Jack-A-Little-Monster

++ทิเบต++ ดินแดนหลังคาโลก #1 เริ่มต้นด้วยความทุกข์ทรมาน




ประเดิมบล็อกทิเบตด้วยการจั่วหัวไว้น่ากลัวเล็กน้อย ซึ่งก็ไม่ได้ผิดไปจากความจริงเท่าไหร่นัก

...

เริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพเพียงลำพัง เพื่อไปพบพ่อที่รออยู่ที่กวางเจาแล้ว

สายการบินเคนย่าแอร์ไลน์ จากที่จะต้องบินเวลาบ่าย 3 โมงกว่า ไปๆ มาๆ เครื่องขัดข้อง ทำเอาผู้โดยสารติดแหงกอยู่ที่สุวรรณภูมิประมาณ 9 ชั่วโมง ได้บินจริงๆ ก็ตอนเที่ยงคืนกว่าแล้ว

งานนี้เล่นเอาผู้โดยสารเสียความรู้สึกกับสายการบินที่เรียกว่า pride of Africa ไปมากทีเดียว ทั้งเรื่อง Voucher ที่แจกล่าช้า รวมถึงคำตอบในเรื่องเวลาบินที่เหมือนจะถูกปิดบังอยู่ตลอดเวลา

แต่ในความโชคร้ายก็มีความโชคดี พยายามมองบวกเข้าไว้ อย่างน้อยไฟลท์นี้ก็ไม่ถูกยกเลิก เพราะกำลังห่วงอยู่ถ้ายกเลิก ทริปที่จองไว้จะปรับเปลี่ยนได้ยังไงกัน

...

จากกวางเจา พวกเราในทริปนี้สี่คน มีคุณพ่อ คุณอา คุณลุง และผม (สว.เสียส่วนใหญ่) จะต้องบินไปยังเมือง Xining เมืองหลวงของแคว้นชิงไห่





เหมือนโดนกลั่นแกล้ง ไฟลท์ดีเลย์อีกแล้ว... แต่ต้องบอกว่าสายการบินที่จีนเค้าดูจะมีความรับผิดชอบที่ดีกว่า หลังจากทราบเวลาดีเลย์แน่นอนแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ทำการแจกข้าวกล่องให้โดยไม่มีอิดออด ผู้โดยสารรับอาหารมาแล้วก็ทานแก้หิวฆ่าเวลาไปพลาง

ไฟลท์นี้ดีเลย์ไป 3 ชั่วโมง ซึ่งสำหรับผมก็ค่อนข้างจะชินแล้วล่ะ

ที่ซีหนิง พวกเราพอจะมีเวลาเดินเล่นชมเมือง ซื้อเสบียงที่จำเป็นในการเดินทางไว้





ถึงตอนเย็น รถตู้พาพวกเราไปส่งที่สถานีรถไฟซีหนิง ซึ่งคุณพ่อวางแผนไว้ว่าจะนั่งรถไฟจากซีหนิงไปยังลาซา Lhasa ของทิเบต

ระยะทางไกลแสนไกล ใช้ระยะเวลาประมาณ 24 ชั่วโมงหรือ 1 วันเต็มๆ

แน่นอนว่ารถไฟเที่ยวนี้ก็...ดีเลย์ อีกเช่นกัน!

ชั่วโมงกว่าๆ ที่รถไฟมาช้า แต่มันก็ไม่นานมากนัก

รถไฟมาถึงก็รีบขนของกันขึ้นรถไฟ แต่แล้วก็ต้องตกใจ...

รถไฟแคบเหลือเกิน!





ห้องหนึ่งแบ่งเป็น 6 เตียงนอน มี 3 ชั้น ชั้นละ 2 เตียง

ผมอาสาขึ้นไปนอนบนสุด ซึ่งชั้นบนถ้าขึ้นไปแล้ว ต้องนอนอย่างเดียว เพราะมันเตี้ยเหลือเกิน ไม่มีสิทธิ์จะนั่งได้เลย

ถ้าจะนั่งก็ต้องมานั่งเตียงล่างสุด ซึ่งก็ค่อนข้างอึดอัดพอสมควร





เวลา 3 ทุ่มก็รถไฟก็ปิดไฟแล้ว จึงไม่มีกิจกรรมอย่างอื่นทำนอกจากนอน...

