Click Me!! => More Pics @Multiply
Group Blog
 
All blogs
 
Freezing in Munich...บรื๋อออออ



ไม่ได้มีมัมมงมัมมี่ที่ไหนรีเทริ์นหรอก มีแต่มัมหมีรีเทริ์น!! ฮึดลุกขึ้นมาอัพบล็อคอีกทีหลังจากที่หายหัวไปนานนนน....ก็รู้ว่าคงไม่มีใครคิดถึงร้อก!! นับๆแล้วนี่ก็ไม่ได้อัพบล็อคมาร่วมสามเดือน บล็อคล่าสุดตอนที่ไปปารีสเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เดือนนี้ พฤษภาคมแล้ว มีเรื่องราวต่างๆมากมายเข้ามาในชีวิต พูดเหมือนนางเอกโดนมรสุมรุมเร้ายังไงก็ไม่รู้...อิอิ

เหตุผลจริงๆที่ไม่ได้อัพบล็อคคือ ขี้เกียจค่ะ!! เพราะรูปเยอะมากต้องมานั่งย่อก่อน ตอนแรกฟิตๆว่าจะอัพหลายรอบและ แต่พอมานั่งย่อรูปนานๆเข้าชักขี้เกียจ เลยเอามาใช้อ้างเป็นเหตุผลที่หายไป...และที่สำคัญต้องขอบคุณบุคคลนิรนามท่านนึงที่ทำให้เราได้(เกือบ)สำนึกลุกขึ้นมาอัพบล็อค เพราะมีไฟลท์นึงที่เรากลับจากกรุึงเทพฯ วันนั้นเรานั่งเป็นผู้โดยสาร พอดีเราเดินไปคุยกับเพื่อนๆลูกเรืออยู่ข้างหลังแล้วพี่คนนี้ก็เดินมาเช็คแผงควบคุมอะไรสักอย่างที่แกลลี่ด้านหลังแล้วพอดีเห็นเรา พี่แกก็ทักว่าหน้าคุ้นๆนะเรา ตอนแรกคิดว่าพี่(แม่ง)คงอำอ่ะ หรือไม่คงเคยเห็นแ้ว้บๆตอนที่เราทำไฟลท์กรุงเทพฯ เราก็บอกจริงเหรอพี่สงสัยเห็นหนูตอนทำไฟลท์มั้ง พี่ก็หัวเราะหึๆ...แต่ที่ทำหนูอึ้ง พี่แกเล่นบอกว่าพี่เคยอ่านบล็อคน้องอยู่ เรานี่ "อึ้งระดับที่ 1" คิดในใจมีคนสนใจอ่านบล็อคกูด้วยเหรอวะ สักพักพอพี่แกเช็คเสร็จก่อนเดินไปมีการหันมาหาเราที่ยืนอึ้
ๆอยู่อีกว่า ช่วงนี้หายไปเลยนะไม่ได้อัพเดทเลยยุ่งเหรอ...ป้าดดดดดดดดดด "อึ้งต่ออีกรอบ" พี่แม่งอ่านจริงว่ะ...เลยรู้เลยว่ากูขี้เกียจ แล้วพี่ก็เดินจากไปโดยทิ้งระเบิดไว้ให้หนูหนึ่งลูก...หลังจากนั้นเลยเกิดความสำนึกสำเหนียกขึ้นมาได้ว่า ไหนก็มีบล็อคน้อยๆเป็นของตัวเองแล้ว จะปล่อยให้หยากไย่มันขึ้นก็กระไรอยู่..เอาวะ อัพอีกสักรอบ...หวังว่าคงจะไม่หายไปอีกรอบนะ หึหึ ถ้าหายไปอีก..ขอประกาศเลยนะคะว่าถ้า"พี่คนนั้น"ได้เข้ามาอ่านบล็อคหนูอีกรอบ แล้วเห็นหนูหายไปนานๆอีก พี่เดินเข้ามาตบหัวหนูได้เลยค่ะ....เ่อ่อ แต่ถ้าพี่จะมาตบหัวหนูจริงๆขอเป็นมือนะคะ ไม่เอาถาด....เจ็บ

