Click Me!! => More Pics @Multiply
Group Blog
 
All blogs
 

Chittagong : Bangladesh กับหมอกหนาๆ



09 DEC 09 : 0845 Local Time Chittagong

หง้าววววววววววววววววววว....นังงี่เง่าเอ้ย!! ไม่รู้จะด่าตัวเองว่าอะไรดี วันนี้ดันตื่นก่อนเวลา Wakeup-call 2 ชม. ตอนแรกตั้งใจว่าจะตื่นก่อนสักชั่วโมงเดียวอะไรประมาณนี้ กะว่าแต่งตัวก็พอดีแหละ อุตส่าห์ตั้งมือถือปลุกไว้ตอนตีห้าของ MCT Time (บวกเพิ่มไปอีก 3 นะจ้ะก็จะเป็นเวลาที่บังคลาเทศพอดี) เสร็จสรรพนอนทอดกายสบายตัวอยู่ยันเช้า คุนแฟนโทรมาจากไทยบอกว่ายังไม่ตื่นอีกเหรอระวังสายนะ ไอ้เราก็ยิ่งนอยด์ๆอยู่เพราะไม่ค่อยได้มา Layover ที่นี่บ่อย ยังงงๆกับเวลาอยู่ ตอนแฟนโทรมาเราดูมือถือมันก็ตีสี่ครึ่งแล้วนะ อีกครึ่ง ชม. ก็ถึงเวลาที่เราตั้งปลุกพอดี ก็เลยลุกมาล้างหน้าแปรงฟันกะว่าเวิ่นเว้อสักพักก็พอดีแหละ

ก็แต่งหน้าแต่งตัวเรื่อยเปื่อยเฉื่อยแฉะ เหลือบมาดูนาฬิกาที่ข้อมือทำไมมันเดินไม่ตรงกับมือถือวะ ตอนแรกก็ไม่ได้เอะใจอะไร สงสัยนาฬิกาตายมั่งก็เลยเชื่อมือถือมากกว่า เรื่องของเรื่องคือนาฬิกาที่ข้อมือมันเดินช้ากว่ามือถือไป 1 ชั่วโมงเป้ะ แต่ด้วยความที่ไว้ใจเชื่อเวลาในมือถือมากกว่าไง ก็เลยปรับเวลาที่ข้อมือให้ตรงกับมือถือ เดี๋ยวจะบอกถึงความโง่ทีหลังเเล้วกันขอเล่าก่อน...

แต่งหน้าก็แล้ว แต่งตัวเสร็จก็แล้ว นั่งจิบกาแฟก็แ้ล้ว เอ้ะทำไมทางโรงแรมยังไม่โทรมาปลุึกอีกนะนี่มันก็ได้เวลาแล้วหนิ เราก็นั่งรอๆๆในห้องต่อไป เอ้ะชักยังไงๆแล้วหว่า ก็เลยเพิ่งนึกได้ถอดเขาบนหัวแล้วโทรไปถาม Operator ว่าตอนนี้ Local Time ที่นี่มันกี่โมงแล้วค่ะ..แล้ว She ก็ตอบกลับมาอย่างชัดเจนว่า "เอ่อ ตอนนี้แปดโมงครึ่งโลคอลไทม์ค่ะ แหม๋มมมมมมมมมมม....." ตึ่งงงงงงง กรูแต่งตัวพร้อมตั้งแต่ยังไม่ถึงเวลา Wakeup-call ... จะมีใครรู้บ้้้่างมั้ยเนี้ยะว่ามีนังโง่ห้องนี้ตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่ออาบน้ำแต่งตัวนั่งรอ.....ขอปรบมือให้ค่ะ เปาะแปะ เปาะแปะ...เยี่ยม!!ขอมอบเหรียญลูกเรือขยันยอดเยี่ยมพร้อมสนตะพาย เอ้ย...สายสะพายเชิดชูเกียรติกันหน่อยค่าาาาาา...แหน้ ยังมีหน้า



เห็นเขาบนหัวมั้ย....

สรุปเรื่องนี้ไม่่มีใครผิดมีแต่ใครบางคนที่โง่....อิอิ อากาศวันนี้หมอกหนามาก มองออกไปนอนหน้าต่างจากชั้น 10 ของโรงแรม ตกใจเลยขาวโพลนไปหมด แทบไม่อยากเชื่อว่านี่มันจะเก้าโมงแล้วแต่หมอกลงจัดมากยังกับหกโมงเ้ช้า เริ่มหวั่นๆว่าวันนี้ไฟลท์จะดีเลย์รึเปล่าหมอกหนาขนาดนี้ เหมือนเมื่อวานตอนเรามาถึงก็ดีเลย์เพราะกัปตันนำเครื่องลงจอดไม่ได้เพราะทัศนวิสัยไม่ดี เลยบินวนๆอยู่หลายรอบ ตอนแรกเกือบจะต้อง Divert ไปลงที่อินเดียแล้ว เดชะบุญกัปตันเก่งเอาเครื่องลงได้



ดูสิหมอกหนาขนาดนี้ มองอะไรแทบไม่เห็นเลย

ไหนๆก็มีเวลาเหลือเฟือก็เลยถ่ายรูปเล่น แต่คราวนี้ไม่ได้เอากล้องไปอ่ะ ถ่ายจากมือถือ รูปเลยไม่ค่อยชัด นานๆเราจะได้มาที่นี่สักที นี่ก็เป็นครั้งที่สามที่ได้มา Layover ที่นี่ในระยะเวลาสามสี่เดือน บางคนได้มาทุกเดือนเลยบางคนบ่นว่าไม่อยากมา แต่สำหรับเราชอบที่จะได้ Layover มากกว่าบินไปกลับมากกว่า เหมือนได้พักผ่อนตากอากาศ แล้วที่นี่ดีอย่างค่าโทรศัพท์จากไทยถูก คุณแฟนเลยโทรมาคุยได้นานหน่อยดีใจจัง



เดือนนี้ Schedule ออกมาแน่นอนแล้วว่าเราได้เทรน A330 ดีใจจัง แต่ก็ต้องตั้งใจเรียน กลับไปเป็นนักเรียนอีกรอบ อดทนนะ ต้องอดทน...ให้กำลังใจตัวเองตลอดอย่าท้อ..มองไปข้างหน้า มองถึงอนาคตของเรา ครอบครัว คนรัก...อดทนเพื่อวันข้างหน้า...




 

Create Date : 11 ธันวาคม 2552    
Last Update : 23 ธันวาคม 2552 12:03:44 น.
Counter : 224 Pageviews.  

