Group Blog
 
All blogs
 

ข้าวผัดหมู



เครื่องปรุงคือ
1.ข้าวสวย
2.หมู
3.ไข่
4.กระเทียม
5.พริกไทยขาวป่น
6.หอมจีน
7.ต้นหอม
8.ซีอิ๊วข้นหวาน
9.ซอยซอสหรือซีอิ๊วขาวตราเด็กสมบูรณ์
10.น้ำปลา
11.มะเขือเทศลูกใหญ่
และสุดท้ายก็คือ น้ำมันพืช

เริ่มที่ข้าว
ข้าวที่จะทำการผัดได้ดีนั้นต้องหุงให้เป็นเม็ดออกแข็งๆ หน่อย อย่าหุงเสียจนแฉะติดกันเป็นพืด เวลาเอาไปผัดแล้วไม่สวย
ไม่อร่อย แค่เห็นก็รู้แล้วว่าไม่ได้เรื่อง เรื่องการหุงข้าวจึงเป็นบทเรียนแรกของคนทำข้าวผัด เวลาจะหุงข้าวทำข้าวผัดจึงต้องลดน้ำให้น้อยลง กว่าหุงข้าวกินตามปกติ เพื่อให้ข้าวเป็นเม็ดไม่ติดกันนั่นเอง เมื่อได้ข้าวหุงนั้น ถ้านำออกมายีผึ่งไว้ให้เย็นก็จะดีกว่าเปิดจากหม้อร้อนๆ เข้าใส่ในกระทะ เพราะนั่นมีไอน้ำติด ส่งผลให้ข้าวผัดไม่สวยด้วย

จากข้าวก็เข้าสู่กระบวนการเตรียมเครื่องอย่างอื่น
กระเทียมเอาไว้เจียวน้ำมันก่อนลงหมู แกะซัก 4-5 กลีบ ทุบๆ สับๆ พอประมาณไม่ถึงกับละเอียดทีเดียวก็ใส่ถ้วยเล็กพักไว้ หมูนั้นให้ติดมันนิดๆ หั่นบางๆ กะให้พอเหมาะกับจำนวนข้าวที่จะผัด หอมจีนสีขาวลูกใหญ่ๆ นั้นก็แกะเปลือกล้างน้ำ ผ่าสี่ หั่นเฉียงให้ได้ขนาดซักครึ่งเซ็นต์เป็นใช้ได้ มะเขือเทศนั้นสำคัญนัก ใส่น้ำพริกอ่องนั้นซอยละเอียด แต่สำหรับใส่ข้าวผัดจานนี้ต้องซอยให้บางและเป็นแผ่นๆ จะดูสวยงาม จำนวนที่ใส่ก็ควรพอประมาณ ซัก 2-3 ลูกเป็นอย่างน้อย สุดท้ายก็คือ ต้นหอม ต้นหอมสำหรับเมนูนี้มีไว้ใน 2 กรณี คือ หั่นใส่ในข้าวผัด และเก็บไว้กินกับข้าวผัดสำเร็จรูปแล้วด้วย ก็ตัดรากทิ้ง ลอกเปลือกที่แก่และไม่สวยออก ล้างน้ำสะบัดให้สะเด็ดแล้วจัดการหั่นยาวประมาณครึ่งเซ็นต์ ใส่ให้มากนิดๆ เพราะอยากจะบอกว่า "ถ้าใส่ต้นหอมเข้าไปผัดในข้าวด้วยนั้นจะทำให้กลิ่นข้าวผัดหอมอย่างประหลาด"
ไม่เชื่อก็ลองดูเถิด