เอาเป็นว่าขอรวบยอดเลยละกันนะคะว่าที่ผ่านๆมาทำอะไรไปไหนกันมาบ้าง

หนาวยะเยือก ณ เมืองมิวนิค ( 17 Feb )

กลับจากปารีสมาไม่เท่าไหร่มีโฮมสแตนบายตอนเช้า แถมสแตนบายติดกันหลายวันซะด้วย งานนี้ต้องโดนซักทีี่และวะ...ประมาณเก้าโมงกว่า Crew control โทรมา ไอ้เราก็ด้วยความมึนงงเพราะยังนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนที่นอน บวกกับความตื่นเต้นว่ากูจะโดนไปไหนวะ...เค้าก็บอกว่าให้เราไปที่ไหนสักที่อ่ะเราฟังไม่ออก หูอื้อ เราเลยถามเค้าไปว่าไปไหนนะ Delhi (อินเดีย) เหรอ เค้าตะโกนกลับมาว่าไม่ใช่ๆ ชั้นบอกว่า Munich เกือบแล้วกรู...เกือบได้ไปเดินส่ายหัวอยู่อินเดียแล้วมั้ยล่ะ.. เสร็จสรรพอาบน้ำแต่งตัวโยนสัมภาระใส่กระเป๋าเตรียมตัวสำหรับ 2 คืน พอไปถึงห้องบรีฟชะโงกหน้าไปไม่เจอคนไทยซักคน...เอาวะ เป็นไงเป็นกัน..แต่โชคดีที่ส่วนใหญ่เป็นลูกเรือที่เราเคยบิน 737 ด้วยก็เลยโอ...ไฟลท์นี้ผู้โดยฯไม่เยอะไม่ถึงร้อย ทำงานกันสบายๆแต่สบายไปก็ไม่ดีจะหลับเอาง่้ายๆต้องขยันเดิน นั่งอยู่เฉยๆมีวืบแน่... เค้าถึงบอกว่าเป็นแอร์ฯก็เหมือนเดินข้ามประเทศ เดินตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ทุกวันนี้กลับบ้านจิ๊กโก๋หน้าปากซอยหลบหมดเพราะ"ขาใหญ่"มาแล้ว....กร๊ากกก

ประเทศเยอรมนีเป็นอีกหนึ่งประเทศในแถบยุโรปที่เราอยากมาเพราะเริ่มจากที่แฟนใช้รถยี่ห้อโฟลค์ (Volkswagen) และรถยุโรปส่วนใหญ่มาจากเยอรมนีทั้ง Audi, VW, BMW, BENZ, Sgoda, Fiet เวลาเรานั่งรถจากแอร์พอร์ตเพื่อไปโรงแรม ระหว่างทางเห็นแต่รถเหล่านี้ นั่งมองเพลินจนถึงโรงแรมเลย รู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เหมือนเราได้นั่งมองสิ่งที่เราชื่นชอบเต็มไปหมด โรงแรมที่ไปพัก Westin Grand Hotel หรูหราใช้ได้เลยทีเดียว มีลูกเรือหลายสายการบินมาพัก Emirates, Korean Air, Oman air ห้องพักก็ใช้ได้ แต่ที่ชอบที่สุดคือ สระว่ายน้ำ หรูหรามาก..

ออกนอกโรงแรมกันบ้าง...โปรแกรมสำหรับวันถัดไปเราคิดกันว่าอยากไปเที่ยวปราสาท Neuschwanstein อากาศที่นี่หนาวววววววววววยะเยือกได้อีก วันที่มานี่รู้สึกว่าจะ (-2) - (-4) หิมะตกโปรยปราย สั่นหงึกๆๆ ... ตั้งแต่อยู่ข้างในโรงแรม...