....


ตื่นมาประมาณ 6 โมงเพราะว่าปวดหลัง ไม่สามารถนอนต่อไปได้อีกแล้ว
แสงสว่างสาดส่องเข้ามาจนทำให้เริ่มเห็นวิวภายนอก ภูเขาน้อยใหญ่พาดผ่านเป็นทิวแถว ดูยิ่งใหญ่ สวยงาม แต่ก็ดูแห้งแล้ง เปล่าเปลี่ยว อ้างว้างอยู่ในตัว

รถไฟเพิ่งผ่าน Golmud หรือเก๊อเอ้อมุไป อ่านในหนังสือ Lonely Planet ของเก่าเก็บ (สมัยก่อนยังไม่มีทางรถไฟ) เค้าไม่แนะนำเส้นทางนี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่คอยไถเงินนักท่องเที่ยวอยู่บ่อยๆ

อาการปวดหัวเริ่มมาเยือนทีละนิดๆ แต่ยังไม่รุนแรงนัก

พวกเราตื่นกันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้วก็เดินไปทานอาหารเช้ากันที่ตู้เสบียง ที่อยู่เบอร์ 7 อาหารมื้อแรกช่างน่าเบื่อเสียจริงๆ ข้าวต้มกับผักดอง และผัดผักน้ำมันเยิ้ม ผมกินแต่ข้าวต้มโดยแทบจะไม่ได้แตะผักเหล่านั้นเลย..

...





เส้นทางรถไฟจะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่จะวิ่งผ่านที่ระดับความสูงกว่า 5,000 เมตร พวกเราพยายามสังเกตอยู่ แต่ไปๆ มาๆ กลับเลยไปได้เสียนี่

...

อาการปวดหัวของผมเริ่มรุนแรงขึ้น ในขณะที่อาการคลื่นไส้เริ่มตามมา พยายามจะกินยาแก้ปวดเพื่อไประงับ แต่ตอนนี้คงไม่มีอะไรดีกว่า การเอาของข้างในออกมาแล้ว

นี่รึเปล่าที่เค้าเรียก อาการ Altitude Sickness ผมก็ไม่เคยเจอมาก่อน แล้วทำไมคนอื่นเค้าไม่เป็นเหมือนผมมั่งเลย

สรุปว่าผมจัดการอาเจียนไป 2 รอบ ซึ่งมันก็ทำให้รู้สึกดีขึ้น แต่ร่างกายอ่อนแอเหลือเกิน

...





เวลาประมาณ 2 ทุ่ม ในที่สุดรถไฟก็มาถึงลาซา เมืองหลวงของทิเบต

ไกด์มารอรับที่สถานี ทำเรื่องติดต่อตำรวจเสร็จแล้วก็พาไปขึ้นรถบัสคันใหญ่ที่รออยู่

ทหาร ตำรวจ ยืนกันเต็มไปหมด

ทราบความจากไกด์ก็ตกใจ วันพรุ่งนี้เป็นวันครบรอบ 2 ปีที่ชาวทิเบตเข่นฆ่าชาวฮั่น

ผลก็คือ พรุ่งนี้พวกเราไม่สามารถออกไปไหนได้ ต้องอยู่แต่ในโรงแรม

หลังจากอาหารเย็น เข้าโรงแรมเสร็จ ผมก็ประเดิมด้วยการอาเจียนอีกรอบ

...





และทั้งคืน ไม่ว่าจะทานอะไรเข้าไป น้ำ ยา ผมอาเจียนออกหมด แทบจะไม่ได้นอนทั้งคืน หลับตาก็มีอะไรต่ออะไรเข้ามาในหัวสมองตลอดเวลา ไม่ใช่ความฝัน ไม่ใช่ภาพหลอน แต่เหมือนเรื่องราวอะไรต่างๆ รุมเร้าเข้ามาให้ครุ่นคิด

เป็นคืนหนึ่งที่ทรมานมากที่สุด ความคิดที่จะขอยอมแพ้ไม่ไปต่อผุดขึ้นมาในสมอง

นี่เรามาได้แค่นี้เองหรือนี่..