ซีอิ๊วนั้นเลือกใช้ซีอิ๊วหวานหรือซีอิ๊วข้นหวาน ฉลากสีเขียวๆ ใส่ซีอิ๊วชนิดนี้แล้วไม่ต้องใส่น้ำตาลเพิ่ม ส่วนซีอิ๊วขาวนั้นเจาะจงใช้ตราเด็กสมบูรณ์ซึ่งมีฉลากสีทองคำติดอยู่ ขวดนี้ให้รสชาติหอมหวานดีกว่าขวดอื่น มะเขือเทศนั้นต้องเป็นลูกโตๆ เนื้อหนาๆ สีแดงสดหน่อย ไข่นั้นจะไข่ไก่หรือไข่เป็ดเป็นได้ทั้งนั้น ใส่กี่ฟองก็สุดแต่ความต้องการ
ก็คงครบเครื่องแล้ว

ทีนี้ก็เข้าสู่กระบวนการ "การผัด"
คำว่า "ข้าวผัด" ก็คือ ข้าวที่นำลงไปผัดกับหมู ไข่ หอมหัวใหญ่ และมะเขือเทศ โดยใส่ซีอิ๊วดำ ซีอิ๊วขาว และน้ำปลา มีพริกไทยขาวโรยหน้า กินกับต้นหอม หรือบางท่านอาจชอบแตงกวาก็ตามแต่อัธยาศัย