ย้ายจริง!! เหนื่อยจริง!! ไม่ใช่ตัวแสดงแทน!!...>.<



และแล้วได้ฤกษ์ย้ายบ้านสักทีแต่แหมคุณพี่ค่ะ ช่วยบอกล่วงหน้าให้เร็วกว่านี้ได้ป่ะหล่ะ คุณพี่เล่นออก memo วันที่ 10 (กลางคืนด้วย) บอกให้เริ่มย้ายวันที่ 11 ป้าดดดดด....เร็วได้อีก แถมทางบริษัทจะ provide รถขนของให้เราแค่ 4 วัน!!

ดีนะที่เราก็ทะยอยๆเก็บของแพ็คๆไว้บ้างเเล้ว อันที่จริงข้าวของก็ไม่ได้มากมายอะไร มีแต่ของกระจุกกระจิก หนังสือ ตุ๊กตาเล็กๆน้อยๆ แต่ก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันนะเนี้ยะ แถมวันที่ย้ายของคืนนั้นเราต้องทำไฟลท์ต่อด้วย OMG!! เต็มที่กับชีวิตไปเลยยยยย...เริ่มย้ายกันตั้งแต่ประมาณเก้าโมงทะยอยๆขนของลงมาจากชั้นบน กว่าเค้าจะขนสัมภาระเราขึ้นรถได้ก็ปาเข้าไปบ่ายแก่ๆแล้ว ไหนจะต้องมาทำความสะอาดห้องใหม่ จัดของอีก แค่คิดก็หอบแล้ว ที่ใหม่ที่มาอยู่เราสามารถแชร์ห้องกันได้ 3 คนต่อ 1 แฟลต ตอนนี้เราเลยมีสมาชิกใหม่เป็นน้องปานศรีนั้นเอง... 1 แฟลตจะแบ่งเป็นสามห้องนอน เล็ก กลาง ใหญ่ , 3 ห้องน้ำ , ห้องครัว , ห้องนั่งเล่น , ห้องเก็บของ และก็มีพื้นทีใช้สอยนิดหน่อย ซึ่งถือว่าใหญ่เลยทีเดียวอยู่กันได้แบบสบายๆ ห้องนอนเราเป็นห้องขนาดกลาง อยู่ตรงมุมพอดีเห็นวิวทั้งสองด้าน..ดีกว่าที่เดิมตรงที่เราอยู่ชั้น 4 ระเบียงด้านนอกมีหลังคา ไม่เหมือนที่เก่าอยู่ชั้นบนสุด เวลาวันดีคืนดีฝนตกขึ้นมาน้ำหลากเข้าห้องกันเลยทีเดียว แถมระบบระบายน้ำไม่ค่อยดีอีกด้วยถ้าอยู่ชั้นสูงๆ ยอมเป็นชนชั้นกลางดีกว่า หุหุ



เปรียบเทียบให้ดูห้องเก่ากับห้องใหม่
* ขออภัยสภาพห้องเก่าก่อนย้ายรกระยะสุดท้าย คือห้องใกล้เน่าและ...

บรรยากาศรอบๆตึกก็โอเค มีร้านอาหาร Supermarket ใกล้ๆพอจะพึ่งพาอาศัยได้บ้าง ไม่กันดารเหมือนที่เก่า ยังพอมีที่เดินเล่นรอบๆบ้าง ส่วนเฟอร์นิเจอร์ในห้องก็ขนมาจากที่เก่าทั้งหมด แต่พวกตู้เตียงพอดีเค้าเอาชุดใหม่ให้หมด โชคดีไป



สภาพภายในห้องกว่าจะจัดให้เข้าที่เข้าทางลงตัวได้เล่นเอาเหนื่อยเลย หมุนไปหมุนมา สุดท้ายก็กลับมาอยู่มุมเดิม แต่ก็ดีวันหยุดจะได้มีอะไรทำไม่นั่งเซ็ง จัดห้องทั้งวันเลย..หวังว่าเค้าคงจะไม่ย้ายเราไปไหนอีกนะ ย้ายทีก็เหนื่อย(มาก)ที...

ทุกวันนี้ก็เปลี่ยนมุมนู่นนี่ไปเรื่อยเปื่อย อย่างว่าห้องที่มีความสุขที่สุดก็คือ ห้องนอน เราได้ทำอะไรหลายๆอย่างในห้องนี้ ทั้งนอน(อืด) เล่นเน็ต แต่งตัว แต่งหน้า ห้องนี่สารพัดประโยชน์จริงๆ แต่ที่ไหนก็ไม่มีความสุขเท่าที่บ้านเราหรอก จริงมะ...



เออ..อันนี้เป็นแค่ของตกแต่งหัวเตียงเฉยๆเป็นพร้อพน่ะ อย่าคิดมากนะ เหอเหอ

ปิดท้ายเดือนหน้าแว่วๆว่าจะมีข่าวดีเกี่ยวกับเรื่องงาน...ชิช่ะอุบไว้ก่อน ให้ชัวร์ก่อนแล้วจะมาบอกเน้อออออ....วันนี้ไปแล้ว ขอไปหมุนเตียงต่อ เป็นโรคจิตชนิดหนึ่งค่ะ..ไม่ลงตัวสักทีห้องอ่ะ.....ไปและบ้ายบาย จุ้บบบบบบบบบบบบบบบบบบบ







 

Create Date : 26 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 11 ธันวาคม 2552 12:55:00 น.
Counter : 235 Pageviews.  

Next Station>> Munich/Paris/Frankfurt/Maldives...^_^



"สถานีต่อไป "Munich" ผู้โดยสารที่จะเดินทางต่อไปยังเส้นทาง "Paris" สามารถต่อเครื่องได้ที่สถานี "Frankfurt" เพื่อจะนำท่านไปยังจุดหมายทีี่ท่าเรือ Maldive ค่ะ"

ควันหลงของรถไฟฟ้าฯยังเหลืออยู่ 555+ พร่ำไปเรื่อยเปื่อยนะเรา...ไอ้ที่จริงอ่ะ ยังไม่ได้ไปหรอก..คือยังรอเทรนอยู่เลย ไม่รู้ว่าเมื่อไรรอจนเริ่มปลงและ ไม่รีบๆแต่เร็วก็ดีนะ..เค้าเบื่ออินเดียจะแย่แล้วหน้าจะเป็นแขกขึ้นทุกวัน ตอนนี้ก็ได้แต่รอๆไปเพราะตอนนี้เค้าก็กำลังทะยอยเทรนกัน แต่น่าเบื่อตรงข่าวลือนี่สิมีได้ทุกวี่ทุกวัน และก็เปลี่ยนไปทุกวันด้วยบางคนว่าอย่างนั้นบางคนว่าอย่างนี้ ตอนแรกฟังแล้วก็ตื่นเต้นจริงมั้งไม่จริงมั้ง แต่ตอนนี้เริ่มปลงอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด...ถ้าเราได้เทรนก็ถือว่าโชคเข้าข้าง แต่ถ้ายังก็รอกันต่อปายยยยย....