วันรุ่งขึ้นนัดกับเพื่อนๆกันว่าเราจะออกกันเช้าหน่อย เพราะระยะทางค่อนข้างไกล ต้องนั่งรถไฟไปร่วมสองชั่วโมง เหมือนนั่งรถข้ามจังหวัดกันเลย.. ระหว่างทางมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นแต่หิมะขาวโพลนไปหมด สวยไปอีกแบบ ทุกอย่างเป็นสีขาวสว่างจ้าไปหมด ต้นไม้เหลือแต่ต้น กิ่ง ก้าน ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน..


รางรถไฟยังเต็มไปด้วยหิมะ



บรรยากาศระหว่างทาง ขาวโพลนไปหมด




นั่งรถร่วมสองชั่วโมงจากต้นสถานีถึงปลายสถานี หลับแล้วหลับอีก มาถึงก็ร่วมบ่ายแล้ว เสร็จเรายังต้องต่อรถบัสขึ้นเขาไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมง..โอ้วววว หนทางยังอีกยาวไกล แต่ตอนนี้กุหนาวววววว



หิมะขาวโพลนตัดกับท้องฟ้าสีคราม


เพื่อนกำลังงมทางอยู่ นั่งรถสายอะไรต่อหว่า


พอรู้ทางแล้วก็ตะลุยนั่งรถบัสต่อไปถึงทางขึ้นปราสาท วันนี้คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ดีใจ แต่ที่เสียใจคือ ไม่มีรถบริการ มีแต่รถม้า 20 นาที หรือว่าจะเดินขึ้น 40 นาที เหนื่อยแฮ่กๆ ค่าเข้าชมปราสาทคนละ 9 ยูโรต่อหนึ่งปราสาท แต่ถ้าจะเข้าทั้งสองปราสาทก็จ่าย 17 ยูโร ส่วนค่าพาหนะจ่ายต่างหาก ค่ารถม้าขาขึ้น 6 ยูโร ขาลง 4 หรือ 5 ยูโร ส่วนถ้ารถบัสขาขึ้น 1.5 ยูโร ขาลง 1 ยูโร แต่หน้านี้ไม่มีรถบัสบริการเพราะมีหิมะละลาย อันตรายเพราะทางขึ้นลงเป็นทางลาดชัน พวกเราเลยเลือกที่จะเดินขึ้น ซึ่งเป็นทางเลือกที่เหนื่อยมว๊ากกกกกกก



ก่อนเดินขึ้นยังยิ้มได้หน้าชื่นมื่นกันอยู่

เดินไปถ่ายรูปกันไป ครึ่งทางแรกยังโอเคยังยิ้มกันได้ ร่าเริงกันอยู่แต่ครึ่งทางหลังนี่ สังเกตทุกคนเริ่มเปลี่ยนจากรอยยิ้ม เป็นหอบกันแห่กๆ หนาวก็หนาว เหนื่อยก็เหนื่อย พอไปถึงยอดเขาคงเดินไปขอ Oxygen กันเป็นแถว..พอไปถึงปราสาทแทบจะเปลี่ยนจากเดินสองขาเป็นคลานสี่ขากันเลยทีเดียว ปราสาทถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ เห็นแต่ความยิ่งใหญ่อลังการ แต่ถ้าพูดถึงความสวยงามด้านสีสันคงต้องมาช่วง Spring เหมือนกับที่เราเห็นในรูปถ่าย หวังว่าคงจะได้มีโอกาสกลับมาอีกครั้ง



