บ้านโครงการสไตล์ Loft ตอน 33. ส่วนต่อเติมเพิ่ม 1.โรงรถ ( 2 ส.ค. 56 )
     ใกล้ความจริงเข้าไปทุกทีแล้วครับ ตอนนี้ส่วนต่อเติมอันแรก โรงรถเสร็จแล้วครับ เหลือระแนงข้างบ้านยังไม่เสร็จ (ยังไม่ได้ทาสี) โดยโรงรถนี้เป็นส่วนที่ต่อเติมเพิ่มจากตัวบ้าน โดยให้โครงการเป็นคนต่อเติม เนื่องจากตัวบ้านมีการรับประกันที่ 1 ปี และจะหมดรับประกันทันทีที่เราต่อเติม ดัดแปลง หรือแก้ไขส่วนต่างๆ ดังนั้นเพื่อความสบายใจ ผมจึงเลือกที่จะให้โครงการทำการต่อเติมโรงรถนี้เพิ่มไปด้วยเลยครับ เพราะดูจากรูปแบบแล้วหนีไม่พ้นที่จะต้องเจาะ คานแล้วฝากเหล็กดครงหลังคาไว้กับตัวบ้าน แน่นอน ถ้าต่อเติมเอง หมดรับประกันทันที กับ ด้วยราคาที่รับได้ 

     โรงรถโครงสร้างเหล็ก หลังคาเป็นแผ่นดีไลท์ ราคา 2500 / ตร.ม. ถือว่าไม่ได้แพงกว่าร้านทั่วไปมากมายนัก แถมการรับประกันตัวบ้านไยังคงอยู่เหมือนเดิม  

   จากรูปแบบของเนื้อที่ แปลงที่ผมสร้างบ้าน ค่อนข้างจำกัด เพราะพื้นที่เป็นรูปทรงไม่เป็น สีเหลี่ยม ออกเป็น รูปเหมือนถุงกาแฟ เหลี่ยมๆ จึงทำให้การวางตัวบ้านจำกัด และการวางโรงรถก็จำกัดไปด้วย 

  ด้วยข้อจำกัดที่ต้องวางตัวบ้านห่างจากกำแพงด้านหลัง เท่าไหร่จำไม่ได้แล้ว จึงทำให้ตัวบ้านด้านหน้า ห่างจากรั้วหน้าบ้าน เพียงแค่ 5 เมตร เท่านั้น บวกกับผมปิดโรงจอดรถหน้าบ้านให้เป็นห้อง ถ้าจะเอารถเข้าจอด คู่กันที่หน้าบ้าน ก็เกรงว่าจะชิดกับรั้วจนเกินไป ทำให้เดินเข้าออกลำบาก บทสรุปจึงต้องเอาโรงรถมาไว้ด้านข้างบ้านแทน ขนาดความกว้าง 4.6 เมตร  ยาว สุดตลอดแนวข้างบ้าน ใจจริงจะเอากว้างแค่ 4 เมตร แต่ช่างวางเสาตอม่อไปแล้วแก้ไขอะไรไม่ได้ ก็ดีครับ เปิดประตูรถจะได้ไม่ลำบาก 

   เวลาจอดก็ต้องใช้วิธีการจอกซ้อนคันกันละครับ ลำบากนิดนิง แต่จริงๆ ที่ด้านหน้าก็เหลือเพียงพอที่จะให้ รถซิตี้คาร์เล็กๆ จอดได้อีกคันสบายๆ

