Group Blog
 
All Blogs
 
ศิลป์ภาวนา

                ได้เข้าร่วมกิจกรรม “ศิลป์ภาวนา ถักรัก ปันอุ่น”  ของกลุ่มชีวิตสิกขา ที่หอจดหมายเหตุพุทธทาสอินทปัญโญ หรือที่รู้จักกันในนาม “สวนโมกข์กรุงเทพ” เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ วันที่ระลึกทหารผ่านศึก และเป็นวันอาทิตย์ต้นเดือนกับกิจกรรมตักบาตรเดือนเกิด ที่จัดกันทุกเดือน

                เพราะเป็นวันพระ วันนี้มีญาติโยมนำอาหารมาตักบาตรกันมากมาย เห็นแล้วชื่นใจ ร่วมอนุโมทนาบุญกับผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน วันนี้มีพระครูใบฎีกามณเฑียร มณ.ฑีโร(พระอาจารย์จ้อย) จากวัดธารน้ำไหลสวนโมกขพลาราม มาเทศน์ก่อนฉันแล้ว พระอีก ๙ รูป นิมนต์มาจากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์

                ท่านจ้อยเทศน์เรื่องความรักในเดือนกุมภาพันธ์ ว่าเดือนนี้มีวันแห่งความรัก ๔ วัน ๔ อย่าง วันแรกคือ วันนี้ วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ วันแห่งความรักชาติเสียสละ วันทหารผ่านศึก เราควรระลึกถึงทหารหาญที่เสียสละชีวิตปกป้องชาติเราไว้ ไม่มีพวกเขา เราก็ไม่มีความสุขอยู่อย่างนี้ วันที่ ๒ คือ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ปีนี้คือวันตรุษจีน วันแห่งความรักครอบครัว รักระลึกถึงบรรพบุรุษ เป็นวันแห่งความรักบรรพบุรุษ วันที่ ๓ คือวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ เป็นวันแห่งความรักโดยสากล รักของหญิงชาย วันสุดท้ายวันที่ ๔ คือวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ปีนี้ตรงกับวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ คือวันมาฆบูชา ก็เป็นวันแห่งความรักในพระพุทธศาสนา ถ้าองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่มีความรักในมนุษย์เมื่อท่านบรรลุธรรมแล้ว ก็คงไม่เผยแผ่ สรุปก็คือเดือนนี้มีวันแห่งความรัก ๔ อย่าง ให้เราระลึกรู้

                จากนั้นประธานสงฆ์จากวัดมหาธาตุฯ ได้กล่าวสัมโมทนียกถา เรื่องบุญกริยาวัตถุ ๑๐ แต่ยกตัวอย่างมาเพียง ๓ คือทาน ศีล ภาวนา การให้ทาน การเตรียมสิ่งของมาตักบาตร เป็นการลดละกิเลสได้ระดับหนึ่งเป็นวัตถุทาน