ตอนเดินขึ้นยิ้มเริ่มเจื่อนๆ กัดฟันพูดกับตัวเองว่า กุเหนื่อยๆ



ปราสาทในมุมไกลๆ


มองลงมาจากปราสาทมีแต่หิมะ ตรงที่เป็นทางลาดชันเค้ากะทำเป็นลานสกีมีคนไปเล่นเยอะแยะ เรางี้หนาวสั่นหงั่กๆ เป็นเพราะไม่เคยชินกับอากาศที่หนาวขนาดนี้ คนบ้านเค้าเดินกันชิว เด็กลงไปกลิ้งหิมะ ปาหิมะเล่นกัน ส่วนกุนี้หลบอยู่ในซอก ตรงไหนมีซอกตรงนั้นมีเราไปหลบอยู่...พอถึงเวลาที่ระบุบนตั๋วที่เราซื้อตอนแรก เค้าให้เข้าไปในปราสาทเหมือนคณะนักเรียนทัศนาศึกษา พาไปดูห้องต่างๆในสมัยโบราณ ห้องแต่งตัว ห้องครัว ห้องทานอาหาร ฯลฯ กฏที่นี่คือ ห้ามถ่ายรูป ห้ามใช้โทรศัพท์ ห้ามส่งเสียงดัง เอ่อ...ถ้างั้นกูเปิดอ่านใน Wikipidia ก็ได้วะ..จะบอกว่าเสียดายตังค์ รู้งี้แค่เดินถ่ายรูปรอบนอกดีก่า ไม่เสียตังค์...เอาน่ะให้ิอภัย คนเราต้องโง่ก่อนถึงจะฉลาด (เหรอ)



หนาวมั่กๆ



ท่าปล่อยเต่าบนภูเขา


ขึ้นไปชื่นชมบรรยากาสข้างบนได้สักพัก ปรึกษากะเพื่อนๆว่าลงกันเถอะเริ่มไม่ไหวกันแล้วแต่ละคน ตอนลงนี่อยากจะพับแขนขาแล้วกลิ้งลงมาแทน ขนาดตอนกลางมีแดดอ่อนๆยังหนาวได้ขนาด แล้วนี้ตอนเย็นใกล้โพล้เพล้หนาวกว่าเดิม.. ทุกคนเริ่มกึ่งเดินกึ่งวิ่ง ส่วนเรานี่กึ่งเดินกึ่งกลิ้ง ว่ะฮ่ะฮ่ะ...เพราะกลิ้งน่าจะเร็วกว่าแถมรูปร่างเราอำนวยกว่าด้วย... ที่สำคัญเราจะต้องกลับไปให้ทันรถไฟเที่ยวสุดท้าย เพราะถ้าตกรถอยู่แถวนี่ มีเฮแน่...กูหนาวตายแน่ เลยจ้ำกันใหญ่



รวมๆแล้วถือเป็นประสบการณ์เดินทางไกลในต่างแดนที่สนุกสนานกันมาก ถึงแม้จะทุลักทุเลและหนาวมากกกเกิ๊นก็ตาม...แต่ถือว่า่คุ้มค่ามากกับการเดินทางมาในครั้งนี้ เพื่อนๆทุกคนน่ารักมาก ถึงจะแตกต่างเชื้อชาติ ภาษา แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องพึ่งพากันก็ร่วมมือกันเป็นอย่างดี ทริปนี้ไม่ทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ เราคิดว่าน่าจะมีโอกาสมาเยือนในช่วงหน้าร้อนอีกสักครั้ง อยากเห็นในอีกบรรยากาศนึงว่าเป็นยังไง แล้วเดี๋ยวไปดูต่อว่าเราจะพาไปไหนอีกถ้ายังไงจะทะยอยย้อนอัพเดทให้เรื่อยๆนะคะ



ทริปนี้ขอลาไปแช่น้ำร้อนก่อนนะ บ้ายบายยยยย


Create Date : 14 พฤษภาคม 2553
Last Update : 15 กันยายน 2553 21:45:26 น. 0 comments
Counter : 220 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

giftmedream
Location :
Muscat Oman

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




:: สวัสดีค่ะ..เป็นผู้หญิงตัวใหญ่ๆคนนึงที่จับพลัดจับผลูได้มาเป็นคนใช้ลอยเท้งเต้งอยู่บนฟ้า หรือเรียกให้ดูดีว่าแอร์โฮสเตส จากบ้านจากเมืองมาใช้ชีวิตอยู่เมืองแขก นับวันก็จะยิ่งเหมือนแขกเข้าไปทุกที -_-" มีเรื่องราวมากมายที่ประสบพบเจอมาเล่าให้ฟัง ดีบ้างแย่บ้างผสมปนเปกันไป นี่แหละชีวิต..ถ้ามีแค่สีเดียวมันก็ไม่สนุกน่ะสิ ::
Friends' blogs
[Add giftmedream's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.