  มาต่อที่หลังคาโรงรถครับ เนื่อจากเราไม่สามารถสร้าง หลังคาจนเต็มพื้นที่ได้ เพราะหลังคาจะลำเข้าไปบ้านข้างๆ บวกกับเวลาฝนตก น้ำจะไหลไปเข้าบ้านข้างๆ จึงทำหลังคา กว้าง 4.4 เมตร กับ ความกว้างของโครงเหล็กรองรับ ที่ตรงกับ เสาหน้าบ้านพอดี กว้าง 4.2  ที่แรกเสากว้างกว่านี้อีกครับ ถ้าปูหลังคาต้องยื่นออกไปบ้านข้างๆแน่นอน เลยให้ขยับเสาชิดเข้ามาอีก มองๆดูก็ยังหมิ่นๆเลย เสียวจริงๆ สงสัยงานนี้ต้องติดรางน้ำฝนแน่นอน กันน้ำไหลไปลงบ้านข้างๆ แต่พี่บ้านข้างๆ ก็ใจดีจริงๆ บอกไม่เป็นไหรหรอกนิดๆหน่อยๆ  แต่เราเองก็ไม่สบายใจครับ ใจเขา ใจเรา เอาถูกต้องดีที่สุด  ส่วนความยาวอยู่ที่ 13.5 เมตร ไม่ยาวสุดความยาวบ้าน เนื่องจากคุณแฟนอยากเหลือพื้นที่โล่งๆ สักเล็กน้อยเอาไว้รับแดด เวลาตากผ้า จะได้แห้งไวๆ ในวันแดดดีๆ ก็จัดให้ตามคำเรียกร้องครับ 

  เริ่มด้วยการ พ่นสีกันสนิมที่โครงเหล็กก่อนเลย



  จากนั้นตั้งเสาบนแผ่นเหล็ก โดยยึดเหล็กไว้ด้วยพุกเหล็ก กับพื้น  





    เสาเสร็จก็ วางคาน ด้านยาว    
จากมุมหน้าบ้านมองดูแปลกๆ เนื่องจากไม่ต้องการให้ตั้งเสา ขวางหน้าประตูรั้ว ซึ่งกว้าง 5 เมตร คานหน้าบ้านจึงต้องวางแบบนี้ 





ฝากคานเข้ากับตัวบ้าน โดยเจาะฝังพุ๊กเหล็กเข้ากับตัวบ้าน  พุ๊กตัวเล็กจัง จะอยู่ไหมเนี๊ยะ





เแล้วก็ วางแป 




วางเป็นช่วง  ช่วงละ 3 เส้น อันนี้ช่างคิดเอง ออกมาก็ดูสวยดี 






มาต่อที่มุมด้านหน้า  ทำให้รับกับ คานที่ยาวกว่าด้านข้าง จึงต้องทำเป็นจั่วเล็ก ดูแปลกๆ ไม่เหมือนใครดี 555  





งานโครงสร้างเสร็จแล้ว ก็ทาสี จากนั้นก็รอเวลาปูดีไลท์กันล่ะ



ดีไลท์มาส่งแล้ว  ขนลงกองเอาไว้ก่อน  สั่งสีชามาครับ เห็นว่าลดความร้อนได้มากสุด จะลดได้จริงไหม ปูเสร็จได้รู้กัน 






ดูใกล้ๆ ดูไม่ออกว่าสีชาไหม  เพราะมันซ้อนกันหลายแผ่น แต่ถ้ายกออกมาแผ่นเดียว ก็สีชาล่ะครับ 





     จริงๆแล้วมันก็คือแผ่นไฟเบอร์กลาส ลามิเนตออกมาเป็นแผ่นๆ นั่นเองครับ วัสดุเหมือนกับพวกที่ทำเรือ ทำอ่างอาบน้ำนั่นแหละครับ แต่อันนี้บางกว่า ความทนทาน ถ้าโดนแดด โดนฝน อย่างเดียว น่าจะอยู่ได้เกิน 10 ปี แต่ถ้ามีอะไรหนักๆ อย่างล้อเครื่องบินตกใส่ ก็คงทะลุลงมาล่ะครับ 



  ช่างเริ่มปูแล้ว  ค่อยยังชั่วแดดไม่ร้อนเท่าไหร่  ร้อนกว่านี้ช่างคงแย่
ปูจากหลังมาหน้า โดยปูแผ่นแรกเสร็จ ก็ปูแผ่นที่สองทับ วางซ้อนกัน สองลอน เห็นช่างว่า โรงงานบอกมา  จากนั้นก็เอาคิ้วอลูมิเนีย ( D-Cap ) วางทับ ด้านบนตรงลอนที่ซ้อนกัน  ก่อนยิงสกรูเกลียวยึด เป็นระยะๆ  ง่ายมาก





