ก็แค่อยากใช้ชีวิตให้คุ้ม..

ไปเที่ยวงานพลุอาซาฮีมา สนุกสนานมากๆ

อย่างที่เล่าครับไปกับน้องๆก๊วนอาซาฮีแฟนคลับ 4 วัน 3 คืน
สนุกมากๆเพราะไปกันเยอะ และทุกคนน่ารัก นิสัยดีเลยสนุกสนานสุดๆ




 

Create Date : 26 มีนาคม 2554    
Last Update : 26 มีนาคม 2554 4:29:16 น.
Counter : 2241 Pageviews.  

ไปแข่ง "เกมเนรมิต" มาครับ

มีเรื่องหนึ่งที่อยากเล่าไว้ครับ
หลังจากการเตรียมตัวแข่ง "เกมเนรมิต" รอบชิงเทปแรก

ผมกับแฟน เราคิดกันว่าจะทำห้องน้ำให้ตรงกับใจผู้ใช้อย่างไร โดยที่เรารู้จริงๆว่าเขาอยากได้แบบไหน
ไม่ใช่การคิดไปเองว่าเขาจะชอบ ก็เลยสรุปว่าจะทำ Research กัน


เกมเนรมิต (Invent games)

จากทำ researched ผู้ที่มาใช้สวนรถไฟจำนวนมากกว่า 400 คน ได้พลิกมุมมองของเราหลายๆอย่างครับ..

เกมเนรมิต (Invent games)
จากการแข่งขัน "เกมเนรมิต"  เพื่อชัยชนะล้วนๆ (ยอมรับอย่างไม่อาย..55)
แต่ยิ่งเข้าไปสัมผัส ฟัง พูดคุยกับคนที่มาสวนรถไฟแต่ละคน
กลับกลายเป็นว่าเราได้เรียนรู้ถึงอีกด้าน นั่นคือ ความสุขที่เราจะสร้างห้องน้ำ




กลับมาเกิดคำถามว่าเราจะทำอย่างไร
ออกแบบอย่างไรให้ทุกคนที่มาใช้ห้องน้ำมีความสุข 
ซึ่งตรงจุดนี้เป็นการเรียนรู้และการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งสำหรับเราในการเล่นเกมมากๆ


ยิ่ง Research ยิ่งเกิดความรู้สึกว่า
สิ่งที่เราจะไปเล่นเกมให้ชนะโดยไปเก็บแต้ม
กับการสร้างห้องน้ำดีดีให้เขาใช้มันคนละเรื่อง..

เกิดคำถามกันเองว่า..
การออกแบบห้องน้ำของเรา จะตอบสนองความต้องการที่เขาอยากได้จริงๆอย่างไร
เราจะสื่อความตั้งใจที่เราทำไปถึงคนที่มาใช้ได้ไหม เขาจะรับรู้ถึงสิ่งที่เราตั้งใจแค่ไหน
ไปๆมาๆ ประเด็นใกล้ตัวกลับรู้สึกถึงความสุขใกล้ตัวที่มากกว่าเข้าให้..



การค้นพบว่าการที่เราคิดว่าจะสร้างห้องน้ำสาธารณะ
ที่คนมาใช้จะมีความสุขในการใช้ในแบบที่เราคิดได้อย่างไร ..
เราจะทำให้เขาเข้าห้องน้ำเราโดยรับรู้ถึงความตั้งใจของคนสร้างได้ไหม..
เขาจะมีความรู้สึกดีดีในการใช้ห้องน้ำตามที่เราคิดไหม..
และเราจะทำได้ดีพอจนเขาออกปากชื่นชมคนออกแบบได้ไหม ..