แต่ตอนนี้อยู่ว่างๆมาหาข้อมูลเล่นๆเกี่ยวกับ Destination ใหม่กันดีกว่าว่าประเทศไหนเค้ามีอะไรดีกันบ้าง ใครจะรู้เผื่อปุบปับได้เทรนขึ้นมาเราจะได้มีข้อมูลเวลาไปเที่ยวไง...ฝันอีกและ ตื่น ตื่น!!!

สถานี Munich/Germany



The Frauenkirche ออกเสียงว่า เฟรา เอน เคีย เชอะ

โบสถ์พระแม่มารีทรงหัวหอมคู่ สร้างด้วยอิฐสีแดง สูง 99 เมตรนี้ เป็นสัญลักษณ์ของเมืองมิวนิค นักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปถึงข้างบนจะได้ชื่นชมกับวิวโดยรอบของเมืองมิวนิค ตัวโบสถ์สร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1468 แต่ถูกทำลายอย่างย่อยยับในสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้รับบูรณะในปี 1953 ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดชมในโบสถ์คือ แท่นบูชาที่ตกแต่งอย่างหรูหรา โออ่า และรอยเท้าปีศาจ ( Devil's Footprint ) หน้าโถงทางเข้า


The Frauenkirche ในบรรยากาศที่แตกต่าง






สนามฟุตบอล Allianz Arena





สนามฟุตบอลอลิอันซ์-อรีนา (Allianz-Arena) อยู่ขึ้นไปทางเหนือของเมืองมิวนิก มีรูปร่างคล้ายยางรถยนต์ สร้างขึ้นสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2006 หลังการแข่งขัน กลายเป็นสนามฟุตบอลของสองทีมฟุตบอลร่วมเมือง คือทีมดังอย่างบาเยิร์นมิวนิก (FC Bayern München) กับอีกทีมที่ไม่ค่อยรู้จักในบ้านเรา คือทีม 1860 มิวนิก (TSV 1860 München) ที่ปัจจุบันตกชั้นไปอยู่ลีก 2 ของบุนเดสลิก้า

แต่สำหรับเราสิ่งที่ต้องนึกถึงอับดับแรกเมื่อเอ่ยถึงประเทศเยอรมันคือ เีบียร์ และขาหมูเยอรมัน เรื่องเที่ยวนั้นสำคัญแต่เรืองกินสำคัญกว่า!! หุหุ อยากลองชิมต้นตำรับเค้าว่าจะสมคำร่ำลือจริงหรือไม่...ถ้ามีโอกาสได้ไปจริงๆนะ ฮึ่มๆๆๆ ไม่รอดแน่...


Next Station...

Chales De Gaulle/Paris


Eiffel Tower
นครแห่งแสงไฟ นครแห่งรักชั่วนิรันดร์


Paris เป็นเมืองในฝันของใครหลายๆคนที่หวังว่าสักครั้งหนึ่งในชีวิตจะมีโอกาสได้ไป ทั้งสถานที่ที่สวยงาม แหล่งช้อปปิ้งแบรนด์เนมที่เลื่องชื่อ ความคลาสสิคที่เป็นเอกลักษณ์ของปารีส เราก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ฝันว่าสักครั้งจะได้ไปเยี่ยมเยียนหอไอเฟลกับเค้าสักครั้ง....

หอไอเฟล (ฝรั่งเศส: Tour Eiffel, ตูร์แอฟแฟล; อังกฤษ: Eiffel Tower) หอคอยโครงสร้างเหล็กตั้งอยู่บนชองป์ เดอ มารส์ บริเวณแม่น้ำแซน ในกรุงปารีส หอไอเฟลเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ทั้งยังเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกอีกด้วย หอไอเฟลมีความสูง 324 เมตร (1,063 ฟุต) (รวมเสาอากาศสูง 24 เมตร (79 ฟุต)) ซึ่งก็สูงเท่ากับตึก 81 ชั้น

หอไอเฟลกลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลกแทนที่อนุสาวรีย์วอชิงตัน และได้ครองตำแหน่งนี้มาเรื่อยๆ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2473 (ค.ศ. 1930) ก็ได้เสียตำแหน่งให้แก่ตึกไครส์เลอร์ (319 เมตร หรือ 1,047 ฟุต) ที่เพิ่งสร้างเสร็จ ปัจจุบันฟอไอเฟลสูงเป็นอันดับที่ 5 ในประเทศฝรั่งเศสและสูงที่สุดในกรุงปารีส ซึ่งอันดับสองคือหอมงต์ปาร์นาสส์ (Tour Montparnasse - 210 เมตร หรือ 689 ฟุต) ซึ่งในไม่ช้าจะถูกแทนที่โดยหออาอิกซ์อา (Tour AXA - 225.11 เมตร หรือ 738.36 ฟุต)



แหล่ง Shopping สุดหรูย่านถนน Champs Elysees (ชองป์เซลิเซ่)

แหล่งชอปที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง จนปัจจุบันกลายเป็นถนนชอปปิ้งที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกไปแล้ว ด้วยความยาวกว่า 2 กิโลเมตรนี้ รับรองว่าจะทำให้ขาชอปแทบละลายทีเดียว มีทั้งร้านค้าแบรนด์เนม โรงหนัง ร้านอาหารสุดหรูให้แวะพักกันด้วย

อยากไปอ่ะ อยากไปเดินแอ้บมาดคุณนายแถวๆหอ Eiffel แม้หน้าตาจะไม่ให้ก็ตาม!! รอช้านนนนนก่อนนะ Paris นครอันแสนโรแมนติก

Next Station...
Frankfurt/Germany


อีกหนึ่ง Destination ที่น่าสนใจของประเทศเยอรมัน Frankfurt มาทำความรุ้จักกับเมืองนี้กันคร่าวๆดีกว่า

ฟรังค์ฟวร์ทอัมไมน์ (เยอรมัน: Frankfurt am Main; อังกฤษ: แฟรงก์เฟิร์ต Frankfurt; สัทอักษรสากล: ['fraŋkfʊrt]) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐเฮสส์และใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไมน์ (Main river) เมืองแฟรงเฟริตเป็นศูนย์กลางทางการเงินของประเทศเยอรมัน และยังเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม
ชาวเมืองแฟรงเฟริตยังภูมิใจที่เมืองแฟรงเฟริตได้กลายเป็นศูนย์รวมของชาวต่างชาติทั่วโลก ทั้งเป็นหนึ่งในเมืองที่มีตึกระฟ้าเรียงรายอยู่มากมาย ซึ่งในปี 2004 เมืองแฟรงเฟริตได้กลายเป็นเมืองที่มีตึกระฟ้ามากที่สุดถึง 10 ตึกซึ่ง
เป็นอันดับ 2 ของโลก รองเพียงเมืองปารีสเท่านั้น


