Brigitte Ching Hsia Lin 我是真的真的想念你 林青霞
Group Blog
 
All Blogs
 

สารพัดคลิปวิดีโอเจ้าหย่าจือ....(ทยอย) หามาให้โหลดกันจ้า



กลับมาอัพบล๊อคอีกที คราวนี้เอาคลิปเจ๊เจ้ามาฝากค่ะ
เดี๋ยวคงต้องค่อยๆ อัพไปเรื่อยๆ นะคะ เพราะคลิปเจ๊แกเยอะมาก
ฝ่าฟันดงภาษาจีนไปหามา จนตาลาย...
เอ้า...ใครเป็นแฟนเจ๊แก ก็โหลดไปชื่นชมกันตามสบายเลยค่า
ยินดีๆๆๆๆๆๆ



อ่ะ กดที่เจ๊เบาๆ เลยค่ะ
(เข้าไปโหลดขัดตาทัพไปก่อนเด้อค่า แล้วที่เหลือจะทยอยตามมา)


* sign in name : angie_ngachi
Password : 12345678
เข้าไปที่ file folder ---> Angie Nga Chi (folder) ข้างในจะมีอยู่ 18 files ค่ะ *


มาแว้วๆๆๆๆ เนื่องจากการหาที่ฝากไฟล์ (นับหลายๆ สิบ MB) ยากมาก
ก้อเลยไปหา link คลิปเจ๊เจ้าที่เคยไปโหลดๆ มาจาก Baidu.com -Thanks ka-

อันแรกนี่ จะเป็นคลิปที่แฟนคลับเจ๊คนหนึ่งทำขึ้น
เพื่อฉลองที่เจ๊อยู่ในวงการมาได้ยาวนานถึง 30 ปี (คิดว่านะ) ไปดูกันเลยค่ะ ....


(กดที่รูปเจ๊เลยค่ะ)


หมายเหตุ ขอขอบคุณ //post.baidu.com/f?kz=27167903




 

Create Date : 27 สิงหาคม 2548    
Last Update : 6 สิงหาคม 2549 17:47:51 น.
Counter : 1480 Pageviews.  

*เจ้าหย่าจือ* "ย้อนอดีต" ละครดัง...เฉียนหลงจอมราชันย์



เฉียนหลงจอมราชันย์

หลังจากหมดสัญญากับทาง TVB นางเอกสาว "เจ้าหย่าจือ" ก็ย้ายฝั่งการทำงานจากเกาะฮ่องกงมายังไต้หวัน และ series ชุดนี้เธอยังได้ร่วมแสดงกับพระเอกคู่บุญอย่าง เจิ้งเส้าชิว (Adam Cheng) อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นการกลับมาที่ยิ่งใหญ่ของทั้งคู่เลยทีเดียว



ก็จะขอเอาเฉียนหลงมา review เท่าที่จะพอรู้เรื่องนะคะ
(เนื่องจากเรื่องนี้ที่เคยดูพากย์ไทยก็นานมากกกกกกกกกกกกกกแล้ว แถมหนังที่ได้มา-จากคุณแพนด้ามหาภัย ขอบคุณนะค๊า- ก็ดันเป็นเสียงจีน ไม่มีซับด้วย แหงะ..)
ก็จะพยายามเล่าให้รู้เรื่องที่สุดค่ะ ส่วนเนื้อหาในเรื่องว่าเค้าคุยอะไรกันบ้าง อันนี้ก็ตัวใครตัวมันค่า
แต่อาจจะไปถามไถ่คุณแพนด้าฯได้นะคะ ขานั้นเซียนจีนเลย...(โบ้ยแล้วค่ะ โบ้ย อิอิ)

ถ้าใครจำกันได้ ก็คงพอนึกออกว่า "เฉียนหลง" นี่คือ ฮ่องเต้ที่มักจะชอบปลอมตัวเป็นคนธรรมดาสามัญ
ร่วมเดินทางไปกับคนสนิท 2-3 คน ไปแคว้นโน้นที แคว้นนี้ที
จนกระทั่งวันนึง พี่แกก็ปลอมตัวไปอีกเช่นเคย แล้วก็ไปเจอสาวนางหนึ่งขี่ม้าผ่านไป เฮียแกเหลียวคอแทบหลุด ...
แต่ก็ยังไม่ได้เอ่ยปากทักทายสาวเจ้านางนั้นแต่อย่างใด

