All Blog
Item เครื่องสำอางที่ติดรถ และติดกระเป๋าเป็นประจำ
สาวๆ มีใครแต่งหน้าบนรถ หรือระหว่างเดินทางกันบ้างไหมคะ 
เราเป็นคนหนึ่งที่มักจะแต่งหน้าบนรถเป็นประจำ เพราะแถวบ้านรถติดมว๊ววววกกกกกสสส์ 
ชนิดที่ว่าแต่งหน้าเสร็จแล้วบางครั้งยังไม่ขยับเลยก็มี 

วันนี้ทำความสะอาดรถ รื้อๆ จัดๆ ของที่กองๆ อยู่บนเบาะหน้า (เพื่อความสะดวกในการหยิบค่ะ)
เลยเกิดคำถามตามมาว่า เอ... สาวๆ คนอื่นๆ เค้าจะเยอะเหมือนเราบ้างไหมเนี่ย 

แต่นี่ยังไม่ถือว่าจัดเต็มนะคะ เพราะถ้าวันไหนต้องไปงาน หรือต้องจัดเต็มกว่านี้จะมีพวก Eye Shadows หรืออื่นๆ มากกว่านี้อ่ะค่ะ 
อันนี้แค่ every day look เบาๆ แค่หน้า แก้ม ปาก และบำรุงผิวตัวตามปกติเท่านั้นเอง 

เอารูปรวมมาลงก่อนค่ะ  เอามาเรียกแขก เอ้ย! เรียกเรตติ้งระหว่างทำรูปอื่นๆ ที่เหลือจ้า 


******************************************

จริงๆ OPI เป็น item ที่ไม่ได้ติดรถเป็นประจำนะคะ 
แต่เผอิญเมื่อวันก่อนหยิบไปให้เพื่อนสาวลองสี เลยไม่ได้เอาลงจากรถ เลยมีรูปติดมาด้วยอย่างที่เห็นอ่ะค่ะ 
ขอเริ่มที่ตัวนี้ก่อนเลยละกันนะคะ 

OPI: Elephantastic Pink และ Java Mauve-A

สี Elephantastic Pink เคย review เล็กๆ ไว้ที่นี่ค่ะ --> //pantip.com/topic/30095916
แต่สี Java Mauve-A ยังไม่เคยได้ถ่ายรูปไว้อ่ะค่ะ 


My review: สำหรับคุณภาพของยี่ห้อนี้ ให้คะแนนเต็มค่ะ คนอื่นๆ จะให้คะแนนอย่างไรเราไม่รู้ แต่สำหรับเรา ถ้าไม่ทำให้เล็บเหลือง ก็เอาใจไปได้เลยจ้าาาา

นี่เพิ่งสั่งเพิ่มไปอีก 2 สี กำลังเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมา อิอิ

******************************************
ลืมบอกไปค่ะ ว่าสภาพผิวหน้าเราเป็นผิวมัน และแพ้ง่ายค่ะ 
เพราะฉะนั้น หากตัวไหนที่ใช้แล้วดี ไม่แพ้ เราก็จะใช้ต่อเนื่องมาโดยตลอดอ่ะค่ะ 

มาต่อที่กันแดดกันค่ะ 
ก่อนหน้านี้เราใช้ Jurlique Sun Lotion SPF 30+ และ Philosophy Shelter SPF 30 สลับๆ กันอยู่ค่ะ แต่ตอนหลัง Jurlique ไม่ทำขวดใหญ่แล้ว เลยเลิกซื้อไปอ่ะค่ะ (แต่ของเค้าดีจริงจ้า confirm!) และพอ Philosophy เลิกผลิตตัว Shelter เลยได้ Here comes the sun ตัวใหม่ที่ออกมาแทนมาใช้

ส่วนอีกตัวหนึ่ง Vanicream SPF 60 Sensitive Skin Sunscreen สำหรับผิวแพ้ง่ายมากถึงมากที่สุด 
เราเคยใช้ตัว Moisturizer ของเค้ามาแล้ว ช่วงที่ผิวหน้าเราอ่อนแอและโดนห้ามใช้ครีมต่างๆ ซึ่งตัวนี้ใช้ดีมากและไม่เราแพ้ค่ะ 
ตอนแรกเลยตั้งใจจะสอยตัวกันแดดของยี่ห้อเดียวกันมาใช้แทนบ้าง จะได้ไม่ต้องลงครีมหลายตัว 
และที่สำคัญราคาย่อมเยากว่า Philosophy และ Jurlique เยอะเลย อิอิอิ
แต่เนื้อครีมตัวนี้เหนียวไปนิด เลยลดระดับมาใช้กับผิวตัวแทน และกลับมาซบอก Philosophy แบบเดิมอ่ะจ้า 


My Review:
1. Philosophy: Here comes the sun - Age-defense Water-resistant SPF 40 UVA and UVB Broad-Spectrum Sunscreen for Face
เนื้อครีมค่อนข้างเบา ไม่เหนอะหน้า ทาทิ้งไว้ไม่นานก็สามารถลงรองพื้น หรือเบสต่อได้ทันทีค่ะ ถือว่าใช้ได้สำหรับผิวมันจ้า ให้ 9/10 (เพราะยังชอบตัว Shelter ตัวเก่ามากกว่าอยู่ดี)