(มีต่อ)





 

Create Date : 01 เมษายน 2553    
Last Update : 1 เมษายน 2553 1:20:29 น.
Counter : 1789 Pageviews.  

ทัวร์สนามฟุตบอล English Premier League

หลายปีก่อนมีโอกาสเดินทางไปอังกฤษเป็นครั้งแรก สมัยยังหนุ่มเอ๊าะๆ เลยไฟแรง ลากกระเป๋าใบโต ดุ่มๆ เที่ยวไล่ตั้งแต่มิวนิค ไปเบอร์ลิน นั่งรถไฟไปอัมสเตอร์ดัม ปิดท้ายทริปด้วยการบินไปอังกฤษ..

สมัยนี้คงทำไม่ได้แล้ว

ทั้งด้วยสังขารและฐานะทางการเงิน รวมถึงสถานะของเรา

..

จอง Youth Hostel เอาไว้ที่ลอนดอน ได้ไปพักกับคนจีน 2 คนซึ่งก็ไม่เคยเจอหน้ากันเลย ตั้งแต่เช็คอิน ยันเช็คเอาท์ เหมือนห้องนี้เป็นห้องเก็บสัมภาระซะมากกว่า

ทริปลอนดอน ก็เป็นทริปที่ไปเที่ยวตาม tourist attractions ยอดฮิตต่างๆ นั่นแหละ

ขี้เกียจสาธยาย เพราะทุกๆ คนก็ไปกันมาแล้วทั้งนั้น

ทริปวันนี้เลยเจาะกลุ่มแฟนบอลพรีเมียร์ลีกเสียหน่อย ตัวผมเองก็ชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว แม้ว่าทีมอังกฤษจะไม่ใช่ทีมโปรดของผม แต่ก็รู้สึกดีเสมอที่ได้ไปเยือนสนามฟุตบอล

ว่ากันถึงสนามบอลในลอนดอน ก็มีกันอยู่มากมายหลายทีม แต่ผมประเดิมสนามแรกของทริปนี้ด้วยการไปเยือน Highbury ของอาร์เซนอล





น่าเสียดายที่วันนี้เค้าไม่เปิดให้เข้าชมสนามได้





ผมทำได้แต่เพียงชำเลืองมอง หาช่องประตูที่พอจะมองเห็นข้างในได้ ดูๆ แล้วสนามมันไม่ใหญ่โตนัก แต่ดูขลังดีนะในความรู้สึก





ซื้อของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ แล้วก็มุ่งหน้าไปยังสนามถัดไป..เชลซี

..

Oh, No! ผมกระแดะอุทานในใจอีกครั้ง หลังจากรู้ว่าวันนี้เค้าก็ไม่ให้เข้าสนาม Stamford bridge ของเชลซี





โทษใครได้ นอกจากตัวเองไม่ศึกษาข้อมูลก่อนว่าวันไหนเปิด วันไหนปิด สนามที่ตัวเองแอบเชียร์อยู่เล็กๆ ในยุคใหม่ที่มีสตาร์ทยอยกันมาตั้งแต่ รุด กุลลิท วิอัลลี่ โซล่า..ผมไม่สามารถเข้าไปได้แล้วสิเนี่ย





ได้แต่เก็บภาพถ่ายกับของฝากเหมือนอาร์เซนอลเท่านั้นเอง

..

แผนการที่จะกลับมา 2 สนามนี้ใหม่ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะวันรุ่งขึ้นผมต้องเดินทางต่อไปยังเมืองแมนเชสเตอร์ เอาวะ ได้ไปดูสนามผีแดงก็ยังดี

ผมจองรถ Megabus เอาไว้จากเมืองไทยแล้ว เป็นรถ 2 ชั้นหน้าตารถเมล์บ้านเค้านั่นเอง เบาะนั่งก็ปรับเอนไม่ได้ แต่อย่าได้แคร์ จากลอนดอนไปแมนเชสเตอร์ผมจ่ายแค่ 0.50 ปอนด์เท่านั้นเอง! คุ้มแบบนี้หาไม่ได้อีกแล้ว

..

