รักษาเรื้อนสุนัขแบบธรรมชาติ ราคาไม่แพง แต่ได้ผล
เรื้อน อาการคัน ที่เจ้าของสุนัขต้องปวดหัวช่วงหน้าฝน

อากาศชื้นๆแบบนี้ เรื้อนหรืออาการคันของสุนัขเกิดขึ้นบ่อยครั้งและเป็น
บ่อเกิดโรคผิวหนังต่างๆได้ ผลิตภัณฑ์รักษาและเคมีภัณฑ์ต่างๆมีให้
เลือกมากมาย แต่ เอ จะปลอดภัยแก่สุนัขและเจ้าของหรือไม่ ไม่สามารถ
บอกได้หากไม่ลองใช้ก่อน

แต่ธรรมชาติก็ให้สิ่งดีไว้เพื่อทดแทนและชดเชยหรือใช้แก้ปัญหาที่ธรรมชาติ
สร้างขึ้น นั่นคือ สมุนไพรพื้นบ้านที่มีมาช้านานค่ะ สมุนพรถ้าใช้ให้ถูกต้อง
และพอเหมาะ และเหมาะสมกับโรคก็รักษาอาการโรคต่างๆได้ดีเช่นกัน ที่
สำคัญไม่ทิ้งสารตกค้าหรืออันตรายให้แก่ผู้ใช้ โดยเแพาะสุนัข สัตว์เลี้ยง
ที่เราและเด็กๆต้องคลุกคลีมากที่สุด แม้กระทั่งตัวสุนัขเองหากเลียเข้าไปก็
ไม่ทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต เช่น สุนัขแม่ลูกอ่อน การให้ยาทาน ฉีดหรือทา
จะส่งผลถึงลูกสุนัขโดยตรงเช่นกัน

ดังนั้นวิธีตามธรรมชาติย่อมดีกว่าการใช้ยาหรือสารเคมีอื่นๆมารักษาค่ะ

สาเหตุของอาการคันและเรื้อน คือ เชื้อราที่มาจากความชื้นที่สะสมมา และมี
บางส่วนที่ติดเชื้อมาจากแหล่งเพาะเชื้อ เช่นสุนัขที่เป็นเรื้อนนั่นเอง

สมุนไพรที่มีคุณค่าและมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อรา ได้แ่ก่ เกลือ ขมิ้นชัน
ด่างทับทิม สมุนไพรที่รักษาอาการคันของผิวหนังและกำจัดพิษได้ดี เช่น
ใบทองพันชั่ง ใบสเลตพังพอน ขมิ้นชัน เนื้อว่านหางจระเข้ และสมุนไพรที่
ช่วยในการสมานและรักษาแผลได้ดี เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก ว่าน
หางจระเข้ ขมิ้นชัน เป็นต้น

หลังจากทราบสมุนไพรหลักแล้ว เราก็นำส่วนผสมเหล่านี้มาปรุงเข้าด้วยกัน
ตามสัดส่วนที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ยาสมานชั้นดีและได้ผลค่ะ

การรักษาอาการคันผิวหนังทั่วไป ใช้ได้ทั้งคนและสัตว์

นำใบทองพันชั่งสองกำมือ มาขยี้กับน้ำครึ่งถ้วย ใส่เกลือเ้ล็กน้อย ขยี้จน
น้ำเป็นสีเขียวเข้มจากนั้นนำใบที่ขยี้ชุบน้ำสีเขียวเข้มมาทาบนผิวหนัง หรือใช้
สำลีชุบก็ได้ หากต้องการพอกแผลติดเชื้อก็ใส่ไข่ขาวลงไปจะสามารถนำมาพอก
ได้ง่ายขึ้นค่ะ ถ้าฉุกเฉินก็นำใบทองพันชั่งมาขยี้ให้น้ำออกมาแล้วโปะแผลไว้
ได้เช่นกันค่ะ อาการคัน แสบร้อนจะหายไปค่ะ สุนัขมีอาการคัน ผิวออกแดง
เบื้องต้นใช้วิธีนี้ได้เลยจ๊า