2. Vanicream SPF 60 Sensitive Skin Sunscreen เนื้อครีมหนาไปนิด ทำให้รู้สึกว่าหนักหน้าไปหน่อยสำหรับผิวมันแบบเรา แต่พอเอามาใช้กับผิวตัวแล้ว OK เลยจ้า ให้ 8/10 เพราะเนื้อครีมที่เข้มข้นไป (แต่เราว่าเหมาะสำหรับคนผิวแห้งนะคะ)
******************************************
ต่อมาเป็นเบส และรองพื้นที่ใช้อยู่ค่ะ 

หลักๆ ถ้าเป็นเครื่องสำอาง เราจะใช้อยู่ไม่กี่ยี่ห้ออ่ะค่ะ อย่างที่บอกไปว่าผิวเราค่อนข้างจะแพ้ง่ายด้วย ถ้าเผอิญเจอยี่ห้อไหนใช้ดีและไม่แพ้ เราก็จะใช้ผลิตภัณฑ์ของเค้ามาตลอดอ่ะค่ะ

ตอนนี้หลักๆ ที่ใช้อยู่จะมีเบสของ Givenchy และรองพื้นของ Clarins ค่ะ 
(ส่วนตัว เราว่า line Make up ของ Clarins ใช้ดีมากนะคะ แต่ทำไมไม่ค่อยเป็นที่นิยมก็ไม่รู้ อย่างแป้งฝุ่นเค้าอ่ะ เราว่าคุณภาพสูสีกับ Chanel ได้เลยอ่ะค่ะ เสียดายที่เคาท์เตอร์เครื่องสำอางของ Clarins ถูกถอดออกไปแล้ว ต้องซื้อต่างประเทศไม่ก็ใน Duty Free แทนเท่านั้น)


My Review:
1. Givenchy: Acti'mine wake up skin make up base #6 peach ปกติใช้สีเขียว ไม่ก็ขาวค่ะ แต่พอดีตอนที่ซื้อตัวนี้ บอกเค้าว่าต้องการตัวที่ใช้โดดๆ ไม่ต้องทารองพิ้นต่อได้ด้วย เผื่อวันไหนไม่อยากโบ๊ะเยอะ เค้าเลยแนะนำตัวนี้มาให้ ถือว่า OK ค่ะ ช่วยให้หน้าสว่างขึ้น เหมาะกับการแต่งหน้าแบบเบาๆ ใสๆ ค่ะ  ให้ไปเลย 9.5/10 

2. Clarins - Skin Illusion Mineral & Plant Extracts Natural Radiance Foundation SPF 10 ตัวนี้กลิ่นหอมมาก เพราะเป็นกลิ่นของ Mineral & Plant Extracts กลิ่นจะออกแนวสดชื่น หากใครเคยใช้ตัวแต่งหน้าของ Clarins จะพอทราบดีค่ะว่ากลิ่นเค้าจะออกแนวหอมจางๆ แบบผู้ดีมากๆ เลย ตัวนี้ใช้ไม่เยอะค่ะ แค่ประมาณเม็ดถั่วเขียวก็ทาได้ทั่วหน้าแล้วค่ะ ปกปิดได้ระดับบางเบา เหมาะสำหรับใช้ทุกวัน หรือวันที่ต้องการแต่งหน้าแบบใสๆ เบาๆ ค่ะ ให้ 9.5/10 เช่นกันค่ะ

หากใครต้องการชนิดหนาๆ โบ๊ะหนักๆ ปกปิดเต็มอัตรา 
ไม่แนะนำรองพื้นและเบสที่เราใช้ 2 ตัวด้านบนนี้นะคะ

******************************************
มาถึงคิวของน้องแป้งกันบ้าง 
เราใช้ไม่กี่ตัวเองค่ะ ตอนนี้ที่เหลืออยู่ก็มีตามนี้ 


My Review:

1. Make Up For Ever Super Matte Loose Powder 
จริงๆ ตัวนี้คือสั่งมาผิด ปกติเคยซื้อที่เคาท์เตอร์ไทย จำได้ว่าเป็นแป้งฝุ่นกระปุกใหญ่ๆ 
แต่ตัวนี้สั่งมาจาก Sephora พอของมาถึงก็ยังว่าอยู่ว่าทำไมไซส์มันเล็กลง 555! 
แต่คุณภาพผิดคาดค่ะ เพราะตัวนี้มีคุณสมบัติควบคุมความมันด้วย 
ซึ่งเราว่าเค้าคุมมันได้ค่อนข้างดีเลยค่ะ หน้าไม่ค่อยมันเยิ้มระหว่างวันค่ะ 
เรียกว่าใช้หนเดียว อยู่ได้ทั้งวันค่ะ ให้ 9.5/10 เพราะยังมี Clarins Loose Face Powder:Translucent  เป็นหนึ่งในดวงใจอยู่ดี 
(แต่แว่วๆ ว่า Clarins อาจจะเลิกทำแป้งตัวนี้แล้ว เศร้าเลย )