หลังจากที่ได้ชมเมืองแมนเชสเตอร์จนทั่วแล้ว ก็ถึงคราวไปเยือน Old Trafford กันบ้าง





บรรยากาศต่างกับสนามสองสนามแรกในลอนดอนลิบลับ ผู้คนค่อนข้างมาก แถมขนาดของสนามนี่มันใหญ่โตอลังการดีแท้





ผมซื้อตั๋วเข้าชมเสร็จก็รอคิว เพราะเค้าจัดทัวร์เป็นรอบๆ

ถึงเวลาก็เข้าไปกันเป็นกลุ่มๆ มีไกด์แนะนำห้องนู้น ห้องนี้ เช่น ห้องซ้อม ห้องพักรับรอง ห้องแถลงข่าว จนมาถึงไฮไลท์ก็คือได้ขึ้นอัฒจันทร์ชมความสวยงามของสนาม ส่วนพื้นสนามไม่มีโอกาสจะได้ลงไปเด็ดขาด ได้แต่ชื่นชมอยู่ห่างๆ





นี่เอง..ผีแดง..สนามที่มีแฟนบอลชาวไทยมากมายให้การสนับสนุนอยู่

..

มาเยือนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแล้วไม่ไปแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มันก็คงยังไงๆ อยู่

ผมไปเยือนซิตี้กราวนด์ ในวันที่ฟ้าหม่น มีฝนตกปรอยๆ ไม่หนัก แต่ก็ทำให้เปียกได้





ต้องบอกว่าบรรยากาศของทั้งสองสนามต่างกันมากมาย สนามนี้เงียบเชียบ นักท่องเที่ยวนับคนได้เลย แน่นอนว่าอันดับของสองทีมมันก็แตกต่างกันมาก





แต่ในความคิดเห็นของผมแล้ว ผมชอบสนามของแมนฯซิตี้ มากกว่า แม้จะไม่มีเหตุผลมารองรับก็ตาม





..

จบจากเมืองแมนเชสเตอร์แล้ว ก็ต้องไปเยือนทีมคู่รักคู่แค้นอย่างหงส์แดงกันบ้าง





จริงๆ แล้วไม่ได้ตั้งใจจะไปเยือนเลย แต่ไหนๆ แล้วทริปนี้ดูกลายๆ จะเป็นทัวร์เยือนสนามบอล ก็เลยไปซะหน่อย

ไปถึงเมืองลิเวอร์พูล ดูแปลกตากว่าเมืองอื่นๆ ที่เคยไปมา เมืองดูเก่าๆ โทรมๆ สนามแอนฟิลด์นี่มองจากด้านหน้าแล้วไม่น่าเข้าอย่างแรง

ผมซื้อบัตรเสร็จก็ได้เข้าชมเลย ได้ไปรวมกลุ่มอยู่กับนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ไกด์ก็เริ่มพาชมห้องนู้นห้องนี้





และที่นี่เอง ที่ทำให้ผมเสียเซลฟ์ในเรื่องภาษาอังกฤษ

ผมไม่เข้าใจที่ไกด์พูดเลยแม้แต่นิดเดียว

ตำราอะไรที่เราร่ำเรียนมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย เงี่ยหูฟัง ตั้งใจฟังยังไง ก็ไม่เข้าใจ

รู้สึกเสียดายความรู้ แถมกระสับกระส่ายที่เห็นคนอื่นเค้าหัวเราะรับมุขกับไกด์กันดี





ไกด์พาพวกเราชมห้องแต่งตัวที่มีเสื้อนักบอลแขวนไว้ตามจุดต่างๆ





ห้องซ้อมที่ทีมเหย้ากับทีมเยือนต่างกันสิ้นดี ทีมเหย้าซึ่งก็คือทีมลิเวอร์พูลเอง สนามซ้อมภายในมีหญ้าเทียมปูสวยงาม มีอ่างอาบน้ำ จากุซซี่ ห้องนวด ขณะที่ห้องทีมเยือนเป็นพื้นปูนแถมไม่ค่อยมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอะไรเลย





..

