ดวง

" ลายมือนี้ไม่มีทางตายโหง "
ทันทีที่แบมือทั้งสองข้างแล้วยื่นให้หมอดูดูดวงให้ เขาก็พูดโพล่งขึ้นมาทันทีด้วยความมั่นใจอย่างเป็น
ที่สุด

" งั้นเหรอครับ "
" เส้นชีวิตชัดซะขนาดนี้ ถ้าเกิดตายโหงขึ้นมา มาเหยียบปากหมอได้เลย "
หมอฟันธงซะขนาดนี้ แล้วงี้ถ้าเกิดผมตายโหงขึ้นมา ผมก็ได้เหยียบปากหมอฟรี ๆ ใช่ไหมครับ

" ใช่แล้วล่ะ แต่ก็จะมีปัญหาสุขภาพอยู่นะ อ้อ แล้วช่วงนี้กำลังมีเรื่องใหญ่ให้ตัดสินใจอยู่ใช่ไหม ไม่
ต้องห่วง สิ่งที่ตัดสินใจลงไปจะเป็นผลดี คิดแล้วลงมือทำได้เลย "

บลา บลา บลา บลา

หลังจากที่ดูดวงและจ่ายค่ายกครูเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมก็ผละออกจากซุ้มหมอดู แหงนหน้าขึ้นไปมอง
บางสิ่งที่อยู่ในท้องฟ้า ไม่สิ มันไม่ได้อยู่ในท้องฟ้า มันอยู่ไกลโพ้นต่างหาก อยู่ในอนาคตมั้ง แต่ก็
เพราะมันอยู่ไกลมาก ผมก็เลยต้องมองหามันในท้องฟ้า

และผมก็ตัดสินใจเด็ดขาด

*****************************************************************************

ปร๊อด ปร๊อด ปร๊อด ปร๊อด ปร๊อด ปร๊อด ปร๊อด ปร๊อด ปร๊อด ปร๊อด !!!

เสียงปืนอาก้าดังสนั่นจากรอบทิศทาง กระสุนแหวกอากาศฟิ้ว ๆ อยู่เหนือหัวของพวกเรา ผม
จ่าสมหมาย และลูกทีมอีกสามคนหมอบราบลงกับพื้น ไม่สามารถตอบโต้อะไรพวกมันได้ เพราะถูก
ระดมยิงกดหัว แถมเสียงปืนกระชั้นเข้าใกล้มาเรื่อย ๆ แสดงให้เห็นว่าพวกมันกำลังรุกคืบเข้ามาใกล้
ฐานปฏิบัติการของเรา

เราต้องรีบล่าถอย

เพราะผมได้ยินข่าวมาก่อนหน้านี้ว่า ฐานปฏิบัติการที่เจาะไอร้องก็ถูกซุ่มโจมตีเหมือนผม มันใช้กำลัง
ตีกรอบจนมาประชิดฐานแล้วก็ฆ่าชุดปฏิบัติการตายหมด ซึ่งถ้าปล่อยให้สภาพนี้ต่อไป พวกเราก็คงจะ
โดนเหมือนกัน

แต่เราหนีไม่ได้

ตอนนี้เราถูกระดมยิงกดจนเงยหัวมาดูพวกมันไม่ได้เลย เราไม่รู้ว่ามันมากี่คน ตำแหน่งไหนบ้าง รู้แต่แค่
ว่ากระสุนปืนปลิวมาจากหลากหลายทิศทาง ดังต่อเนื่อง แปดคน สิบคน หรือ สิบสองคน ไม่แน่ใจ แต่ที่
แน่ ๆ มันระดมยิงตลอดเวลาและใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ

ทั้ง ๆ ที่ทั่วร่างเย็นเฉียบแต่เหงื่อกาฬกลับแตกพลั่ก ๆ ผมมองหน้าลูกทีม อาการก็ไม่ต่างกัน หันไปอีก
ข้าง จ่ากำลังวอขอกำลังสนับสนุนด่วน

คงมาไม่ทันหรอก พวกเราคงจะตายก่อน

ตาย ตายงั้นเหรอ พวกเราทุกคนจะโดนมันยิงตายเหรอ ก็คงจะตายนั่นล่ะ หรือถ้าดวงซวย พวกมันอาจ
จะ " เล่น " กับพวกเราก่อน แล้วค่อยยิงทิ้ง

