Group Blog
 
All blogs
 

After rematch and student life in NYC and DC

เราได้เปลี่ยนสถานะเป็นนักเรียน รอทำเรื่องเดือนกว่าเเล้วได้เอกสารเลย เราไปทำงานร้านอาหารไปเจอเพื่อนคนไทยคนนึงใจดีมาก เข้ากันได้ทุกอย่าง เราเลยย้ายมาอยู่กะเพื้อนคนนี้ เราก็อยากเลิกกะแฟน แฟนก็มาขอคืนดีพาไปเจอพ่อแม่เขา ตอนแรกๆก็ดี พอตอนคริสมาส ชีส่งเมสเสสมาบอกว่าไม่อยากให้เราไปบ้านเขาเพราะจะมีแขกมา คิดในใจ เราก็เป็นแค่นักเรียนทำงานเลี้ยงเด็ก(พอดีได้งานเลี้ยงเด็ก) สงสัยเขาไม่ยอมรับคนต่างด้าวอย่างเรา เราก็บอกแฟน ว่าแม่ยูน่ะส่งข้อความมาแบบนี้ชั้นไม่อยากไป สุดท้ายแม่เขาก็มาบอกว่าจะมาก็มา อีกอย่างเราไม่มีใครแล้วตอนนั้นโรงเรียนก็หยุดยาว เราเลยไปพอเขารู้จักเรามากขึ้นก็เริ่มยอมรับ พ่อแม่แฟนจริงๆเป็นคนใจดีมาก เขาออกค่าตั๋วเครื่องบินให้ เวลาเรากลับก็แอบเอาเงินยื่นให้ บอกว่าเราควรเก็บเงินไว้ เพราะเราทำงานหนัก แฟนเรากะเราคุยกันว่าจะย้ายไปPittsburgh, PA เราก็พยายามหางานเลี้ยงเด็กก็หายากค่าจ้างถูกไม่พอจ่ายค่าเทอม แล้วอีกอย่างค่าเรียนแพงมาก เรามีเพื่อนสนิทอยู่ดีซี เราเลยย้ายไปอยู่ดีซี เราก็ไปๆมาๆหาแฟนเรื่อยๆ คบกันสองปี 2012-2014 เราก็ไม่ไหวแล้วเราก็ตัดสินใจเลิก ซึ่งเวลาแฟนเรามาหาก็จะมาเจอเพื่อนสนิทเรา พอเราเลิกกะแฟน(สมมุตินายบี) เราก็ไม่รู้ว่าเพื่อนสนิทเราแอบไปคบกะนายบี

เรากลับไปคบแฟนเก่าที่ซีแอทเทิล

เดี๋ยวมาต่อนะ




 

Create Date : 01 สิงหาคม 2558    
Last Update : 1 สิงหาคม 2558 23:24:27 น.
Counter : 195 Pageviews.  

Rematch... Make my life change

หลังจากเราไม่ได้เขียนบล็อกมาสี่ปีก็ว่าได้ ตอนนี้ไม่ได้เป็นออแพร์แล้วนะค๊ะ แต่จะมาเล่าประสบการณ์ตอนเป็นออแพร์ปี2010-ปี2012 ค่ะ