ตั้งกระทะใบใหญ่ (กระทะต้องใหญ่ขนาดกว้างศอกครึ่งนั่นแหละทำข้าวผัดดีนัก) ใช้ไฟอ่อน ลงน้ำมันพืช กะพอน้ำมันกำลังร้อนก็ลงกระเทียม เจียวแค่สองสามทีก็ใส่หมูตามลงไป ใช้ไฟปานกลาง ผัดหมูให้สุก พอหมูสุกแล้วให้ลดไฟลงให้อ่อนมากๆ ใช้ทัพพีกันหมูไว้ที่ขอบกระทะ เพื่อกันที่ตรงกลางให้ว่างสำหรับลงไข่ ตอกไข่ใส่ไปซัก 3-4 ฟอง หรือมากกว่านั้น (ไม่ต้องตีไข่ เพราะไข่ที่ตีนั้นเขาเอาไว้เจียวต่างหาก) ตรงนี้สำคัญมาก เพราะถ้าคุมไฟไม่เป็นก็จะทำให้ไข่ไหม้และไม่สวย ต้องดูด้วยว่ามีน้ำมันสำหรับเจียวไข่พอเหมาะสำหรับไข่ที่ใส่ลงไปหรือไม่ ถ้าน้ำมันมากเกินไปก็ไม่ดี จะทำให้ข้าวผัดเลี่ยน ถ้าน้อยไปก็ข้าวผัดก็จะไม่อร่อย ดังนั้นเวลาลงไข่ก็ต้องให้น้ำมันพอดีกับไข่ หรือน้อยกว่าไข่หน่อย (กรณีเดียวกันถ้าน้ำมันน้อยแต่ไข่มาก ก็ต้องเพิ่มน้ำมันเข้าไปให้พอดี)
ใช้ไฟอ่อนค่อยๆ คนไข่ไปเรื่อยๆ ระวังอย่าให้ไข่ติดก้นกระทะ (เรื่องนี้สำคัญมาก เวลาคนไข่หรือคนข้าว ต้องกดทัพพีให้ถูกก้นกระทะทุกครั้ง) ไฟนั้นยังคงให้อ่อนๆ อยู่ จนกระทั่งไข่สุกแล้ว จึงไล่หมูลงมาผัดผสมกับไข่ ทีนี้ก็เร่งไฟขึ้นเป็นปานกลาง ลงข้าวสวยไปผัดรวมกับหมูและไก่ ผัดไปพอประมาณว่าข้าวและหมูนั้นคลุกเคล้าเข้ากันแล้วก็ลงซีอิ๊วข้นหวานแค่ช้อนสองช้อนหรือทัพพีหนึ่ง (ไม่ใช่กระบวยหนึ่ง) อย่าใส่มากเดี๋ยวจะฉุนไป ผัดไปอีกซัก 4-5 ยก ก็เติมซีอิ๊วขาวลงไปอีกนิดๆ พอให้ได้กลิ่นหอม แล้วลงมะเขือเทศ
ผัดไปจนกว่ามะเขือเทศจะสุก สังเกตว่ามะเขือเทศเปื่อย ตรงนี้ให้ใช้ไฟกลางค่อนข้างอ่อน อย่าใช้ไฟแรง บางท่านอาจจะชอบไฟแรง แต่เมนูนี้นิยมใช้ไฟอ่อน เพราะต้องการผัดข้าวให้สวยไม่เร่งรัด เมื่อผัดไปจนมะเขือเทศเปื่อยแล้ว ก็ลงน้ำปลาไปอีกซักสองช้อน การลงต้องพรมน้ำปลาไปทั่วๆ กระทะ อย่าลงจุดเดียว เพราะมิใช่แกงน้ำปลาจะได้ผสมเข้ากันง่าย สังเกตดูว่าข้าวผัดที่ดีนั้นต้องแห้ง ไม่แฉะ และสุดท้ายนั้นก็ลงต้นหอมพร้อมกับปิดไฟ ใส่พริกไทยขาวลงไปให้ได้กลิ่น
ปัญหาเรื่องข้าวผัดนั้นมีอยู่ว่า ผัดยังไง ให้รสชาติออกมาแนวไหน จึงจะเป็นอาหารจานเดียวที่กินได้ทุกคน คำตอบก็คือ ผัดดังที่บอกนั่นแหละ ส่วนรสชาตินั้นต้องให้ออกจืดนิดๆ เพราะข้าวผัดไทยเรานั้นนิยมกินกับพริกน้ำปลา
พริกน้ำปลาก็ทำง่ายๆ แค่สับหรือหั่นพริกขี้หนูสด ใช้พริกสีแดงสีเขียวผสมกันอย่างละครึ่งจะทำให้สีสวยงาม เสร็จแล้วตักใส่ถ้วยเล็ก เติมน้ำปลา ก็เป็นพริกน้ำปลาแล้ว นอกนั้นยังมีมะนาวไว้สำหรับท่านที่ต้องการรสเปรี้ยว พริกน้ำปลานั้นมีอยู่สองสูตร คือพริกใส่ในน้ำปลา สูตรหนึ่ง กับพริก น้ำปลา มะนาว อีกสูตรหนึ่ง ถ้ามีพริกน้ำปลาในถ้วยเดียวกัน ก็จะมีมะนาวผ่าซีกมาให้เติมด้วย แต่บางถ้วยนั้นแม่ครัวเขาใจร้อน จึงบีบมะนาวเติมลงไปในถ้วยพริกน้ำปลานั้น กลายเป็น "พริก-น้ำปลา-มะนาว" ทรีอินวันเหมือนเนสกาแฟ เมื่อใส่สูตรหลังนี้ก็ไม่ต้องเติมมะนาวอีกต่อไป แถมยังประหยัดกระดาษเช็ดมะนาวออกจากมือด้วย กลิ่นพริกน้ำปลา-มะนาว เมื่อคลุกในข้าวผัดจานนี้แล้ว รับรองว่า "เอาสะเต๊ะมาแลกก็ไม่ยอม" เวลาทานก็ทานกับต้นหอม ส่วนแตงกวานั้นผู้เขียนว่าก็งั้นๆ รสชาติจืดสนิท ไม่รู้ว่ากินเอาอะไร สู้ต้นหอมไม่ได้ ใครไม่เชื่อก็ลองเทียบดู

<ขอบคุณพระมหานรินทร์ นรินฺโท วัดไทย ลาสเวกัส สำหรับวิธีทำคับ>




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2550    
Last Update : 21 มิถุนายน 2550 0:09:40 น.
Counter : 3602 Pageviews.  

