ห้องนั่งเล่นของคนธนฯ ที่นี่คือด้านเบาๆของชีวิต มุมอิสระของความคิด และจิตใจที่ไร้กฎเกณฑ์ แต่สิ่งหนึ่งที่เข้มงวดในที่นี้คือ มารยาทและจิตใจที่งดงาม

อย่าให้ภาพลวงตาของอนาคตที่ดีกว่าวันนี้มาหลอกเรา

ทำงานมากๆแล้วจะสบายตอนแก่ จะมีรถเข็นนั่งให้ลูกหลานเข็นพาไปเที่ยว ทั้งที่ตอนนี้มีแรงพอที่จะแบกเป้ไปเที่ยวเองได้แต่ก็ไม่ไป

ทำงานมากๆสะสมเงินไว้ เวลาตายไปเมียจะได้ไม่ขายหน้ามีเงินซื้อไข่ลวกให้ผัวใหม่กิน ทั้งที่ตอนนี้ตัวเองก็ใช้ชีวิตที่มีความสุขเหมือผัวใหม่ก็ได้

ทำงานสะสมไว้ให้มากๆจะสบายตอนแก่ มีทรัพย์สมบัติที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่เคยใช้หรือไม่ก็แก่เกินกว่าจะใช้ ได้แต่คุยว่าฉันก็มีเท่านั้น ทั้งที่ตอนนี้พร้อมจะใช้ทรัพย์อันนั้นแต่ก็ไม่ยอมใช้

เมียยังสาวตัวองยังหนุ่มแต่ใช้ชีวิตทิ้งเปล่ากับการทำงานแบบบ้าคลั่ง โดยคิดว่าจะมีความสุขตอนแก่บนกองเงินกองทองกับยายแก่คนหนึ่ง

ทำงานมากๆเอาไว้ คิดถึงอนาคตจนลืมไปว่าวันนี้มันของจริงพรุ่งนี้มันของปลอมที่อาจจะไม่มีก็ได้ ใครมันจะรู้วันตายหรือสุขภาพของตัวเอง คำว่าพอแล้วมันเคยมีสำหรับใครในโลกนี้ที่ไหน จงอยู่กับปัจจุบันอย่าให้อนาคตมันมาหลอกให้เราวิ่งหัวซุกหัวซุนไปยังจุดหมายที่แสนสวยที่ถึงวันนั้นมันอาจจะไม่สวยจริงตามนั้นก็ได้ นั่งบนกองทรัพย์สินบนรถเข็นให้ลุกหลานเช็ดก้นมันสุขนักหรือ ความสุขของชีวิตมันอยู่ตลอดทางที่เราเดินไปทุกวัน ไม่ใช่อยู่ที่ปลายทางตอนแก่เหมือนในนิยาย

จงทำอะไรที่เป็นทางสายกลางไม่ตึงไม่หย่อน และอยู่กับความพอดีในปัจจุบัน วันนี้ ชัวโมงนี้ นาทีนี้ วินาทีนี้

มีหลายคนไม่เข้าใจกับคำว่า "พอดี" แม้จะอายุเข้าวัยกลางคนแล้ว
มีหลายคนที่สุขภาพเหลือไม่ถึงครึ่งโรครุมเร้าไปทั้งตัว แต่ยังสลัดภาพลวงตาของอนาคตที่สวยงามที่หลอกให้วิ่งตามจนลืมไปว่าความสวยงามของชีวิตในวันนี้มันเป็นของจริง นอกจากจะเข่นชีวิตของตัวเองแล้วยังเข่นชีวิตของลูกเมียลากขาไปพร้อมกับความเชื่อเรื่องวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าของตัวเองไปด้วย

การแบ่งทรัพย์ออกเป็นสี่ส่วนที่ในชาดกเขียนไว้คือสิ่งที่เพียงพอแล้วสำหรับหลักประกันอนาคตของครอบครัว
การอยู่กับความสวยงามของชีวิตในปัจจุบันนาทีนี้จากท่าน ติช นัท ฮันห์ และท่านมิตซูโอะ
การสลัดสิ่งลวงตาออกไปมองให้ลึกจนเห็นแก่นของความเป็นมนุษย์และการใช้ชีวิตในทางสายกลางของท่านพุทธทาส
การใช้ฆราวาสธรรมที่เป็นธรรมจากพระโอษฐ์ในการดำเนินชีวิตของตัวเองและลูกเมียให้มีความสุขตามกำลังของคนนั้นๆ

เท่านี้เท่านั้น ไม่มากกว่านั้น ไม่น้อยกว่านั้น แล้วจะสุขทุกวันในชีวิตไปจนวันตายโดยที่ภาพลวงตาของการทิ้งปัจุบันเพื่ออนาคตที่ดีกว่าวันนี้มันไม่สามารถมาหลอกเราได้




 

Create Date : 25 มกราคม 2555    
Last Update : 25 มกราคม 2555 1:25:43 น.
Counter : 179 Pageviews.  