2. Chanel Poudres Universelle Libre Natural Finish Loose Powder - 20 Clair 
ตัวนี้มาแบบไม่ตั้งใจ เผอิญไปเดินเล่นที่เซ็นทรัลชิดลม แล้วเจอน้อง BA น่ารัก 
พูดคุยกันถูกคอ เลยสอยมาซะงั้น ทั้งๆ ที่ตั้งใจว่าตลับต่อไป หลังจากที่แป้งฝุ่น Make Up For Ever ที่ใช้อยู่หมด (กระปุกด้านบนอ่ะจ้า) 
ก็จะสอยไม่ Clarins ก็ La Mer จาก Nordstrom มาใช้ต่อ 
แต่ด้วยความที่ราคาก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก 
และอีกอย่างจากหลายๆ คน review ไว้ก็ค่อนข้างน่าสนใจ เลยลองเอามาใช้ดูบ้างซะเลย 
ก็ถือว่า OK ตามที่หลายๆ คนบอกไว้อ่ะค่ะ ให้ 9/10 เพราะระหว่างวันไม่ค่อยคุมมันได้เท่ากับ Make Up For Ever ด้านบนอ่ะค่ะ  


3. Givenchy: Le prisme #83 Peach Plumetis ตัวนี้แค่มีไว้ติดกระเป๋า เผื่อไว้ใช้ระหว่างวันค่ะ 
แต่เนื่องจาก จขกท. เป็นคนขี้เกียจแต่งหน้า เลยใช้บ้าง ไม่ใช้บ้าง เลยไม่หมดซักที 
(ซึ่งปกติแล้วแป้ง 4 สีนี้ก็ทนทาน ใช้ได้นานปีอยู่แล้ว) พอเริ่มเป็นหลุม ดีใจสุดๆ จะได้หมดและหาเรื่องซื้อใหม่ซะที 555!  
ให้ 8/10 ค่ะ คุมมันได้พอใช้ สีแป้งอ่อนๆ แต่ไม่ปกปิดนะคะ
******************************************
เดี๋ยววันหลังมาต่อที่เหลือค่ะ ^^



Create Date : 03 มิถุนายน 2556
Last Update : 3 มิถุนายน 2556 2:51:05 น.
Counter : 863 Pageviews.

2 comment
อากาศหนาวใกล้มาเยือน มาบำรุงผิวให้เนียนนุ่มกันเถอะจ้า
หน้าหนาวจะมาเยือนแล้ว เลยขอริวิวเล็กๆ เกี่ยวกับสรรพสิ่งบำรุงผิวที่มีหน่อยจ้า 

ขอข้ามตัวอาบน้ำไปก่อน รีวิวนี้จะพูดเกี่ยวกับสครับตัว และตัวบำรุงผิวตัวกันก่อนนะจ๊ะ

เริ่มจากสครับที่ยัง(เหลือ)อยู่ในกรุ

Philosophy: the Microdelivery Exfoliating Body Wash เป็นสครับผิวตัวที่ใช้ concept เดียวกับ the Microdelivery Exfoliating Facial Wash แต่ตัวสครับเม็ดจะใหญ่และหยาบกว่า มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เราจะใช้ประมาณอาทิตย์ละครั้งค่ะ

คะแนน: 9/10 จริงๆ อยากให้เต็มนะ เพราะเค้าก็ใช้ดีมาก แต่พอดีมีตัว Lush: Rub Rub Rub ที่เคยใช้ก่อนหน้านี้เป็นที่ 1 ในใจอยู่ตอนนี้ Philosophy เลยต้องมาเป็นอันดับ 2 อ่ะจ้า


ส่วน Soap & Glory: the Breakfast Scrub นี้สารภาพตรงๆ ว่าซื้อมาตามกระแสห้องแป้ง แต่ยังไม่ได้เปิดใช้ เลยยังไม่สามารถรีวิวได้จ้า



ส่วนตัวบำรุงผิวที่ตอนนี้ยัง in love กันอยู่ ได้แก่

1. Neutrogena Body Oil, Light Sesame Formula, Original  อย่างที่บอกไปแรกๆ ว่าบางครั้งเราก็ไม่มีเวลามานั่งบำรุงผิว ประมาณว่าของมีแต่ขี้เกียจทำนั่นแล จริงๆ Body Lotion เราก็ซื้อมาตุนไว้เยอะนะ บางทีซื้อมาใช้แค่ครั้ง สองครั้งแล้วก็วางลืม แล้วพออากาศแห้งๆ ตัวก็จะเริ่มคัน บางทีทาครีมก็รู้สึกว่าเหนอะเกินไป จนมาจบที่ Body Oil นี่แหละ เพราะมันง่ายที่สุด อาบน้ำเสร็จ ตัวเปียกๆ ก็ชโลมลงไปเลย ผ้าเช็ดตัวซับให้แห้ง เป็นอันเสร็จพิธี

