Group Blog
 
All blogs
 

ประสบการณ์

ความจริงกับภาพในจินตนาการต่างกันลิบลับ

วาดภาพวางแผนไว้สวยงาม

มาเมกาหาเงินยูเอส แล้วเอากลับไปใช้ที่เมืองไทย

ทำร้านอาหาร อยากศึกษางาน อยากเรียนรู้ว่าเค้าทำไง เจอทำในครัวไปครั้งเดียว ได้เงินค่าจ้างมา 10 เหรียญ หงอยซะ กลุ้มใจจนนอนไม่หลับ เอาไปฝันเพ้อ เราควรทำต่อไปไหม? อดทนเพื่ออะไร? เราโดนเอาเปรียบขนาดนี้ได้ไง? เราเคยอยู่ระดับไหน? ทำงานมามีแต่คนยกย่อง ไม่เคยโดนจิกใช้ จริงเหรอ? เราตั้งตัวเราเองไว้ระดับนั้นเองหรือเปล่า? จริงๆแล้ว เราทำงานเพื่ออะไร? เงิน? ประสบการณ์? ความภาคภูมิใจในชีวิต? เพื่อใคร? ไม่ทำได้ไหม? ทำแค่ไหน?

อยากมีธุรกิจของตัวเอง แต่ไม่เริ่มลงมือทำอะไรสักอย่าง ไม่จริงจังกับมันเลยแม้แต่น้อย คอยแต่จะให้โชคให้โอกาสมาประเคน น่าเศร้ายิ่งกว่าคนพิการอีก อย่างนี้พิการทางใจ ไม่คิดทำอะไร รอคอยแต่โชคชะตา

ความตั้งใจ ความกระตือรือร้นในชีวิตหายไปไหนหมด? ความทะเยอทะยาน ความมุ่งดี ความฮึกเหิม หายไปไหน? นิ่งจนเฉื่อย เรื่อยๆจนหมดไฟ แย่ที่สุด

เกิดมาทั้งทีต้องทำสิ่งยิ่งใหญ่ในชีวิตประดับไว้บนโลกนี้ให้ได้ อย่าให้เสียชาติเกิด อย่าลืมศึกษาธรรมะด้วย โลกกับธรรมต้องไปคู่กัน

อย่าหวังโชคชะตา อย่ารอคนอื่นช่วย เริ่มด้วยตัวเอง กระตุ้นตัวเอง กล้าทำ กล้าคิด กล้าพูด ประสบการณ์ตัวเอง สอนตัวเอง เลิกหวังพึงคนอื่นเสียที




 

Create Date : 04 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 4 พฤษภาคม 2552 2:09:05 น.
Counter : 178 Pageviews.  

คนที่เราต้องขอบคุณ



เมื่อไม่กีวัน ได้ไปเจอผู้หญิงคนหนึ่ง เค้าคงมีอาการบาดเจ็บทางจิตใจฝังไว้ในหัวใจมานานมากกกก นานเป็นยี่สิบกว่าปีก็ยังไม่ลืม และเมื่อนึกถึงเรื่องนั้นเมื่อไหร่ เค้าก็จะเจ็บปวดหัวใจทุกครั้ง

ซึ่งอาการเหล่านี้เค้าไม่รู้ตัว เราที่บังเอิญต้องเข้าไปร่วมวงสนทนา จึงได้ไปรับรู้และรับฟังอย่างไม่ได้ตั้งใจ

ตอนแรกไม่ชอบใจผู้หญิงคนนี้มากๆ ขนาดคิดไปจนว่า จะไม่คุยด้วยแล้วดีกว่า และไม่อยากยุ่งด้วยอย่างแรง

แต่หลังจากที่ใคร่ครวญดูแล้วว่า ทำไมเราถึงได้มาเจอกับเค้า? ทำไมเราถึงได้มารับรู้เรื่องของเค้า? และทำไมเราถึงต้องมารับอารมณ์เค้า? จึงทำให้คิดได้ว่า เราโชคดีมากที่ได้เจอผู้หญิงคนนี้ และเราต้องขอบคุณเค้า ที่มาสอนในสิ่งที่เราอาจจะคิดเองไม่ได้ก็ได้ ถ้าเราไม่เจอเค้า

มันทำให้เราเข้าใจในบางอย่าง กับเหตุการณ์บางอย่างที่เข้ามาในชีวิตของเรา ว่ามันมีเหตุผลของมัน ถ้าเรานิ่งคิดสักนิด เราจะรู้ว่าเราโชคดีจริงๆที่ได้เจอะได้เจอ