The Skyline at night

เมืองแฟรงเฟริตเป็นเมืองที่มีความลงตัวของความเป็นสมัยเก่า และสิ่งก่อสร้างสมัยใหม่ เพราะคุณจะพบพิพิธภัณฑ์และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ กลมกลืนไปกับตึกระฟ้า และอาคารสมัยใหม่ หนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจได้แก่ Sachsenhausen หรือที่รู้จักกันในนาม apple wine ซึ่งเป็นที่ ๆ คุณจะเห็นร้านอาหาร และบาร์ต่าง ๆ เรียงรายอยู่มากมาย และโรงละครโอเปร่าของเมืองแฟรงเฟริตที่ใช้เป็นสถานที่จัดงานต่าง ๆ หรือคุณจะขึ้นไปบน Main Tower และชื่นชมกับทิวทัศน์อันตระการตา




อยากสัมผัสบรรยากาศสุดคลาสสิค เสมือนได้ย้อนกลับไปสมัยโรมัน(ว่าไปนั่น) ดูสักครั้งจัง..อยากเห็นสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมอันเลื่องชื่อ...และแน่นอนเมื่อเอ่ยถึงประเทศเยอรมัน สิ่งที่ต้องนึกถึงคงไม่พ้น ขาหมูเยอรมันและไส้กรอกเยอรมัน แถมตบท้ายด้วยเบียร์แก้วโต ฮู้ยยยยย เป็นอีกสิ่งที่อยากลิ้มลอง ถ้ามีโอกาสได้ไปชิมเมื่อไหร่จะมาบอกนะว่าอร่อยเหาะแค่ไหนนนนนน แต่ตอนนี้กินข้าวเหนียวหมูปิ้งไปก่อนละกัน 555+


กรึ๊บๆๆ ฮ่ะฮ่าาาาาาาาาาาาาาาาา


Final Destination...น่ากลัวไปป่ะ ไม่ใช่หนังหยองขวัญนะเอาเป็น Last station...
Maldives


มาถึงสวรรค์ของใครหลายคน มัลดีฟส์หลายคนคงเคยคิดว่า มัลดีฟส์เป็นหมู่เกาะๆหนึ่ง(ซึ่งหนึ่งในนั้นก็เรานี่แหละที่โง่อยู่ซะนาน) แต่อันที่จริงแล้ว มัลดีฟส์เป็นประเทศหนึ่งซึ่งมีพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบด้วยหมู่เกาะจำนวนมาก เรามาทำความรู้จักกับสวรรค์แห่งนี้กันดีกว่า...



มัลดีฟส์ ประกอบด้วยหมู่เกาะทั้งหมด1,900 เกาะ (มากกว่า 200 เกาะ เป็นที่อยู่อาศัย) มัลดีฟส์ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของศรีลังกาและทางตอนปลายของอินเดีย มัลดีฟส์มีประชากร 270,000 คน 70,000 คน อาศัยในมาเล่ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของ มัลดีฟส์ ท่าอากาศยานแห่งชาติอยู่ใกล้เกาะ Hulhule ซึ่งเป็นที่อยู่ของประการังที่สวยงาม ปลานับ 1,100 ชนิด และชีวิตใต้ทะเลอื่น ๆ อีกมากมาย


เกาะสวาทหาดสวรรค์ของจริง

เป็นไง Destinations ใหม่ๆน่าไปเยือนเจงๆ แต่ตอนนี้นั่งรอ..ร้อ..รอ...ไปก่อนละกัน ถ้าได้ไปจริงๆเมื่อไหร่ล่ะก็ หึหึ รับรองอัพรูปกันแปดวันแปดคืนแน่...กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกเอาเป็นว่าตอนนี้ศึกษารายละเอียดคร่าวๆไปก่อนละกัน...ไปเมื่อไหร่จะมาบอกนะ จุ๊บบบบบบบบบบบบ ^3^




 

Create Date : 31 ตุลาคม 2552    
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2552 15:52:32 น.
Counter : 295 Pageviews.  

รถไฟฟ้ามาหานะเธอ..ไหงเจอแต่เครื่องบินนะเออ...O_o



ไม่มีอะไรพิเศษหรอกแค่ไปดุหนังเรื่องนี้มาแล้วชอบอ่ะ หนังธรรมดาๆแต่ไม่ธรรมดานะ (ยังไง)เอาไว้เล่าให้ฟังตอนท้ายนะ

ช่วงนี้มรสุมรุมกระหน่ำชีวิตไงก็ไม่รุ รู้สึกซวยๆ มีแต่เรื่องแต่พยายามคิดว่าเอาน่าเดี๋ยวก็ผ่านไป แต่อยากให้ผ่านไปเร็วๆนี่ดิ เดี๋ยวของหาย เดี๋ยวมีเรื่องนุ่นนี่ เดี๋ยวลืมของ ฯลฯ แอบอ่านดวงในคู่สร้างคู่สม เค้าบอกว่าช่วงครึ่งเดือนแรกนี่โชคไม่ค่อยดี หมั่นทำบุญเยอะๆ โห..ตรงโป้ดดดด แต่เราจะไปทำบุญที่ไหนนี่ดิ...อยู่ที่นี่ก็ไม่มีวัดให้เข้าด้วย ได้แต่อาศัยสวดมนต์เยอะๆ มาอยู่ที่นี่ผลพลอยได้คือ เราสามารถสวดคาถาชินบัญชรได้แล้ววววว เพราะต้องสวดก่อนไปบินทุกครั้ง เป็นที่พึ่งทางใจต้องอาศัยเล่นของนี่เเหละ ทำแล้วสบายใจ....

