Group Blog
 
All blogs
 
ที่ญี่ปุ่นเรียนกันอย่างไร ตอน ๑ ภาคการศึกษาและการลงเบียน



เล่าจากประสบการณ์ที่เจอโดยตรงนะคะ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าแต่มหาวิทยาลัยจะต่างกันไปหรือไม่ เพราะเท่าที่สังเกตุดูแต่ละ Department หรือกระทั่ง แต่ละ Lab ใน Department เดียวกัน ยังมีระบบที่ต่างกันไปเลย จะมีหลายตอนนะคะ จะพยายามเขียนไปเรื่อยๆ ค่ะ




ภาคการศึกษา

โดยทั่วไปแล้ว มหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่นจะมีสองภาคการศึกษาคือ
ภาคฤดูร้อน
เริ่มเดือน เมษาค่ะ มาสิ้นสุดเอาเดือน กรกฎา

ภาคฤดูหนาว
เริ่มเดือน ตุลา สิ้นสุดเดือน มกรา

แล้วอีกสี่เดือนที่เหลือเล่า ตอนแรกฉันก็เรียวช่วงนั้นๆว่า ปิดเทอม นั่นแหละ แต่เพื่อนสาวของฉันเคยถามฉันว่า "เก๋มีปิดเทอมด้วยเหรอจ๊ะ?" ที่เธอถามเช่นนี้ก็เพราะปกติแล้วถึงแม้จะเป็นช่วงปิดเทอม(ของฉัน) แต่นักศึกษาระดับปริญญาโท เอก ที่นี่ส่วนใหญ่ก็ยังทำวิจัยกันอยู่นั่นเอง

ปล จะว่าไปอาจารย์ของฉันเคยพูดกับฉันว่า ผมคิดเรื่องวิจัยทุกวัน ทุกเวลา มันอยู่ในหัวผมตลอด แต่สำหรับคุณ ผมขอให้คิดถึงมันอย่างน้อยวันละสามครั้งก็พอแล้ว

การลงทะเบียน

Department ที่ฉันเรียนอยู่ กำหนดให้นักศึกษาปริญญาโท ต้องเก็บทั้งหมด 30 หน่วยกิต ซึ่งในสามสิบหน่วยกิตนี้ เป็นการลง thesis เทอมละ 4 หน่วยกิต (สี่เทอม 16 หน่วยกิต) ดังนั้นเพื่อให้จบหลักสูตรฉันจะต้องลงวิชาอื่นๆ เพิ่มอีก 14 หน่วยกิต

แต่หากเป็นนักศึกษาระดับปริญญาเอกแล้ว ที่ภาควิชาของฉันกำหนดให้ลงแค่ทิสิส เทอมละ 7 หน่วยกิต แต่หากจะลงวิชาอื่นๆ เพิ่มก็ไม่มีปัญหา

พูดถึงกระบวนการลงทะเบียนที่นี่แล้ว แม้จะสะดวกสบายเพราะเป็นการลงทะเบียนทางอินเตอร์เนต นักศึกษาที่จะเลือกเรียนวิชาเดียวกับฉันก็น้อย มีแต่นักศึกษาต่างชาติด้วยกันเท่านั้น หรือญี่ปุ่นอีกสองสามคน ที่จะมาลงวิชาที่บรรยายด้วยภาษาอังกฤษ ดังนั้นจึงไม่มีปัญหา ที่นั่งเต็ม เหมือนที่ฉันมักจะประสบทุกครั้งเมื่อลงวิชาเรียนสมัยปริญญาตรี

แต่อย่างไรก็ตามปัญหาที่ฉันประสบในการลงทะเบียบกลับเป็น เวปไซด์ที่ลงทะเบียนเป็นภาษาญี่ปุ่น ซึ่งต้องพึ่งติวเตอร์หรือเพื่อนญี่ปุ่นช่วยดูให้ค่ะ

ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียนนั้นขอบอกว่าไม่ทราบจำนวนที่แน่นอนค่ะเพราะว่าทางทุนเป็นผู้ดำเนินการให้ทั้งหมด ทราบคร่าวๆแต่เพียงว่า ต้องเสียค่าเล่าเรียน(ไม่แน่ใจว่ารวมค่าเรียนภาษาด้วยหรือไม่) ประมาณปีละ 250,000 เยน แล้วก็ยังต้องเสียค่าสมัครอีกประมาณ 30,000 เยนค่ะ (นี่เป็นตัวเลขของโตไดนะคะ ไม่ทราบว่าจะเท่ากับมหาลัยอื่นหรือเปล่า เพราะโตไดออกนอกระบบแล้วอ่ะค่ะ แต่คิดว่าน่าจะถูกกว่ามหาลัยเอกชน)

สำหรับการ Add หรือ Drop วิชาใดๆ นั้น นักศึกษาสามารถพูดคุยกับอาจารย์ประจำวิชา(หรือจะเมล์ไปบอกก็ได้) ได้โดยตรงโดยไม่ต้องทำธุรกรรมกับสำนักทะเบียนแต่อย่างใด โดยเฉพาะการ Drop ส่วนใหญ่จะเป็นที่เข้าใจตรงกันว่าถ้านักศึกษาหายไปจากชั้นเรียน หรือไม่ส่งงานแปลว่านักศึกษาคนนั้นไม่ต้องการหน่วยกิตจากวิชานั้นๆค่ะ

การแสดงผลการเรียน(Transcrip)หรือใบปริญญาที่นี่ สามารถทำได้ทั้งภาษาอังกฤษและญี่ปุ่นค่ะ





Create Date : 23 สิงหาคม 2548
Last Update : 23 สิงหาคม 2548 4:53:10 น. 5 comments
Counter : 888 Pageviews.

 
นักศึกษาปริญญาโทหรือเอก ที่ไหนๆก็ดูเหมือนว่าไม่มีปิดเทอมทุกทีเลยเนอะ เก๋...ดีไม่ดี ช่วงปิดเทอมเนี่ยแหละ จะหนักกว่าช่วงเปิดเรียนซะอีก เพราะงานวิจัยสุ่มหัวเลยเนอะ..พี่ว่านะ


โดย: ลำพูริมน้ำ วันที่: 23 สิงหาคม 2548 เวลา:8:37:23 น.  

 
การแบ่งเทอมคล้าย ๆ กับที่นี่เลยค่ะ

หน้าร้อน ช่วง เม.ย. ถึง ก.ค.
หน้าหนาว ช่วง ต.ค. ถึง ก.พ.

ปล. สังเกต ไม่มีสระอุค่ะ


โดย: รสา รสา วันที่: 23 สิงหาคม 2548 เวลา:16:37:19 น.  

 
พี่ต่าย แหะๆ งานสุมหัวหนูเวลาก่อนพรีเซนต์เท่านั้นอ่ะพี่

พี่รสา หวัดดีค่า ขอบคุณครั้งอีกครั้งงามๆที่ช่วยเช็คภาษาไทยให้ค่ะ


โดย: Georinn วันที่: 23 สิงหาคม 2548 เวลา:22:46:28 น.  

 
มียุ่งด้วยเหรอแกอะ


เห็นเที่ยวทั้งปี


โดย: กาปุ้ย วันที่: 25 สิงหาคม 2548 เวลา:18:24:11 น.  

 
เจ้าปุ้ย ก็ตอนช้านยุ่งแกไม่เห็น(หัว) ช้านไง


โดย: Georinn วันที่: 26 สิงหาคม 2548 เวลา:0:34:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Georinn
Location :
Tokyo Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Georinn's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.