เรามาออแพร์ปี2010 เราอยู่กะครอบครัวพี่ผู้หญิงเป็นโฮสคนไทย ใจดีมากและดีกะเรามาก เราอยู่กะเค้ามาหนึ่งปี เราจบปีแรกตอนเดือนสิงหาปี 2011 ตอนแรกเราได้โฮสsingle mom เด็กสองเดือน บ้านอยู่ในเมือง เราก็โอเคก็ไม่ได้ห่วงอะไร เราเหลืออีกหนึ่งอาทิตที่ปรึกษาโทรมาบอกว่าโฮสที่เราแมชไปเขาไม่อยากได้ออแพร์แล้ว ความรู้สึกตอนนั้นก็แบบโหวงเหวงมาก แต่ที่ปรึกษาดีมากเขาบอกว่าไม่ต้องห่วงเราจะช่วยคุณให้ได้ครอบครัวให้เร็วที่สุด เพราะตอนนั้นมีแฟนก็ไม่อยากกลับไทย ผ่านไปได้สามวัน เราก็แมชกะโฮสคนจีน เราก็ย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองเปลี่ยนครอบครัวเป็นโฮสคนจีนแต่สามีเป็นอเมริกัน เรามาอยู่ได้สามวันเราคิดถึงครอบครัวแรกมาก. ครอบครัวนี้เราทำงานหนักมาเพราะแม่อยู่บ้าน แล้วเขาไม่นับชั่วโมงตอนเด็กนอน แล้วเรามีเวลาไปเรียนตอนกลางวันตอนเด็กหลับ. ส่วนคนโตสามขวบ ดื้อมากเเต่เป็นคนฉลาด หลังมาคนโตก็สนิทกะเรา เราทำงานจ-ศ บางทีชีให้หยุด. แล้วหักเงินเราตามรายวัน เราได้$200 ต่ออาทิตย์ก็ตกวันละ$40 นางก็หักเงินออก ผ่านไปสองอาทิตย์เราเลยพูดว่าเราไม่อยากให้หักเงินเพราะรายได้น้อยอยู่แล้วขอทำงาน ชีเลยให้ทำเยอะกว่าเดิมแต่ชมที่เกินชีให้$5ต่อชม. พอทีนี้เราอยู่ได้สี่เดือนชีบอกว่าจะไปจีนสองเดือน อยากให้เราไปด้วยเราไม่อยากไป. ชีบอกว่างั้นยูจะต้องทำชดเชยนะ เราเลยบอกที่ปรึกษาว่าเรื่องเป็นแบบนี้ เราเลยรีแมท ช่วงนั้นเดือนธันวาพอดี เรากะแฟนก็ไม่ค่อยไปด้วยกันได้ดีเท่าไหร่ เราก็แอบน้อยใจที่แฟนไม่ค่อยสนใจไรงี้ เราเลยแมทกะโฮสซิงเกิ้นมัมไปอยู่นิวยอร์ก (forest hill, Queens)

ขอนอกเรื่องนอดนึงนะ เราแบบแอบเศร้ามากตอนนั้นที่ต้องเลิกกะแฟนแล้วเพื่อนที่Seattle ก็ดีกะเรามาก แต่คิดมามาถึงออมริกาแล้วก็อยากไปเห็นหลายๆที่ เราชอบเที่ยวแล้วก็ชอบสัมผัสชีวิตคนมากกว่าการไปเที่ยวแล้วกลับ

เราย้ายตอนเดือนธันวา จะบอกว่านิวยอร์กตอนหน้าหนาวนี่หนาวมากกกกกก มือเราถึงกับมีเลือดออกเพราะมันแห้งมาก เราเลี้ยงเด็กสองขวบคนเดียว เด็กน่ารักมาก แม่ก็ดูโอเค คุยกันได้ทุกเรื่อง

เราพยายามติดต่อแฟนที่ซีแอทเทิล แต่ก็ไม่มีการตอบกลับ เราจำได้ว่า เขาบอกว่าถ้ายูย้ายไปเราก็เลิกกัน คิดในใจตอนนั้นดีเลิกก็เลิก คนไม่สนใจก็ไม่อยากคบเสียเวลา แต่ก็แอบคิดถึงเขาตลอด เรามานิวยอร์ได้สักพักเราก็มีแฟนใหม่ ซึ่งทำให้ชีวิตเราเปลี่ยน พอโฮสรู้ว่าเรามีแฟนเขาก็เริ่มโรคจิต โฮสเคยมีออแพร์คนไทยมาก่อน พี่ออแดร์ก็แอบเตือนว่าชีจิตๆนะระวัง เราก็ไม่ได้สนใจ ชีเริ่มระเเวงว่าเราจะพาแฟนมาบ้าน เริ่มระเเวง สงสัยทุกอย่าง ได้ข้าวว่าบ้านชีก็เล็กว่าบ้านแฟนเรา เราก็รู้สึกอึดอัด เราทำกลับข้าวทุกวันจ-ส ชีปริ้นเมนูอาหาร วิธีทำมาให้ทำ แบบกะมาถึงมาต้องได้กินอย่างที่บอกไรงี้ แต่ถ้าคิดในทางที่ดีก็ทำให้เราทำอาหารเป็น เรามาอยู่ได้ 6เดือนเราก็เริ่มไม่ไหวแล้ว เราเลยติดต่อโรงเรียนเปลี่ยนเป็นวีซ่านักเรียน พอชีรู้ชีก็บอกว่าจะรีแมท เราก็บอกว่าชั้นยังไม่ได้ทำเรื่องเลย แค่คิดเฉยๆ ตอนนั้นเราก็เลยขอทางบ้านทำเสตร็จเม้นเอกสารต่างๆ เราก็เอาไปยื่นที่โรงเรียน ผ่านไปได้สามวันเราอยู่ข้างนอกชีโทรหาให้กลับบ้านเพราะชีต้องไปทำธุระ ตอนนั้นไม่ได้เป็นเวลางานเราแล้วก็ไม่มีการบอกล่วงหน้า เราก็บอกว่าเราไม่สามารถกลับได้ ชีพูดว่างั้นยูก็ย้ายออกจากบ้านชั้นเลย ให้มาเอาของให้เร็วที่สุด เราก็บอกว่าโอเค