การรักษาเรื้อนที่เริ่มเป็นดวง คัน แดง ผิวถลอก

ล้างแผลด้วยด่างทับทิม แล้วนำขมิ้นสองส่วน เกลือหนึ่งส่วน น้ำมันมะพร้าว
สองส่วนและน้ำเล็กน้อย ผสมกันแล้วพอกที่แผลสุนัข เช้าเย็น จะเห็นผลเร็ว
ถ้าเป็นลุกสุนัขแนะนำให้นำผ้าชุบน้ำด่างทับทิมเช็ดตัว นำไปอาบแดดอ่อน
ตอนเช้าให้ขนแห้งแล้วนำส่วนผสมมาพอกไว้เช้าเย็นค่ะ

การรักษาเรื้อนที่เป็นนาน เป็นแผล ผิวถลอก

อาบน้องหมาด้วยน้ำผสมด่างทับทิมแล้วนำน้องไปอาบแดดอ่อนจนขนแห้เพื่อฆ่า
เชื้อเบื้องต้น นำใบทองพันชั่งมาขยี้กับน้ำเล็กน้อย ใส่เกลือหนึ่งช้อนโต๊ะ ผสม
ขมิ้นสองส่วน น้ำมันมะพร้าวสองส่วนและไข่ขาวจากนั้นนำมาพอกบนแผล เรื้อน
ของสุนัขจะช่วย ฆ่าเชื้อและสมานแผลได้ดี อาการ แสบ คันจะหายไป ถ้าไม่
มีทองพันชั่งใช้เนื้อว่านหางจระเข้ปั่นกับน้ำก็ได้ บางท่านใช้โยเกริตย์แบบรส
ธรรมชาติผสมด้วยก็ได้เพื่อลดอาการแสบร้อนของสุนัข

ทำทุกวันเช้าเย็นจะเห็นผลภายในหนึ่งสัปดาห์ค่ะ ต้องขยันหน่อยนะคะ



Create Date : 17 สิงหาคม 2554
Last Update : 17 สิงหาคม 2554 12:10:27 น.
Counter : 95914 Pageviews.

30 comment
ชิซูกะ กับเรื่องราวที่คนรักน้องหมาต้องคิดก่อนนำน้องหมาไปเลี้ยง
ชิซูกะ สมาชิกเก่าที่กลับมาเป็นสมาชิกใหม่ในบ้านของเรา

เราอยากนำเรื่องของน้องหมา ชิซูกะ มาเป็นเรื่องเตือนใจสำหรับผู้เลี้ยงหมาที่
ยังไม่พร้อมแล้วต้องการรับน้องๆไปอุปการะ แม้จะคิดและหวังดีกับพวกเค้าแต่
อาจเป็นทำบาปให้เค้า ให้เค้าต้องจดจำไปตลอดก้ได้นะคะ

เรื่องของเรื่องดำเนินมาจาก สุนัขจรจัดในซอยบ้านเราน่ะคะ่ มันชื่อ เจ้าเตี้ย
เจ้าเตี้ยเป็นหมาจรที่เกิดจากสุนัขจรในซอย เนื่องจากมันตัวเล็กกว่าตัวอื่นๆมัน
จึงโดนเพื่อนหมาแกล้งและกัดตลอดเวลา ด้วยความสงสารเราก็จะหมั่นให้ข้าวให้น้ำ
ตลอดจนเสมือนเป็นเจ้าของมัน จนกระทั่งเจ้าเตี้ยท้องเราเลยนำมาเลี้ยงไว้ในบ้าน
และช่วยทำคลอด เจ้าเตี้ยคลอดลูกทั้งหมด 7 ตัว ก็มีตัวผู้สาม ตัวเมีย สี่ตัว
หลังคลอดเจ็ดวัน เจ้าเตี้ยและลูกๆก็เป็นเรื้อนเราเลยรับดูและรักษาจนหายทั้งแม่และ
ลูก จากนั้นก็นำมาหาบ้านใหม่ให้ค่ะ