กลายเป็นว่าไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ..เป้าหมายหลักที่เราจะมีความสุขมากที่สุด
คือการสร้างห้องน้ำให้เสร็จกับมือเราได้มากที่สุดเพื่อให้ห้องน้ำที่เราตั้งใจอยากทำ
เป็นรูปเป็นร่างตามแบบที่เราอยากให้เป็น เพราะถ้าจบเกมแล้วเราเข้าไปยุ่งไม่ได้อีก
เหมือนรอบแรกที่ห้องเรียนที่เราตั้งใจไม่ได้สานรอยความตั้งใจออกแบบเราให้จบ
คราวนี้เราไม่อยากพลาด อยากทำให้สำเร็จกับมือตัวเอง
เพื่อที่จะได้เป็นอนุสรณ์ของความทรงจำที่สุดๆของเรา

พอไปทำการบ้านเรื่องการตกแต่งห้องน้ำตามแบบที่เราวางแผนจากการ Research
เราก็พบว่า..จุดมุ่งหมายใกล้ๆที่เป็นจริงได้
ถ้าเราวางแผนการทำงานดีดี และลำดับขั้นตอนการทำงานดีดี ไม่ผิดพลาด
24 ชม.เท่ากับการทำห้องน้ำวันละ 8 ชม. ของช่าง 8 คน 3 วัน 8x3=24 ชม.พอดี
ระยะเวลาปูนแห้ง ยาแนวเสร็จ และลำดับการติดตั้งแต่ละส่วน
ถ้าคุมตามที่คิดได้ใน 20-22 ชม.เราจะมีโอกาสสร้างห้องน้ำสำเร็จกับมือได้
เสร็จก่อนกำหนดเวลาการแข่งขัน และเผื่อบวกลบกับเกมในกรณีที่เราโดนอุปสรรค
ก็พอลุ้นครับ


แต่จากการบ้านที่ทำมา ก็มีคำถาม..เกิดขึ้น
เพราะมันมีความไม่พอดี ระหว่างสัดส่วนของการใช้เวลาในเกมอย่างแรงๆ

ทำไงดี ..
ระหว่าง 70 คะแนนเกมของการให้
แต่ต้องเลือกยอมอดนอนไม่ได้พักผ่อนจนห้องน้ำเสร็จ
แต่ถ้าทำได้ ความสุขและความภูมิใจเต็มร้อย และจะเป็นบิ๊กเกมสุดๆ
ยิ่งถ้าเราชนะโหวตถล่มทลาย พลิกเกมแบบตั้งหลักกันไม่ทัน โหย..สุโก้ย
กับส่วนของ 30 คะแนนที่จะเล่นเพื่อตัวเอง
ซึ่งจะต้องเก็บเวลาไว้เซฟร่างกายและสมองให้มากที่สุด
เพื่อมีกำลัง กาย สมาธิ เก็บแต้มสำหรับชัยชนะ
สุดท้ายเราก็เลือกทางที่เสี่ยงมาก คือ 70 คะแนนของการให้ ที่จะไปวัดกับคะแนนโหวตความถูกใจ ไม่ชนะก็ได้ห้องน้ำที่เราทำกับมือ ชนะก็ภูมิใจสุดๆ เอาไปเท่ ไปโม้กะเพื่อนได้อย่างมีความสุข
เอาเป็นว่า...เที่ยวนี้ถ้าชนะมาก็บิ๊กเกมล่ะครับ..555


ที่จริงจากการทำการบ้านของเราก็มั่นใจพอควรว่า 75-80% ชอบอะไร
ซึ่ง 75-80% ใน 70 คะแนน ก็ราวๆ 52-56 คะแนน พอลุ้นๆ
Research เปลี่ยนทัศนคติในการแข่งของเรามากๆ เคยอยากทำอะไรให้ใครจริงๆไหมครับ.. นั่นละแบบนั้นเลย

คิดๆมันก็น่าจะลองดูครับ มันมีความเป็นไปได้ที่ลงตัวมากทีเดียว
เก็บคะแนน 30 คะแนน แบบ ได้ก็ดี ไม่ได้ก็แล้วไป แล้วไปทุ่มที่การสร้างห้องน้ำให้ได้สมบูรณ์ตามคิด เพราะจะได้สื่อสิ่งที่เราคิดออกมาได้จบถ้วนกระบวน และถ้าหากอีกฝ่ายเรียงลำดับขั้นตอนการตกแต่งห้องน้ำไม่ดี เราจะยิ่งมีโอกาสเพราะห้องน้ำมีรายละเอียดจุกจิกมากๆ ยาแนว และปูนสั่งอะไรไม่ได้เลยนอกจากรอให้เขาแห้ง และโยกขั้นตอนให้สอดคล้องกับการติดตั้งแต่ละส่วนให้ไวที่สุด (แต่ก็ต้องลุ้นเรื่องช่างด้วยว่าเขาจะทำกับเราแค่ไหน)