เราย้ายออกมาอยู่กะแฟนก่อนเพราะไม่มีที่ไปเงินก็ไม่มี จำได้ว่าเอาเงินไปทำเรื่องค่าเปลี่ยนสถานะเป็นนักเรียน เราก็มีปัญหากะแฟน ใจก็อยากเลิก อยากกลับไปซีแอทเทิล คิดในใจชีวิตนิวยอร์กนี่ไม่ได้สวยงามเลย




 

Create Date : 01 สิงหาคม 2558    
Last Update : 1 สิงหาคม 2558 23:12:00 น.
Counter : 510 Pageviews.  

Before to be Aupair in the forest 1

ตอนนี้มาอยู่ทีนี่ได้ 4 เดือนแล้วค่ะ Washington State เป็นรัฐที่มีฝนตกเกือบทุกวัน แต่เราก็ชอบนะ เพราะไม่ได้ออกไปไหนอยู่แล้วอยู่แต่บ้าน แต่ชอบอากาศของที่นี่มันทำให้เราสดชื่นตลอดทั้งวัน สรุปก็ชอบที่นี่ค่ะ ก็คิดไว้ลึกๆนะเผื่อจะได้เจอ Vampire แบบในหนังบ้าง การมาอยู่ที่นี่อะไรก็ดูแปลกใหม่สำหรับเราไปหมด ขนาดเติมน้ำมันก็ต้องเติมเอง ตลกดีเกิดมาก็ไม่เคยเติมน้ำมันเอง

แล้วมาอยู่ที่นี่ก็ต้องทำเองหมด มีอยู่ครั้งหนึ่งจำได้ว่่าไปเติมลมแถวบ้านนี่ล่ะ แล้ววันนั้นอากาศหนาวมากเครื่องเติมลมก็ต้งหยอดเหรียญประมาณ 25 cent พอเปิดประตูรถออกปุ๊บไม่รู้ว่าลมที่ไหนพัดมายังกะจะปริวแน่ะ เราก็ช่วยพี่เค้า พี่ที่ไปด้วยกันนั่นแหละเติมลมรถ ลมก็พัดแรงหนาวก็หนาวกว่าจะเติมลมเสร็จก็ทุลักทุเล เป็นการเติมลมครั้งแรกที่เหมือนกับการออกรบในสงครามในหนังยังไงยังงั้นแน่ะ

จะบอกว่าบ้านที่เราอยู่ห่างจาก Seattle ประมาณ 40 นาทีอ่ะ เรามีจักรยานอยู่คันนึง ไว้ไปขี่ชมวิว จะบอกว่าบ้านเราอยู่บนเขาก็ว่าได้ วันดีคืนดี ขี่จักรยานอยู่ดีๆ เก้ง กวาง 5-6 มาจากไหนก็ไม่รู้ต้องเบรกกระทันหันไม่งั้นเดี๋ยวมันตกใจวิ่งชนเราทำไงอ่ะ เจ็บน่ะไม่เท่าไรแต่ถ้าไปหาหมอแล้วบอกว่าขี่จักรยานแล้วถูกกวางชนนี่สิอ๊ายยยยย อายยยยย


ภาพบรรยากาศของที่นี่ค่ะ














 

Create Date : 01 มกราคม 2554    
Last Update : 1 สิงหาคม 2558 4:56:41 น.
Counter : 353 Pageviews.  

Before to be Aupair in Forest.