                จบจากกิจกรรมตักบาตร หลังจากเป็นลูกศิษย์วัดกันอิ่มแปล้แล้ว ช่วงบ่ายก็มีกิจกรรม  วันนี้กลุ่มในเครือข่ายชีวิตสิกขามีกิจกรรมให้เข้าร่วม ๒ กิจกรรมคือ “ศิลป์ภาวนา ถักรัก ปันอุ่น” และ “ศิลป์ภาวนา เย็บถุงชายผ้าเหลือง” เราเข้าร่วม“ศิลป์ภาวนาถักรัก ปันอุ่น” ก่อนเริ่มทำกิจกรรม น้องหนูหัวหน้าทีมให้สวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย อธิษฐานจิตว่าจะถักไหมพรมด้วยความตั้งใจจริง ด้วยจิตที่เปี่ยมสุข ผู้รับจะได้รับความสุขใจนั้น ๆ ไปด้วย เพราะวางมือกับการถักโครเชท์ มา ๒๐ กว่าปี จึงต้องมีครูหน่อยเป็นพี่เลี้ยงคอยบอกลายให้ว่าจะขึ้นต้นอย่างไร ทำอะไรต่อ เราตั้งสมาธิทำด้วยความตั้งใจ เพราะอยากจะทำอยู่แล้ว มาวันนี้ได้มาเข้าร่วมกิจกรรมอย่างไม่รู้มาก่อนว่าจะมี เลยมีความตั้งใจอย่างมาก ถักหมวกไหมพรม ลายพัด ครูหน่อยบอกว่า เพื่อให้มีกำลังใจ ให้ถักหมวกเด็กก่อน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมี ๕ - ๖  คน ที่พอถักได้ ถักลายเดียวกันคือลายพัด (แต่สุดท้ายผลงานที่สำเร็จออกมาคนละทรงเลย) เราเลือกไหมสีฟ้ากับชมพู ถักด้วยความตั้งใจมีสมาธิ เวลาผ่านไปโดยไม่รู้สึกว่านาน หรือแม้แต่การเมื่อยล้า เพราะนั่งกับพื้นด้วยท่าขัดสมาธิ แว่วเสียงน้อง ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม ว่าถักเกินบ้าง เปียเกินบ้าง ที่เราเรียกกันเล่น ๆ ว่า ชอบโปรโมรชั่น  ของเราไม่มี สมาธิอยู่ที่งาน ย้อนหลักหน้าสาม หน้าสี่  ทำไม่พลาด เพียงแต่มีช่วงหนึ่งที่เราแอบเพิ่มโซ่ เพราะรู้สึกว่างานจะเล็กไป จนครูหน่อยไม่ให้เพิ่มเราก็กลับมาทำแบบเดิม แต่ทุกขณะทุกการถัก เรามีสติตลอด ช่วงแรก ๆ ๒ ชั่วโมงแรก สมาธิมั่นมาก นิ่งในจิต มีแต่การเคลื่อนไหว ของมือทั้งสองมือขวาก็ผ่อนเส้นไหมเพื่อให้มือซ้ายควักเส้นไหมเป็นลาย สมองก็นับว่าพันควักได้กี่หลักแล้ว  เวลาผ่านไป ไม่รู้สึกไม่เดือดร้อน ครบแถวก็ให้ครูหน่อยดูว่าทำอย่างไรต่อ ใจสุข ใจนิ่ง ไม่มีอะไรเข้ามาในความคิด นอกจากการถัก ถัก เพื่อให้สำเร็จ มาเริ่มมีความรู้สึกแกว่ง ๆ นิด ๆ ตอนที่กลุ่ม “ศิลป์ภาวนา เย็บถุงชายผ้าเหลือง” บอกกันว่า มีเวลาอีก ๑๕ นาที จะเก็บของแล้ว เพราะจะ ๑๗.๐๐ น แล้ว ในใจก็คิด ว่า เรานั่งถักมาจะ ๔ ชั่วโมงแล้วหรือ ไม่รู้สึกเลย ไม่เมื่อย ไม่ปวดหลัง(กระดูกสันหลังเราไม่ดีมันคดเป็นรูปตัว S นั่งกับพื้นนาน ๆ จะปวดหลัง) พอสติหลุดจากสมาธิ อาการปวดนิด ๆ ก็เริ่ม เหงื่อเริ่มออกที่มือมากขึ้น จนครูหน่อยบอกว่า ถักจนเข็มฝืดเลย เริ่มหิวน้ำจนต้องลุกไปดื่มน้ำ ๑ ขวดเล็ก กลับมานั่ง เริ่มมีอาการรนเล็กน้อย เพราะน้อง ๆ หลาย ๆ คนเริ่มทยอยกลับเขายังทำไม่เสร็จ แต่จะมาต่อวันเสาร์หน้า มี ๓ คนที่นั่งใกล้ ๆ กันที่งานใกล้จะเสร็จ สักพัก น้องคนหนึ่งก็ทำเสร็จ ถ่ายรูปกันแล้วเขาก็กลับ ใกล้จะ ๑๘.๐๐ น. แล้วชิ้นงานของเราใกล้ความจริง ขณะที่เราเร่งถัก การควักเข็ม กลับมีข้อผิดพลาดบ่อยขึ้น ควักไหมมาไม่ทั้งเส้น ต้องดึงออกใหม่ ทั้งที่ความเร็วในการทำก็เท่า ๆ กับเมื่อตอนถักใหม่ ๆ เหมือนยิ่งรีบก็ยิ่งรน ที่เรารีบเพราะเกรงใจครูหน่อยที่ต้องอยู่ดูแล แต่ก็ยังใจชื้นที่มีน้องอีกคนยังนั่งอยู่ และคนในกลุ่มชีวิตสิกขา ก็มานั่งถักเป็นเพื่อน นี่สุดชิ้นงานก็เสร็จเกือบ ๑๘.๐๐ น. เสร็จก่อนน้องอีกคนเล็กน้อยพอเสร็จ ความรู้สึกมันภูมิใจ มีความสุข ไม่ใช่เพราะคำชมว่า สีหวานสวยอย่างเดียว แต่เพราะความตั้งใจบรรลุผล เราอยากถักหมวกให้เด็ก ๆ อยู่แล้ว มาได้ถัก แล้วถักเสร็จด้วย และชิ้นงานก็พอดูได้ นำไปใช้ได้ ความสุขมันกรุ่น ๆ อยู่ข้างใน อธิบายไม่ถูก ความรู้สึกปวดเมื่อยไม่มี ไม่ว่าจะที่มือ ที่หลัง หรือว่าที่ขา  ตอนนี้มานั่งระลึกถึงสิ่ง ๆ ต่าง ๆ ก็คิดว่า คงเป็นเพราะผลบุญจากการตั้งใจจริง อาการปวดเมื่อย ต่าง ๆ ที่เป็นโรคกรรมจึงไม่มาเบียดเบียน ทำให้มีกำลังใจขึ้น หมวกใบนี้เหมือนกับการรื้อฟื้นความชำนาญ ครั้งต่อไป จะถักหมวกไหมให้ผู้ป่วยมะเร็งได้แล้ว เสียดายที่คงเข้าร่วมกิจกรรมไม่ได้ไปอีก ๖ เดือน เพราะมีภารกิจอบรมทุกเสาร์ – อาทิตย์ แต่ก็คงจะซื้อไหมมาถักเองที่บ้าน “ศิลป์ภาวนา”  นี่ได้ผลจริง ๆ คนทำได้เห็นผลในขณะปัจจุบัน คนที่ใช้ก็คงจะได้อนุโมทนาบุญด้วย