จุดสำคัญที่เราเลือกวิธีนี้มีเหตุผลสำคัญ 5 ข้อครับ

1) ห้องน้ำำำำำำำำำำำำำำที่เราสร้างเป็นถาวรวัตถุที่จะคงอยู่เป็นประโยชน์ไปอีกนาน แพ้ชนะยังไม่รู้ แต่ว่าถ้าเราสร้างเสร็จก็จะเป็นงานที่เราภูมิใจไปตลอดชีวิต

2) ถ้าเราสร้างเสร็จทันกับมือใน 24 ชม.ได้คนแรก แพ้ชนะไม่รู้ แต่เราเอามาโม้กะเพื่อนได้แน่นอน ส่วนคนดูคงทึ่ง และทีมงานกับสปอนเซอร์คงอึ้ง...555

3) ถ้าเราคิดว่านี่คือการให้ และถ้ามันต้องใช้เวลากับสิ่งนั้น เราก็ต้องให้เวลานั้นมากกว่าที่จะมาห่วงเรื่องของคะแนนตัวเอง และถ้าเราทำเต็มที่แล้วผลของมันจะสร้างเส้นทางของมันเอง

4) คงมีโอกาสไม่กี่ครั้งที่จู่ๆมีคนยื่นงบยื่นของมาให้เราเลือก เราออกแบบ และได้ทำสาธารณประโยชน์มูลค่าขนาดนี้ ซึ่งปกติเราทำบุญมากสุดสักห้าพันก็เยอะแล้ว มีคนหลวมตัวมาแบบนี้ ไม่ถือโอกาสสร้างตอนนี้แล้วจะไปหาโอกาสที่ไหนอีก



5) คุยกับแฟน 2 คนว่า ถ้าสร้างเสร็จด้วยเจตนาที่เราตั้งใจให้มันเป็นประโยชน์จริงๆมันเป็นบุญใหญ่ จะชนะหรือแพ้ก็ตาม บุญนั้นสำเร็จทั้งเจตนาก่อนสร้าง ขณะสร้าง และหลังสร้างอย่างสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว (เป็นพวกบ้าบุญครับ..55)

ทั้ง 5 ข้อนี่เทียบกับ อีกแนวที่เราจะเล่นเกมโชว์ปกติ ซึ่งเราจะเซฟสมอง เซฟกำลังตัวเองเล่นให้ได้แต้มมากที่สุดใน 30 คะแนน แต่จำต้องปล่อยห้องน้ำที่อยากทำให้มันเสร็จสมบูรณ์กับมือ ทิ้งไว้ให้คนอื่นมาสานต่อเหมือนตอนเกมคัดเลือก คิดๆแล้วสำหรับตัวเอง ชนะก็ไม่สุโก้ยเท่าไหร่ แพ้ยิ่งแล้วใหญ่ไม่เหลืออะไรในความทรงจำเลย

คิดแล้วคิดอีก ตรองแล้วตรองอีกก็ต้องลองกันดูแหละครับ..ไม่ลองไม่รู้
ถ้าชนะได้ในแบบที่เลือกที่ตัดสินใจ ก็บิ๊กเกมแบบคุยจนลูกมีหลานละครับเที่ยวนี้.. 555
ซึ่งผลสรุปก็ชนะการโหวตครับ 49 ต่อ 21 เรียกได้ว่าคะแนนโหวตรอบสอง ของ "เกมเนรมิต" เราแก้เกมตั้งหลักได้ถล่มทลายกว่า 2 เท่า
เป็นความภาคภูมิใจส่วนตัวจริงๆ สำหรับเกมนี้ และห้องน้ำนี้คงจะใช้กันอีกนาน
อย่าลืมไปทดลองใช้กันนะครับ ที่สวนรถไฟ มุมใกล้แอโรบิค ด้านติดกับสวนจตุจักรครับ




 

Create Date : 31 มกราคม 2554    
Last Update : 31 มกราคม 2554 12:54:08 น.
Counter : 2076 Pageviews.  