จนมาอีกที (ตามภาพ) เกิดเหตุวุ่นวายไรก็ม่ายรุ (ฟังไม่ออก) จับผลัดจับผลูก็ได้มาเจอเจ๊คนเดิมอีก คราวนี้ไม่คาดฝัน แอบได้ซบกัน เพราะความเซเป็นเหตุ กริๆ



หลังจากนั้น ทั้งคู่ก็ช่วยกันสู้รบ (เข้าใจว่าเจ๊จะเป็นฝ่ายคนดีนะคะ) ต่อต้านคนเลว จนชนะในที่สุด แล้วทั้งคู่ก็ลาจากกันไปพร้อมกับความประทับใจในกันและกัน คริๆ



อย่างไรก็ตาม ธรรมะก็ต้องชนะอธรรมอยู่ดี หัวหน้าเผ่าบูบูอย่างเจ๊เฉิงไขว่ซิ่ว ก็แสดงความเด็ดเดี่ยวและกล้าหาญให้ฮ่องเต้เราเห็นอย่างประทับใจจนด้าย



##---##--##


ต่อมาอีกไม่นานนัก เฉิงไขว่ซิ่ว กำลังอยู่ในระหว่างการพยายามสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับอะไรซักอย่าง ระหว่างนั้นก็ดันไปเจอฮ่องเต้ของเราฝึกซ้อมวิทยายุทธอยู่ เธอจึงเกิดความสงสัย เลยปลอมตัวเข้าไปประลองฝีมือ แต่ก็ถูกฮ่องเต้จับได้ว่าผู้บุกรุกคือแม่สาวหัวหน้าเผ่าบูบูนี่เอง ฮ่องเต้เลยทำโทษด้วยการแอบจับมือเจ๊ซะเลย กริๆ



หลังจากการประลองยุทธกันแล้ว ทั้งคู่ก็เข้าไปคุยกันข้างใน โดยในขณะนั้นฮ่องเต้มองเจ๊ไม่วางตาเลย ให้ตายจิ





************


เมื่อเฉิงไขว่ซิ่วไปเยือนจวนพักของฮ่องเต้
(ซึ่งเจ๊ก็ไม่รู้เลยว่าที่นั่งคุยกันอยู่นี่คือฮ่องเต้ แอบนินทาไปตั้งหลายยก ฮ่องเต้สำลักแล้วสำลักอีก)
ก็ถึงคราวที่ฮ่องเต้ต้องไปเยือนสำนักเจ๊บ้าง
แต่แหม...กว่าจะฝ่าด่านไปพบเจ๊ได้ เกือบตาย นี่ถ้าวิทยายุทธไม่สูงส่งพอ
คงไม่มีชีวิตกลับออกมาบริหารบ้านเมืองแล้วเฮีย















ในที่สุดฮ่องเต้ก็สามารถฝ่าด่านอาวุธครบมือเข้ามาพบกับเฉิงไขว่ซิ่วได้สำเร็จ...

แต่จากการพบกันครั้งนี้ของเฉิงไขว่ซิ่วและฮ่องเต้ ทำให้ศิษย์พี่คนสนิทของเธอ เริ่มระแวงในความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ และในที่สุดเราก็ได้เห็นอดีตของเฉิงไขว่ซิ่ว จากการหวนรำลึกของศิษย์ผู้พี่



เราได้รู้ว่าศิษย์พี่แอบหลงรักแม่นางเฉิง เป็นธรรมดาของความใกล้ชิดแบบศิษย์พี่ศิษย์น้อง แต่ไขว่ซิ่วไม่เคยคิดกับศิษย์พี่เกินเลยไปกว่าความเป็นพี่น้องเลย



และเมื่อเตี่ยของเธอตายลง สำนักก็ตกอยู่ในความดูแลของเธอ และด้วยความรับผิดชอบที่ใหญ่หลวงนี้ จึงทำให้เธอกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีความเด็ดเดี่ยวมากขึ้น

++++++++++


และในที่สุดความระแวงในความสัมพันธ์ของเฉิงไขว่ซิ่วและฮ่องเต้ของศิษย์พี่ ก็เป็นจริงขึ้นมาจนได้ เมื่อฮ่องเต้ได้ส่งจดหมายไปถึงแม่นางเฉิง และทั้งคู่ก็ได้พบกันอีกครั้ง ท่ามกลางธรรมชาติ ขี่ม้าไป คุยไป อู้ยยย ! สวีทกระหนุง กระหนิง
(แม้แต่ม้าก็ยังแอบสวีทกัน จนต้อง take ใหม่เลย ซีนนี้ 555)