เรื่องมีอยู่ว่า เค้าเป็นคนอีสาน แล้วเข้ามาเรียนในกรุงเทพ พวกเพื่อนๆจะดูถูกเค้ามากๆ เรียกเค้าว่าลาว ซึ่งเค้าก็เถียงว่าไม่ใช่ เค้าไม่ใช่ลาว เค้าเป็นอีสาน ซึ่งมันจะเป็นอย่างนี้ซ้ำๆ วันแล้ววันเล่า

ตอนที่เค้าเล่า หน้าตาบูดเบี้ยว น้ำเสียงบึ้งตึง หายใจหอบ จนบางครั้งถึงกับกลั้นหายใจ อย่างกับว่าเพื่อนคนนั้นมานั่งพูดนั่งว่าเค้าอยู่ต่อหน้าเค้าตอนนี้ เค้าบอกว่าพวกมันทำเป็นพูดว่าพวกมันอยู่กรุงเทพ เป็นคนกรุงเทพ ลองไปดูบ้านพวกมันสิ สลัมทั้งนั้น พวกอยู่สลัม ชิ มาทำเป็นดูถูก ลองไปดูบ้านเค้าที่อีสานสิ ที่กี่ไร่ ใหญ่กว่าพวกมันทั้งนั้น พวกคนกรุงเทพ มันก็พวกสลัมทั้งนั้น ดีแต่ดูถูกคน

เรานั่งอยู่ตรงนั้น เราก็รู้สึกไม่ชอบใจ เกิดอารมณ์ต่อต้านขึ้นมา ว่าไม่นะ ไม่ได้เป็นอย่างนั้นทุกคน อันนี้เราได้แต่คิดในใจ ไม่ได้พูดออกมา ปล่อยให้เค้าพูดต่อ

เค้าบอกพวกคนกรุงเทพน่ะนะ จะมีอาไร๊ ต้องซื้อรถเบนซ์ ต้องขับรถดีๆ หน้าใหญ่ ลองไปดูบ้านพวกมันสิ ดูไม่ได้หรอก พวกรวยไม่จริง เค้านะ เอาบ้านไว้ก่อน อยากจะวัดกันจริงๆให้ไปดูบ้าน ไม่ใช่ดูรถ

ตอนที่เค้าพูด เราไม่รู้ว่าเค้าขับรถอะไร? บ้านอยู่ที่ไหน? ก็เราเพิ่งเจอเค้าครั้งแรก แล้วเค้าก็เล่าให้ฟังว่าชีวิตเค้าเจออะไรมาบ้าง เรียนจบ ม.3 แล้วก็ไปเรียนเสริมสวย แล้วก็แต่งงานตอนอายุ 16 กับฝรั่ง แล้วก็อยู่กินกันที่เมืองไทย 5 ปี พอแฟนหมดวาระที่เมืองไทยก็ย้ายมาเมกา แล้วเค้าก็ทำงานอย่างหนัก จนปัจจุบันเค้าไม่ได้ทำงานแล้ว ชีวิตค่อนข้างสบาย

ตลอดเวลาที่เค้าเล่า เค้ายังมีความแค้นกับคนกรุงเทพที่เคยดูถูกเค้า และในเวลาเดียวกันเค้าก็ดูถูกคนอื่นๆ และคนกรุงเทพตลอดเวลา

เราบอกตรงๆ เราไม่ชอบใจเค้ามากๆ เค้าเองก็ดูถูกคนอื่นตลอดเวลาที่เค้าพูด เค้าเอาแต่ถามคนอื่นว่าบ้านอยู่ไหน? ขับรถอะไร? ทำเหมือนกับคนอื่นที่ทำกับเค้าเป๊ะเลย เค้าเปรียบเทียบคนอื่นกับตัวเค้าตลอดเวลา เราได้แต่ถามว่าทำไมเป็นอย่างนั้น? ไม่ชอบที่คนอื่นทำอย่างนั้นกับเค้า ทำไมเค้าเป็นซะเอง? เราถึงขั้นเก็บเรื่องของเค้ามาคิดข้ามวันเลยนะ แล้วเราก็ได้รู้ว่า....