อยู่ ๆ ก็อยากมาเล่าประสบการณ์เล็กๆน้อยในการก่อนที่จะมาเป็น aupair ตลกดีเหมือนกัน เพราะเราเพิ่งเรียนจบ แบบว่าเด็กจบใหม่หางานไรงี้ แต่ความคิดที่จะเป็น aupair นั้นได้วางแผนมานานแล้วคร้า แต่ก็ไม่แมทซะที แมทกะโฮสแรกเลยค่ะ คุยกันประมาณ7เดือน เราก็ถูกชะตากะเค้า เค้าก็ถูกชะตะกะเรามั้ง เลี้ยงน้องสองคน เด็กผู้ชายทั้งสอง ก่อนจะมานี่แบบว่าตื่นเต้นตามภาษาเด็กที่เพิ่งออกจากรั้วหมาลัย เราเคยไปทำงานที่ภูเก็ตก่อนจะมาแบบว่าระยะเวลาสั้นๆ สนุกดีเหมือนกันกะไปเที่ยวแต่ได้งานซะงั้น ทำกะคนฝรั่งเศสแบบว่าชาตินี้ขอบายการมีแฟนเป็นคนฝรั่งเศส แต่งานก็สนุกดีเพราะมีเพื่อนอยู่ด้วย เสาร์อาทิตย์ก็ไปเดินเล่นชายหาด ไปปิกนิก ชีวิตเรียบง่าย

เริ่มตั้งแต่เราต้องไปขอวีซ่า พอดีไปกันหลายคน ภาษาอังกฤษเราก็กะด๊อกกะเดี้ย ก็กลัวไม่ผ่าน แต่ก็ผ่านมาได้อย่างง่ายดายแบบว่าทุกคนตื่นเต้น เราก็ตื่นเต้น พอรู้ว่าวีซ่าผ่านก็โล่งอกไป เราต้องบินประมาณเดือน 22 สิงหาอ่ะ เราคิดว่าบิน 23 แต่มารับตั๋ว 21 อีนี่ก็ไม่รู้เรื่องรู้ราวกะเค้า กะรับตั๋วเสร็จจะชวนเพื่อนไปดูหนัง กวน มึน โฮ ซะหน่อย เลยต้องรีบแจ้นกลับเชียงใหม่เพื่อไปจัดกระเป๋า จัดเสร็จตี 4 ต้องรีบขึ้นเครื่องมากทม. ตื่นเช้ามากค่ะ แบบว่าคุณแม่แกรีบอะไรก็ไม่รู้ มาถึง 8am เครื่องออก 10am น้ำหนักกระเป๋าเกินค่ะ เลยต้องรื้อของกลางสนามบินเชียงใหม่ ด้านค่ะไม่อาย บ้านเรา อายทำไม ก็ไม่มีใครมาส่งเพราะทุกคนคิดว่าเช้าเกินไปแล้วฝนก็ตกด้วย ก็มีแต่พ่อกะแม่สองคนมาส่ง ไอ้เราก็ยิ้มแย้ม หัวเราะคิกคัก พอพ่อกะแม่กลับไปแล้ว เราก็เข้ามารอในห้องเพื่อรอขึ้นเครื่องไปกทม. ไม่รู้ว่าน้ำตามันมาจากไหนสะอึกสะอึ้นแบบว่าคนรอบข้างมอง สงสัยอีนี่อกหักป่าววะ ก็คนมันอยากร้องอ่ะใครจะทำไม ไม่แคร์สื่อค่ะ

พอมาถึงกทม. 11.30am ก็โทรหาเพื่อนว่าชั้นถึงสนามบินแล้วนะ ก็นั่งรอเพื่อนไป ง่วงก็ง่วง หิวก็หิว บอกเพื่อนมันซื้อข้าวมาด้วยข้าวที่สนามบินมีแต่ไรก็ไม่รุ เครื่องออกประมาณทุ่ม ร่ำลาไรกันเสดแบบว่าทุกคนน้ำตาคลอคร้า อย่างกะจะไปเป็นสิบปี พี่ๆที่ไปด้วยกันนี่แบบว่าดราม่าได้อีก เรียกพี่ๆค่ะ เพราะเราเด็กสุดอิอิอิ เพื่อนแอบทำ surprised ดวยการอัดววีดีโอ พอขึ้นเคื่องมาแล้วถึงได้เห็นน้ำตาไหลเหมือนกัน