อาทิตย์นี้หยุด 3 วันติดอีกแล้ว ไปไหนล่ะคร้าบบบบ...กลับบ้านดิถามได้ สามวันโดยไม่ต้องขอแลก ป้าดดดด....ได้ข่าวอาทิตย์ที่แล้วก็กลับ อาทิตย์นี้กลับอีกแล้ว..ไม่อยากจะบอกว่ากลับจนลูกเรือบ่นว่าแกจะกลับบ่อยไปไหน ชั้นทำไฟลท์ทีไรเห็นแกทู้กกกกกที...แหะแหะ ก็คนมันมีอัณฑะ...เอ้ย!!พันธะหนิ (ขออภัยเซ็นเซอร์ไม่ทัน กร๊ากกกกกกกก)

มาถึงกรุงเทพฯก็งานเข้าเลย ไม่อยากเล่าเพราะงานที่เข้านี่ใหญ่จริงๆเสียเวลาไปครึ่งค่อนวันเลยทีเดียวเซ็ง!!! วันนี้ไม่ได้ไปไหนเพราะผู้ชายต้องทำงานตอนเย็นเราก็เลยไม่มีที่ไป เพื่อนๆก็มิว่างกัน..ดิชั้นเลยนั่งรถเมล์เล่นคร่าาา นั่งจากดอนเมืองมาเดินเล่นที่อนุสาวรีย์ประมาณสองชั่วโมง เสร็จนั่งรถกลับมารอผู้ชายที่ IT Square ยันตีหนึ่ง!!! ไม่นานร้อกกกกก็แค่ห้าหกชั่วโมงเอ้งงง ดีนะที่ Foodland เค้าเปิด 24 ชั่วโมง นั่งรอจนพนักงานเค้าเปลี่ยนกะกันหมดแร้ว ลุกไปเดินในซุปเอร์มาร์เก็ตก็แทบจะจำราคาของได้หมดแระ....แต่ก็รอจนในที่สุดผู้ชายก็มา


รุ่งขึ้นต้องเอาของไปส่งลูกค้าแถวสมุทรปราการ พอดีเพื่อนโบว์อยู่แถวนั้นก็เลยนัดเจอกัน ได้ข่าวว่าบ้านเกิดเมืองนอนอยู่ลาดกระบัง แล้วไม่ทราบว่าไปทำอะไรเเถวนั้นยะ เนื่องจากเพื่อนโบว์ก็ติดผู้ชายเช่นกัน ว่ะฮ่ะฮ่ะ.. นั่งคุย (ด่า) กันมันส์เลย ตอนแรกว่าคืนนั้นจะไปเที่ยวกันเพราะหลังรถมีไวน์แดงขวดนึง เหล้าอีกขวดนึง แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปกินที่ไหนกันดี ก็เลยยังสรุปไม่ได้...เราก็เลยขับรถไปเที่ยวกันก่อน ตั้งใจว่าจะมาที่เมืองโบราณ แต่เราอยากแวะไปดูพิพิธภัณฑ์ช้างสามเศียรก่อน ไม่เคยมาเคยได้แต่ผ่านแบบไกลๆ เห็นช้างอยู่ำไกลๆ วันนี้มีโอกาสอยากเข้าไปดูสักหน่อย พอไปถึงประมาณห้าโมงเย็นกว่าๆ เค้าปิดให้เข้าชมภายในตัวช้างแล้ว แป่ว...ความชวยเริ่มบังเกิด พนักงานบอกว่าทัวร์รอบสุดท้ายคือห้าโมงเย็นแล้วเค้าก็เข้าไปหมดแล้ว ซวยค่ะซวย...เลยได้แต่สักการะรอบนอก เอาหน่ะก็ยังดี..ได้เห็นใกล้ๆ เอาไว้คราวหน้ามาเร็วหน่อย อยากเห็นข้างในได้ข่าวว่าสวยมากมาย



ค่าเข้าชมภายนอก 50 บาท (สามารถไปรับดอกไม้ เครื่องสักการะฟรี แต่ไม่สามารถเข้าไปภายในตัวช้า่งได้)
ค่าเข้าชมภายใน 150 บาท (รวมค่าเข้าชมภายในตัวช้าง + เครื่องสักการะ)


บรรยากาศรอบๆ คล้ายสวนสาธารณะเลย ร่มรื่น ตกแต่งสวนสวยมากๆอ่ะ เดินไปทางไหนก็มีแต่ต้นไม้ รูปปั้น ร่มรื่นมากๆ คิดในใจข้างนอกยังสวยขนาดนี้แล้วข้างในจะสวยขนาดไหน...แต่เสียดายวันนี้ไม่มีโอกาส


มีถ้วยดอกบัวให้เราอธิษฐานแล้วก็ลอยด้วย แปลกดี

มาดูประวัติความเป็นมาคร่าวๆกันดีกว่า
อ้างอิงจาก //www.polyboon.com/travel/travel000029.html

พิพิธภัณฑ์ ช้างเอราวัณ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ช้างสามเศียร เป็นผลงานการสร้างสรรของตระกูล "วิริยะพันธุ์" เจ้าของ วิริยะประกันภัย กับ เบนซ์ ธนบุรี

จุดเด่นของพิพิธภัณฑ์ เป็นที่เด่นสง่าเห็นแต่ไกล คือ ช้างสามเศียรที่สร้างจาก ทองแดงบริสุทธิ์ หนักเป็นตันตัน ผมได้มีโอกาสได้ผ่าน ต้องแต่เริ่มก่อสร้างใหม่ๆ เพราะผมเป็นเด็กสมุทรปราการอยู่ร่วมสามสิบกว่าปี ตอนสร้างครั้งแรกสร้างเป็นช้างธรรมดา ที่ไม่มีเครื่องทรงใดใด แล้วจึงเชื่อมแผ่นโลหะทำเป็นเครื่องทรงเพิ่มเข้าไป นอกจากนี้ผ่านในองค์ช้างยังทำเป็นห้องโถง ให้เข้าไปชมความงามได้อีกด้วย

ภายในช้างสามเศียร และอาคารที่สร้างมาเป็นฐานรองรับช้างสามเศียรไว้ใน จัดเป็น แสดง แบ่งออกเป็น ๓ ชั้น คือ ชั้นล่างสุด สมมุติว่าเป็น บาดาล จัดแสดงของเก่าล้ำค่า (ชั้นนี้ไม่อนุญาต ให้บันทึกภาพ) และประวัติความเป็นมา การสร้างพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ เมืองโบราณ และปราสาทสัจธรรม ที่ชลบุรี

ชั้นบนของอาคาร สมมุติว่าเป็นโลกมนุษย์ มีศิลปะบอกเรื่องราวต่างๆ ประติมากรรม จิตรกรรม และศิลปะสื่อผสมอีกมาก รวมความงามของศิลปะเชิงช่างไว้ได้อย่างวิจิตรบรรจง โดยเฉพาะงานปูนปั้นที่โดดเด่น ประดับประดาด้วย ถ้วยชามเบญจรงค์ และถ้ายชามลายคราม ที่สั่งมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

ภายในตัวช้างสามเศียร สมมุติว่าเป็นชั้นสวรรค์ เดินขึ้นจากขาหลัง ซึ่งขาข้างหนึ่งเป็นบันได อีกข้างหนึ่งเป็นลิฟ มีช่องชมวิวมองลงมา และมีห้องโถงวาดภาพสไตล์โมเดริน บอกเรื่องราวเกี่ยวกับดาว และกลุ่มดาวฤกษ์ และจัดให้มีพระพุทธรูป ประดิษฐานอยู่ให้ผู้คนมากราบไหว้สักการะ...