ช่วงที่ซ้อนกันใส่ D-Cap แล้วยึดด้วยสกรูเกลียวอีกที





วันเดียว ปูเสร็จแล้ว   สวยไหม





จากนั้นตัดปลายให้เท่ากัน แล้วใส่ขอบอลูมิเนียม ที่สุดแผ่น 







ส่วนอีกด้านที่ติดกำแพงบ้าน ก็ใส่ฉากกันรั่ว แล้วยาด้วยซิลิโคน 





เสร็จแล้ว  มาดูรูปเต็ม ด้านหน้า








มุมไกลๆ บ้าง 





มองดูข้างบ้านมืดไปถนัดตาเลยที่เดียว แต่ก็ยังดูไม่มืดไปซะหมดทีเดียวครับ ยังพอมีแสงอยู่บ้าง ถือว่าผ่าน
เดี๋ยวคราวหน้า มาดูระแนงข้างบ้านกันต่อนะครับ


****  มาเพิ่มเติมครับ หลังจากลองจอดรถเป็นเวลาครึ่งวัน ในช่วงแดดสาย ไปถึงบ่าย แดดร้อนๆ จัดๆ พบว่า รถไม่ร้อนเลยครับ อากาศภายในโรงรถก็ไม่อบอ้าวนัก อาจจะเพราะบ้านผมมีลมพัดอยู่เป็นระยะก็เป็นได้  แสงสว่างก็ยังส่องลงมาได้มาก พอสมควร  สรุปโดยรวมถือว่าพอใจมากครับ กับหลังคาดีไลท์  เหลื่อแค่อย่างเดียวเรื่องความคงทนในระยะยาวล่ะครับ  ****



Create Date : 31 กรกฎาคม 2556
Last Update : 5 สิงหาคม 2556 11:56:19 น.
Counter : 17201 Pageviews.

6 comment
บ้านโครงการสไตล์ Loft ตอน 32. พื้นบันไดไม้ตะเคียน กับ บัวในบ้าน ( 28 ก.ค.56)
   เข้าสู่อาทิตย์สุดท้ายของเดือน กรกฎาคม ตอนนี้พื้นบันได เข้ามาติดแล้ว ล่าช้าเล็กน้อยเนื่องจาก ไม้ที่ใช้ต้องสั่งจองจากทางร้าน ทางช่างของโครงการบอกว่าเป็นไม้ตะเคียน คัดมา เป็นต้นเดียวกันทั้งหมด ทั้งพื้นบันได กับราวจับ เลยช้าเล็กน้อยครับ เพราะต้องรอคิว บันไดไม้ ของโครงการทั้งหมด ทั้งวัสดุและรูปแบบไม่ได้เปลี่ยนแปลงครับ

วิธีติดไม่ได้ถ่ายมานะครับ พอดีไม่ค่อยสบาย เลยไม่มีแรงจะถ่าย (แต่ดันขับรถไปดูบ้านได้) ไม่ได้ขับเองครับ มัคนขับให้ อิอิ เพิ่งรู้ว่ามีคนขับรถให้มันสบายจริงๆ สงสัยต้องเกล้งป่วยบ่อยๆ

ช่างเริ่มจากเอาไม้แผ่นๆ เหลี่ยมๆ มาขัดให้เรียบด้านนึง จากนั้นก็เข้าเครื่องเราเตอร์ ปาดให้ ส่วนหน้าโค้ง แล้วก็ปาดให้เป็นร่อง พอดีกับ ราวบันได แล้วก็ เอามาติด โดยการเจาะรู กับปูน แล้วยิดแผ่นไม้ด้วยพุก ทากาวลาเทกซ์ไว้ระหว่างกลาง ง่ายๆ แค่นั้น

ส่วนราวจับไม้ ก็เซาะร่องด้านล่าง เพื่อให้เข้ากับเหล็กแผ่นที่ทำรอไว้ ส่วนด้านบนก็ลบเป็นมุมโค้งทั้งสองด้าน แค่นั้นพอ เยอะไปเดียวไม่สวย

คิวข้างเป็นไม้เชอร่า เดี๋ยวย้อมสีอีกที แต่ยังไม่รู้จะเอาสีอะไรดี ถึงจะเข้ากัน

 

มาดูเลยแล้วกันครับ

ยาวไป

ต่อ

ต่อ

 

จากด้านบนบ้าง ทำไมชานพัก มันคนละสีหว่า ไหนบอกต้นเดียวกัน หรือต้นนี้มันมีหลายสี งง อ่ะ