ตัวนี้เพิ่งสอยมา ถูกใจมาก เพราะตัว oil ไม่ได้เหนียวเหนอะหนะจนเกินไป เรียกว่าพอซับตัวให้แห้งแล้วตัวจะลื่นๆ เนียนๆ แถมนิ่มด้วย แต่ไม่เหนอะหนะอ่ะค่ะ กลิ่นก็ใช้ได้ ถึงแม้จะไม่ได้ตามด้วย Body Lotion ตัวก็ไม่แห้งอีกแล้ว ถูกใจมากมาย
คะแนน: 10/10 ซื้อใช้ต่อแน่นอน

2. Eucerin: pH5 Washlotion, Body Lotion ตัวนี้เป็นโลชั่นที่เหมือนสำหรับคนเป็นภูมิแพ้เช่นเราค่ะ เนื้อครีมใช้ได้ แต่กลิ่นเราว่าหอมเกินไปนิดสำหรับเราอ่ะค่ะ
คะแนน: 8.5/10 เนื้อครีมดี แต่กลิ่นยังไม่ใช่สำหรับเราอ่ะค่ะ

3. Aveeno: Active Naturals Stress Relief Moisturizing Lotion ไปอ่านสรรพคุณแล้วเค้าว่าช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด เหมาะกับใช้ตอนก่อนนอน เลยสั่งมาลองบ้าง แต่ยังไม่ได้แกะจ้า เลยรีวิวไม่ได้ 





Create Date : 03 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2555 20:10:01 น.
Counter : 989 Pageviews.

0 comment
Item ทั่วไปในห้องน้ำสำหรับคนขี้แพ้: Version - บำรุงผิวหน้า
ล้างหน้าเสร็จแล้ว ก็ต้องมาบำรุง บำเรอ ผิวหน้ากันต่อ  อย่างที่บอกไป ช่วงนี้ ลด ละ เลิก สารพัดครีมที่มี เน้นแต่พวก moisturizer ให้ความชุ่มชื้นเท่านั้น  หากท่านจะมองหาพวก anti-aging, wrinkle release หรือ whitening อะไรทำนองนี้จะไม่มีนะจ๊ะ (ใจเราก็อยากกลับไปใช้อยู่หรอก แต่ขอเวลาอีกซักนิด ให้หน้าแข็งแรง ทนทานกว่านี้อีกหน่อยแล้วกันนะจ๊ะ) 

1. Vanicream: Moisturizing Skin Cream for Dry, Irritated or Sensitive Skin  ตัวหลอดเล็กและกระปุกใหญ่ๆ นี่คือตัวเดียวกันค่ะ คือเพิ่งฉลาดอ่ะ หลังจากใช้แบบหลอด 4 oz หมดไปหลายหลอดแล้ว ก็เพิ่งคิดได้ว่าทำไมไม่ซื้อแบบกระปุก 16 oz มาซะเลยล่ะ จะได้ประหยัดและไม่ต้องสั่งบ่อยๆ 555! 

แอบโฆษณาสรรพคุณเล็กน้อย เพราะบ้านเราไม่มีตัวนี้ขาย และไม่น่าจะเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป เราก็ไปเจอโดยบังเอิญเช่นกัน แต่พอลองแล้วติดใจ กลายเป็นของที่ขาดกันไม่ได้เลยทีเดียว เพราะสามารถใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวตัวเลยทีเดียว สรรคุณที่เค้าบรรยายแล้วโดนใจเราจนต้องหามาลองคือ 
- Fragrance-free, lanolin-free, gluten-free, paraben-free, formaldehyde-free (ทั้งหมดนี้แหละที่โดนใจสุดๆ เพราะที่หมอห้ามๆ น่ะ อยู่ในรายการที่ไม่ใช่ส่วนผสมของเค้าหมดเลย)
คะแนน: 10/10 ถึงแม้จะช่วยเรื่องความชุ่มชื้นเพียวอย่างเดียว แต่อย่างที่บอกไปค่ะ เราใช้ต่อไปแน่นอน เพราะในอนาคตหากจะใช้ร่วมกับครีมตัวอื่นๆ  ก็ยังสามารถใช้ตัวนี้ทาก่อนที่จะลงตัวอื่นได้ค่ะ 

2. Jurlique: ฺBalancing Day Care Cream ตัวนี่ก็ค่อนข้างที่จะอ่อนโยนกับผิวหน้าค่ะ ไม่มีส่วนผสมต้องห้ามของเราเช่นกัน 
คะแนน: 8.5/10 แพงมว๊วววก เมื่อเทียบกับ vanicream ที่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน และเนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ organics จึงไม่มีการปรุงแต่งกลิ่นให้หอมจรุงใจ หากใครไม่ชอบกลิ่นแบบนี้อาจยี้ได้อ่ะค่ะ แต่สำหรับเรา มันก็โออยู่นะ




ครีมกลางวันไปแล้ว มาถึงเวลากลางคืนกันบ้าง จริงๆ หลักๆ ตอนนี้เราก็มี Vanicream ตัวเดียวนี่แหละค่ะ อันนี้แค่ option เสริม เล็กๆ น้อยๆ (บางคืนลืมฉีดเฉยเลย!)