หลังจากนั้น เฉิงไขว่ซิ่วก็พาฮ่องเต้มาที่ที่ที่หนึ่ง (ซึ่งไม่รู้ว่าอะไรเหมือนกัน ฟังไม่ออกแงะ)
พอทั้งคู่เดินมาถึงที่ห้องๆ หนึ่ง ซึ่งเป็นห้องที่ตอนแรกเจ๊ก็ไม่อยากให้เข้าไปดู
แหมๆๆๆๆ แต่ด้วยแรงตื้อของเฮีย เจ๊ก็เลยตอบตกลงให้เข้าไปดูซะงั้น



เมื่อเจ๊พาเฮียสำรวจทั่วพื้นที่แล้ว ก็เลยมาหยุดกิน และสนทนากันต่อที่โต๊ะริมสระน้ำ (โห...บรรยากาศ)
คราวนี้เฮียแอบจะจับมือเจ๊ แต่เชอะ ฝันไปเหอะ เจ๊หลบทันฮ่าๆๆๆๆ

แต่....แต่....ก็ยังไม่วาย เฮียหาทีเผลอ แอบจับมือเจ๊หมับเข้าจนได้ คราวนี้ทำโทษแก้อาการหน้าแตกตะกี้ด้วยการแอบจุ๊บมือเจ๊ แหมๆๆๆ เสียทีจนได้นะเจ๊





จากการถูกฉวยโอกาส เลือดสาวก็ฉีดขึ้นหน้า เกิดการสัประยุทธกันอีกจนด้าย เอ้า มาเชียร์กันว่าใครจะเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำก่อน!



เจ๊พลาดจนได้ โดยเฮียขโมยปิ่นปักผม จนเสียที



แต่เจ๊ก็เอาคืนกลับ ด้วยการซัดเฮียเข้าให้เต็มเปา 1 ที แอ่กไปเลย ฮี่ๆๆ แต่ก็ไม่วายเป็นแม่พระ เข้าไปช่วยเค้าอีกแน่ะ แหมๆๆๆๆ

นั่นไง! เตือนแล้วก็ไม่ฟัง โดนจนได้ เพลี่ยงพล้ำอีกที เสียทีเค้าอีกแล้วเจ๊



( อยากให้ดูหน้าเจ้าหย่าจือตอนนี้มาก เป็นหน้าการปรับอารมณ์ 3 ระดับ จาก 1. โกรธ 2. เขิน สุดท้าย 3. อาย
โห...ทำได้ไง สามอารมณ์ในหน้าเดียว และทำได้ในเวลาไม่ถึงนาทีมั้ง แต่ก็น่าร๊ากกกก อิอิ -แอบชม- )





เฮ้อ! หมดกัน ยอมกันง่ายๆ ซะแร้ว...



******************


เมื่อผ่านช่วงเวลาสวีทวี๊ดวิ้วไปแล้ว เฉิงไขว่ซิ่วก็แอบหลบหน้าหลบตาฮ่องเต้ไป
ได้มามาเจอกันอีกที ฮ่องเต้เป็นฝ่ายไปหาที่จวนพักของแม่นางเฉิง แต่มาคราวนี้ เจ๊ดูเปลี่ยนไป ไม่อ่อนหวาน นุ่มนวลเหมือนคราวก่อน แต่กลับทำปั้นปึงใส่ฮ่องเต้ (อันนี้ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแกล้งทำเพื่อปกปิดอาการเขิน หรือเป็นเพราะความเครียดจากเรื่องที่คุยกันแน่ -_- “ )
แต่ก่อนกลับฮ่องเต้ก็ได้เอาหยกชิ้นหนึ่งมาให้ไว้ด้วย (ของเจ๊ที่ลืมไว้หรือของเฮียน้า?)





หลังจากนั้น ฮ่องเต้ก็มาขอพบเฉิงไขว่ซิ่วอีกครั้ง คราวนี้ เจ๊แอบดีใจที่เฮียกลับมา แหมๆๆๆ เจ๊นะเจ๊ ทำเป็นสงวนท่าที โธ่!