 

ด้านบนอีกมุม บัวบันไดกับ บัวชั้นล่างเป็นของทางโครงการ เป็นบัวเชอร่า ทำสีครับ 

 บัวบันไดติดเรียบร้อยแล้ว

 

บัวชั้นล่างไม้เชอร่า ติดเสร็จแล้วเช่นกัน

 

 

 

 

 

 

มาต่อที่ บัวชั้นสอง ใช้ไม้สน เพราะมันถูกดีครับ

 

ทั้งหมด 19 ท่อน ท่อนละ 3.5 เมตร ราคา 2XX / ท่อน จาก โกบ....house

 

กับลายไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ ดูปุ๊ปก็รู้ทันที่ว่าเป็นไม้สน

 

 ติดชั้นบน เสร็จครบทุกห้อง

 

 

เจ้านี้แหละครับ พระเอกของงานขัดพื้น  จอดนิ่งอยู่ สังเกตุว่าพื้นได้ขัดไปบ้างแล้ว ดูเรียบขึ้นเยอะเลย

 

 

ห้องนอนใหญ่

 

ห้องนอนเล็ก 1

 

 ห้องนอนเล็ก 2

 

โถงหน้าบันได

 

มาดูวิธีการติดตั้งกันบ้างครับ

เริ่มที่เอาบัวมาตัดให้ได้ความยาวตามต้องการ  ด้วยเลื่อย

 

จากนั้นทาด้ายหลังบัวด้วย กาวลาเทกซ์

 

วางบัวให้เข้าที แล้วยิงด้วยตะปูลม

 

 จบขอบบัว ด้วยการตัดเข้ามุมตามรูป

 

 เหลือก็แค่ ขัดเก็บ โป๊ว แล้วก็ทาสีครับ  ยังไม่รู้เลยว่าจะทาสีอะไรดี กะว่าจะทาสีโอ็คเข้มๆ หน่อย ทั้งบนและล่าง ไม่รู้จะดูสวยไหม  ใครมีไอเดียดีๆ แนะนำบ้างนะครับ

 




Create Date : 28 กรกฎาคม 2556
Last Update : 30 กรกฎาคม 2556 20:52:38 น.
Counter : 6183 Pageviews.

2 comment
บ้านโครงการ สไตล์ Loft ตอน 30. เทพื้นล่าง ขัดมัน (21 ก.ค. 56)

  ช่วงนี้งานเดินเร็วมากครับ  เนื่องจากเลยกำหนดเสร็จรอบที่ 3 มาแล้ว เลยต้องขีดเส้นตายล่ะครับ เร่งงานให้เสร็จ ภายในสิ้นเดือน เพราะเจ้าหน้าที่แบงค์จะเข้ามาดู (ตอนนี้ยื่นเรื่องกู้ไปแล้ว ผ่านไม่ผ่าน ต้องมานั่งลุ้นกันอีกทีครับ)

หลังจากเมื่อวันศุกร์ ช่างได้เข้าเทปรับพื้นเอาไว้ครับ เพราะพื้นที่เท หนาร่วม 5 ซม. กลัวว่าเทครั้งเดียวจะแห้งไม่ทัน เลยเทปรับพื้นรอไว้ก่อน จากนั้น  วันนี้ วันอาทิตย์ ก็ได้ฤกษ์เทพื้นล่างขัดมันครับ เล่นของหนักกันก่อนเข้าพรรษา ช่างมารุมกันตั้งแต่ 7 โมงเช้าเลยครับ กลัวแห้งไม่ทัน

ทรายมากองรอแล้ว

 

ผสมปูนด้วยเครื่อง

 

ส่งปูนต่อๆกันไป เทให้ทั่วบ้าน

 

คนเกลี่ยก็เกลี่ยไป เอาให้เสมอ

 

จากนั้นก็คนปรับ ปรับพื้นให้เรียบเสมอกันทั่วบ้าน

 

ปรับทั่วบ้านจนเรียบ  หลังจากนั้นก็นั่งรอเวลาปูนเริ่มเซ็ตตัว

 

ปูนเซ็ตตัวได้ที่ก็โรยผงปูน ต่อให้ทั่ว

 