โชคดีที่ทั้งเจ้าเตี้ยเองและลูกๆเจ้าเตี้ยส่วนใหญ่มีบุญ ชินจัง โกโก้ จีจี้และยาย่า
ได้รับบ้านที่อบอุ่นและเจ้าของใหม่เลี้ยงดูอย่างดีค่ะ คงเหลือสามตัว คือ ชิซูกะ
แม็ก และลิสซี่ที่ต่อมาก็มีคนรู้จักเรามาขอรับเลี้ยง บอกว่าชอบหมาไทย
เราก็เลยให้ไป

เป็นความโชคร้ายหรือไร หลังจากหกเดือน เราได้รับแจ้งว่าทางเจ้าของใหม่ของ
น้องๆสามตัวจะนำสุนัขกลับมาคืนให้เพราะไม่สามารถเลี้ยงได้เพราะสุนัขกัดกัน
เราก็ไม่ว่าอะไร นึกแปลกใจแต่ก็ดีกว่าที่เค้าจะนำไปปล่อย

และแล้ววันที่นัดรับสุนัขก็มาถึง เค้านำสุนัขใส่รถกระบะมาส่งถึงบ้านค่ะ
เมื่อรถมาถึง เปิดรถแล้วนำกรงสุนัขลงมาวางตรงหน้าเราแล้วรีบกลับไป

โอ..........แม่เจ้า เราแทบจำน้องหมาไม่ได้เลย
ภาพที่เห็น น้องหมามีอาการกลัวมากๆ เนื้อตัวเต็มไปด้วยโคลน เป็นเรื้อน มีมดแดงและมีแผลเต็มตัว น้องหมาผอมมากจนเราจำไม่ได้เลย
เรารีบเปิดกรง นำน้องๆออกมา อาบน้ำและให้อาหารทันที มีชิซูกะที่ไม่ยอมให้อาบ
แต่เราต้องจับอาบให้ น้องก็ร้องโอดครวญ หลังจากอาบน้ำเราจึงเห็นแผลบนผิวของ
ชิซูกะ มันเป็นแผลน้ำร้อนลวก ไม่ผิดแน่ๆ น้องๆใีอาการกลัวมากอย่างเห็นได้ชัด
เราโทรหาคุณหมอใกล้บ้าน คุณหมอน่ารักค่ะ รีบมารักษาถึงที่บ้าน

เราโทรสอบถามผู้ที่นำมาส่ง ทางโน้นบอกว่า หมาเค้าตัวใหญ่และเวลาให้อาหารน้องๆมักโดนกัดเสมอ
จนต้องวิ่งหนีไปซุกตามพงหญ้า แต่แผลน้ำร้อนน่ะเค้าอธิบายไม่ได้น่ะค่ะ

นั่นเป็นสิ่งที่เราเสียใจที่สุด กับความเชื่อและไว้ใจนี่ขนาดรู้จักกัน แล้วคนที่เราไม่รู้จักล่ะ
จะเชื่อได้เหรอว่ารักสุนัข ทั้งที่เนื้อตัวน้องหมาเป็นเรื้อน มีแต่แผลและมดแดง ไม่เลยสักคำ
ที่เค้าจะบอกว่าเสียใจ หรือ บอกว่าเค้าได้ดูแลรักษาให้แล้ว แต่กลับบอกว่าสุนัขเค้าโตกว่าและ
ไล่กัดน้องหมาน้องๆวิ่งหนีเอง

เรานำน้องๆมารักษาดูแลจนทุกวันนี้ น้องหมามีอาการดีขึ้น เรื้อนหายสนิท อาการกลัวก็หายไป
มีลิสซี่ที่ยังมีอาการกลัวอยู่บ้างเวลาให้อาหาร ส่วนชิซูกะแผลหายแต่ต้องรักษาขนให้สมบูรณ์
แม็กก็แข็งแรงขึ้นค่ะ

ดีที่เค้านำน้องๆกลับมาคืนเราหากนำเค้าไปปล่อยที่ไหน น้องๆคงอดตายแน่ๆค่ะ หรือแผลน้อง
ก็คงเน่าไม่มีคนรักษา

เราจึงนำมาเล่า เตือนใจคนรักสุนัขด้วยกันว่า อย่าดูคนแต่ภายนอกและลมปากค่ะ คนเรารู้หน้า
ไม่รู้ใจค่ะใช่ว่ามีบ้าน มีที่ใหญ่โตแล้วจะเชื่อได้ว่าดูแลและรักน้องหมา
ในเมื่อรู้ว่ามีสุนัขโตอยู่แล้วและคงไม่สามารถดูแลน้องหมาได้ก็ไม่น่าจะรับน้องๆไป แต่เราก็ผิดเองที่
เชื่อใจเค้าค่ะ




Create Date : 15 สิงหาคม 2554
Last Update : 15 สิงหาคม 2554 21:25:53 น.
Counter : 578 Pageviews.