เยือนแอนฟิลด์แล้วไม่ไปเยือนเอเวอร์ตัน เดี๋ยวเค้าเสียใจแย่ ก็เลยจับรถมุ่งหน้าไปยัง Goodison Park สนามของเจ้าทอฟฟี่ สีน้ำเงิน





บรรยากาศต่างกับสนามอื่นๆ ราวฟ้ากับเหว ที่นี่ไม่มีเปิดทัวร์เข้าชมสนาม แถมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ไม่เห็นมี ผมมาถึงก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่เข้าชมสนามไม่ได้ เลยเดินดูรอบๆ

แล้วก็ชำเลืองไปเห็นประตูรั้วมันแง้มๆ อยู่ ไม่ได้ล็อคด้วย.. เอาวะ ขอเข้าไปดูหน่อย

เปิดเข้าไปก็เจอสนามหญ้าสีเขียวอยู่ตรงหน้าเลย ปกติสนามหญ้าที่อื่นนี่โอกาสลงไปได้มีน้อยมาก แต่คงเป็นเพราะสนามนี้มันเล็กมาก เข้าไปปุ๊บก็เจออยู่ตรงหน้า





มีคนเอเชียอยู่ 2 คนกำลังถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน ผมมองซ้ายขวาแล้วไม่มีเจ้าหน้าที่มาดูแลเลยแม้แต่น้อย ก็เลย..

เอาวะ ขอสัมผัสหญ้าที่นี่หน่อย ลองไปเหยียบสนามดู





ความรู้สึกคือ.. มันก็เหมือนหญ้าที่อื่นนั่นแหละ

แต่ก็ตื่นเต้นดี ที่ได้มายืนบนสนามเอฟเวอร์ตัน

ผมวานให้คนเอเชียถ่ายรูปให้ผมหนึ่งใบ ก่อนจะถ่ายให้พวกเขาใบหนึ่ง แล้วก็เดินมีความสุขออกมา

ทริปสนามฟุตบอลเลยจบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งกับสนามที่เล็กที่สุด แต่กลายเป็นว่าได้ทำในสิ่งที่ต้องการมากที่สุด




 

Create Date : 09 มีนาคม 2553    
Last Update : 9 มีนาคม 2553 11:00:55 น.
Counter : 2339 Pageviews.  

Tübingen เมืองมหาวิทยาลัย


วันนี้เป็นวันว่างสบายๆ เลยพากันไปชมเมืองมหาวิทยาลัยกันที่ Tübingen ที่อยู่ไม่ไกลจาก Albstadt นัก





อากาศดี มีแดดออกเพิ่มบรรยากาศให้เมืองมีความกระฉับกระเฉง ผู้คนออกมาเดินเล่นรับไออุ่นจากแสงแดด

เมือง Tübingen อยู่ในแคว้น Baden-Württemberg มีแม่น้ำ Neckar ไหลผ่าน





เมืองนี้อยู่ห่างจาก Stuttgart เพียงแค่ 30 กิโลเมตร

ในส่วนของเมืองเก่าบริเวณ Markplatz จะเห็น Rathaus หรือ City Hall ลวดลายสวยงาม





ใกล้ๆ กันเป็น Stiftskirche





ภายในโบสถ์สวยงาม เงียบสงบ





เดินชมเมืองสักพัก ก็นั่งพักอาบแดด จิบคาปูชิโนรสชาติเข้มข้นนุ่มลิ้นไปพลางๆ






นั่งชมวิถีชีวิตของผู้คนเมืองนี้ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ดูแล้วก็มีความสุขดีเหมือนกันแฮะ





บ้านเรือนสีสันสดใส





ได้เวลาอำลา Tübingen หากมีโอกาสจะกลับมาเยือนใหม่

Auf Wiedersehen!




 

Create Date : 13 ตุลาคม 2552    
Last Update : 13 ตุลาคม 2552 0:36:12 น.
Counter : 575 Pageviews.  