โรยกันเข้าไป

 

ผงปูนเปล่าๆ ที่ใช้โรย ทั่วบ้านหมดไป 5 ลูก

 

แล้วก็รอต่อไป

รอซักพัก ช่างก็เข้าไปเกลี่ยปูน ช่างเรียกว่า " เปิดหน้า " เพื่อให้ผิวหน้าปูนที่โรยไป สัมผัสกับอากาศ จะได้เซ็ตตัวเร็วขึ้น

 

ช่างเอาเกรียงเหล็กทำการเปิดหน้าปูน

 

ช่วยกันหลายๆคน คนละมุม

 

เปิดจนทั่ว ทั้งบ้าน

 

ผิวเริ่มจะแห้ง

 

 

จนในที่สุด เวลาล่วงเลยจนมืด กว่าจะได้เริ่มขัดมัน เนื่องจากอากาศวันนี้ครึ้มทั้งวัน ผิวหน้าก็เริ่มแห้ง

ช่างก็ลงมือขัดมันทันที โดยใช้น้ำสลัดผิวหน้าปูนอย่างเดียว แล้วก็เอาเกรียงขัด

 

ลุยขัดกันท่ามกลางแสงอันน้อยนิด

 

จนในที่สุดก็เสร็จ เวลาล่วงเลยมาจนถึง เกือบ ห้าทุ่ม ช่างนานจริงๆ

 

เช้าวันรุ่งขึ้น กับผลงานที่ออกมา  ยังไม่ได้เคลือบน้ำยาใดๆ เอาไว้เคลือบเสร็จจะถ่ายมาให้ชมอีกครั้งนะครับ

 

ข้างในเสร็จก็มาต่อกันที่หน้าบ้าน

ก่ออิฐ ผูกเหล็กทำขั้นบันได

 

ต่อด้วยเทปูนจนเต็ม

 

พอปูนแห้ง ก็ขัดมันเช่นเดิม

 

วันถัดมา ล้างครบสกปรกออก ชมผลงานซะหน่อย

 

เสร็จแล้วครับ จากนี้ก็รอให้ปูนแห้งสนิท แล้วก็ลงน้ำยาเคลือบก็เสร็จครับ

หลังจากนี้ไปก็ ต้องถอดรองเท้าเข้าบ้านกันล่ะครับ

 




Create Date : 24 กรกฎาคม 2556
Last Update : 26 กรกฎาคม 2556 22:31:53 น.
Counter : 5082 Pageviews.

2 comment
บ้านโครงการสไตล์ Loft ตอน 29. ปูพื้นไม้ชั้นสอง ภาคแรก ( 12 ก.ค. 56)
   กลับมาดูการปูพื้นไม้ชั้นบนครับ หลังจากที่ค้างกันไว้ เพราะรอไม้ที่เอาไปเปลี่ยนมาส่ง  ตอนนี้พื้นไม้ชั้นบนถูกปูเสร็จแล้ว กำลังรอให้กาวแห้งสนิท แล้วก็จะลงมือขัดกันหล่ะครับ  เลยแบ่งเป็นสองภาคอีกเช่นเคยครับ ว่าจะทำเป็นไตรภาคเหมือนหนัง กลัวเดี๋ยวจะไม่มีคนอ่าน เอาแค่สองพอ


ย้อนอดีตกันไปตั่งแต่สมัยวางตงไม้ ใช้ไม้เต็งขนาด 1 1/2" x 1 1/2" ทาสีย้อมไม้กันปลวก 




วางกันไปรอบๆ ห่างกันทุก 40 ซม. ใช้ไม้ทั้งหมด 200 เมตร  ( ท่อนยาว 4 เมตร 50 ท่อน) 
ราคา/เมตร 50 บาท   รวมราคาไม้ตง  หมื่นถ้วน










วางตงเสร็จ ก็เทปูนยึดตง  จริงๆต้องเหลือช่องว่างให้ปูนเตี้ยกว่าตงประมาณ 5 มม. แต่ช่างใจดี แถม
ให้ เทเกือบเสมอตงเลย 