0 comment
กรรมใดใครก่อ กรรมนั้น ย่อมตามสนอง ตอน2
หายไปนานจ๊า งานยุ่งมากๆๆๆน่ะ ตอนนี้กลับมาด้วยเรื่องเล่าสอนใจ

ไปเยี่ยมเยียน หมอน้องชายเล่าเรื่องแปลกของคนไข้รายหนึ่งให้ฟัง

ซึ่งน่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้คนละบาปได้ดีจึงขอเล่าสู่กันฟังต่อ …….

การสนทนาตอนหนึ่งหมอน้องชายเล่าให้ฟังว่า

ตั้งแต่เป็นหมอมาไม่เคยเห็นผู้ป่วยรายใดต้องผ่าตัดทุลักทุเลซ้ำซากอย่างนี้เลย สามปีต้องผ่าตัดห้าครั้งและหนักหนายิ่งขึ้นทุกครั้ง

ผู้ป่วยรายนี้ชื่อบุญมาครั้งแรกที่เข้าโรงพยาบาลก็เพื่อมาทำแผลที่นิ้วก้อยที่ถูกตะพาบน้ำกัด หมอให้ทายากินยาแก้ปวดแก้อักเสบแล้วกลับบ้านดูแล้วไม่น่าจะมีปัญหาอีก

ครึ่งเดือนต่อมาบุญมากลับมาใหม่แผลเก่าอักเสบรุนแรงบวมใหญ่ หมอตรวจพบว่าเชื้อโรคกินเข้ากระดูก จะต้องตัดนิ้วเพื่อไม่ให้เน่าลุกลาม ซึ่งนิ้วเท้านั้นอาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้

หลังจากนั้นครึ่งปีบุญมาไปเที่ยวชายทะเลเขาถูกตะพาบน้ำกัดที่นิ้วเท้าอีก

อะไรจะเจาะจงได้ถึงอย่างนั้นนิ้วเท้าของบุญมาที่ถูกตะพาบน้ำกัดครั้งที่สองอักเสบบวมใหญ่ ภายในเวลาสองวัน เมื่อมาฉายเอกซเรย์ที่โรงพยาบาลก็ได้พบอีกว่า เชื้อโรคกินเข้าไปถึงกระดูกหมดจึงต้องตัดนิ้วเท้าของเขาไปอีกหนึ่งนิ้ว

เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งปีบุญมากลับมาที่โรงพยาบาลอีก

ครั้งนี้แผลเก่าทั้งสองแห่งเกิดอักเสบบวมใหญ่ขึ้นพร้อมกัน พอเอกซเรย์ก็พบว่าแย่แล้ว ! เชื้อโรคแพร่เข้าไปกินกระดูกอย่างรุนแรง เชื้อโรคนั้นกำลังกลายเป็นมะเร็ง จะต้องผ่าตัดฝ่ามือฝ่าเท้าออกให้หมดก่อนที่จะลุกลามขึ้นไปอีก บุญมาต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลถึงยี่สิบกว่าวันด้วยสภาพของผู้ป่วยด้วน

วันหนึ่งลูกชายของญาติอุปสมบทบุญมาไปช่วยงาน คืนนั้นผู้ร่วมงานบวชนอนค้างที่วัดกันสี่ห้าสิบคน

เคราะห์หามยามร้ายของบุญมายังไม่จบสิ้นหนูตัวหนึ่งเจาะจงมา กัดตรงขาด้วนของบุญมาคนเดียว กัดแล้วก็หนีไป บุญมาสะดุ้งตื่นด้วยความเจ็บปวดคนที่นอนอยู่ด้วยกันตกใจกับเสียงร้องพากันตื่นหมด