การกลับมาครั้งนี้เป็นการสนทนาปัญหาบ้านเมือง (เดาเอา) อีกครั้ง แต่ฮ่องเต้ก็ไม่วายกวนประสาทเจ๊เฉิงอยู่ด้ายนั่นเอง จนเจ๊ต้องคุยไป เขินไป แถมค้อนอีกหลายวงด้วย แฮะๆ












==============


เมื่อเฮียกวนประสาทเจ๊ไปเรียบร้อย ข้างนอกพรรคเจ๊ก็เกิดการทะเลาะวิวาทขึ้นกับฝ่ายตรงข้าม เจ๊จึงต้องออกโรงเอง แต่การยุติปัญหาครั้งนี้ของเจ๊ ก็ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากเฮียด้วยเช่นกัน
แต่ถึงกระนั้น...เฮียก็ยังประทับใจในความเด็ดเดี่ยวและกล้าตัดสินใจของเจ๊จ้า



เมื่อช่วงเวลาค่ำคืนมาถึง เราก็ได้เห็นเจ๊กะเฮียตั้งโต๊ะ “สนทนาปัญหาบ้านเมือง” กันรอบสอง โดยมีคนสนิทและผู้ติดตามเฝ้าระวังอยู่ด้านนอก แต่คราวนี้เจ๊กับเฮียดูจะผ่อนคลายมากขึ้น ไม่ปั้นปึงกันเหมือนก่อน (สงสัยที่ผ่านมาคงเป็นแผน แฮะๆ)




ทันใดนั้น ทางด้านนอก ก็มีผู้บุกรุกในชุดดำล่วงล้ำเข้ามา และเกิดการปะทะกับคนสนิทของฮ่องเต้
ทั้งคู่จึงออกไปดู กลับพบว่าเป็นคนของพรรคเจ๊ (รึป่าว) หรือไม่ก็คนที่เจ๊รู้จักเนี่ยแหละ หน้าคุ้นๆ
แต่สุดท้าย เหตุการณ์ก็จบลงด้วยดี....



************


ในเวลาต่อมาไม่นาน ในสำนักของเฉิงไขว่ซิ่วก็เกิดความวุ่นวาย เนื่องจากศิษย์พี่ถูกผู้เป็นใหญ่ในราชสำนักจับตัวไป แม่นางเฉิงจึงพยายามหาทางช่วยเหลือ ด้วยการเข้าไปขอเจรจาและมอบของบรรณาการให้แก่ท่านผู้นั้น



แต่โชคร้าย...เจ๊ถูกลวนลาม เพราะตานี่บ้ากามชะมัด ฮึ่ม! แต่โชคก็เข้าข้าง เมื่อศรีภรรยาพี่แก เข้ามาเห็นพอดิบพอดี เจ๊ก็เลยรอดตัว







พอรอดตัวกลับมา ก็ได้ไปเจอฮ่องเต้นั่งดื่มเหล้าเคล้าความสำราญอยู่ เจ๊จึงเข้าไปแจมด้วย แต่ปัดโธ่ เจ๊ดื่มไม่เป็น กะจะดื่มๆ ก็ทำหน้าเหมือนเหล้าขมซะงั้น ฮ่องเต้อดรนทนไม่ได้ ต้องฉวยเอาไปดื่มแทน แต่ก็นะ...ดื่มไปดื่มมา เจ๊ก็บ่อน้ำตาแตก ร้องไห้ท่วมห้องซะงั้น เฮียก็เลยดึงเจ๊ไปซบอก เฮ้อ! น่าสงสาร....









-----------##------------


เกิดความวุ่นวายอีกครั้งในสำนักของเฉิงไขว่ซิ่ว แต่คราวนี้ฮ่องเต้ใจดีออกโรงแทนให้ก่อน





ต่อจากนั้นจึงให้เจ๊มารับหน้าที่ยุติความวุ่นวายนี้เสียเอง แล้วฮ่องเต้ก็มั่นใจว่า เฉิงไขว่ซิ่วเก่งและกล้าพอที่จะรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้ต่อไปได้





เมื่อสถานการณ์ทุกอย่างเริ่มคลี่คลาย เจ๊จึงตัดสินใจจัดการแต่งตั้งเฮียเป็นเจ้าสำนัก (หรือตำแหน่งอะไรซักอย่างที่มีอำนาจภายในสำนักนี้ด้วย)



ภายในงาน กลับเกิดความวุ่นวายจากศิษย์พี่ของเจ๊ เนื่องจากความหึงหวงและไม่เห็นด้วยที่แต่งตั้งเฮียมารับตำแหน่งนี้ ทั้งเฮียและศิษย์พี่จึงได้เกิดการปะทะฝีมือกันขึ้น คงไม่ต้องบอกว่าฝ่ายใดชนะนะคะ พระเอกอยู่แล้น....