เก็ง 3 คน ที่น่าเข้ารอบลึกๆ [ เกมกลยุทธ์ ]



น้องตี้ใช้ได้ครับ ทั้งโปรไฟล์เดิมที่ตุนมาดี และประสบการณ์จริงพอสมควร
เท่าที่ดูบุคลิกภาพและเทปที่ผ่านๆมา อยุ่ในกลุ่ม 3 คน สุดท้ายค่อนข้างสูง

คนที่เบียดมาติดๆแถมเกิดใกล้กันก็คือ น้องพีค

คู่นี้ได้กอดคอจนรอบท้ายๆแน่

ส่วนฝ่ายหญิงเห็นอยู่คนเดียวที่ชัดเจน คือน้องแคนดี้
ผมดูโปรไฟล์แล้ว ประสบการณ์ ความตั้งใจอะไรครบ



น้องนิ้นเก่ง และสวยแต่ดูเหมือนจะขาดประสบการณ์ภาคสนามน้อยไปหน่อย
อาจเพราะเรียนจบเกียรตินิยมแล้วเข้าไปเป็นอาจารย์เลย
สนามการตลาดสดๆแบบนี้ไม่ง่ายเลยครับ
คงจะสร้างแรงกดดันให้มากพอดู

ต้นอ้อเก่งและคล่องตัว
แต่ดูมีจุดอ่อนในแง่วางกลยุทธการตลาด
ซึ่งไม่น่าจะเป็นสายที่ถนัด
แต่เก่งในการจัดการ และคล่องตัวในภาคสนามชดเชย พอลุ้น

นุ้ย เติบโตในข้อมูลการตลาด แต่ขาดประสบการณ์จริง
ซึ่งหมายถึงว่าจะต้องทำการบ้านอีกมากทีเดียวถ้าจะเข้ารอบลึกๆ

หวานยังไม่แสดงออกความสามารถที่เด่นๆออกมา
ยังต้องรอกลางๆเกมก่อน น่าจะได้เห็นอะไรบ้าง

เอกพื้นฐานดี แต่ขาดความชำนาญในการเผชิญหน้าในเวทีนำเสนอ
ซึ่งเป็นเวทีการตลาดภายในที่ชี้ความสามารถระดับสูง
อาจต้องทำการบ้านมากขึ้น เพราะเห็นว่าประสบการณ์ภาคสนามยังไม่แกร่งนัก

พีค พื้นฐานภาคสนามและความเข้าใจด้านกลยุทธเอาเรื่องครับ
บุคลิกและสายตาที่แสดงชัดเจนว่าไม่ได้มาเพื่อแพ้
น่าสนุกที่จะติดตามว่าพีคจะไปได้แค่ไหน

เพรม ดูสบายๆ และออกจะสบายๆไป
แต่ก็พอลุ้นได้ว่าน่าจจะไปถึงรอบกลางๆ
แต่ต่อจากนั้นคงต้องทำการบ้าน
และแสดงออกทักษะกลยุทธการจัดการส่วนตัวบ้างละครับ



ใครได้เปรียบเสียเปรียบในช่วงต้น
ถ้าประเมินตัวเองออกแล้วทำการบ้านมากขึ้น
(เนื่องจากเป็นเกมเปิด) ก็ยังมีโอกาสครับ
การตลาดนอกจากพื้นฐานแน่นแล้ว
การพัฒนาการก็สำคัญ หรืออาจสำคัญกว่าก็ได้

เทปที่ 4 แล้ว หลังจากนี้คงแวะมาโพสต์บ่อยๆครับ




 

Create Date : 25 เมษายน 2551    
Last Update : 25 เมษายน 2551 0:01:08 น.
Counter : 2147 Pageviews.  