แผลที่หนูกัดไม่กว้างไม่ลึกนักมีเลือดซึมออกมาแต่ทุกคนพากันตกใจที่อยู่ดีๆ ทำไมจึงมีหนูมากัดคนนอนหลับเพราะหนูจะกัดกินก็เฉพาะศพเท่านั้น ไม่กัดกินคนเป็นๆบุญมาขวัญเสียถูกเคราะห์กรรมซ้ำเติมจนคิดว่าตนคงจะต้องตายในไม่ช้า

มันทารุณจิตใจมากไม่นานต่อมาเกิดอาการเจ็บคันบริเวณแผลเก่าที่มือที่เท้าอีก บุญมารีบมาหาหมอที่โรงพยาบาลโดยเร็ว ผลการฉายเอกซเรย์ปรากฏว่าเชื้อมะเร็งกินลึกเข้าไปมาก หมอจำเป็นต้องจัดการตัดแขนขาทั้งท่อนของบุญมาทิ้งไป


หมอน้องชายซึ่งเป็นเจ้าของคนไข้แปลกใจในชะตากรรมของบุญมานัก จึงสอบถามประวัติอย่างละเอียดอีกครั้งไว้และได้ความว่า

บุญมาชายอายุยี่สิบสามปี อาชีพเกษตรกรรมและรับจ้างก่อสร้าง ชอบดื่มเหล้าเป็นประจำชอบแกล้มเหล้าด้วยปลาน้ำจืด โดยเฉพาะชอบกินเต่ากินตะพาบ

บุญมาเคยได้ยินมาว่าใครกินตะพาบน้ำได้สิบถึงยี่สิบตัวแล้ว

ตลอดชีวิตจะไม่เป็นโรคไขข้ออักเสบอีกทั้งยังช่วยบำรุงไต

บุญมาจึงเพียรหาตะพาบน้ำมาผัดเผ็ดแกล้มเหล้าขาว บุญมากินตะพาบน้ำมาแล้วเกือบยี่สิบปี นับไม่ได้แล้วว่ากินเข้าไป ได้กี่ตัว วันหนึ่งบุญมาซื้อตะพาบน้ำตัวใหญ่จากตลาดมา

ตะพาบน้ำตัวนี้น้ำหนักตั้งสิบกว่ากิโลกรัมเขาดีใจมาก ตัวใหญ่ขนาดนี้ฆ่ากินทีเดียวไม่หมดจะต้องค่อยๆกิน ที่บ้านไม่มีตู้เย็นให้แช่เก็บได้จึงต้องกินผ่อนทีละน้อย ตะพาบน้ำเป็นสัตว์อายุยืนอดทนไม่ตายง่ายๆ ไม่ว่าจะถูกกักขังอยู่ในสภาพใดก็อดทนมีชีวิตอยู่ได้เป็นปี

บุญมาเห็นแก่กินไม่นึกถึงว่าตะพาบจะต้องทนทุกข์ทรมานนานเพียงไร ต้องเจ็บปวดแสนสาหัสครั้งแล้วครั้งอีก

เขาตัดเฉือนเนื้อตะพาบส่วนต่างๆ ตามความพอใจมาปรุงอาหารทีละชิ้นๆ บาดแผลรอบตัวตะพาบเขาทาด้วยปูนแดงที่กินกับหมากเพื่อไม่ให้เนื้อตัวตะพาบเน่า ตะพาบตัวนั้นต้องทนทุกข์ทรมานอยู่นานกว่าครึ่งเดือน

จากนั้นบุญมาจึงประหารเอามากินเป็นมื้อสุดท้าย บุญมาพอใจกับวิธีที่จะได้กินเนื้อตะพาบสดๆ ทุกวันอย่างนี้เรื่อยมา

ผลสรุปประวัติผู้ป่วยที่โรงพยาบาลบันทึกไว้ในตอนท้ายมีอยู่ประโยคหนึ่งว่า …..