เพื่อนๆมาส่งค่ะ


มีผู้ร่วมเดินทางประมาณ 8 คนค่ะรวมทั้งตัวอิชั้นด้วย นั่งจาก Bkk ไปต่อเรื่องที่ Sydney ประมาณ 8hr. ได้ แต่ต้องนั่งรอเครื่องอีกประมาณ 7hr ติดแหงกอยู่ Sydney ออกไปไหนก็ไม่ได้เดินวนเวียนในสนามบินจนเบื่ออ่ะ แล้วต่อเครื่องจาก Sydney ไป LA. อีก อันนี้นานมากไม่รู้ว่ากี่ชั่วโมง ดีนะได้นั่งใกล้คนหล่อ แบบว่าหล่อมากกกกกกกก วาดรูปเก่ง คุยเก่ง ได้ข่าวว่าสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายแล้วแสดงไม่โสด อันนี้นอกประเด็นคร้า พอมาถึง LA ก็ต้องต่อเครื่องไป JFK อีก ถึง NYC ประมาณ 4 ทุ่มของวันที่ 23 สิงหา เนี่ยแหละมั้ง แล้วยังไม่จบนะคะ นั่งรถต่อไปอีกประมาณ ชั่วโมงกว่า กว่าจะถึงโรงแรม เหนื่อยมาก แล้วก็ไม่ได้อาบน้ำมาหนึ่งวัน ตอนนั่งเครื่องจากSydney มา LA นี่แบบว่าเดี๋ยวก็ถึงเวลากินอีกล่ะ เพิ่งตื่นกินอีกล่ะ กินทั้งวันทั้งคืน แล้วก็จำไม่ได้ว่าตัวเองพักผ่อนไปกี่ชั่วโมง รู้สึกอ่อนเพลียมาก


อาหารบนเครื่องตอนไป Sydney


มาถึงโรงแรมก็อาบน้ำแล้วก็นอนหลับปุ๋ยเลยค่ะ อ้อ มีเพื่อนร่วมห้องมาจากบราซิลแล้วก็เยอรมัน Orientation สามคืนสี่วันค่ะ แล้วอิชั้นก็ต้องนั่งจาก เครื่องจาก JFK ไป Seattle อีก ดีนะมีเพื่อนคนเยอรมันไปด้วยกัน พอถึงสนามบินรอเอากระเป๋าก็เห็นโฮสDad เดินเข้ามาทักพอดี ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนคุ้นเคยไม่ได้ตื่นเต้นไรอ่ะ มาถึงบ้านประมาณเที่ยงคืนโฮสMom ก็ยังไม่นอน แบบเจอโฮสMom เหมือนเจอพี่สาวกอดกันใหญ่เลย ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนจากบ้านไปเที่ยวแล้วเพิ่งกลับมา


พี่ๆที่ไปด้วยกันค่ะ ทุกคนน่ารักมากค่ะ


First time in Seattle




 

Create Date : 18 ธันวาคม 2553    
Last Update : 25 พฤษภาคม 2554 14:56:51 น.
Counter : 374 Pageviews.  

ใกล้ความจริงแล้ว

ตอนนี้ก็เก็บชั่วโมงครบแล้วค่ะ ก็เลยไปสมัครกับไทยเมกันอ่ะ
ตอนนี้ก็เหลือแต่ไปตรวจสุขภาพกับทำใบรับรองประวัติอาชญากรรม
แล้วก็เขียนจดหมายถึงโฮส ว้า...ดูไปแล้วก็เหลืออีกตั้งเยอะแน่ะ
ไม่เป็นไร ค่อยทำไปก็แล้วกัน กะว่าจะส่งเอกสารก่อนเดือนธันวานี้แน่นอนค่ะ

เด็กน้อยน่ารัก คิดถึงจัง















 

Create Date : 19 ตุลาคม 2552    
Last Update : 19 ตุลาคม 2552 23:15:08 น.
Counter : 244 Pageviews.  

1  2  

Valentine's Month


 
gieyewon
Location :
Washington United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Happiness like the birds sing a sweet song. Like the rivers strum a lovely tune. Like the stars serenade the moon. Like flowers look so pretty in June. Like water makes violets grow. Like winter brings flaky snow. This true and no jest.Love is the blueprint for happiness.

lozocat


Friends' blogs
[Add gieyewon's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.