้า MAGNUM CAFE’ @ SIAM CENTER

อันนี้ชอบครับ ส้มตำใส่ปูอลาสก้า สูตรดั้งเดิมแต่ปรับให้ทานง่าย พอดีไม่ทานเผ็ดเลยยิ่งถูกใจ เพราะปกติต้องบอกแม่ค้าลดพริกบ่อยๆ แต่ที่นี่พอดีรสชาติที่ชอบเลยลงตัว อีกอันก็คือ ผัดไท เส้นหนุบหนึบ อร่อย เป็นการประยุกต์เมนูแบบง่ายๆ แต่ได้รสชาติที่คุ้นเคย ซึ่งผมว่ามันไม่จำเป็นต้องแหวกรสชาติไกลไปจนไม่รู้จัก แต่ให้เห็นความต่างโดยยังคงความคุ้นเคยแบบนี้ ประทับใจกว่า

ผัดไทย MAGNUM CAFE’ @ SIAM CENTER

ที่เน้นไปมากกว่านั้นคือการพยายามสร้างสรรค์เมนู แม็กนั่ม กรูเม่ท์ (Magnum Gourmet) อาหารคาวหวานที่ใช้แมกนั่มเป็นวัตถุดิบส่วนหนึ่งในเมนู อันนี้น่าสนใจดีครับ สารพัดเมนูที่คิดขึ้นมานี้มีหลายเมนูที่น่าลองชิมในใจ ส่วนตัวที่จริงไม่ถนัดของหวานเท่าไหร่ แต่ว่า แมกนั่ม คาเฟ่ ที่เปิดร้านในระยะเวลาจำกัด และเมนูที่ยังไม่เคยมีที่ไหน เป็นเงื่อนไขที่กระตุ้นให้เร้าใจมาก คนออกแบบเข้าใจอารมณ์ฟินที่ได้สัมผัสความรื่นรมย์ในการกินแมกนั่มแบบใหม่ๆ ที่มีระยะเวลาจำกัด ซึ่งเป็นสิ่งเร้าโดยธรรมชาติของคนที่ชอบสัมผัสอะไรที่ใหม่และแปลก ซึ่งที่จริงแล้วถ้าตามมาด้วยคำว่าโดน ก็ถือว่าจับทางถูก

แมกนั่ม กรูเมท์ Magnum Gourmet

ในแง่ความสร้างสรรค์แล้ว การเริ่มต้นสร้างสรรค์ประสบการณ์การทานอาหารที่พิเศษ สร้างสรรค์ความประทับใจในการสัมผัสรสชาติอาหารที่แตกต่างไปจากมุมเดิมๆ เปิดจุดเด่นที่ข้ามขีดจำกัดมุมมองเดิมๆของแบรนด์และผลิตภัณฑ์ไปได้ และเชื่อว่าน่าจะเกิดกระแสการใช้งบสร้างสรรค์ความประทับใจผ่านประสบการณ์ตรงของผู้บริโภค ถ้าจะเปรียบได้ ร้าน MAGNUM CAFE’ ที่กำลังตั้งในประเทศไทยร้านนี้ ก็เหมือนกับป้ายโฆษณาที่มีชีวิต ที่เปิดให้ผู้บริโภคได้สัมผัส แม็กนั่ม ในมิติประสบการณ์ที่ล้ำลึกขึ้น การลงทุนแบบนี้คุ้มค่ากว่าป้ายโฆษณาบิลบอร์ดข้างทางสัก 3 ป้าย เสียอีก เพราะทิ้งรอย ความประทับใจ ประสบการณ์ และความทรงจำของผู้บริโภค ไปอีกนานๆ แม้ว่าจะได้สัมผัสเพียงครั้งเดียว

MAGNUM CAFE’ @ SIAM CENTER

อีกจุดที่ต้องชมก็คือพนักงานทุกคนสนใจ และใส่ใจรายละเอียด ในการตอบสนองลูกค้าค่อนข้างมาก การรองรับลูกค้าจำนวนมากๆ ตลอดเวลา เหนื่อย และการไม่ได้พักช่วง หรือเจอลูกค้าเอาแต่ใจ มันเร้าให้เกินขีดจำกัดความอดทนได้ง่าย แต่ทุกคนก็ควบคุมได้ดี และแสดงให้เห็นความความพยายามควบคุมอารมณ์ ทั้งที่ต้องรับมือกับลูกค้าจำนวนมากๆไม่ได้หยุดเลย (เป็นเราคงรับมือได้ไม่เกิน ชม..) สะท้อนและแสดงถึงความใส่ใจที่มุ่งเน้นความประทับใจอย่างลงลึกรายละเอียดครับ แต่มุมนี้ไม่หมูเลย เพราะต้องรับมือกับคนเยอะมากๆ

MAGNUM CAFE’ @ SIAM CENTER MAGNUM CAFE’ @ SIAM CENTER[/caption]

Magnum Cafe Magnum Cafe

เกร็ดน่ารู้ก็คือ Magnum Café เป็น ซูเปอร์ ป๊อบอัพ สโตร์ แห่งแรกในเมืองไทยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ถัดจาก Magnum Café ที่อินโดนีเซีย
โดยมีขนาดพื้นที่ใหญ่ประมาณ 400 ตรม. สามารถรองรับลูกค้าได้ถึง 170 ที่นั่ง และเป็น ซูเปอร์ ป๊อบอัพ สโตร์ แห่งที่ 5