เป็นประวัติที่แสดงให้เห็นกรรมตามสนองอย่างไม่น่าเชื่อที่ไม่มีข้อสรุปชัดเจน ในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ปัจจุบัน

ปล.คุณควรตระหนักถึงการกระทำที่คุณได้ทำอยู่ในทุกวันนี้

ถึงผลดีและผลร้ายที่คุณได้กระทำลงไป มันจะส่งผลกลับมาหาคุณเอง ที่เรียกกันว่า ” กรรมตามสนอง ” นั้นเอง

ขอขอบคุณหนังสือธรรมะทุกเล่มที่ให้ความรู้แก่ผู้คนทั้งหลายเรื่องดีๆ และขอให้เรื่องเล่านี้ ช่วยสอนใจเราทุกคนให้รู้จักรักชีวิตผู้อื่นเหมือนรักชีวิตตนเองนะจ๊ะ

ส่งต่อจักได้บุญ



Create Date : 13 มิถุนายน 2551
Last Update : 13 มิถุนายน 2551 1:53:25 น.
Counter : 355 Pageviews.

0 comment
วีรกรรมน้องหมา
จ๊า ที่เคยเกริ่นไว้แล้ว เราเองเป็นคนรักสัตว์ โดยเฉพาะน้องหมา ในซอยบ้านเราก็มีสุนัขจรจัดมาอาศัยอยู่ พอท้องคลอดออกมา คนในซอยก็เรียกว่าช่วยๆกันดูแล ให้อาหาร ฉีดยา เราเองก็อาบน้ำกำจัดเห็บให้พวกคุณๆ ก็แหม คลอดมาสองคอกแล้ว คอกนี้คอกสาม ตอนนี้เหลือจอมซนสามตัว ก็เดินกันป้วนเปี้ยนโต่เต่กัน

เมื่อวานเรากลับดึก มันคงหิว รออาหารเรา เราเลยรีบเอาออกมาให้ มัวแต่ดูพวกพี่ๆมันตัวใหญ่กินอาหาร หนึ่งในเจ้าตัวน้อยไม่รู้ปีนป่ายอีท่าไร หัวก็ทะลุวงกลมประตูสแตนเลสใหม่ของเราเข้าไป ห้อยต่องแต่ง มันก็ร้องให้ช่วยแล้วดิ้นไม่หยุด เราก็กลัวว่ามันจะตายเพราะมันห้อยเหมือนโดนผูกคอ เรารีบไปเอาแชมพูมาทาให้ลื่นแล้วค่อยๆหมุนให้มันหลุด มันก็ได้แต่ร้องแล้วดิ้นเข้าหาเรา เราคนเดียวทำอะไรได้ยากต้องมีคนช่วยจับด้านนอกอีกคน เราเลยขอแรงเด็กบ้านตรงข้ามช่วย มาช่วยหมุนหัวออก มันก็ได้แต่ร้อง เราก็พยายามหมุนไปมา ทำใจ กดอัดหัวมันออกมา ให้มันเจ็บทีเดียว มันก็ทะลุพลวดออกมา นอนแอ้งแม้ง อีกด้านของรั้ว เงีบบงัน จมกองสบู่ เราตกใจ คิดว่ามันตายแล้ว ที่ไหนได้ มันนอนตั้งสติพักนึง สลัดหัวไปมาแล้วก็มองหน้าเรา เราล้างสบู่ออกเสร็จมันก็วิ่งซนเหมือนเดิมได้

เราเนี่ยคิดแล้วคิดอีก ถ้าเอาไม่ออก เราต้องตัดประตูบ้านบานใหม่แหง่ เราโดนแฟนยำแน่ โชคดีที่ทุกอย่างราบรื่น เลยขอร้อง คุณน้องหมาขา อย่าซนแบบนี้อีกนะจ๊ะ



Create Date : 21 มีนาคม 2551
Last Update : 3 เมษายน 2551 2:21:20 น.
Counter : 425 Pageviews.