พอคิดได้เช่นนั้น ผมก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงบางสิ่งบางอย่างขาดผึง

" แม่งเอ๊ยยยยยย !!! "
พริบตาที่ตะโกน รู้สึกได้เลยว่าเลือดอุ่น ๆ ถูกสูบฉีดไปเลี้ยงร่างกายที่เย็นเฉียบ ผมผุดลุกขึ้นนั่งชันเข่า
หยิบลูกเกลี้ยงออกมา กระชากสลักแล้วก็ขว้างมันออกไปใส่ที่มาของเสียงปืนอย่างสุดแรงเกิด

" ยัดห่าไอ้นี่ซะ "
พูดจบผมหยิบเอ็มสิบหกขึ้นมาประทับแล้วก็กระโจนพรวดออกจากฐาน

ตูม !!!
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว !!!

กระสุนปืนเฉียดร่างไปมา ฟึ่บ ! ไม่เฉียดล่ะ ถากไปดอกหนึ่ง แต่ผมไม่รู้หรอกว่าถากตรงไหน ผมเพ่ง
มองไปในความมืด นั่น ประกายไฟจากปากกระบอกปืนมาจากตรงนั้น ผมเล็งและลั่นกระสุนไปใส่
ประกายไฟหายไป คงจะโดนเข้า และทันทีที่ผมสร้างประกายไฟ ผมก็ได้บอกตำแหน่งของตัวเองให้
พวกมันได้รู้

ผมตกเป็นเป้ากระสุน

" เหี้ยเอ้ยย !! คุ้มกันผู้หมวด ! "
ผมได้ยินเสียงจ่าสมหมายตะโกนไล่หลัง ทุกคนในฐานเงยหัวขึ้นมาสาดกระสุนสู้

ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง !!!
ปร๊อด ปร๊อด ปร๊อด ปร๊อด ปร๊อด ปร๊อด ปร๊อด ปร๊อด ปร๊อด ปร๊อด !!!

เสียงยิงกันสนั่นหวั่นไหว ผมพุ่งทะยานไปข้างหน้า แสงไฟวูบวาบอยู่เยื้องไปทางขวามือ ผมถีบตัวไป
หามัน สาดกระสุนใส่ พวกมันเบนปากกระบอกปืนมาใส่ผม

ปึก !

เหมือนมีอะไรที่อุ่นจนร้อนวาบพุ่งเข้ามาชน แต่ผมไม่สนใจ สาดกระสุนตอบโต้ โดน โดน โดน
ประกายไฟดับไปสาม ผมหันไปทางซ้าย อยู่ตรงนั้นอีกสอง หันปืนไปใส่ แชะ แชะ แชะ ชิบ ! ลูกหมด
ผมโยนเอ็มสิบหกทิ้ง ควักปืนพกออกจากซอง ระเบิดกระสุนสู้

ปึก ฟุ่บ ฟุ่บ ปึก ฟุ่บ !!!

แต่ช้าเกินไป ผมเก็บมันไม่ทัน ร่างของผมไม่รู้โดนยิงเข้าตรงไหนบ้าง แต่เท้ายังวิ่งไหว มือยังเหนี่ยวไก
ได้ ผมทะยานใส่พวกมันต่อ

ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง !!!

ร่วงไปหนึ่ง เหลืออีกหนึ่ง บัดซบ ! ปืนพกผมลูกหมด ! แต่ดูเหมือนปืนมันก็จะลูกหมดเหมือนกัน
ประกายไฟจึงได้หายไป

และผมก็วิ่งไปถึงตัวมัน

เอื้อมมือไปคว้าด้ามมีด กระชากออกจากปลอก คมมีดสะท้อนแสงไฟเป็นประกายปลาบสีแดงสองอัน
ดูท่าผมกับมันจะคิดตรงกัน

ฉึก !!