MAGNUM CAFE’ @ SIAM CENTER MAGNUM CAFE’ @ SIAM CENTER

นอกจากก้าวของประสบการณ์ประทับใจที่ต่อไปเชื่อว่าจะเกิดกระแสไม่แวะไปสักครั้งไม่ได้แล้ว ก็น่าติดตามว่าโลกของการสร้างสรรค์ความประทับใจของสินค้าในหมวดอาหาร จะเกิดกระแสต่อไปอีกแค่ไหน จะมีเจ้าไหนคิดและทำอะไรใหม่ๆออกมาอีก เป็นเรื่องที่น่าติดตามจริงๆครับ..




 

Create Date : 30 มกราคม 2556    
Last Update : 30 มกราคม 2556 2:53:46 น.
Counter : 6092 Pageviews.  

รีวิวหนัง I wish : 映画『奇跡』予告編 Miracle



เมื่อวานได้ไปดูหนังเรื่องนี้มาครับ 映画『奇跡』予告編 Miracle / I wish ตอนแรกว่าพลอตมันเบาครับ แบบปาฏิหารย์ที่ชินคันเซนสวนกันนี่มันแบบ...เด็กๆมา้าก แต่ว่าพอเดินเรื่องไปแล้วก็รู้สึกว่าพลอตดี เป็นเรื่องของเด็กๆ ประถม ที่ คิด ฝัน เชื่อ ในช่วงวัยเด็กของเขา และการเดินทางไปก็ทำให้เด็กๆได้เรียนรู้ มีซับพลอตของเด็กแต่ละคนด้วยทำให้รายละเอียดของหนังแน่นขึ้น ( เกร็ดที่น่าสนใจคือ เด็ก 2 คนพี่น้อง เป็นพี่น้องกันจริงๆนะครับ)

ปมที่เด็ก 2 คนพี่น้องอยู่เมืองฟูคูโอกะ และคาโกชิมา บนเส้นทางเปิดใหม่ชองรถไฟชินคันเซนซากุระ ทำให้บรรจบกันง่ายขึ้นที่เมืองคุมาโมโต้



และนี้เป็นแผนที่ภาพจุดที่ชินคันเซนจะสวนกันครับ คิดได้ว่าเด็กประถมสามารถคำนวนเส้นทางและระยtทางที่รถไฟจะมาสวนกันได้อย่างแม่นยำนี่ไม่ง่ายเลยนะ..555



ที่ฮาก็คือเส้นทางนี้เพิ่งใช้ตอนเดินทางไปที่เมืองคาโกชิม่ามาหยกๆ เมื่อปลายปีที่แล้ว หลายจุดเป็นจุดที่ไปเดินเล่นมาแล้ว..คุ้นตามากๆ 555 เพลงประกอบเพราะมาก

บทของผู้ใหญ่ก็ทำให้ได้แง่มุมที่มีสีสันและชวนคิดต่อทีเดียว อย่างอาชีพนักดนตรีของพ่อ จากช่วงเวลาที่ผ่านวัยรุ่นมาจนเป็นพ่อคน ปัญหาครอบครัวของคนหนุ่มสาวเมื่อถึงจุดเลี้ยวระหว่างอาชีพที่ตัวเองรักและปากท้องครอบครัว อาชีพทำขนมเก่าแก่ของคุณตามารุคัง และมุมมองของครูในโรงเรียนประถม โดยเฉพาะคุณครูที่เข้าใจเด็ก เป็นบทเล็กๆที่ละเอียดอ่อนมาก



หนังมันสะท้อนว่าชีวิตของผู้ใหญ่มันไม่ง่าย ยิ่งมีครอบครัวมีลูกยิ่งไม่ง่ายเลย แต่ชีวิตก็มีครรลองของมัน ต้องเดินต่อไปและเรียนรู้ที่จะเข้าใจมัน รวมทั้งเด็กๆเองก็ต้องเรียนรู้

หนังมันไม่ได้ทำให้เกิดปาฏิหารย์ที่เป็นไปไม่ได้ แต่ยืนอยู่บนความจริง ที่ต้องเดินต่อไปอย่างเข้มแข็ง..

ปาฏิหารย์หน่อมแน้มมันไม่มีหรอก มันต้องสร้างกับมือ เรื่องนี้มันต้องทำให้ตระหนักกันตั้งแต่เด็ก..555 ส่วนที่โตมาเพ้อฝันจนเท้าไม่แตะพื้น วันหนึ่งก็ต้องกลับมาเรียนรู้เรื่องพวกนี้

อีกเรื่องใครที่ชอบ 21th Century พอไปนั่งดู คงนึกได้ว่า หอตะวัน ที่เด็กๆเคยนั่งทานข้าวพร้อมหน้ากัน 4 คนพ่อแม่ลูก ที่โอซาก้า และฝันถึงในเรื่อง จะคุ้นๆ ครับ :) สปอยเล็กๆแต่เพียงเท่านี้




 

Create Date : 07 มีนาคม 2555    
Last Update : 7 มีนาคม 2555 20:10:32 น.
Counter : 2948 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  

granun
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add granun's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.