จากนั้นก็ซื้อไม้พื้นครับ เอาแบบไปให้ร้านคำนวณออกมา ใช้ไม้เต็งครับ (ถูกสุดแล้ว) หน้า 6 นิ้ว ไสเข้าลิ้น ทั้งหมด 120 แผ่น ยาวแผ่นละ 3.5 เมตร จนถึง 5 เมตร ปูยาวจนสุดห้อง
จะมีรอยต่อตรงโถงบันไดกับหน้าห้องนอนใหญ่ นิดนึง


ไม้มาส่งแล้ว เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว (4 ก.ค.) หลังจากสั่งไว้ ตั่งแต่เมื่อเดือนมีนาที่ผ่านมา
กองนี้ 75,XXX แพงไปไหมไม่รู้





ก่อนทำการปูไม้ ช่างอลูมิเนียมเข้ามาติด ประตูให้ครบทุกบานแล้วครับ กันฝนสาด เดี๋ยวปูไม้ไปแล้วฝนสาดจะยุ่งกันใหญ่


ประตูใหญ่หน้าบ้าน





ข้างบ้าน ทางออกสวน  
ระแนงไม้เทียม เสร็จได้ซักพัก โดนฝนจนจะผุอยู่แล้ว ไม่ทำสีซักที 





ประตูห้องนั่งเล่นชั้นบน






การปูไม้  ช่างจะเริ่มปูจากริมสุด เลือกไม้ที่ตรงที่สุดปูเป็นแผ่นแรก 
จากนั้นก็ปูแผ่นต่อๆมา โดยเอากาวทาที่ตงไม้ แล้วก็ที่ร่องลิ้นข้างแผ่นไม้   เอาเหล็กมาดึงให้แต่ล่ะแผ่นชิดกัน แล้วก็ยิงสกรูเกลียวปล่อย เข้าที่ลิ้นข้างไม้ ทำแบบนี้ไปจนครบ ทั้งห้อง


อุปกรณ์การตัดไม้





ปูห้องนั่งเล่นก่อนเลย 





ช่วยกันขยันขันแข็ง





ใช้เหล็ก (เรียกอะไรไม่รู้) ดึงไม้แผ่นที่เพิ่งปู ให้ชิดกับแผ่นที่ปูไว้แล้ว





ดึงเข้าไป ค้อนเคาะ หน่อย จะได้เข้าร่องง่ายๆ

ปล. ขวดกาวนี้คงจะพลาดจากเงินล้านมาแล้ว แน่ๆเลย 





ยังไม่สนิท ช่างใหญ่ลุยเองเลย 





สนิทแล้วก็เอา สกรูเกลียวมายิงฝังติดลงไปกับตงที่วาง ทุกๆ ตง





จะมียากหน่อยตรง ราวบันไดครับ ที่ต้อง ใช้เราเตอร์ เจาะเป็นช่องให้พอดี ตรงนี้จะช้านิดนึง 


เริ่มจากตัดไม้ให้ได้ขนาด ด้วยเลื่อยวงเดือน





เลือยส่วนที่ไม่ต้องการออก





ได้ไม้ตามที่ต้องการ





บากร่องไม้ด้วย เราเตอร์





เข้ากับร่องเหล็ก ราวบันไดแป๊ะ






ปูเสร็จทั้งห้องแล้ว จะเห็นว่าบางแผ่นไม่สนิทกันดีนัก ก็ไม่มีปัญหาครับ เดียวขัดเสร็จแล้ว ก็ต้องลงแป้ง เพื่อเก็บรอยต่อต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนทายูริเทนเคลือบ 





ตรงนี้เสียเวลานานหน่อย เพราะต้องใช้เราเตอร์ เซาะร่อง ร่องเยอะเหลือเกิน





ปัญหาที่ ทำให้งานช้า เนื่องจากตัวไม้เอง เพราะตอนร้านมาส่งไม้ ไม่มีใครมาตรวจเช็คไม้ครับ ช่างที่ปูเองก็ไม่ได้ตรวจเช็คละเอียดนัก พอผมมาตรวจเลยเจอดีเข้าครับ  

"มอด" ครับ เพียบเลย บางแผ่นก็นิดเดียว บางแผ่นก็เยอะ หลายแผ่นที่ถูกปูไปแล้ว ทำไงดีหล่ะ 