episode ๒ : มองที่แก่น และเรื่องของ "ดี" กับ "โดน"



โจทย์ของสัปดาห์ที่ 4 มีเรื่องให้พูดถึงอย่างน่าสนใจอยู่เรื่องนึง
และแสดงออกถึงถึงวิธีคิดที่มีพื้นฐานด้านครีเอทีฟพอสมควร

จากเทปสัปดาห์ที่ 4 ทีมชายสร้างความประทับใจให้กับกรรมการมาก
การตีโจทย์เข้าไปถึงลักษณะของผลิตภัณฑ์ และสื่อบุคลิกภาพของผลิตภัณฑ์ด้วยดนตรี
และเป็นดนตรีคลาสสิค ผ่านพรีเซนเตอร์

ในขณะที่ทีมหญิงเองก็ทำได้ดี ในสถานการณ์และเวลาที่จำกัด
เรียกได้ว่าสมบูรณ์

แต่ข้อต่างก็คือ ฝ่ายหนึ่ง คืองานที่ดี ชิ้นหนึ่ง เป็นงานตามระดับมาตรฐานที่ดี
แต่อีกฝ่าย ยึดกุมคอนเซปต์ และแปลความหมายของภาพลักษณ์สินค้าออกมาได้ดึงดูดใจ

สิ่งเดียวกัน แต่ด้วยวิธีคิดและนำเสนอที่แตกต่างนั้น มันให้ผลที่แตกต่างกันด้วยเสมอ
นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมการตลาดถึงให้ความสำคัญกับการสร้างภาพลักษณ์ของสินค้า
ที่สื่อตรงกับบุคลิกภาพของผู้ใช้สินค้า และโดนใจ

แต่ทุกครั้งก็ใช่ว่าจะทำได้สำเร็จ
แม้ในสนามจริง นักการตลาดตัวจริงก็เคยตกม้าตายมาแล้ว
เพราะฉะนั้นงานชิ้นนี้ ให้ผลมากๆครับ และเชื่อว่าอาจได้นำไปใช้จริง

เบบี้มายด์ กับดนตรีคลาสสิค ให้ภาพลักษณ์ที่สื่อได้ในแง่ของ sign ที่ดี
การเกิดภาพลักษณ์ และความรู้สึกที่ดีต่อการจดจำสินค้า
โดยความเป็นสากลของดนตรี สื่อได้ถึงทุกคน แต่ก็ไม่ใช่จะเอามาเล่นได้ง่ายๆ
แต่เที่ยวนี้ลงตัวครับ การเลือกเอาผู้เล่นเชลโลมาสื่อ ลงตัวจริงๆ โดนอย่างปฏิเสธไม่ได้
แบบแทบไม่ต้องรอกรรมการตัดสิน

ใครที่เป็นคนคิดในทีมชายคนนี้
เขาได้สื่อถึงความเข้าใจในพื้นฐานสำคัญของการมองให้เห็นแก่นภาพลักษณ์ของสินค้า
ก่อนที่จะเริ่มต้นการตลาด ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของการดูแลผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นสู่ตลาด
ซึ่งเป็นพื้นฐานความเข้าใจที่สำคัญก่อนที่จะเริ่มทำด้วยซ้ำ

ในเมื่อไม่รู้ว่าใคร (เนื่องจากกล้องไม่ได้บอกเล่าอย่างชัดเจน)
ก็ต้องยกเครดิตให้ทีมชายครับ แต่ถ้าถามความโดดเด่น
ผมกลับเห็นว่าตี้ กับพีค กลับโกยคะแนนไปตุนได้มากกว่าหัวหน้าทีมอย่างเอก

ส่วนฝ่ายหญิง ทั้งบุคลิกภาพ การจัดการ น้องแคนดี้ โดดเด่นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
ตามโปร์ไฟล์แล้ว เรียกได้ว่าผมเก็งได้เลยว่าได้เข้ารอบลึกๆแน่นอน
(ที่จริงการเล่าเรื่องและการตัดต่อมีอิทธิพลมากครับ เพราะมากกว่านั้นคนดูไม่รู้ อาจไม่ใช่อย่างที่เห็นทั้งหมดก็ได้)