ผัดกระเพรา

ผัดกระเพรานั้นฟังดูเหมือนจะง่ายๆ แต่จะผัดให้อร่อยนั้นไม่ง่ายเสมอไปนะ ผัดกระเพรานั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งสอนป้าเม้าว่า ผัดกระเพราโบราณนั้นเขาใช้พริกขี้หนูแห้งไม่ใช้พริกสดเหมือนปัจจุบันนี้หรอก แล้วผัดกระเพราจะหอมและเผ็ดร้อนแรง แล้วใบกระเพรานั้นต้องเด็ดสดๆจากต้นกลิ่นใบกระเพราจะหอมกลบกลิ่นสาบหมู สาบเนื้อ เพราะถ้าเด็ดไว้นานๆใบกระเพราจะกลิ่นจางลง ยิ่งค้างคืนด้วยแล้วจะไม่หอมเลย เหมือนกับต้มหน่อไม้ ต้องตั้งน้ำบนไฟแล้วฉวยมีดเดินเข้าไปป่าไผ่ไปฟันหน่อไม้เดี๋ยวนั้นเลย หน่อไม้จึงจะหวาน

ผัดกระเพราที่จะอร่อยนั้น ต้องไม่แฉะและไม่แห้งจนเกินไป ยกเว้นผัดกระเพราที่เป็นอาหารทะเล แล้วเนื้อ หมู ไก่ จะต้องสับ รสชาดถึงจะเข้าเนื้อจริงๆ วันนี้เรามาผัดกระเพราเนื้อสับกัน เพราะป้าเม้าว่าเนื้อสับผัดกระเพราเนี่ยอร่อยสุดแล้ว แต่ถ้าใครไม่รับทานเนื้อก็เปลี่ยนเป็นหมูกับไก่ก็ได้ แล้ววันหลังป้าเม้าจะมาชวนผัดกระเพราทะเลกันอีกรอบหนึ่งนะ

เครื่องปรุงผัดกระเพราเนื้อสับ
-พริกแห้ง 7 เม็ด พริกขี้หนูสด 7 เม็ด(หากใครไม่ชอบเผ็ดมากก็ลดปริมาณพริกลงได้)
-กระเทียม 7 กลีบ แกะเปลือกออกหรือไม่แกะก็ได้
-เนื้อสับเอาแบบ lean หรือไม่มีมันนะ
-ถั่วแขก หรือ string bean หรือถั่วฝักยาว หั่นยาวครึ่งนิ้ว
-ใบกระเพราหรือใช้ใบกระเพราอิตาเลี่ยนก็ได้แต่อย่าใช้ใบโหระพาหรือ sweetbasilนะตามร้านอาหารไทยในต่างประเทศชอบใช้รสชาดและกลิ่นคนละเรื่องกันเลย
-น้ำมันหอย
-ซีอิ้วขาว
-น้ำตาล

วิธีทำผัดกระเพราเนื้อ
-นำพริกขี้หนูแห้งที่แช่น้ำจนอ่อนตัวแล้วมาตำรวม(หากใครมีเครื่องปั่น food processor ยิ่งดีปั่นให้ละเอียด)กับพริกขี้หนูสดและกระเทียม
-เอากระทะตั้งไฟ ใส่น้ำมันลงไป
-ใส่พริกกับกระเทียมที่ตำละเอียดลงไป ผัดให้หอม
-ใส่เนื้อบดลงไปใช้ตะหลิวบี้เนื้อพร้อมกับผัดไปด้วยเพื่อให้เนื้อไม่จับเป็นก้อน
-พอเนื้อเริ่มสุกทั่วแล้วก็ใส่ถั่วแขก หรือสตริงบีน หรือถั่วฝักยาวที่หั่นไว้ลงไป ผัดให้เข้ากัน
-ใส่น้ำมันหอย ใส่ซี้อิ้วขาว น้ำตาลลงไป ชิมดูให้รสชาดออก เค็มเล็กน้อย หวานนิดหน่อย
-ห้ามเติมน้ำใดๆลงไปเด็ดขาด เพราะจะมีน้ำจากเนื้ออกมา และน้ำบางส่วนจากถั่ว ซึ่งเราจะผัดให้แห้งพอดี แต่ไม่แฉะ เพราะใช้ไฟแรง แล้วหากฉุนอย่ามัวจามอยู่ เนื้อจะไหม้
-ใส่ใบกระเพราลงไป ผัดไปมาเล็กน้อยให้ใบกระเพราสลบ แล้วยกลง
-ก็จะได้ผัดกระเพราเนื้อสับอย่างนี้