Muenchen: Willkommmen zum Oktoberfest 2009

ขอจ่อหัวด้วยภาษา Deutsch นิดหน่อย หลังจากเคยเรียนมานานแล้ว หลงๆ ลืมๆ ไปบ้าง ผิดถูกช่วยแก้ด้วยคร้าบ

เริ่มต้นทริปยุโรปครั้งนี้กันที่งานออคโตเบอร์เฟสท์ กันที่เมืองมิวนิค นั่งเครื่องบินตรงมาจากเมืองไทย 10 ชม.ครึ่ง ถึงสนามบินก็เช้าตรู่เลย ทริปนี้ได้เพื่อนชาวเยอรมันมาพาเที่ยว

มีโอกาสได้มาที่เมืองเบียร์หลายครั้ง แต่ไม่เคยได้สัมผัสบรรยากาศ Oktoberfest จริงๆ จังๆ ครั้งนี้เลยถือโอกาสมาเมาเต็มที่ 55




วันนี้เป็นวันที่สองที่เริ่มงาน ช่วงเช้ามีขบวนพาเหรดยาวเหยียดให้ชมกันด้วย





ผู้คนแต่งตัวกันสวยงามน่าชม ทำให้เราอดใจไม่ไหว เข้า C&A (เพื่อนเรียก Cheap & Awful) คว้า Lederhose หรือกางเกงหนังมาหนึ่งตัว เผื่อใส่เข้างาน จะได้ดูกลมกลืนกับเค้ามั่ง แต่งานนี้เล่นเอากระเป๋าแห้งไปเลย ตัวถูกสุดก็ปาเข้าไป 99 EUR แล้ว





ผู้คนเริ่มทยอยกันมามากขึ้นๆ ขบวนพาเหรดมุ่งหน้าสู่ Theresienwiese ลานกว้างที่เป็นที่จัดงานเบียร์ทุกปี

อากาศค่อนข้างดี 20 กว่าองศา แต่สำหรับคนขี้หนาวอย่างเราแล้ว ขอแค่ว่าอย่าหนาวไปกว่านี้เลย (ดันลืมเสื้อแจ็คเก็ตไว้ที่เมืองไทย)





ชมขบวนพาเหรดที่มาจากเมืองต่างๆ ในแคว้น Bayern จนอิ่มหนำสำราญ พอจบขบวนปุ๊บทุกคนก็แห่กันไปยังลานเบียร์แห่งนี้





ผู้คนอย่างกับมด แม้ว่าจะน้อยกว่าปีก่อนๆ ก็ตาม แต่เตนท์เบียร์ต่างๆ ก็ยังถูกจองเต็มหมด





นอกจากมีซุ้มเบียร์ให้เมากันหัวราน้ำแล้ว ยังมีสวนสนุกตั้งอยู่กระจัดกระจายไปหมด บางอันเห็นแล้วเสียวแทนคนเล่น





แต่แปลก คนที่นี่เล่นสวนสนุกกันเงี๊ยบเงียบ ไม่กรี๊ด ไม่ร้องอะไรเลย





และแล้วก็ได้เวลามาวววว





สั่งเบียร์มาคนละแก้วใหญ่ เอ้า Prost!





ดื่มเฉยๆ คงเมาแย่ ขอ Bretzel มากินกันด้วย แต่ของแพงสุดๆ งานนี้ TT





ตอนดึกๆ แว่บเข้าไปในเตนท์ เพราะโต๊ะเริ่มว่าง บรรยากาศภายในสนุกสนาน ผู้คนเต้นกันอย่างไม่ต้องอาย





งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกราถึง 10.30 ก็ทยอยกันกลับบ้าน





---------------------------------





วันรุ่งขึ้น เดินเล่นชิลๆ จาก Karlsplatz (Stachus) ไป Marienplatz ที่ยังคราคร่ำไปด้วยผู้คนเหมือนเคย ได้มาเยือนทีไรก็ยังรู้สึกผ่อนคลาย เดินไปชมผัก ผลไม้ที่ Viktulien Markt ก่อนไปเติมพลังด้วย Bratwurst ไส้กรอกย่างกับ Semmel หรือ Broetchen ขนมปังก้อนกลม





เป็นทริปสั้นๆ ที่ช่วยเติมพลังชีวิตได้เป็นอย่างดี




 

Create Date : 06 ตุลาคม 2552    
Last Update : 6 ตุลาคม 2552 1:44:11 น.
Counter : 679 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  

เม่าดอยตุง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




นับๆ ดูแล้วยังเหลืออีกหลายอุทยานเลยที่ยังไม่ได้ไป ว่าแล้วก็กางแผนที่ ออกเดินทางพิชิตอุทยานกันต่อไป..
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เม่าดอยตุง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.