แต่การปะทะกันครั้งนี้ ก่อความวุ่นวายใจให้แก่เฉิงไขว่ซิ่วเป็นที่สุด เพราะนั่นก็พี่ นี่ก็คนรัก....



ภายหลังการแต่งตั้ง ก็เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้นมากมาย รวมทั้งชนวนเหตุที่ทำให้ฮ่องเต้เฉียนหลงต้องเปิดเผยตัวด้วย
และเหตุการณ์ครั้งนี้ ก็นับว่าเป็นจุดจบที่ทำให้เฉิงไขว่ซิ่วและฮ่องเต้ต้องจากกัน





ฉากจากกันครั้งนี้ แอบทำให้เราต้องเสียน้ำตาไปหลายหยด เศร้าจัง ! ทั้งคู่ก็เล่นดีจนเราอิน...




หลังจากที่ทั้งคู่ต้องจากกันไปทำหน้าที่ของตนเองแล้ว เฉิงไขว่ซิ่วก็ทนคิดถึงฮ่องเต้ไม่ได้ เจ๊จึงจัดการปลอมตัวเข้าวัง เพื่อเข้าไปหาสุดที่รักให้หายคิดถึงนั่นเอง





แต่ไม่น่าเชื่อว่าการได้กลับมาพบกันอีกครั้งนี้ จะกลายเป็นจุดจบที่แท้จริงของทั้งคู่ เนื่องจากแม่นางเฉิงก็มีทางเดินของตัวเอง ฮ่องเต้ก็ต้องทำหน้าที่อันใหญ่หลวงต่อไป เฉิงไขว่ซิ่วจึงตัดสินใจทิ้งฮ่องเต้ไว้เบื้องหลัง และจากไปพร้อมกับความเจ็บปวด....


------$$$$$$$--------


จบลงแล้วเรื่องราวของเฉิงไขว่ซิ่วและฮ่องเต้ (ภาค 1)
แต่เฉียนหลงจอมราชัยน์ยังไม่จบลงเท่านี้นะคะ....
ภาค 2 ยังมีรอคุณอยู่คราวหน้าค่ะ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนกับแฟนๆ เจ้าหย่าจือและเจิ้งเส้าชิว
แล้วเจอกันบล็อกหน้าค่า...




 

Create Date : 05 กรกฎาคม 2548    
Last Update : 6 สิงหาคม 2549 17:41:57 น.
Counter : 3044 Pageviews.  

เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับเธอ..."เจ้าหย่าจือ" 赵雅芝



บางคนอาจจะเคยทราบประวัติของเจ้าหย่าจือกันมาบ้างจากหนังสือซินเซียแล้วนะคะ
วันนี้ก็จะขอนำมาย่อลงบล๊อคเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ เผื่อใครลืมจะได้ช่วยกันเตือนความจำไง




เจ้าหย่าจือ เป็นคนฮ่องกง เธอเรียนจบมัธยมปลายเมื่ออายุ 17 ปี และได้เข้าทำงานเป็นแอร์โฮสเตสของสายการบินญี่ปุ่น (Japan Airline) ในเวลาต่อมา

หลังจากทำงานที่สายการบิน 1 ปี แม่ของเธอได้แนะนำให้เธอสมัครประกวดนางงามฮ่องกงปี 1973 ซึ่งเธอก็สามารถคว้าตำแหน่งรองอันดับ 3 มาครองได้สำเร็จ และได้เซ็นต์สัญญาเข้าเป็นนักแสดงในสังกัดทีวีบี (TVB) ในขณะเดียวกันนั้นเธอก็ทำงานที่สายการบินควบคู่ไปกับการแสดงด้วย จึงทำให้ผลงานของเธอไม่เป็นที่โดดเด่นในช่วงเวลานั้นนัก