-เวลาเสริฟก็ทอดไข่ดาวหนึ่งลูกโป๊ะลงบนข้าวแล้วตามด้วยผัดกระเพราเนื้อสับแบบนี้ลงไป ก็อร่อยแล้ว



<ขอบคุณป้าเม้าศรีจากเว็บPMB สำหรับวิธีทำคับ>




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2550    
Last Update : 20 มิถุนายน 2550 23:41:16 น.
Counter : 1868 Pageviews.  

ก๋วยจั๊บ



อุปกรณ์เครื่องปรุง
-เส้นก๋วยจั๋บหนึ่งถุง(สำหรับสองคน)
-หมูสามชั้น สำหรับทำหมูกรอบ
-กระเพาะหมู หัวใจหมู อย่างละหนึ่งลูก
-หมูเนื้อแดง สำหรับต้มทำน้ำซุปและหั่นใส่ก๋วยจั๊บ
-ซ๊อสตราภูเขา
-ผงพะโล้หรือซินิมอล
-เกลือ พริกไทย
-กระเทียมสับ
-โซดาหรือโค๊ก
-ไข่ต้มสุกแข็ง
-ต้นหอม ผักชี รากผักชี
-กระเทียมเจียว

เวลาทำก๋วยจั๊บเราจะต้องทำเครื่องปรุงส่วนประกอบของก๋วยจั๊บก่อน เพราะเป็นขั้นตอนที่อาจจะยุ่งยากนิดนึง เราก็มาเริ่มทำหมูกรอบกันก่อน

หมูกรอบ
-นำหม้อตั้งไฟใส่น้ำลงไปต้มให้เดือด ใส่ซ๊อสตราภูเขาลงไป ชิมดูให้น้ำเค็มเล็กน้อย
-นำหมูสามชั้นที่เตรียมไว้ ใส่ลงไปต้มให้สุก สังเกตได้ว่าถ้าหมูลอยขึ้นมาเหนือน้ำก็เป็นอันว่าสุก
-นำหมูสามชั้นที่สุกแล้วขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำและเย็นลง
-นำกะทะน้ำมันตั้งไฟ พอน้ำมันร้อนก็เอาหมูสามชั้นลงไปทอดให้เหลืองกรอบ เราก็จะได้หมูกรอบ
เอาขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน
-หั่นเป็นชิ้นๆ เตรียมไว้

กระเพาะหมูกับหัวใจหมูพะโล้
-ทำความสะอาดกระเพาะหมู ข้างนอกไม่มีปัญหาทำง่าย แต่ข้างในค่อนข้างยุ่งยาก
เราก็ผ่ากระเพาะหมูออกเป็นสองส่วน แล้วล้างด้านในขูดด้วยมีดให้สะอาด แล้วแช่
โซดาหรือโค๊กไว้สักครู่ เพื่อดับกลิ่นของมัน แล้วล้างออกพักไว้
-หัวใจหมูล้างให้สะอาดก็พอ เพราะไม่ค่อยมีกลิ่นเหมือนกระเพาะหมู
-นำน้ำมันใส่หม้อตั้งไฟ แล้วใส่กระเทียมสับลงไป ผัดให้เหลือง
-ใส่ซ๊อสตราภูเขาลงไปผัดให้หอมกับรากผักชี
-ใส่กระเพาะหมูกับหัวใจหมูลงไป
-เติมน้ำลงไปให้ท่วม พร้อมกับหย่อนก้านพะโล้ลงไปหนึ่งชิ้น
-เคี่ยวไปเรื่อยๆ ประมาณสี่สิบห้านาที หากน้ำแห้งก็เติมน้ำลงไป
-ก่อนเอากระเพาะหมูกับหัวใจหมูขึ้นสิบห้านาที ให้ใส่ไข่ต้มลงไป
-เราก็จะได้กระเพาะหมูพะโล้กับหัวใจหมูพะโล้ กับไข่พะโล้
-ตักขึ้นพักไว้
-พอกระเพาะหมูกับหัวใจหมูอุ่นๆ ก็เอามาหั่นเป็นชิ้นๆอย่างบางมากเตรียมไว้
-ผ่าไข่พะโล้เป็นสองซีก เตรียมไว้