เราโชคดีมากๆที่ได้เจอเค้า เค้ามาสอนให้เราเห็นเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมากๆว่า ถ้าเราไม่ชอบให้ใครมาทำอะไรกับเรา เราต้องคอยระวังตัว อย่าให้เราต้องไปทำอย่างเดียวกับคนพวกนั้น

บ้านหลังใหญ่ แล้วไง? มันก็ของของคนอื่น วัตถุประสงค์ในการมีบ้าน คือไว้คุ้มภัย ไว้พักอาศัย นอกนั้น มันเกินวัตถุประสงค์ รถ มีไว้ขับขี่ จะได้ไม่ต้องเดินให้เมื่อย กันแดดกันฝนกันลม มันก็ขับเคลื่อนได้เหมือนกัน แล้วไง?

คำถามนึงที่ขี้นมาในใจเราก็คือ เค้ามีความสุขเหรอ? นั่นเป็นความสุขของเค้าเหรอ? ต้องทำงานเหนื่อยสายตัวแทบขาดมาเป็นสิบๆปี เพียงเพื่อให้คนอื่นได้รู้ว่าฉันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใครนะ? เหรอ? เพื่อจะได้มีโอกาสดูถูกคนอื่นบ้าง? งั้นเหรอ? โธ่...

ในเมื่อเรายังไม่ชอบเลยที่ใครมาดูถูกเรา เรายิ่งน่าจะเป็นคนที่เข้าใจความรู้สึกนั้นมากที่สุดสิ? มันเจ็บปวด มันไม่ใช่ความรู้สึกที่ดี เรายิ่งต้องคอยระวังตัวไม่ไปทำร้ายคนอื่นอย่างที่เราโดนมา นะ

ตอนนี้พอเรานึกถึงผู้หญิงคนนั้น เรายิ้ม แล้วเราก็รู้สึกจริงๆว่า เราโชคดีจังที่ได้เจอเค้า ได้เห็นหน้าตา ตอนเค้าพูด ได้รับรู้อารมณ์อันเจ็บปวดของเค้า ได้รับรู้อารมณ์ตัวเองตอนที่ไม่ชอบใจในสิ่งที่เค้าพูด ดีจังนะที่เราได้เจอกัน

ขอบคุณค่ะคุณครู




 

Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2552 3:31:18 น.
Counter : 120 Pageviews.  

จนถึงวันนี้



ชีวิตเริ่มลงตัวมากขึ้น เริ่มเข้าที่เข้าทาง มีเวลาว่างมากขึ้น

จากตอนแรก ทำอะไรก็ช้านานไปทุกอย่าง ทำกับข้าว เตรียมอาหาร นานซะ.......

ตอนหลังก็รู้ว่า ต้องเตรียมพวกส่วนผสมต่างๆไว้ก่อน พอจะทำก็ได้เอามาปรุงเลย ไม่งั้น ไม่ต้องกินกัน แฮะ...

แม่สามีเป็นคนทานง่ายมาก ทำอะไรให้ลอง ลองหมด ไม่เหมือนคุณสามี (นินทาซะหน่อย) พอได้กลิ่นแปลกๆ ไม่แตะเลย แม่สามีอายุ 67แล้วนะ แต่ยังฉับเฉง ไปทำงานทุกวัน ตื่นตี4 กลับมาบ้าน 4โมงกว่า เราเคยบ่นเล่นๆว่า เอาใจยากจริงๆเลย (หมายถึงคุณสามี) แม่สามีบอกว่า "you don't have to please anybody just yourself" แปลนิดนะคะ "หนูไม่ต้องไปเอาใจใครหรอก เอาใจตัวเองไว้ก็พอ" ดีนะคะมีผู้ใหญ่อยู่ในบ้าน อุ่นใจดี

ทุกวันนี้จากที่เคยต้องตื่นแต่เช้าไปทำงาน อยากตื่นมั่ง ไม่อยากตื่นมั่ง ไปทำงานก็เครียดสารพัด คนนั้นจะเอาโง้น คนโน้นจะเอางั้น ทำงานจนทุ่มกว่า สองทุ่ม ถึงบ้าน สามสี่ทุ่ม....