หยุดครับ สั่งช่างหยุดปูก่อน ตรวจไม้ที่ละแผ่น แผ่นไหนมีมอดก็แยกออก  แผ่นไหนแตก หรือแอ่นมากๆ ก็แยกออก ให้ร้านมาเอาไปเปลี่ยนครับ พร้อมกับสั่งไม้เพิ่ม ขนาด 4 เมตร อีก 11 แผ่น อีก (6,XXX)

 เนื่องจาก ตอนคำนวณ เราคำนวณจากหน้าไม้ที่ยังไม่ได้ถูกไสเข้าลิ้น พอถูกไสเข้าลิ้นแล้ว หน้าไม้ก็จะหายไปอีกประมาณ 1 ซม. บวกกับช่างตัดผิดไปอีก สอง สามแผ่น ไม้เลยไม่พอครับ 


แผ่นนี้หนักเลย 






ไม้ที่สั่งเพิ่ม กับที่ถูกส่งไปเปลี่ยนมาส่งแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายแผ่นที่ถูกเปลี่ยนกลับมา มีมอดมากกว่าเดิมอีก ส่งกลับไปเปลี่ยนใหม่





สุดท้ายต้องไปเลือกเองที่ร้าน  กว่าจะได้ไม้ที่สมบรูณ์ เสียเวลาเปลี่ยนไป เปลี่ยนมา สามวัน  

รอบสุดท้าย ไม้มาส่ง ได้แถมมาด้วย สั่งไม้ยาว 4 เมตรไป ที่ร้านมีแต่มอดกิน ร้านเลยจัด 5 เมตรมาให้แทน อิอิ  หวานเรา  ขอบคุณร้านไว้ด้วยครับ คุยง่าย ไม่เรื่องเยอะ 

ปล. ร้านเจ้าใหญ่ ในระยอง ทำหมู่บ้านขายด้วย พอแระ บอกแค่นี้ คนระยองก็คงรู้ว่าร้านไหน 


ใครที่ซื้อไม้จากร้าน เป็นไปได้ก็ไปเลือกไม้เองเลยครับ เสียเวลาแค่ตอนแรก ไม่ต้องมานั่งเสียเวลาทีหลัง ช่างเองก็พาลเสียเวลาไปด้วย กับการรอไม้มาเปลี่ยน
เปลี่ยนสามรอบ สุดท้ายก็ได้ไม้มาครบครับ 


ไม้มาครบแล้ว 5 เมตร เพียบเลย





ช่างลุยงานปูต่อ จนเสร็จ ทุกห้อง






สุขภัณฑ์เตรียมไว้ รอติดตั้ง เร็วๆนี้ โปรดติดตาม







ไม้ที่เหลือ เพียบเลย ยาวๆทั้งนั้น





สั่นๆ ก็มี  สงสัยลิ้นชักเคาเตอร์ครัว คงจะไม้ต้องซื้อไม้แล้วล่ะเรา  เอาตังส์ไปซื้อเลื่อย ดีกว่า  แต่ตอนนี้ต้องหาที่เก็บก่อน เดี๋ยวบ้านเสร็จ มาว่ากันต่อว่าจะทำแบบไหนดี 





เสร็จจากการปูพื้น คราวนี้ก็รอล่ะครับ รอกาวแห้งซัก 3-7 วัน จากนั้นก็จะลุยขัด  กับเคลือบยูริเทน
 เอาไว้มาต่อกันภาคสองนะครับ




Create Date : 11 กรกฎาคม 2556
Last Update : 12 กรกฎาคม 2556 14:42:24 น.
Counter : 9928 Pageviews.

0 comment
บ้านโครงการสไตล์ Loft ตอน 28. ทา A100 ระหว่างรอปูพื้นไม้

   สวัสดีมิตรรัก แฟนบล๊อกทุกท่าน ที่ติดตามผลงานของผมมาตลอด  บัดนี้เวลาล่วงเลยเข้าเดือน 7 แล้ว  รวมเวลาก็ 1 ปี กับอีก 2 เดือน บ้านผมก็ยัง คืบหน้าไปเทีละนิดเท่านั้น เลยกำหนดเสร็จที่ให้ไว้ มาหลายรอบแล้ว แถมช่วงนี้ฝนตกบ่อยมาก งานบางอย่างเลยต้องชะงักไปอีก เซงมากครับ 