เตรียมน้ำซุปก๋วยจั๊บ
-เอาน้ำใส่หม้อตั้งไฟ
-พอน้ำเดือดก็ใส่หมูเนื้อแดงทั้งชิ้นลงไปต้ม สังเกตว่า
หากหมูสุกจะลอยขึ้นมาเหนือน้ำซุป ตักออกและพักไว้
-ใส่รากผักชีลงไปในน้ำซุปสองราก
-ปรุงน้ำซุปโดยใช้ซ๊อสตราภูเขาเยาะลงไปในน้ำซุป
-ชิมดูให้รสออกเค็มเล็กๆ แล้วน้ำซุปจะหวานจากเนื้อหมู
-หั่นหมูต้มเป็นชิ้นๆเตรียมไว้

เตรียมลวกหรือต้มก๋วยจั๊บ
ก๋วยจั๊บมีสองอย่างคือน้ำข้นและน้ำใส จะแตกต่างกันตรงวิธีทำ
น้ำข้นคือ เราจะใช้วีธีต้มก๋วยจั๊บ พอเส้นก๋วยจั๊บสุก ม้วนเป็นหลอด แล้วเราก็จะละลายแป้งมันเทลงไป ในขณะที่เดือดๆ ก็จะได้เส้นก๋วยจั๊บ กับน้ำแป้งที่คล้ายกับน้ำข้าว สีขาวข้นๆ
น้ำใสคือเราจะใช้วิธีต้มน้ำให้เดือด แล้วเอาเส้นก๋วยจั๋บไปลวกแบบ ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยว แล้วสะบัดให้น้ำออกให้หมดก่อนใส่ชาม

ตอนนี้เราก็ได้ทุกอย่างครบแล้วเราก็มาเริ่มปรุงก๋วยจั๊บกันเลย
-เอาเส้นก๋วยจั๊บใส่ชาม
-วางเครื่องปรุง กะเพาะหมู หัวใจหมู หมูต้ม หมูกรอบ ไข่ ที่เราเตียมไว้ข้างบนลงบนเส้นก๋วยจั๊บ
-ใส่ต้มหอมผักชี
-ใส่กระเทียมเจียว
-ใส่พริกไทย
-ตักน้ำซุปราดลงบนก๋วยจั๊บและเครื่องปรุง
-เราก็จะได้ก๋วยจั๊บอร่อยๆรับประทาน
-ปรุงรสด้วยพริกดอง พริกป่น ตามใจชอบ

<ขอบคุณป้าเม้าศรีจากเว็บPMB สำหรับวิธีทำคับ>




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2550    
Last Update : 20 มิถุนายน 2550 23:23:40 น.
Counter : 3378 Pageviews.  

ไก่ต้มโค๊ก



สิ่งที่จะต้องเตรียมคือ
- น่องไก่ หรือ สะโพกไก่ก็ได้
- รากผักชี 4 ราก
- พริกไทยเม็ด (จะเอาขาวหรือดำก็ได้ แต่จะให้ดี ขาวดีกว่า) 20 เม็ด
- กระเทียม 2หัว
- เกลือเล็กน้อย