ปัจจุบัน ชีวิตเป็นของเราเองจริงๆ ต้องตั้งสติดีๆ ไม่งั้นฟุ้ง บอกตัวเองไว้เสมอว่า ทำหน้าที่อะไรแล้วแต่ ต้องทำให้ดี เต็มที่

ตอนเป็นพนักงานบริษัทฯ เราก็ทุ่มเต็มที่ ใส่ใจทุกอย่าง เจ้านายไว้วางใจ โอกาสก้าวหน้าทางการงานก็ตามมา แต่ก็แลกกับอะไรหลายอย่าง

ตอนนี้เป็นภรรยา ก็ต้องทำหน้าที่ให้ดี มีคนถามว่าไม่เหงาเหรอ? อย่าเอาไปเทียบกันสิ มันคนละหน้าที่ คนละตำแหน่ง รู้ให้ดีว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ เราจะรู้ว่า แต่ละหน้าที่ก็มีคุณค่าในตัวมันต่างกัน ทำให้เต็มที่ แล้วเราจะไม่เสียใจ หรือ โธ่ เมื่อเรามองย้อนกลับมา

ไว้เล่าให้ฟังในรายละเอียดในส่วนต่างๆของชีวิตในแต่ละวัน ว่าทำอะไรมั่งนะคะ




 

Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2552 10:42:33 น.
Counter : 210 Pageviews.  

เดินทางวันแรก

เพิ่งย้ายบ้านมาที่ Denver, CO เมกา เมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมานี่เองค่ะ มาถึงก็แวะแอลเอก่อน เพราะต่อเครื่องมา CO ไม่ทัน เลยต้องค้างบ้านเพื่อน ไม่ได้เที่ยวอะไรทั้งนั้น มาถึงก็ดึกแล้ว แวะกินข้าว แล้วก็ไปบ้านเพื่อนเลย กระเป๋าเยอะมาก 6 ใบ ก็ย้ายบ้านอ่ะ เลยขนซะ แอ๊ก เลย

กว่าจะจัดของอีกครั้งเสร็จก็ปาไปตีสองได้มั๊ง งงละซี๊ ว่าจัดของใหม่ทำไม ชิมิ ก็คืองี้ ตอนออกจากเมืองไทย เราบินการบินไทย คุณสามีเค้าจองตั๋วก่อน 1 ธันวา เลยยังได้น้ำหนัก 32 กิโล ต่อ 1 ใล ส่วนเราจองหลังจากนั้น เลยได้น้ำหนักตามกฎใหม่ คือ 23 กิโล ทีนี้ได้คนละสองใบ แล้วก็มีกระเป๋าลากขึ้นเครื่องอีกคนละใบ รวมทั้งหมดเป็น 6 ใบ

ทีนี้สายการบินในประเทศ เค้าให้ได้แค่ 25 กิโล หรือ 50 lbs เลยต้องมานั่งจัดใหม่ไง นะ

ตื่นแต่เช้า กินข้าวเช้าเสร็จ คุณเพื่อนก็พาไปชอปปิ้งที่เอาท์เล็ทใกล้บ้าน ที่ชอบเพราะมี Abercrombie & Fitch ถูกแสนถูก ชอบที่สุด ได้รองเท้าเดินหิมะของ Timberland มาอีกคู่ ก็ไม่เคยมีอ่ะ แล้วเพื่อนกะคุณสามีบอกว่าซื้อเหอะ ที่นี่มันเมืองร้อนมันเลยลดราคา ถ้าไปซื้อที่โน่น มันจะแพงกว่านะ โอเค๊

กลับมาบ้านกินกลางวันกันก่อนด้วย แล้วค่อยไปสนามบิน ยังมึนๆกับการเดินทางอยู่เลย ต้องบินอีกและ ดีนะ ไฟลท์ค่อนข้างว่าง เลยนอนเหยียดยาวมาได้

มาถึงทุ่มกว่าเอง อุ๊ย ลืมบอก เครื่องออก 4โมงกว่า โห มาถึงก็หนาว หนาว หนาว หนาวจริงๆนะ

เข้าบ้านคุณแม่สามีรออยู่ ก็รื้อของ เอาของฝากออกมาให้ แล้วก็ดูรูปกัน กว่าจะนอน ก็ปาเข้าไปดึกโข

ชีวิตใหม่เริ่มต้นแล้วค่ะ




 

Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2552 8:50:44 น.
Counter : 158 Pageviews.  


Valentine's Month


 
อิ่มเอมโอชา
Location :
Colorado United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




อย่าลืมลมหายใจตัวเอง
น้องเพนกี้
น้อง DoryKong 1
น้อง DoryKong 2
น้อง DoryKong 3
X
X
X
X
Friends' blogs
[Add อิ่มเอมโอชา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.