ข้างในมีตู้กดน้ำด้วย แยกออกมั้ยอันไหนตู้อันไหนคน!!

เดินเล่นกันสักพักนึงท้องฟ้าเริ่มมึดแล้ว พิพิธภัณฑ์ปิด 6โมงเย็น แต่ผู้คนยังมีเข้ามาเยี่ยมชมสักการะไม่ขาดสาย แต่เสียดายจริงๆที่ไม่ได้เข้าไปดูข้างใน


อย่ากินเค้านะ!!

เราออกมาจากพิพิธภัณฑ์ร่วม 6โมงเย็นพอดี ไม่รู้จะไปไหนขับรถไปเรื่อยเปื่อยกะว่าจะไปนั่งกินอาหารทะเลที่บางแสน (โหกินไกลไปป่ะเนี้ยะ) แต่นึกได้ว่าคนเยอะแน่ๆเลยเพราะวันนี้ที่ชายหาดบางแสนเค้ามีงาน World Reggae มีนักร้องมาเยอะแยะส่วนใหญ่จะเป็นแนวเร้กเก้ทั้งหมด ก็เลยสองจิตสองใจขับรถเสี่ยงไปดูละกันค่ำไหนก็นอนนั่นแหละ ไม่รู้จะไปเที่ยวไหนหนิ..ขับไปได้เกือบถึงบางแสนแล้วเพิ่งนึกออกว่าพี่อั้มมีเพื่อนอยู่ที่ศรีราชา (ดีนะที่นึกทัน) ก็เลยโทรไปหาให้พาไปเที่ยวหน่อย (ขอบคุณนะคะพี่ Top) พี่ท็อปเป็นเพื่อนพี่อั้มสมัยเรียนนานมากกกกกแล้ว แต่ยังติดต่อกันอยู่่ พี่Topเป็นผู้หญิงที่ตัวเล็ก(มากกก) จนทำให้เรารู้สึกว่ากลายเป็นยักษ์ไปเลย ไปหาพี่เค้าที่บ้านแต่กว่าจะถึงก็ดึกแล้วอ่ะเกือบสามทุ่มได้มั้ง แต่ก็ไม่คิดเกรงใจรบกวนพี่ให้พาไปเที่ยวหน่อยโดยconceptเป็น ที่ๆสามารถนั่งกินได้ นั่งคุยกันรู้เรื่องไม่ต้องแหกปากตะโกน มีเพลงฟัง โยกได้ไม่ถึงกับแด้นซ์กระจาย ที่สำคัญค่าเปิดไม่แพงหรือไม่เสียได้เลยยิ่งดี เป็นไง..สร้างความหนักใจให้พี่ท้อปเลยทีเดียว ต้องลำบากให้พี่เค้าโทรไปถามเพื่อนๆอีกต่างหาก สรุปได้เป็นที่ร้าน Roof เป็นร้านอาหาร Open Air กึ่งผับ มีดนตรีสด บรรยากาศเริ่ดค่ะ..เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดู

ดนตรีเพราะมาก นักร้องเสียงดีโค่ดๆเพลงที่ร้องนี่ใช่เลย ส่วนใหญ่เป็นแนวเพลง Bekery ทั้งหมด โห..ชอบอย่างแรงงง คืืนนั้นหิ้วไวน์เข้าไปกิน (ไฮโซป่ะล่ะ) จะบอกว่าเป็นไวน์ออสเตรเีลียไม่แพงหรอก เห็นหัวหน้าเคยฝากซื้อคิดว่าคงอร่อยเลยซื้อตาม..หุหุ พอเข้าไปในร้าน น้องหน้าเอ๊าะทรงX ก็เข้ามาต้อนรับอย่างดี ถามนู่นนี่บริการดีเชียวล่ะ พี่อั้มถามว่าเสียค่าเปิดมั้ย พอดีพี่เอาไวน์มาหน่ะน้องเค้าก็มองๆที่ขวด ถามว่าจุกก๊อกรึเปล่าค่ะ เราบอกว่าจุกเกลียวธรรมดาค่ะ...เดชะบุญ เพราะค่าเปิดแบ่งเป็นสองอย่าง ถ้าไวน์แบบจุกก็อกค่าเปิด 200 บาท แต่ถ้าเปิดฝาธรรมดากะโหลกกะลาแบบที่เราเอาไป 50 บาทเด้อค่าาาาาา...สบายตัว เสร็จสรรพน้องเค้าก็แนะนำอาหารเราก็สั่งมาสี่ห้าอย่าง ปลาหมึกไข่นึ่งมะนาว เอ็นไก่ทอดกระเทียม(ตอนแรกสั่งเอ็นไก่กระเพรากรอบแต่น้องบอก พี่เคอะกระเพราหมดค่ะไม่ทราบจะทำอะไรแทนดีค่ะ) ยำถั่วพลู ฯลฯ รสชาตจัดจ้านดี บวกกับบรรยากาศดีๆ เพลงเพราะๆ(มากกกก) แล้วส่วนใหญ่ลูกค้าเป็นเด็กวัยรุ่น สงสัยเป็นเพราะร้านนี้อยู่ใกล้ๆมหาลัยมั่ง เจริญหู เจริญตาเจงๆๆ ป๊าปปปปปปปปป....เสียงฝาเท้ากระแทกเข้าบ้องหู
ผู้ชายของหนูเองคร่าาาา นั่งฟังเพลงชิวๆ คุยกันไปจิบกันไป สักพักไวน์หมดค่ะ..ที่นี่ก็เลยสั่งค็อกเทลกินกันต่อชื่ออะไรไม่รู้อ่ะจำไม่ได้อะไร Loveๆ นี่แหละ สีชมพูปริ้งๆ รสชาตหวานๆเปรี้ยวๆ แต่หวานซะมากกว่า...กินได้เนียนๆเรื่อยๆ แต่เมาได้ไม่รู้ตัว เราไม่ค่อยชอบเพราะมันหวานมากกกกก แสบคอเลยอ่ะ เลยแอบๆไว้ข้างโต๊ะด้วย หุหุ..นั่งคุยกันยันเกือบตีหนึ่งมั่ง สงสารพี่ท้อปอ่ะแกต้องตื่นมาใส่บาตรพรุ่งนี้ด้วย พอดีแม่ของพี่เค้ามาเยี่ยม ถ้าพี่เค้าตื่นไม่ทันนี่บาปเลยนะเนี้ยะ ข้อหาเป็นมารขัดขวาง..ก็เลยให้พี่เค้าพาไปหาโรงแรมใกล้ๆ สุดท้ายมาได้แถวๆบ้านพี่เค้าแหละ ด้านหน้าติดถนนด้านหลังเห็นวิวทะเล ที่เราคิดว่ามันเหมือนท่าเรือคลองเตยมากกว่า