3 comment
กรรมใดใครก่อ กรรมนั้น ย่อมตามสนอง
ค่ะ เพื่อนๆ เคยคิดไหมค่ะว่า สำนวนไทย ท่านได้แต่ใดมา อืม แม้เราจะมีชีวิตอยู่ต่างประเทศมานาน เราเองก็สามารบอกเล่าได้ว่า สำนวนไทยที่โบราณพร่ำสอนเราไว้นั้น ไม่ผิดแน่ๆ และ มันก็มีที่มาจากการกระทำของเราๆ นี่เอง จากประสบการณ์ของข้าพเจ้า อย่าว่าเม๊าคนใกล้ตัวเลยนะแต่ก็ เห็นมาจริงๆและก็ทันตาเห็นจริงๆๆๆ เชื่อหรือไม่ล่ะ

ก็เรื่องแมวๆ อีกแหละนะ ก็อย่างที่เกริ่นๆไว้แล้วว่า บ้านคุณแม่แฟนน่ะ ใกล้วัด เลยมีแมวจรจัดเดินไปมาตลอด สุนัขก็มี แต่ เอ บ้านนี้สงสัยจะมีกรรมกับแมวนะ คือ ก็สามปีแล้วที่เราไปมาหาสู่บ้านนี้ แต่เราก็เจอแต่กับแมว แมว แมว ก็เลยมีเรื่องมาเล่าไว้สอนใจ

เคยได้ยินไหมว่า แมว เปรียบเสมือนพระสงฆ์องค์หนึ่ง ทำกับแมวก็เหมือนทำกับพระองค์หนึ่ง

  • เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อกลางปีที่แล้ว เราอยู่บ้านกับคุณแม่แฟนสองคน ตอนเย็นเราลงมาที่ครัวก็ได้ยินแต่เสียงคุณแม่ร้อง ว๊าย มาตายอะไรตรงนี้ เรารีบเข้าไปดู ภาพที่เห็นแทบไม่น่าเชื่อในสายตาตนเอง ว่า นั่นเป็นคุณแม่จริงๆ ที่ทำเช่นนั้นอยู่
    ภาพที่เห็นคือ แมวน้อยที่นอนลมหายใจแผ่วเบาใกล้สิ้นลม คล้ายว่ามันกำลังเจ็บหรือป่วยหนักอยู่ เรากำลังจะเข้าไปช้อนตัวมัน ภาพที่เห็นและจำได้ติดตาจนทุกวันนี้ คือ คุณแม่ใช้เท้าเขี่ยหรือกึ่งเตะอย่างแรงให้แมวน้อยที่นอนกึ่งหมดสติกลิ้งออกนอกประตูไปอยู่หน้าบ้าน แม้เราจะพยายามร้องห้ามท่านก็ไม่หยุด เสียงท่านที่ร้องตามหลังว่า มานอนตายอะไรในบ้าน พรุ่งนี้ค่อยให้แฟนเราเก็บมันไปทิ้ง แล้วท่านก็เดินเข้าบ้าน เราเนี่ยแทบจะร้องขอแทนมันและอยากจะอุ้มมันไปหาหมอ แต่ เราก็ยอมรับว่า เรากลัวท่าน เราอยู่บ้านเขา และเราก็ตกใจกับภาพนั้น เราทั้งสงสารมันและอยากช่วยใจแทบขาด แต่ท่านก็ว่าเราตามหลัง เราจำใจต้องหยุดแค่นั้น ได้แต่ แผ่เมตตราให้และหวังว่ามันจะอโหสิกรรมให้ท่าน เราร้องไห้ทั้งคืนและไม่กล้าเล่าให้ใครฟังเลย แม้แต่แฟนเรา

    จนกระทั่ง เมื่อปลายเดือนมกราคม คุณแฟนทราบข่าวจากคุณพี่สาวว่า คุณแม่ป่วยเลยกะว่าจะแวะไปเยี่ยมจึงถามไถ่อาการ คุณพี่สาวก็บอกว่า ท่านไม่เป็นอะไรมากหรอกก็แค่เจ็บเท้าเพราะเดินชนโต๊ะ คุณแฟนเลยสบายใจและทำงานอย่างอิ่มเอิบ หลังจากนั้นสองสามวันก็มีข่าวจากคุณพี่ว่า คุณแม่เจ็บเท้ามาก เท้าบวมเป่งและเขียวช้ำ เลยพาคุณแม่ไปโรงพยาบาล คุณหมอเอ็กซเรย์เท้าพบว่า กระดูกเท้าที่นิ้วชี้แตกจำเป็นต้องดามด้วยเฝือกที่นิ้วชี้ไว้ คุณแม่เลยไปไหนไม่ได้สักสองอาทิตย์ ไม่น่าเชื่อแค่เดินไปเตะขาโต๊ะนะเนี่ย เราก็ไม่ได้เอะใจอะไร