1. Jurlique: Herbal Recovery Night Mist อันนี้โดนน้อง BA ยุยงใช้ซื้อ เราก็ใจง่ายซื้อตาม เลยต้องพยายามใช้ให้หมดก่อนที่มันจะหมดอายุ เพราะสินค้าของ Jurlique ทุกตัวจะมีวันหมดอายุกำกับไว้ ตัวนี้สำหรับเรา เฉยๆ อ่ะค่ะ ก็แค่เย็นๆ เป็น mist ที่เอาไว้ฉีดก่อนนอน ก็เท่านั้น
คะแนน: 8/10 แต่คงไม่ซื้อต่อ เพราะแพงใช้ได้เลย ขวดแค่เนี๊ย 30 ml ราคาตั้ง 3,xxx แน่ะ!

2. CeraVe: Facial Moisturizing Lotion PM เห็นเค้าว่าดี เลยซื้อตาม แต่แค่ใช้หนแรกก็น้องสิวบุกตรึม! 
คะแนน: 1/10 เพราะแพ้กระจุย ลองทิ้งช่วงแล้วลองใหม่ก็ยังแพ้อยู่ เลยเลิกใช้ ตั้งแต่ซื้อมา กดไปไม่ถึง 5 ครั้ง ดีที่ไม่แพง เลยไม่เ็จ็บใจเท่าไหร่




มาต่อกันที่กันแดดค่ะ  

ปกติจะมี Jurlique อีกตัวเอาไว้สลับใช้กับ Philosophy แต่ช่วงนี้ได้ของใหม่มาลองอ่ะค่ะ เลยยังไม่ได้ซื้อ Jurlique เพิ่ม 
1. Philosophy: Shelter SPF30 ตัวนี้ใช้ดีมาก เราใช้มาหลายปีแล้ว อย่างที่บอกด้านบน โดยจะสลับกับ Jurlique แต่ตอนนี้ Shelter เลิกผลิตแล้ว มีตัว Philosophy: here comes the sun มาแทนที่ ยังไม่ได้หามาลองเลย เดียวต้องจัดมาซะหน่อย 
คะแนน: 9.5/10 เพราะใช้ได้ทั้งหน้าและตัว และที่สำคัญ ไม่แพ้! (อีกแล้ว 555) ... เสียดายที่เลิกทำแล้ว แต่ก็ไม่แน่ ตัวใหม่ที่ทำออกมาอาจจะดีกว่าก็เป็นได้ ถ้าเอามาลองเมื่อไหร่ จะบอกอีกทีนะจ๊ะ 

2. Vanicream: Sunscreen for Sensitive Skin SPF 60 ตัวนี่เพิ่งถอยมาลองหมาดๆ เนื้อครีมเข้มข้นกว่าแบบธรรมดามาก ต้องใช้บางๆ ไม่งั้นเยิ้มเจ้าค่ะ  เรื่องประสิทธิภาพยังไม่กล้ายืนยัน เพราะตั้งแต่เริ่มใช้ก็ฝนตกตลอดเวลา ยังไม่ได้ออกแดดจริงๆ จังๆ ซะทีอ่ะค่ะ
คะแนน: ยังไม่สามารถให้ได้ค่ะ ขอลองใช้ไปอีกซักพัก แต่อย่างน้อยตอนนี้ก็ไม่แพ้ล่ะ  อิอิ




มาต่อที่ eye cream สารภาพตามตรงว่าหลังๆออกแนวขี้เกีจ ใช้มั่ง ไม่ใช้มั่ง ตอนนี้ที่ใช้ประจำมีตัวเดียวค่ะ Philosophy: eye believe ตัวนี้เนื้อจะคล้ายๆ ซิลิโคนเล็กน้อย ทาแล้วจะรู้สึกเนียนๆ ลื่นๆ ตรงบริเวณที่ทาอ่ะค่ะ 
คะแนน: 9/10 แต่หมดแล้วคงต้องเปลี่ยนตัวอื่น เพราะตัวนี้ discon อีกแล้วจ้า อาจจะกลับไปใช้ตัว eye hope ไม่ก็ eyes wide open ที่ออกมาใหม่อ่ะจ้า แต่ยังคงเป็น Philosophy เช่นเดิม




ส่วนบำรุงริมฝีปาก (เฉพาะบำรุงนะคะ ไม่นับถึงลิปสติกสีๆ จ้า)  ที่ชอบแล้วใช้หมดไปหลายแท่งแล้ว ได้แก่ 
1. Eucerin: Lip Aktiv ตัวนี้ช่วยได้มากเรื่องริมฝีปากแห้ง เป็น item ที่ต้องมีติดบ้านและติดกระเป๋าไว้ตลอดจ้า 
คะแนน: 10/10 ใช้มาหลายแท่งแล้ว เพราะฉะนั้นตัวนี้หมดแล้วยังคงใช้ต่อแน่นอน ราคาไม่แพงมากด้วย หาซื้อตาม Boots ได้จ้า

2. Burt's Bees: Rejuvenation Lip Balm ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นได้ แต่เยิ้มไปนิดในความรู้สึกเรา 
คะแนน: 7.5/10 หมดแล้วคงไม่ต่อจ้า 