                อีกอย่างที่ไม่เขียนไม่ได้คือ น้องคนที่เสร็จหลังสุด ถักหมวกเด็กสีแดงขลิบเหลืองอ่อน น้องเขามีความตั้งใจอย่างมาก ทั้งที่หลังจากเสร็จกิจกรรมแล้ว น้องต้องเข้าไปเคลียร์งาน (แอบได้ยินน้องพูดโทรศัพท์) แต่น้องเขานิ่งมาก ตั้งใจถักไปเรื่อย ๆ คิดว่า ถ้าเป็นเรา คงร้อนรน แล้ว เพราะห่วงงานก็ห่วง ห่วงถักก็ห่วง เวลาก็ใกล้ค่ำแล้ว ไปทำงานแล้วจะถึงบ้านกี่โมง...มากมาย ปัญหาให้คิด  แต่น้องเขานิ่งมาก แม้เมื่อเหลือเขาคนเดียวเขาก็ยังถักแถวสุดท้ายไปเรื่อย ๆ  ต้องบอกว่าแอบชื่นชมในใจ ว่าน้องเขาอยู่กับปัจจุบัน ได้อย่างดีเยี่ยม มันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ในเมื่อปัจจุบันคือการถักหมวก แล้วก็ตัดสินใจจะอยู่ถักต่อ ยังไม่กลับไปทำงาน ก็ควรอยู่กับงานถักให้สำเร็จ จะได้ไม่กลายเป็นว่า งานถักก็ไม่ได้ งานประจำก็ไม่ได้ น้องเขานิ่งจริง ๆ ยอมรับว่า ด้วยอายุ ไม่น่าจะเกิน ๓๐ นิ่งได้แบบนี้ อนาคตคงจับงานใหญ่ ๆ ได้อย่างดี เพราะในโลกของการแข่งขัน ในภาวะวิกฤต ผู้ที่นิ่งได้ มีสมาธิดีที่สุด จะประสบความสำเร็จ เพราะเราผ่านมาแล้ว แม้จะดูเป็นคนใจร้อน แต่เมื่อมีภาวะวิกฤต เราก็ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว สำเร็จมาทุกครั้ง ชีวิตการงานที่ผ่านมาก็ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง จนบัดนี้ ที่ออกจากโลกแห่งการดิ้นรน มาอยู่อย่างพอเพียง มาทำในสิ่งที่ใจปรารถนาในงานจิตอาสา ชีวิตมีความสุข ตามอัตภาพ ไม่มีเงินมากเหมือนตอนทำงาน แต่มีเวลาให้กับการศึกษาและรู้จักตัวเองมากขึ้น ชีวิตที่เหลืออยู่ก็เท่ากับว่าเป็นกำไรแล้ว เพราะได้ใช้เวลาของชีวิตทำประโยชน์ให้กับคนอื่น ๆ โดยไม่มีเงินมาเป็นเครื่องตอบแทนเหมือนตอนที่ทำงาน

                ก็เลยรู้สึกชื่นชมกับน้อง ๆ ในกลุ่มจิตอาสา น้องมีโอกาส ได้เข้ามาสัมผัส กับความสุข ได้รู้จักการให้ การเสียสละ ซึ่งเป็นบุญกริยาวัตถุ ๑๐ ชีวิตน้อง ๆ ย่อมจะประสบความสำเร็จทั้งในหน้าที่การงาน และชีวิตส่วนตัว เพราะเรายังมีความเชื่อมั่นว่า คนดี ย่อมได้พบคนดี ที่เขาเรียกกันว่ากัลยาณมิตร เหมือนกับเราที่ได้โอกาสมาพบกับน้อง ๆ ในวันนี้

 

ถักเมื่อ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ตั้งแต่ ๑๓.๓๐ - ๑๗.๓๐ น.




Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2556 15:05:32 น. 0 comments
Counter : 506 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

บัวบัว
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add บัวบัว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.