ฝ่ายหญิงเองทำได้ดีครับ แต่ปัญหาคือฝ่ายชายทำได้โดน
ระหว่างทำได้ดีกับทำได้โดนนี่ ไม่ต้องพูดถึงนะครับ
แบบหลังกินขาด

โลกการตลาดก็อยากนักเชียว ทำให้โดนลูกค้านี่แหละสวรรค์ดีๆนี่เอง
เพราะเรื่องสินค้าดี คู่แข่งที่แข่งในตลาดทุกคนก็มีดีตุนมาพอๆกันแหละ
แต่เรื่องสินค้าโดนนี่ การตลาดต้องลองแล้วลองอีกกว่าจะเจอคำตอบที่ใช่

ประเมินดูแล้วในโจทย์ของสัปดาห์ที่ 4 นี้ เป็นทีของฝ่ายชายจริงๆครับ
คนอื่นๆ อาจต้องทำการบ้านมากขึ้น หรือรอจังหวะที่ตนเองถนัด และมีโอกาสแสดงความสามารถครับ
เกมในอาทิตย์หน้าจะพลิกผันกันอีกรอบก็ได้ครับ

จังหวะของคนที่เจอสถานการณ์กดดันแล้วรอดมาได้นี่ก็น่าสนใจเหมือนกัน
ผมเห็นว่าการตอบคำถามเฉพาะหน้ากับกรรมการ ก่อนที่จะตัดสินว่าจะอยู่หรือจะไปนี่ก็สำคัญครับ
ทุกอาทิตย์จะต้องมีคนเผชิญหน้ากับแรงกดดันแน่นอน
และนั่นก็คือบททดสอบที่สำคัญของทุกๆคนในเกมนี้ครับ




 

Create Date : 24 เมษายน 2551    
Last Update : 25 เมษายน 2551 0:00:32 น.
Counter : 2171 Pageviews.  

episode ๑ : การทำงานภายใต้แรงกดดัน



นั่งสองจิตสองใจอยู่สองนาน
ว่าจะปันใจมาเชียร์เกมกลยุทธดีหรือเปล่า
แต่รายการโปรดเรายังไม่ถึงเวลามา...555

น้องๆก็บอกว่าโหมโรงกันได้ที่ยัง อยากให้อ่านเกมเล่าเกมหน่อย
มีแล้วมันเพิ่มรสชาติให้ดุมันขึ้น
ก็เอาเป็นว่านับจากอาทิตย์นี้คงจะได้อ่านเต็มตาต่อจากนี้ครับ
ไม่ได้สัญญาแต่ก็จะเล่าเท่าที่อยากเขียน

ออกตัว 4 เรื่องก่อน ไม่งั้นคุยไม่มัน
ดูๆไป(แบบไม่คาดหวังนะ) อ้อ (ห้ามเปรียบเทียบด้วย)
อะไรที่อยู่ใน memory เอามันออกไป แล้วดูเหมือนมันคือรายการใหม่รายการหนึ่ง
ตัดพวกนี้ออกไป โดยเฉพาะความคาดหวังสูงๆที่อยากเห็นนั่นอยากเห็นนี่สนองอีโก้ตัวเอง...555
ผมเองตัดหมดที่รกหัว แล้วดูสบายๆ พอดูแบบนี้ เออก็ใช้ได้นะ อย่างน้อยก็เป็นการเรื่มต้นครั้งแรกในเมืองไทย
คิดงี้แล้วก็ดูสนุก

อาทิตย์นี้ กรรมการ ฉลาดใช้เกมคัดคนเป็นตัวช่วยเร่งปฎิกริยา
การเลือกทีละคนแล้วเหลือคนสุดท้าย มีผลทางจิตวิทยาอย่างหนึ่ง
นี่สำหรับพวกคนคิดมาก หรือคิดเล็กคิดน้อย มีผลสูง
เรียกได้ว่าเป็นลางบอกล่วงหน้าว่าจะตกรอบได้
เพราะเพื่อนในทีมให้ความสำคัญน้อยที่สุด
(น่าสงสาร โหดครับ แต่นี่แหละรสชาติของแรงกดดัน)