จริงๆ จะมี Philosiphy: kiss me exfoliating lip scrub อีกตัวนึงที่เอาไว้สครับริมฝีปาก แต่พอดีลืมหยิบมาถ่ายรูปด้วย (ขี้เกียจถ่ายซ่อมแล้ว ฮา!) ตอนใช้ก็จะเย็นๆ มินท์เล็กน้อย เอาไว้ขัดเซลผิวที่ตาย เราจะใช้ประมาณ 2 อาทิตย์/ครั้ง ขัดเสร็จจะรู้สึกเหมือนมี oil บางๆ เคลือบริมฝีปากไว้อ่ะค่ะ คะแนนให้ 9/10



เตรียมพบกับรีวิวตัวอื่นๆ เร็วๆ นี้นะคะ Smiley



Create Date : 14 ตุลาคม 2555
Last Update : 14 ตุลาคม 2555 17:14:31 น.
Counter : 1522 Pageviews.

0 comment
Item ทั่วไปในห้องน้ำสำหรับคนขี้แพ้: Version 2 - ทำความสะอาดผิวหน้า (Treatment)
แฮะๆ ลืม Treatment เล็กๆ น้อยๆ ค่ะ ขอคั่นรายการก่อนจ้า Smiley

มาต่อด้วย treatment เล็กๆ น้อยๆ ที่มีอยู่ตอนนี้ค่ะ ใช้มั่ง ไม่ได้ใช้มั่ง ขึ้นอยู่กับความขยันของตัวเองอ่ะค่ะ 

1. Queen Helene Mud Pack Masque, Mud Pack เราชอบตัวนี้มากกว่า ทั้งๆ ที่ตัวนี้เป็นตัวเผื่อเลือก เห็นว่าแบรนด์นี้เค้ามีมาร์สกอีกตัวเลยสอยมาลองเล่น เพราะใช้แล้วหน้านุ่มดี มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ด้วย ที่สำคัญคือใช้แล้วไม่แพ้ น้องสิวเม็ดเล็กๆ น้อยๆ ไม่โผล่จ้า
คะแนน: 9/10 หมดแล้วซื้อต่อแน่นอน

2. Queen Helene Mint Julep Masque, Mint Julep อันนี้เห็นหลายต่อหลายคนบอกว่าเริ่ดและดี เลยซื้อมาลอง แต่สำหรับเราแล้วมันไม่โออ่ะค่ะ ใช้แล้วน้องสิวยิ่งตามมาอ่ะจ้า แต่กลิ่นถือว่าผ่าน ไม่ฉุนจนเกินไป 
คะแนน: 7/10 หมดแล้วคงไม่ซื้อต่ออ่ะค่ะ 




ส่วนอันนี้ถอยมาลองเล่นได้พักใหญ่ๆ แล้ว ตั้งแต่ก่อนที่จะเป็นที่รู้จัก และเริ่มมีแม่ค้ารับพรีออเดอร์นำเข้ามาขายกันมากมายซะอีก 

ตัวขัดหน้าของ Neutrogena Microdermabrasion System สำหรับเรา เราเฉยๆ กับผลลัพธ์ แต่ก็ถือว่าเป็นของเล่นชิ้นนึง เวลาเบื่อๆ ก็เอามากรอหน้าเล่นๆ ขำๆ แต่อย่าทำแรงจนเกินไปนะคะ อาจจะระคายเคืองได้ค่ะ  โชคดีที่ตัวนี้เราไม่แพ้ 
คะแนน: 7/10 ผลลัพธ์ไม่ชัดเจน แต่ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเราขี้เกียจด้วยมังคะ นานๆ ทำทีอ่ะค่ะ 



เี๋ดี๋ยวหัวข้อต่อไปจะเป็นเรื่องของตัวบำรุงผิวหน้าละจ้า Smiley



Create Date : 14 ตุลาคม 2555
Last Update : 14 ตุลาคม 2555 17:04:56 น.
Counter : 476 Pageviews.

0 comment
Item ทั่วไปในห้องน้ำสำหรับคนขี้แพ้: Version - ทำความสะอาดผิวหน้า
ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นเล็กน้อยก่อน ว่าเราเป็นคนผิวมัน แต่ก่อนหน้านี้เคยมีอาการแพ้สะสมจากการใช้ skincare ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว ทำให้ผิวบางลงและแพ้ง่าย จึงต้องเปลี่ยนมาใช้ skincare กลุ่มที่อ่อนโยนลงกว่าเดิม (เคยตั้งกระทู้เรื่องนี้ไปเมื่อนานมาแล้ว แต่กระทู้หาย ขุดหาไม่เจอแหล่ว ... สรุปคร่าวๆ ให้ฟังอีกทีว่าอาการที่เราเป็นมันจะไม่แสดงในทันทีนะคะ คุณหมอบอกว่ามันจะค่อยๆ สะสม แล้วแสดงอาการภายในระยะเวลา 3-4 ปีอ่ะค่ะ ซึ่งตอนนั้นตอนแรกก็งงว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร เพราะ skincare ก็ใช้ตัวเดิมๆ แต่ทำไมหน้าถึงได้คันยิบๆ)