เราเสือกปลายมีดใส่ร่างของอีกฝ่ายพร้อมกัน เสียงเสียบก็เลยมีแค่เสียงเดียวให้ได้ยิน อ๊ะ ผมเห็นแววตา
ของมันด้วย แววตาที่มุ่งร้ายหมายฆ่าอีกฝ่ายอยู่บนใบหน้าที่ถูกปกปิดด้วยหมวกไหมพรม

และลานที่ขับเคลื่อนผมมาตลอดก็หมดลง

******************************************************************************

" ซึ่งตามรายงานข่าวที่ได้รับ ผู้หมวดวินจะได้รับการปูนบำเน็จและเลื่อนยศ .. "
ก่อนที่นักข่าวจะพูดจบ ผมก็กดรีโมทโทรทัศน์เพื่อเปลี่ยนช่อง

น่าเบื่อ

เรื่องนี้ผมรู้อยู่แล้ว หลังจากลืมตาฟื้นขึ้นมา ก็พบว่าตัวเองนอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ผมหลับไป
สี่วันเต็ม ๆ กว่าจะรู้สึก ผู้คนมาเยี่ยมมากมาย ครอบครัว จ่าสมหมายและลูกทีมเจ็บกันพอสมควรก็ยัง
อุตส่าห์ขโยกเขยกมาเยี่ยม เพื่อนร่วมรุ่น พี่ ๆ ผู้บังคับบัญชา ที่สำคัญ แม่ทัพภาคและ ผ.บ.ท.บ. ก็มาเยี่ยม
ผมถึงที่ พวกเขาถามไถ่อาการ ให้กำลังใจ และพูดเรื่องนั้นกับผมก่อนที่นักข่าวจะเอามาออกเสียอีก

" .. ปัญหาชายแดนใต้ที่เรากำลังเผชิญนี้ เราสามารถแก้ไขได้โดยสันติวิธี การเมืองนำทหาร จึงจะ .. "
ผมปิดทีวีทันที เมื่อเห็นนักการเมืองคนหนึ่งที่ตำแหน่งใหญ่โตในซีกรัฐบาลกำลังให้สัมภาษณ์ออกทีวี

ไม่รู้เป็นไร พอเห็นนักการเมืองพูด ผมเหมือนได้กลิ่นเหม็นลมตดโชยออกมาจากปากทะลุหน้าจอทีวีมา
กระทบเข้ากับโพรงจมูกของผมทุกที

พวกนี้มันก็ดีแต่ปาก สันติวิธีห่าเหวอะไร

ผมเห็นคนตาย ได้ข่าวคนตาย และก็ยิงคนตาย ถ้าจะสันติก็หมายถึงไม่มีการยิงกัน ไม่มีการใช้กำลังกัน
ใช่ไหม แล้วไอ้ที่มันยกพวกมาถล่มฐานแบบนี้ ถ้าตอนนั้นผมยกธงขาว มันจะยอมหยุดยิงไหม ?

การเมืองนำการทหาร เหอะ ! อย่ามาพูดให้เหม็นลมตดดีกว่า

ผมรู้ดี วิธีที่จะให้สงบสุขมันมีอยู่ เป็นวิธีง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน เพียงแต่ต้องอาศัยแรงกายและ
แรงใจค่อนข้างมาก ซึ่งผมเองก็ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะทุ่มเทจนกว่าที่นี่จะสงบสุข ดังนั้นผมก็เลย
ปฏิเสธท่านแม่ทัพภาคที่เสนอให้ผมย้ายออกจากพื้นที่เพื่อไปรับตำแหน่งที่ใหญ่กว่าเดิมที่อื่นทันทีที่ผม
รักษาอาการบาดเจ็บจนหายดีแล้ว

ก็ผมดวงไม่ตายโหงนี่นา




 

Create Date : 17 ธันวาคม 2552    
Last Update : 17 ธันวาคม 2552 20:13:14 น.
Counter : 294 Pageviews.  