แรงกดดันแบบนี้ ในชีวิตคุณ ถ้าเฉยๆ นิ่งๆแล้วผ่านไปได้ก็แปลว่าแกร่งพอตัวครับ
แต่ดูเหมือนคนที่ถูกเลือกคนสุดท้ายทั้งสองคน ไม่น่าจะเคยเจอแรงกดดันแบบนี้ เห็นได้ชัดว่าออกอาการทั้งคู่

ทั้งโทมัส และ นิ้น ผมเชื่อว่าคงไม่เคยเจอแรงกดดันแบบนี้มาก่อน
ที่จริงถ้าผ่านไปได้ผมว่า สำหรับ ทั้งคู่ คือโอกาสที่จะพิสูจน์ว่าเขาแกร่งพอที่จะเผชิญแรงกดดันได้ดี
คือ มันสื่อถึงว่าคุณทำงานภายใต้แรงกดดันได้ แกร่งพอที่จะยืนหยัดในสถานการณ์ที่ไม่เป็นใจได้
มันเป็นมุมกลับที่แสดงถึงคุณสมบัติของคนในสายการตลาดอย่างยิ่งยวด
เพราะคนสายการตลาดย่อมรุ้ว่า ชีวิตการตลาดไม่มีอะไร perfect และมันโคตรบีบหัวใจเลย
ในเวลาที่อะไรๆไม่เป็นใจ และไม่เข้าทางตัวเอง

โจทย์แบบนี้ไม่ใช่ข้อเสียเสมอไปครับ
มันก็คือวิกฤตที่คุณจะพิสูจน์ศักยภาพตัวเอง
ซึ่งจะกลายเป็นโอกาสเกิด ถ้าคุณเคลียร์ผ่านไปได้
ยิ่งผ่านไปได้ดีแค่ไหน ยิ่งเด่นครับเพราะ คู่นี้ทำงานภายใต้แรงกดดันที่สูงกว่าเพื่อน
อย่าถอดใจเป็นใช้ได้ นักการตลาดที่เก่งๆ แม้โอกาสน้อยและอยุ่ในสถานการณ์เป็นรองมากๆ
ไม่เคยมีใครยกธงขาวกันหรอก มีแต่จะยิ่งนิ่งและรักษาจังหวะเพื่อหาโอกาสให้กับตัวเอง
ไม่ใช่คนทำเกม แต่จะพยายามประคองโอกาสให้ตัวเองผ่านไปได้ จนกว่าจะมีจังหวะ
เรียกได้ว่าต้องอึดครับ ต้องรู้จักอึดเพื่อรอหาโอกาสให้ตัวเอง

แต่น่าเสียดายครับ โดยเฉพาะโทมัสนี่ ออกอาการเป๋ง่ายๆ แบบน่าเสียดาย
เรียกได้ว่าพอเจอแรงกดดันแบบนี้แทนที่จะแก้ไขปัญหาภายใต้แรงกดดันได้
เสียศูนย์ไปเลย น้องนิ้นก็เหมือนกัน

โจทย์เที่ยวนี้ด้านนึงจึงวัดคนที่จะทำงานภายใต้แรงกดดันได้
และน่าเสียดายจริงๆครับ สนามการตลาดเวลาโหดๆนั้น กดดันคนรับผิดชอบมากกว่านี้ไม่รู้กี่เท่าครับ

ขอแสดงความเสียดายแทน โทมัสด้วย สัปดาห์นี้
บทเรียนเรื่องนี้คงจะสอนให้เห็นความสำคัญของการแยกแยะอารมณ์กับหน้าที่
ในเวลาที่ทำภารกิจได้มากขึ้นครับ




 

Create Date : 24 เมษายน 2551    
Last Update : 24 เมษายน 2551 23:33:25 น.
Counter : 2285 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

granun
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add granun's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.