รุ่งขึ้นเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมประมาณเที่ยงกว่าๆได้ ขับรถมาเรื่อยเปื่อย แวะหนองมน ชายหาดบางแสน อ่างศิลา ซื้อหอยนางรมข้างทางมาด้วยกะไปกินให้หนำจายยยย แวะข้างทางซื้อนุ่นนี่หันมาดูอีกทีวันนี้กุมีปาร์ตี้หอยเหรอวะเนี้ยะ เพราะที่ซื้อมานั่นล้วนแต่เป็นน้องหอยทั้งสิ้น....
หอยนางรมสด 2 ชุดใหญ่
หอยหวาน 1 โลครึ่ง
หอยคาง 3 โล (เป็นพี่หอยแครงเพราะหน้าตาเหมือนกันแต่ใหญ่กว่า)
หอยยักษ์อีกโลนึง (ลืมถามชื่อมาอ่ะ แม่ค้าบอกแต่ว่าเนื้อเหมือนหอยตลับแต่เยอะกว่า)
สรุปได้หอยมาหกเจ็ดโล งานนี้กินกันปากเป็นหอยแน่...คิดแล้วน่าเกลียดว่ะ

ถึงบ้านประมาณห้าโมงเย็นได้ พอดีพี่อั้มโทรมาบอกให้พี่อ้อนทำน้ำจิ้มซีฟู้ดไว้เรียบร้อย รอน้องหอยไปเยือน ให้จุดเตารอได้เลยจะกินหอยเผา!! ฟังดูโหดร้ายจัง เผานั่งยางป่ะเนี้ย เผาไปกินไป เรากินไปไม่ค่อยเยอะ ไม่ค่อยชอบกินหอยอ่ะ เลยทำหน้าที่เผานั่งยางหอยให้เค้ากินกัน...เห็นแล้วเมาหอยอ่ะ เยอะเกิ๊นนนน...คุยกันไว้ว่ากินเสร็จแล้วเดี๋ยวไปดูหนังกัน ประมาณทุ่มสองทุ่ม..แต่กว่าจะออกจา่กบ้านได้ก็สองทุ่มกว่าแล้วอ่ะ อันเนื่องมาจากทุกคนล้วนโดน"คำสาปหอย"ท้องเสียจู้ดๆกันเป็นทิวแถว มีแต่เรานั่งนิ่งเลย ไม่รู้ว่าธาตุหนักประดุจดั่งหินผา หรืออำนาจเราสามารถต้านทาน "คำสาปหอย" ก็มิอาจรู้ได้

ในที่สุดก็มาถึงจุดหมาย "โรงหนังแถวบ้าน" แป่ว...เกริ่นซะหรูเลยตรู สุดท้ายดูที่บิ๊กซีแถวบ้านนี่แหละ ไปเช็ครอบหนัง โชคไม่เข้าข้างสาวงามบ้านโป่งเลย เพราะรอบล่าสุดเพิ่งฉายไปได้ประมาณยี่สิบนาทีเอง รอบต่อไปคือสี่ทุ่มสิบ!! ป้าดดด...มิได้นะเคอะเพราะดิฉันจะต้องจรรีกลับตอนเช้ามืดนะ เนื่องด้วยไฟลท์ที่เราจะกลับ(เจือก)เปลี่ยนเวลากลับเป็น Winter Schedual วันแรกคือพรุ่งนี้นั่นคือวันที่เราต้องกลับนั่นเอง เปลี่ยนจากออกตอนบ่ายสามมาเป็นออกตอนหกโมงครึ่งตอนเช้า!!!!!บร้าาาาา นั่นหมายฟามว่าถ้าอยากจะดูหนังก็ต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนไปหาดูรอบที่เร็วกว่านี้ ต้องจบประมาณเที่ยงคืน เพราะเราต้องเตรียมตัว ของเก่ายังไม่เอาออกจากกระเป๋า ของใหม่กองอยู่ในรถ กระเป๋าเดินทางยังนอนแอ้งแม้งอยู่ที่บ้าน...สุดท้ายเราชาวคณะเคลื่อนขบวนกันไปดูที่เมเจอร์รังสิตกันแทน ทุกคนให้ความเห็นว่าเสื้อผ้าหน้าผมที่ทุกคนแต่งกันมานั่น บ้านน้อกกกกกกกกกกก บ้านนอกสิ้นดี!!! ต่างคนต่างลากเสื้อยืดกางเกงขาสั้นกัน เพราะกะว่าดูโรงหนังใกล้ๆบ้านนี่เอง ไอ้ครั้นจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ใช่เรื่อง เสียเวลาเปล่าๆ ก็เลยลากกันไปอย่างนั้นแหละ

สรุปได้ดูหนังรอบสามทุ่มสิบ..เย้ๆๆ ทันเวลาพอดีวุ้ย เพราะหนังประมาณสองชั่วโมง จบก็คงประมาณเที่ยงคืนนิดๆ ยังมีเวลาเว้ย...ได้ดูพี่เคนแล้ววววว



เคนหล่ออ่ะเรื่องนี้ จะว่าไปก็ไม่เห็นจะเล่นอะไรมากมายเลยอ่ะแต่แหม..เดินไปเดินมาบนสถานีรถไฟฟ้าก็หล่อจะแย่แล้ว เรื่องนี้ คริส หอวัง น่ารักดี (ความจริงก็เพิ่งจะมารู้จักก็จากหนังเรื่องนี้แหละ) ไม่สวยแต่น่ารัก ฮาดี, อังศุมาลิน โตเป็นสาวแล้ว สก้อยมากต่างจากตอนที่เล่นปิดเทอมใหญ่ฯเลย ขำสุดน้องเน้กอ่ะ จำได้ป่ะ น้องเน้กแฟนฉัน ขำโคตรๆ เรื่องนี้พระเอกเป็นช่างวิศวกรของรถไฟฟ้า เห็นใส่ชุดช่างแล้วนึกถึง ช่างของเรามั่ง หุหุ...เเฟนเค้าก็เป็นช่างน๊าาาาาา ช่างเครื่องบินหน่ะ ถึงไม่ใช่ก็ใกล้เคียงแหละเน้อะ...เคนกะคริส กิ๊บกะอั้ม ฮิ้ววววววววว



หนังจบก็เที่ยงคืนกว่าแล้ว ไม่อยากให้ผ่านคืนนี้ไปเลยอ่ะ..นั่นหมายความว่าถ้าผ่านคืนนี้ไปแล้วพรุ่งนี้เราก็ต้องบินกลับตั้งแต่เช้ามืดเลย..เดือนหน้ากว่าจะได้กลับก็ไม่รู้วันไหน เวลาที่เรามีความสุขนี่มันผ่านไปเร็วจริงๆเลยนะ..ถ้าหยุดเวลาได้ก็คงดีสิ...อยากให้ทุกช่วงเวลามีความสุขอย่างนี้จังเลย แต่ก็คงเป็นไปไม่ได้ ชีวิตยังต้องมีอะไรให้เราต้องต่อสู้อีกเยอะแยะ..สุขบ้างทุกข์บ้าง แต่เราก็มีความสุขในแบบของเราละกัน




 

Create Date : 28 ตุลาคม 2552    
Last Update : 31 ตุลาคม 2552 21:20:35 น.
Counter : 179 Pageviews.  