ถนนที่ทอดยาว

ผมกับหนูมินท์กำลังเดินทางกันอยู่

บนถนนสีดำที่ทอดยาว สองข้างทางที่แห้งแล้งไร้สิ่งใดจรรโลงใจ
เราเดินทางไปเรื่อย ๆ ระยะทางเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ถนนและสองข้างมางยังคงเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ด้วยความที่มันไม่เปลี่ยนแปลง ผมก็อึดอัด
อึดอัดจนทำให้ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวและสร้างรูปร่างของมันขึ้นมา

ความเบื่อหน่าย

ผมเห็นได้ชัดเจนเลย ตันตนของความเบื่อหน่าย
เมื่อเวลามองไปที่กระจกมองหลัง หรือกระจกมองข้าง
แล้วบังเอิญได้เห็นหน้าของตัวเอง
ความเบื่อหน่ายมันอยู่ในนั้น

หลายต่อหลายครั้งที่เราทนความเบื่อหน่ายไม่ไหว
เราก็เลยเลี้ยวหนีไปวิ่งบนถนนเส้นอื่น
ซึบซับความงาม เพลิดเพลินกับทัศนียภาพ
หรือไม่ก็ตื่นเต้นตกใจบนถนนเส้นใหม่นั้น
แต่สุดท้ายเมื่อวิ่งไปบนถนนเส้นใหม่ได้สักพัก
ถนนเส้นนั้นก็จะวกกลับ พาเรามาถนนเส้นเดิมอีกครั้ง

ถนนที่สุดแสนจะน่าเบื่อ

และก็เป็นเช่นนั้นทุกครั้งที่เราเปลี่ยนเส้นทาง
แม้จะพากันวนออกไปไกลเท่าไร สุดท้ายก็จะวกกลับมาขึ้นถนนเดิมทุกครั้ง
เราก็เลยต้องทนเดินต้องทางอย่างน่าเบื่อต่อไป
ทนต่อไปจนกว่าเราจะถึงปลายทางของเราซึ่งไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน
ว่าปลายทางของเราคืออะไร
หรือไม่ก็อาจจะไม่มีปลายทางอยู่เลย
แต่ตราบเท่าที่ยังไปต่อกันไหว ผมกับหนูมินท์จึงต้องเดินทางบนถนนเส้นนี้ต่อไป
แต่คิดว่าคงจะไม่ตลอดไป




 

Create Date : 06 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2552 11:07:53 น.
Counter : 347 Pageviews.  

.

. (จุด)

ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้คำจำกัดความว่า
. (จุด) น. รอยหรือแต้มที่มีลักษณะกลม ๆ ปรากฏที่ผิวพื้น; ขีด, ระดับ, ขั้น,
เช่น จุดเดือด จุดเยือกแข็ง, ที่ เช่น จุดหมาย จุดประสงค์; ประเด็นสําคัญของเรื่องที่พูดหรือ
ถกเถียงกันเป็นต้น เช่น พูดไม่ถูกจุด ตอบ ไม่ตรงจุด.

ในทางคณิตศาสตร์ให้คำจำกัดความว่า
. (จุด) เป็นแนวความคิดที่ใช้กำหนดตำแหน่งที่แน่นอนในปริภูมิ ซึ่งจุดนั้นไม่มีปริมาตร พื้นที่ หรือ
ความยาว มีการใช้อย่างแพร่หลายทั้งในภูมิศาสตร์ ฟิสิกส์ ภาพกราฟิกส์เวกเตอร์ (ทั้งสองมิติและ
สามมิติ) และในสาขาอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับในทางคณิตศาสตร์ จุดเป็นส่วนหนึ่งของทอพอโลยี
ซึ่งรูปแบบใดๆ ในปริภูมิ ดังนั้น . (จุด) จึงเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของวัตถุรูปแบบใดๆ ในปริภูมิ

ถึงแม้จุดจะไร้ขนาดและทิศทาง แต่การเขียนจุดขึ้นมาลอยๆ ก็ยังจำเป็นต้องเขียนแทนด้วยวงกลมทึบ
ขนาดเล็ก (หรือเท่าปลายดินสอ) เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีจุดอยู่ ณ ตำแหน่งนั้นๆ ซึ่งอาจจะทำให้ไม่ตรง
ตามนิยามเท่าใดนัก

จากคำจำกัดความที่มีทั้งหมดสรุปได้ว่า . (จุด) เป็นสิ่งที่เราไว้อ้างอิงหรือกำหนดอะไรบางสิ่งบาง
อย่างไว้ และเมื่อพิจารณา . (จุด) ในเชิงคณิตศาสตร์ ระบบปริภูมิ 3 มิติที่มี . (จุด) อยู่ .. (2 จุด) เมื่อทำ
การเชื่อมโยง . (จุด) ทั้งสองเข้าด้วยกัน ก็จะเกิดเป็นส่วนของเส้นตรง และสามารถสร้างสมการ
เส้นตรงได้ เมื่อมี . (จุด) อยู่ ... (3 จุด) เราก็จะสามารถสร้างระนาบ และสมการระนาบได้