สังคมที่ไม่รู้จักการต่อสู้คือสังคมที่ล่มสลาย

"สังคมที่ไม่รู้จักการต่อสู้คือสังคมที่ล่มสลาย "

เมื่อเจ็ดร้อยปีก่อนกองทัพมุสลิมเติรกส์ได้ยกมารุกรานรบชนะกษัตริย์แห่งชมพูทวีปฝ่ายเหนือ และได้เผาผลาญทำลายวัดและปูชนียสถานในพุทธศาสนาลงแทบทั้งหมด สังหารผู้ที่ไม่ยอมเปลี่ยนศาสนาเป็นมุสลิม นาลันทามหาวิหารก็ถูกเผาผลาญทำลายลงในช่วงระยะเวลานั้นด้วย มีบันทึกของนักประวัติศาสตร์ชาวมุสลิมเล่าว่า ที่นาลันทา พระภิกษุถูกสังหารแทบหมดสิ้น และมหาวิทยาลัยนาลันทาก็ได้ถึงความพินาศสูญสิ้นลงแต่บัดนั้นมา ปัจจุบันนาลันทาเหลือเพียงกองอิฐหิน


เพราะพระนาลันทายอมถูกฆ่าดีกว่าฆ่าคนอื่น


ขณะที่ก่อนหน้านาลันทาถูกทำลาย สามร้อยปีคือเมื่อพันปีที่แล้ว พระสิบสามอรหันต์นำเหล่าพระวัดเส้าหลินสู้กับกองทัพสุ่ยเพื่อรักษาวัด จนกษัตริย์ถังไถ้จงสำนึกในการต่อสู้ของเหล่าพระที่รักษาวัดจากการรุกรานถึงกับมอบเสาปักธงและสิงห์โตหินคู่ตั้งในวิหารหน้าวัดจนถึงปัจจุบันนี้


พระโพธิธรรมเถระหรือตั๊กม้อ พระภิกษุจากประเทศอินเดียที่สร้างวัดเส้าหลินเมื่อพันห้าร้อยปีก่อนก็เป็นพระที่มาจากนาลันทาสมัยก่อนโดนทำลายเช่นกัน แต่ได้วางรากฐานของแนวคิดการปกป้องตัวเองของวัดเส้าหลินจนอยู่รอดถึงทุกวันนี้ทั้งที่โดนบุกโดยกองทัพถึงสามครั้ง เจตนารมณ์ของตั๊กม้อในการป้องกันตัวเองประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ศิษย์ของตั๊กม้อเมื่อลาสิกขาออกไปจากวัดเส้าหลินแล้ว ส่วนใหญ่กลายเป็นวีรบุรุษของชาวจีนที่รู้จักกันเป็นอย่างดีเช่นงักฮุย


แล้วในการต่อสู้ปัญหาต่างๆในชีวิตจริงของทุกคน อยากจะนั่งรอให้ปัญหาจบสิ้นไปด้วยดาบมุสลิมที่ฟันคอแบบพระที่นาลันทา หรือว่าจะทำให้ปัญหาจบสิ้นด้วยการออกไปสู้แบบพระที่เส้าหลินก็เลือกเอา


หรือจะให้ผมเล่าถึงการล่มสลายของอารยะธรรมกรีกยุคโบราณ ตั้งแต่การล่มสลายของไมซีนี จนกระทั่งถึงการล่มสลายจากพิชิตของกองทัพโรมัน ที่คนกรีกแม่แบบของประชาธิปไตยที่เอาแต่ถกเถียงด้วยเหตุและผลและปรัชญาในสภาจนหัวขาดด้วยดาบของโรมันทั้งเมือง ชาวกรีกผู้มีความคิดเจริญแล้วทั้งหลายเถียงกันด้วยประชาธิปไตยและเสรีภาพทางความคิดที่เปิดกว้างจนหัวขาดคาสภาอย่างน่าสังเวชในตรรกะที่บิดเบี้ยว


เทียบกับกับชาวสปาต้าที่ลุกขึ้นจับดาบสู้เพื่อรักษาเมืองของตน จากพวกเปอร์เซียที่มีเป็นแสนได้ด้วยกำลังคนไม่กี่พันที่ช่องเขาเทอร์โมพีเลโดยกษัตริย์เลโอนิดาสที่ 1 สู้แม้ว่ารู้ว่าตัวเองต้องตายแต่ก็สู้จนโลกต้องจารึกวีรกรรมมาถึงทุกวันนี้ว่าสปาต้าคือหมายของนิยามของคำว่านักสู้


แต่ผมว่าคงไม่จำเป็นที่เสียเวลาเล่าเรื่องกรีกกับสปาต้าหรอก เพื่อนของผมฉลาดพอน่าจะคิดได้ตั้งแต่ผมพาไปเดินเที่ยวที่ลานวัดเส้าหลินแล้ว




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2554    
Last Update : 29 ตุลาคม 2554 8:00:01 น.
Counter : 181 Pageviews.  


คนธนฯ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




คุยได้ทุกเรื่องที่ถูกใจ ถ้าไม่ถูกใจก็ไม่คุย
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add คนธนฯ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.