แต่หลังจากที่เจ้าหย่าจือแต่งงาน (เธอแต่งงานครั้งแรกอายุประมาณ 20 ต้นๆ) เธอจึงเริ่มรู้สึกว่าการทำงานสองอย่าง พร้อมทั้งเป็นแม่บ้านด้วยนั้น มันหนักหนาสาหัสเกินไป
เธอจึงตัดสินใจลาออกจากงานแอร์โฮสเตส และตั้งใจกับงานแสดงอย่างเต็มที่

และด้วยความอ่อนหวาน นุ่มนวลของเธอก็ทำให้เธอได้รับเลือกไปรับบท จิวจี้เยียก ในละครชุดผลงานการเขียนของกิมย้ง เรื่อง "ดาบมังกรหยก" ซึ่งเธอก็ประสบตวามสำเร็จ มีชื่อเสียงโด่งดัง



หลังจากนั้นเธอก็ได้รับบทเป็น ฉิงฉิง ในละครคลาสสิค อย่าง เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ทำให้ชื่อเสียงของเธอดังระเบิดแบบฉุดไม่อยู่ จนเธอได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 4 สาวงามของทีวีบี



ต่อจากนั้นเธอจึงได้รับบท โซวย่งย้ง ในเรื่อง จอมโจรจอมใจชอลิ้วเฮียง ชื่อเสียงของเจ้าหย่าจือจึงดังข้ามน้ำข้ามทะเลไปถึงเกาะไต้หวัน เธอจึงมีงานโชว์ตัวที่นั่นอยู่เสมอๆ



และเมื่อสัญญาของเธอกับทีวีบีหมดลง เจ้าหย่าจือจึงตัดสินใจทำหน้าที่แม่บ้านอย่างเต็มตัว แต่จากนั้น 1 ปี เธอก็หันไปสร้างชื่อเสียงที่ไต้หวันอีกครั้ง และความรุ่งโรจน์ ช่วงที่สองในชีวิตเธอก็เริ่มขึ้นที่นั่น



ตัวอย่างละครที่ประสบความสำเร็จอย่างมากก็คือ เรื่อง จักรพรรดิ์เฉียนหลง (หรือเฉียนหลงจอมราชันย์) และจอมจักรพรรดิ์หย่งเจิ้น





และในปี 1993 จากการที่เธอรับบทในเรื่อง นางพญางูขาว เจ้าหย่าจือก็กลายเป็นนักแสดงหญิงที่มีค่าตัวแพงที่สุดในไต้หวัน



หลังจากนั้นเจ้าหย่าจือเดินทางกลับฮ่องกง และรับเล่นละครของจีนแผ่นดินใหญ่ 1 เรื่อง จากนั้นเธอก็กลับมาทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน ดูแล สามีและลูกๆ ทั้ง 3 อย่างเต็มตัว
(ลูกสองคนเกิดกับสามีคนแรก และคนสุดท้ายเกิดกับสามีคนปัจจุบัน แต่เป็นที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่งที่ลูกทั้งสองคนของเธอใช้นามสกุล "หว่อง" ซึ่งเป็นนามสกุลที่ตรงกันอย่างพอดิบพอดีของสามีทั้งสองคน!)
นอกจากนั้นเธอยังลงแรงกายแรงใจไปกับกิจการร้านเสื้อผ้าอีกด้วย





เจ้าหย่าจือและหว่อง กัมซัน
เราจะเห็นทั้งคู่เคียงคู่กันไปตลอดทุกๆ งานเลยก็ว่าได้
นับว่าเจ้าหย่าจือโชคดีมากๆ ที่ผ่านมรสุมแห่งความรักครั้งแรก มาพบกับความรักครั้งที่สองที่แสนหวานของเธอ


แม้ว่าช่วงรุ่งโรจน์ที่สุดของเธอจะผ่านไปนานเท่าไร แต่ในปัจจุบันยังคงมีแฟนๆ ทุกรุ่น ตะโกนเรียกชื่อเธอ วิ่งเข้าไปขอถ่ายรูป ขอลายเซ็นต์ของเธออยู่เสมอ
ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่า เสน่ห์ของเธอไม่เคยลดน้อยลงไปเลย