ส่งผลให้ต้องเลิกคบกับ skincare ยี่ห้อประจำอย่าง Clarins/ Lancaster/ Givenchy ที่คบกันมาหลายปีดีดัก และต้องเว้นวรรคทางการเมือง เอ้ย! เลิกใช้ Philosophy และ Jurlique ไปชั่วคราว เพราะช่วงที่ยังต้องไปหาหมออยู่ คุณหมอก็จะให้ครีมที่เหมาะสมตามสภาพผิวมาให้เพื่อเป็นการปรับสภาพผิวหน้า 

แต่ช่วงนี้ผิวหน้าเริ่มแข็งแรงขึ้นมาก และไม่ต้องไปพบหมอแล้ว เลยเริ่มจะหาซื้อนู่น นี่ นั่น มาลองใช้เอง แต่ก็ยังพยายามหลีกเลี่ยงส่วนผสมต้องห้ามที่คุณหมอให้ list ไว้อยู่ เพราะเคยแอบลองครีมที่มีส่วนผสมเหล่านั้นอยู่แล้วยังรู้สึกว่าหน้ายังรับไม่ค่อยได้อ่ะค่ะ  

มาลองดูกันดีกว่า ว่าตอนนี้ที่เราใช้อยู่มีอะไรบ้างอ่ะค่ะ 

รีวิวนี้จะเจาะเฉพาะเรื่องของการทำความสะอาดผิวหน้านะคะ Smiley

หน้าก็มีอยู่หน้าเดียว ไม่รู้จะขนซื้อไปไหน แฮะๆๆ (สารภาพว่านี่ลดลงไปเยอะแล้วนะคะ ถ้าเป็นก่อนหน้าที่จะแพ้นี้ จัดเต็มกว่านี้อีกอ่ะ )

อันนี้จะเป็นกลุ่ม Cleansing milk/ gel/ foam นะคะ ซึ่งกลุ่มนี้ไม่สามารถล้างเครื่องสำอางค์ได้หมดจดนะคะ เรามักจะใช้ตอนเช้าค่ะ

คนอื่นเค้าเรียงลำดับจากซ้ายไปขวา แต่รูปนี้ขออนุญาตเรียงลำดับจากขวามาซ้ายนะคะ ตามความคุ้นเคยของผลิตภัณฑ์ค่ะ 

1. Darphin: Cleansing Milky Emulsion with Verbena ตัวนี้เป็น cleansing milk สูตรสำหรับผิวแพ้ง่าย กลิ่นหอมอ่อนๆ เวลาล้างหน้าเสร็จแล้วผิวหน้าก็ไม่ตึงจนเกินไปค่ะ แต่หลังๆ นานๆใช้ทีค่ะ เพราะเจอตัวอื่นถูกใจกว่า
คะแนน: 8/10  เหตุผล: ราคาสูงพอควร ส่วนกลิ่นหอมอ่อนๆ ก็จริงแต่กลิ่นนี้ไม่ใช่แนวเราเท่าไหร่

2. Eucerin: pH5 WashLotion Facial Wash for Sensitive Skin ตัวนี้คุณหมอจ่ายให้ตอนที่ไปหา เป็นครีมล้างหน้าที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น แต่ล้างได้สะอาด ไม่ทำให้หน้าแห้งตึง ใช้ตั้งแต่ขวด 200 ml จนตอนหลังไปถอยไซส์ 400 ml มาแทน 
คะแนน: 9.5/10 เพราะเราไม่แพ้ 555! 
แต่ข้อเสียคือหาซื้อได้เฉพาะในโรงพยาบาลเท่านั้น ก่อนหน้านี้ต้องเฉพาะหมอสั่งจ่ายอีกต่างหาก  ... ถ้าหาซื้อได้ทั่วไป จะให้ 10/10   อิอิ

3. Cetaphil: Daily Facial Cleanser for Normal to Oily Skin ตัวนี้ถ้าซื้อบ้านเราราคาจะสูงมาก เพราะราคาที่นี่ขวด 4 oz ก็ปาไป 500 บาทแล้ว  ตัวนี้หิ้วมาจากอเมริกา ไซส์ 16 oz แต่ในราคาไม่ถึง 2 เท่าของบ้านเรา  
คะแนน: 7.5/10 ล้างหน้าได้สะอาดดี แต่เราไม่ค่อยชอบกลิ่นเท่าไหร่อ่ะจ้า เราว่ามันหอมแรงไปนิดนึง 

4. Hadalabo: ตัวนี้มาได้เพราะไปเดินห้างแล้วจู่ๆ ก็อยากได้โฟมล้างหน้าที่เป็นโฟมๆ ฟองๆ แต่ไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรดี จดๆ จ้องๆ อยู่พักนึง เลยหยิบหลอดนี้ติดมือกลับบ้านมาด้วย
คะแนน: 6/10 ล้างได้สะอาดใช้ได้ แต่เราแพ้อ่ะ น้องสิวโผล่เลย 