    หลังจากสองอาทิตย์อาการเข้าที่ เท้าเริ่มปกติ ไม่บวมคุณแม่ท่านก็เลยไปเที่ยวกับเพื่อนๆต่างจังหวัด กลับมาก็ปกติดี แต่หลังจากนั้นสักสองสามวัน เพื่อนคุณแม่มาเรียกหน้าบ้านอีก ก็ไม่รู้ว่าจะรีบอะไร ท่านก็เตะเข้าที่ขาโต๊ะตัวเดิมและก็บังเอิญตรงที่เดิมอีก ท่านก็เลยเริ่มเจ็บที่นิ้วชี้ ที่เดิมขึ้นมาอีก คุณพี่ก็พาไปหาหมอ ตรวจดูก็ปกติทุกอย่าง กระดูกก็ไม่ได้แตกแบบครั้งก่อน คุณหมอก็เลยให้ยาแก้ปวดกลับมาทาน นี่ก็ผ่านมาเป็นเดือนแล้ว แม้จะหายแล้วแต่คุณแม่ท่านก็ว่าบางที่อยู่ดีๆก็ทั้งเจ็บทั้งปวดขึ้นมาเฉยๆ โดยไม่มีสาเหตุ เราไปเยี่ยมท่านกับแฟน ท่านก็ว่าไม่เป็นอะไรแล้ว เชื่อหรือไม่ค่ะเพื่อนๆ ครั้งแรกเราก็ไม่เอะใจหรอก แต่มาครั้งนี้ พอท่านเล่าเหตุการณ์ให้เราฟัง เรานึกเอะใจและนึกถึงภาพเหตุการณ์ในตอนนั้นขึ้นมาทันที ตอนที่ท่านใช้เท้า ข้างที่ปวดนี่แหละ เตะ แมวน้อยออกจากบ้าน มันเหมือนลางสังหรณ์หรืออะไรสักอย่างที่มาบอกเรา ให้เราย้อนมานึกถึงภาพนั้นอีก

เราจำได้แม่นยำและภาพที่เรากำลังแผ่เมตตราและอุทิศบุญกุศลให้แมวตัวนั้น รวมทั้งภาพที่เราพยายามพูดห้ามท่านแต่ไม่เป็นผล เราได้แต่น้ำตาคลอเบ้า แต่ก็ไม่กล้าบอกท่าน ว่า นั่นน่ะ กรรมตามทันนะ ให้คุณแม่ขออโหสิกรรมจากแมวตัวนั้นเถิด ไม่รู้ว่า เราจะบาปด้วยหรือเปล่า แต่ว่า เราเด็กกว่า และเป็นแค่ สะใภ้ จะให้เราเอ่ยปากก็จะว่าเราไม่ดีอีกแหละ จะบอกคุณแฟนเดี๋ยวเขาจะว่า เราใส่ร้ายแม่เขาอีก เราก็ได้แต่ทำบุญและสวดมนต์ภาวนาแทนท่านเท่านั้น

เราทำถูกไหมหนอ เราเองก็ถามตัวเองมาตลอดแต่ก็ไม่สามารถตอบได้ เพราะ ณ เวลานั้น ณ ที่นั้น เราก็ไม่สามารถทำอย่างอื่นได้หรือขัดขืนคำสั่งท่านได้เลย ดั่ง โบราณว่าไว้ว่า กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมตามสนอง ช่างสนองได้ทันตาเห็นจริงๆ



Create Date : 15 มีนาคม 2551
Last Update : 3 เมษายน 2551 2:21:41 น.
Counter : 922 Pageviews.

3 comment
1  2  

gayer50
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]