กรุงเทพฯ 3 วัน โอมาน 3 ปี.... -_-"



Request Off ได้สามวันตั้งใจกลับบ้าน เพราะมีภารกิจมากมายที่ต้องทำ เอาชุดไปแก้ ถ่ายรูปไปทำ ID เอารองเท้าไปเย็บ เอาของไปส่ง(ของอะไร....ม่ายบอกกกก
) แต่หลักๆคือ เค้าคิดถึงบ้าน เค้าอยากกลับบ้าน เลยอ้างไปเรื่อยแหละ....

มาคราวนี้ไม่อยากขนอะไรกลับมาเยอะแยะ เพราะไม่รู้ว่าจะต้องย้ายบ้านเมื่อไหร่ ไม่อยากลำบากตอนย้ายของ กะปิ น้ำปลา เอามาแต่เท่าที่กินขวดกลางๆ มีความรู้สึกไม่อยากได้อะไรแล้วอ่ะ พอใจในสิ่งที่ตัวมีอยู่ (เหรอจ้ะ....กล้าพูดเนอะ)

ว่าแล้วคราวนี้ได้อะไรติดไม้ติดมือ ติดตามาบ้าง ที่พูดติดตาเพราะได้คอนแทคเลนส์คู่ใหม่มา 2 คู่ Freshlook Honey กับ Nudy Glamour Blue สั่งในเว็ปง่ายดีเดี๋ยวนี้ไม่ต้องเดินตะลอนตามหาร้านแว่นตา เผลอๆแพงด้วยดิ


อันนี้ Freshlook Honey ไม่รู้เห็นรึเปล่า



ชอบนะสีนี้สวยดีไม่หลอกตา ตอนแรกสองจิตสองใจจะสั่งสีไหนดี Brown หรือ Honey ดี สรุปได้เจ้า Honey มา เลนส์นิ่มใส่สบาย ค่าอมน้ำสูง ไม่แห้ง ไม่เคือง แต่แอบบังตาเล็กน้อย หรือตาเราเล็กหว่า...สรุปพอใจในตัวสินค้าค่ะ 10/10

ส่วนเจ้า Nudy Glamour Blue ยังไม่ได้ถ่ายรูปมา ยังไม่ได้ลองใส่ใช้งานจริง จากที่ลองแปะกะลูกกะตาแล้ว ก้อโอเคอยู่ สีสวย ไม่เว่อร์ เป็นธรรมชาติ ไม่แห้ง ไม่เคือง (รึเปล่าเพราะยังไม่เคยใส่นานๆแค่ลองสีเฉยๆ) ยังสรุปไม่ได้ว่าจะเวริ์ครึเปล่า แล้วจะมาสรุปผลอีกทีเน้อออ....

กลับมาคราวนี้ปั้นหญาโตขึ้นเป็นกองงงงงงงง (น้ากิ๊บๆ หลานนะไม่ใช่.....จะได้เป็นกองๆ) ดูจะเรียนรู้เพิ่มมากขึ้น ไ่ม่แปลกหน้าเลย ขนาดไม่ได้เจอกันตั้งนานเหมือนยังจำกันได้อยู่


จำกันบ่ได้ก๋าาาาาา

โตอีกหน่อยล่ะ..สนุกแน่ จับแต่งตัวเป็นตุ๊กตาเลยคอยดู ปั้นหญาจะนั่งแล้วอ่ะสงสัยกลับมาคราวหน้าคงลุกเดินเลยมั่งเนี้ยะ สงสัย


เป็ดยังส่ายหน้าหนี


รั้วของชาติ!!! รอ.ญ ปั้นหยา ประจำการอยู่ "หน่วยสวาท" ค่ะ


กาดื๊บ กาดื๊บ หมอบคลานๆ เดี๋ยวเหยื่อ เอ้ย!!ศัตรูรู้ตัว 555+

มาคราวนี้มีเวลาน้อยไปหน่อย แ้ป้บๆถึงวันที่ต้องกลับแล้วอ่ะ บินไปๆมาๆยังกับกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ อยากอยู่นานๆอีกนิดอ่ะ..ขอชาร์ตพลังก่อนกลับไปบิน ยิ่งมาเจอคุณหลานสุดเฮี้ยวด้วยแล้ว เค้ายังไม่อยากกลับอ่าาาาาาาาาาาาาา


หาเลี้ยงตัวเองค่ะ แม่ปล่อยให้หากินเอง

ตอนนี้ก็รอพักร้อนปีต่อปายยยยยยย......เพราะปีนี้หมดเนื้อหมดตัวแล้วต้องอาศัยกลับเองสองสามวัน เอาหน่ะก็ยังดีฟร่ะ...Dayoff นี้ไม่ค่อยได้ไปไหนเลยอยู่ที่บ้านตลอด ไม่ได้ไปเที่ยวไหน..เวลาน้อยต้องใช้สอยอย่างประหยัดได้อยู่กับหลานเต็มที่เลย อยากเห็นปั้นหญาเดินได้ไวๆสงสัยคงเหมือนจับปู(อลาสก้า)ใส่กระ้ด้งเลยมั้งเนี้ยะ..หุหุ


จบกันแบบดื้อๆนี่แหละ ลากันไปพร้อมกับปั้นหญาเลย




 

Create Date : 20 ตุลาคม 2552    
Last Update : 28 ตุลาคม 2552 12:32:20 น.
Counter : 222 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  

giftmedream
Location :
Muscat Oman

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




:: สวัสดีค่ะ..เป็นผู้หญิงตัวใหญ่ๆคนนึงที่จับพลัดจับผลูได้มาเป็นคนใช้ลอยเท้งเต้งอยู่บนฟ้า หรือเรียกให้ดูดีว่าแอร์โฮสเตส จากบ้านจากเมืองมาใช้ชีวิตอยู่เมืองแขก นับวันก็จะยิ่งเหมือนแขกเข้าไปทุกที -_-" มีเรื่องราวมากมายที่ประสบพบเจอมาเล่าให้ฟัง ดีบ้างแย่บ้างผสมปนเปกันไป นี่แหละชีวิต..ถ้ามีแค่สีเดียวมันก็ไม่สนุกน่ะสิ ::
Friends' blogs
[Add giftmedream's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.