และเมื่อไม่นานมานี้ เจ้าหย่าจือ ตอบรับคำเชิญของทีวีบีให้กลับไปเล่นละครอีกครั้ง โดยการหวนกลับไปทีวีบีครั้งนี้เธอได้มีโอกาสร่วมงานกับซี้เก่าอย่างหลิวสงเหยินอีกครั้ง (เลือดนักสู้ จอมทระนง)





และแล้ว ข่าวลือระหว่างเธอกับหลิวสงเหยินก็ลือสะพัด แต่ข่าวลือทั้งหลายทั้งปวงที่ถาโถมเข้าหา ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างเธอและสามีแม้แต่น้อย (หว่อง กัมซัน : สามีคนปัจจุบันของเจ้าหย่าจือเป็นทนาย และยังเคยเล่นละครด้วย)

ตลอดเส้นทางบนถนนสายบันเทิงที่ยาวนานของเจ้าหย่าจือ เธอมอบความสุข รอยยิ้มไว้ให้แฟนๆ มากมาย ซึ่งเราขออวยพรให้เธอประสบความสำเร็จในชีวิตครอบครัวและการงานต่อไป





ขอขอบคุณ


แหล่งที่มา : หนังสือซินเซีย, คุณย่งย้ง ณ ห้องบันเทิงเอเซีย (พันธุ์ทิพย์) และ //www.angiekingdom.com/profile.html




 

Create Date : 05 กรกฎาคม 2548    
Last Update : 6 สิงหาคม 2549 17:56:06 น.
Counter : 2402 Pageviews.  

มารู้จัก "เจ้าหย่าจือ" กันบ้างนะคะ


ร้างลาจากการอัพบล๊อคไปนานแสนนานนนน
กลับมาอัพบล๊อคอีกที (อย่างที่บอก) วันนี้ "หัวใจ" เปลี่ยนไป
...เปลี่ยนไปยังไง แล้วเปลี่ยนใจจากใครไปเป็นใคร เดี๊ยวได้รู้ หุหุ

การเปลี่ยนแปลงในหัวใจของเจ้าของบล๊อคก็ไม่ได้พัฒนาก้าวหน้าไปไกลถึงไหนเล้ย...
ไม่สามารถก้าวข้ามผ่านห้วงวังวนแห่งอาณาจักรหนังจีนไปได้
เพียงแค่...เปลี่ยนฝั่งจากไต้หวันมาเป็นฮ่องกง
แล้วก็ย้ายจากจอเงินมาเป็นจอแก้ว แค่นั้นเอง!

สาวสองพันปีคนนี้....
เชื่อว่าหลายคนคงต้องรู้จักและจดจำเธอได้เป็นอย่างดี
(ถ้าคุณเป็นคอหนังจีน ไม่ต้องถึงกับแฟนพันธุ์แท้อ่ะนะ)
บางท่านอาจจะอุทิศตัวเป็นแฟนคลับเธอไปเสียแล้ว
และอายุของสมาชิกแฟนคลับของเขาเหล่านั้น...
ก็อาจจะยาวนานมากกว่า 20 ปีเสียด้วยซ้ำ
(ไม่ได้กล่าว "ซ้ำเติม" อายุใครน้าจ๊ะ)

เธอก้าวเข้ามาวงการมายา ด้วยตำแหน่ง "รองนางงามฮ่องกง"
แม้จะผ่านมาหลายปี๊..หลายปีแล้วก็ตาม
แต่ความสวยของเธอก็ยังไม่ลดน้อยลงเลย
กลับทวีเพิ่มมากขึ้นตามกาลเวลา (ถ้าเว่อร์ไปขออภัย หุหุ)

ถึงเวลาที่เจ้าของบล๊อค "ปันใจ" ต่อเจ๊ (คนใหม่)
รวมถึงความชื่นชอบที่มีมากมายเหลือเกิ๊น เหลือเกิน....
ก็เลยมานั่งหลังขดหลังแข็งอัพบล๊อคเก่าของเจ๊หลินชิงเสีย
ให้พื้นที่ที่ยังเหลือได้ประกาศให้ใครๆ นะที่นี้รู้ว่า...
ยัยคนนี้บ้า "เจ้าหย่าจือ" อีกแหล่ว!!!!




 

Create Date : 05 กรกฎาคม 2548    
Last Update : 6 สิงหาคม 2549 16:50:41 น.
Counter : 755 Pageviews.  


Gillian_Anderson
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Ancestors





Friends' blogs
[Add Gillian_Anderson's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.