ถัดมาเป็นตัวล้างหน้าแบบมีเม็ดสครับในตัว
1. Philosophy: the microdelivery exfoliating wash เม็ดขัดในตัวนี้จะเป็นเม็ดเล็ก ละเอียด แต่ไม่บาดผิวหน้า ปกติแล้วเราจะใช้ขวดใหญ่ ไซส์ 16 oz แต่พอดีของหมด กำลังสั่งเพิ่มอยู่ เลยไปเอาขวดเล็กๆ สำหรับเดินทางมาให้ไปพลางๆ อ่ะค่ะ 
คะแนน: 10/10 ถึงแม้ราคาจะค่อนข้างสูง แต่ก็ล้างได้สะอาด หน้าไม่แห้งตึงจนเกินไป และที่สำคัญคือไม่แพ้ เราใช้ต่อไปแน่นอนค่ะ

2. Aveeno: clear complexion cream cleanser ตัวนี้สารภาพตามตรงว่าตอนสั่งซื้อไม่ได้อ่านรายละเอียดมากมาย นึกว่าเป็นโฟมล้างหน้าแบบปกติ ดูยี่ห้อและส่วนผสมแล้วแล้วกดใส่ตะกร้าเลย พอของมาถึงเลยเพิ่งจะรู้ว่ามันเป็นสครับในตัว แต่โชคดีที่ไม่แพ้ 555! ตัวนี่เม็ดสครับจะใหญ่กว่า Philosophy ค่ะ เวลาล้างออกจะรู้สึกว่าหน้ายังมันๆ อยู่เล็กน้อย เหมือนมี oil เคลือบผิวอ่ะค่ะ แต่ไม่เยิ้มนะคะ สามารถใช้ได้ทั้งเช้า-เย็น
คะแนน: 8.5/10 ถึงจะไม่รู้สึกว่าสำอาดเท่า Philosophy แต่ด้วยราคาที่ไม่แพง จึงให้อภัยได้ ^^





ตัวล้างเครื่องสำอางค์ 
เนื่องจากช่วงนี้ก็ยังไม่ค่อยได้แต่งหน้ามากเท่าไหร่ จึงไม่ค่อยได้ใช้อ่ะจ้า 
1. Philosophy: Purity สุดยอดในดวงใจ ล้างเครื่องสำอางค์หนัก เบา ได้สะอาดกริ๊บ ถูกใจเป็นที่สุด ปกติใช้ขวดใหญ่เช่นกัน แต่ตอนนี้ของที่สั่งใหม่กำลังเดินทางมา เลยใช้ขวดเล็กนี้ไปพลางๆ ก่อน (ข้อดีของการสั่งของจากเวบ Philosophy คือมักจะได้ขวดเล็กขวดน้อยพวกนี้แถมมานี่แล เอาไว้ประทังชีวิตยามของหมด 555)
คะแนน: 10/10 ถึงแม้ราคาจะค่อนข้างสูง แต่ก็ล้างได้สะอาด หน้าไม่แห้งตึงจนเกินไป และที่สำคัญคือไม่แพ้ เราใช้ต่อไปแน่นอนค่ะ

2. Eucerin: DermatoClean Mind Cleansing Milk เห็นว่าเป็น Euerin น่าจะไม่แพ้ เลยสอยมาลอง เผื่อน้อง Philo ขวดเล็กนี้หมด แต่ยังไม่ได้ลองเพราะ Purity ยังไม่หมดจ้า 
คะแนน: ยังไม่ได้ลอง เลยยังไม่มีคะแนนให้จ้า 

จริงๆ แล้วถ้าแต่งหน้าเต็มขั้น กรีด eye liner ปัด mascara ด้วยนี่จะต้องมีตัว Eye Remover อีกตัวค่ะ ที่ 10/10 ในใจเรามีหนึ่งเดียวคือ Philosophy: just release me ที่ล้างได้สะอาดหมดจด แถมเข้าตาก็ไม่แสบด้วยค่ะ (ขนาด Clarins ที่ว่าแน่ๆ ยังแพ้ตัวนี้ เพราะตรงเรื่องความแสบเวลาเข้าตานี่แหละค่ะ) แต่อย่างที่บอก ช่วงนี้ไม่ได้จัดเต็ม เลยไม่มีรูปอ่ะจ้า




เดี๋ยวคอยติดตาม Topic ใหม่ในเรื่องการบำรุงผิวหน้านะคะ Smiley



Create Date : 14 ตุลาคม 2555
Last Update : 14 ตุลาคม 2555 16:40:04 น.
Counter : 1764 Pageviews.

0 comment
1  2  3  

ซามูไรเก๋า...
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เป็นผู้หญิงธรรมดาที่ชอบอ่านหนังสือ ชอบเที่ยว ชอบกิน ชอบเลี้ยงสัตว์ และโดยเฉพาะชอบการช้อปปิ้ง(เป็นพิเศษ) ชอบซื้อของ ชอบลอง จนตอนนี้ชักอยากขยับมาขายของเองมั่งละ ^^"

อยากลองทำรีวิวกับเค้าดูมั่ง ยังไงก็ช่วยติชม และให้อภัยมือใหม่ด้วยนะจ๊ะ