สูตรไก่ต้มโค๊กจะเน้นไปทางเครื่องปรุงค่ะ
เอาเครื่องปรุงมาตำรวมกัน พอแหลกๆ แต่อย่าแหลกมานัก เอามาคลุกเคล้าไก่ให้ทั่ว แช่ตู้เย็นไว้ 20 นาที
เอาโค๊กลิตร 1 ลิตร ใส่หม้อ ใส่เกลือนิดนึง (ระวัง อย่าใช้ไดเอ็ทโคก เพราะจะได้รสชาติไม่ดี) พอเดือดก็ใส่ไก่ทั้งหมด รวมทั้งเครื่องเทศที่เหลือ ใส่ลงไปด้วย
ปล่อยทิ้งไว้ หมั่นคนครั้งคราว เคี่ยวให้เป็นยางมะตูม คราวนี้ก็ตักใส่จาน โรยผักชี พร้อมเสิร์ฟ จะกินกับข้าวก็ได้ หรือ จะดัดแปลงไปใส่ก๋วยเตี๋ยวก็ได้

เคล็ดไม่ลับนิดนึง รสชาติเนื้อไก่จะออกหวานๆผสมเค็มนิดหน่อย เนื้อไก่จะเปื่อยนุ่ม ถ้ากินกับข้าว ควรทำซุปต้มฟัก เพื่อซดน้ำตามด้วย จะได้ไม่ฝืดคอ เพราะมันแห้ง ถ้าจะใส่ก๋วยเตี๋ยวน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวควรเป็นซุปน้ำใส

อันนี้อีกสูตร...แต่คิดว่ารสชาติน่าจะคล้ายๆกันนะ (เว็บเจ้าของรูปคับ)

<ขอบคุณสาวก๋าไก่จากเว็บPMB สำหรับวิธีทำคับ>




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2550    
Last Update : 20 มิถุนายน 2550 3:02:42 น.
Counter : 1706 Pageviews.  

ข้าวมันไก่



เครื่องปรุงข้าวมันไก่
-เนื้อไก่ หน้าอก หรือสะโพกแล้วแต่ชอบ
-ขิงสด กระเทียม
-เต้าจิ้ว
-ซี้อิ้วขาว หรือแม็กกี้ หรือซ๊อสตราภูเขา
-น้ำส้มสายชู
-น้ำตาล
-กระเทียมเจียว

วิธีทำข้าวมันไก่แบบง่ายๆ
-นำน้ำใส่หม้อตั้งไฟ
-พอน้ำเดือดก็ใส่ไก่ลงไปต้มให้สุก ช้อนฟองทิ้ง อย่าปิดฝาหม้อ
-น้ำข้าวสารใส่หม้อหุ้งข้าวไฟฟ้า ใส่น้ำต้มไก่ลงไปปริมาณเท่ากับหุงข้าวปกติ ใส่น้ำมันกระเทียมเจียวตามลงไปหนึ่งช้อน แล้วปิดฟ้าหม้อกดสวิทช์ หุงข้ามตามปกติ
-ปอกขิงกับกระเทียมแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆใส่ลงในโถปั่น หากไม่มีให้ใช้ครกแทน หากไม่มีครกให้หั่นซอยละเอียดใส่ถ้วยไว้
-เทน้ำส้มสายชู ซ้อสตราภูเขาหรือแม็กกี้ เต้าเจี้ยว น้ำตาลเล็กน้อยประมาณหนึ่งช้อนชา ลงในเครื่องปั่น หรือครก
-เปิดเครื่องปั่น หรือใช้สากบดให้ส่วนผสมเข้ากัน
-ชิมดูให้รสชาติออกเป็น เค็ม เปรี้ยวเล็กน้อย
-ตักขึ้นแล้วใส่พริกขี้หนูซอยลงไป
-นำไก่ที่เราต้มสุกแล้วมาหั่นเฉียงๆอย่าบางมากแล้วเสริฟพร้อมข้าวมันที่หุงเสร็จแล้ว กับแตงกวา

<ขอบคุณป้าเม้าศรีจากเว็บPMB สำหรับวิธีทำคับ>




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2550    
Last Update : 20 มิถุนายน 2550 1:46:32 น.
Counter : 601 Pageviews.  

1  2  

Godzila
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Godzila's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.