อาทิตย์ที่ผ่านมาช่างเข้ามาปูพื้นไม้ชั้นบนแล้ว แต่ด้วยติดปัญหา ไม้ที่ร้านมาส่งให้นั้น มีมอดแถมมาด้วยเพียบเลย งานปูไม้จึงต้องหยุดชะงักลงครับ รอไม้ล๊อตใหม่มาส่ง ซึ่งก็แย่กว่าเดิมอีก เลยต้องไล่กลับไปเปลี่ยนมาใหม่อีกรอบ จนสุดท้ายต้องเสียเวลาไปคัดไม้เองที่ร้าน 

 ในระหว่างที่รอ ผมก็เลยเร่งให้โครงการเอาช่างมาทา A100 ชั้นแรก ก่อนที่จะเทปูนพื้นชั้นล่าง  เพราะกลัวว่าเทพื้นแล้ว ปูนจะกระเด็นมาโดนผนัง จนติดแน่นเอาไม่ออก เลยทา A100 กันไว้ รอบนึงก่อนดีกว่า    อีกอย่างช่างไฟจะได้เข้ามาเดินท่อไฟได้ด้วย

  ช่างมากันสามคน  ทา A100 โดยใช้ลูกกลิ้ง เร็วมากครับ แป๊ปเดียว เสร็จแล้ว ไม่มีการขัดเศษ ขัดคราบปูนออกเลยครับ  ดีที่แฟนเข้าไปคุม  เลยได้ขัดออกบ้างเป็นบางส่วน  ส่วนอันไหนดูไม่ทัน พวกก็ไม่ขัด ทาทับไปเลย ชุ่ยมากๆ ขอบอก

สุดท้ายงานออกมาหยาบมาก A100 ไหลย้อย เป็นทางๆ บางที่ก็เกาะกันเป็นหยดๆ เซ็งมาก เดี๋ยวก่อนทารอบสอง คงจะได้ขัดกันมือหงิกล่ะช่างเอ๋ย 


 A100 ของ CIC ครับ 2 แกลอนใหญ่


ไม่บอกก็ไม่ขัด  



ใช้ลูกกลิ้งทา A100 เร็วค้อดๆ แต่หยด ย้อยเพียบ เซ็ง



เพดาน บอกไม่ต้องทา มันก็ทา 



ออกมาดำปืด ไม่สวยเลย 



ไม่ถึงวัน ทาเสร็จหมดแล้ว 



เพดานห้องกินข้าว เข้ามาห้ามไว้ทัน เมื่องั้นก็คงดำเหมือนกัน



โถงบันได




โถงบันไดอีกรูป  สังเกตุใส่โคมไฟบันไดแล้ว ทำเองกับมือ ไม่รู้จะออกมาสวยไหม


แผลเก่า ยังจำได้ไหม ร่อยรอยการซ่อมท่อในห้องน้ำ ถึง 3 รอบ  ยังฝังตราตรึงไม่หายไปไหน 

สุดท้ายคงต้องแก้ด้วยปูกระเบื้อง  



เสร็จเรียบร้อย มองไกลๆก็พอดูได้ เนอะ



เคาเตอร์ครัว โชว์อิฐ ทาสีขาวแล้ว ด้วยฝีมือเราเอง ก็พอดูได้   



เชลล์ไดว์ เตรียมมาไว้พ่นไม้ที่ปูไปแล้ว มีมอดอยู่ ไม่รู้จะช้วยได้ไหม



 เพดานมืดเชียว    ผนังมองไกลๆ ดูสวยดีเนอะ



แต่พอมองดูใกล้ๆ เป็นหยดๆ แบบนี้ รับบ่ได้ เด้อ ช่าง



ไม่ประทับใจเลย ทาชุ่ยได้ใจ ไม่รู้จะรีบกันไปไหน   Smiley


ลาไปก่อน ไว้ตอนหน้า มาดูเรื่องปูพื้นไม้กันครับ   Smiley






Create Date : 09 กรกฎาคม 2556
Last Update : 11 กรกฎาคม 2556 11:36:32 น.
Counter : 6392 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  

GolfALPINA
Location :
ระยอง  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 36 คน [?]



มือใหม่หัดขับ
All Blog