ถ้าหากเรานำส่วนของเส้นตรงอย่างน้อย 3 เส้น มาต่อกันแบบปิดในบนระนาบ เราก็จะได้รูปทรง
2 มิติขึ้นมา และถ้านำรูปทรงจากหลาย ๆ ระนาบมาต่อกัน ก็จะเกิดเป็นรูปทรง 3 มิติขึ้นมา

เมื่อเกิดรูป ไม่จะเป็นรูปอะไรก็ตาม ก็จะมีสิ่งที่เกิดขึ้นมาพร้อมกัน นั่นก็คือนาม เมื่อรูปกับนามมา
ประกอบกัน สิ่งนั้นก็จะกลายเป็นรูปธรรมที่เราสามารถเห็น เรียกชื่อ ทำความเข้าใจได้ และยอมรับ
การมีตัวของมัน

พูดง่าย ๆ ว่า เมื่อ เกิด . (จุด) ก็จะเกิดเส้น และระนาบ เมื่อเส้นและระนาบมาประกอบกัน ก็จะเกิด
รูปทรง เมื่อเกิดรูป ก็จะเกิดนาม สามารถมองเห็นและเรียกขานว่าเป็น รูปธรรมได้

ในเมื่อพิจารณาถึงข้อเท็จจริงข้อหนึ่ง เมื่อระนาบสองระนาบมาตัดกัน ณ ตำแหน่งที่ตัดกัน จะเกิด
เส้นตรงยาวตลอดความยาวของการตัดกันของระนาบ และเมื่อเส้นตรงมาตัดกันก็จะจะเกิด. (จุด)
ขึ้นมา ซึ่งเราเรียกว่าจุดตัด

จากความสัมพันธ์ทั้งหมด เราสามารถสรุปได้ว่า . (จุด) สร้างเส้นและระนาบ เส้นและระนาบสร้าง
รูปร่าง รูปร่างเกิดพร้อมกับนาม กลายเป็นรูปธรรม แต่ในบทกลับ ระนาบตัดกันเกิดเป็นเส้น เส้นตัด
กันเกิดเป็น . (จุด)

ดังนั้น ถึงแม้ . (จุด) จะสร้างหลายสิ่งขึ้นมา แต่เมื่อสิ่งเหล่านั้นเมื่อถูกแปรสภาพ ก็จะกลับมาเป็นถูก
เปลี่ยนจนกลับมาเป็น . (จุด) เหมือนเดิมอีกครั้ง จากธรรมชาติข้อนี้ เราก็เลยอาจพูดได้ว่า

. (จุด) คือ ต้นกำเนิดของสรรพสิ่ง อยู่ในทุกสิ่ง และเป็นปลายทางของทุกสิ่ง




 

Create Date : 04 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2552 12:48:07 น.
Counter : 288 Pageviews.  

เจสันเอ๋อ

บ่ายวันหนึ่งในฤดูใบไม้ผลิ
หิมะละลายหมดแล้ว
แสงแดดให้ความอบอุ่นที่พอเหมาะ
เจสันจึงออกมายืนอาบแดด
เขากำลังเหม่อลอย
สงสัยความอบอุ่นที่พอดีทำให้เขารู้สึกสบายจนเกินไป

เจสันมองไปรอบ ๆ ผ่านหน้ากากฮอกกี้น้ำแข็งของเขา
เขากำลังยืนอยู่ในสนามเด็กเล่น ในตอนกลางวัน
แถมยังไม่ใช่วันศุกร์ที่ 13 ซะด้วย
สงสัยฤดูใบไม้ผลิจะทำให้เขาเอ๋อ

" มาเล่นไม้กระดก ( see-saw ) กับผมไหม ? "
เด็กน้อยคนหนึ่งที่ไม่มีเพื่อนเล่นด้วยมายืนข้างเขาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ แถมยังชวน
ชวนให้เจสันเล่นไม้กระดกด้วยกัน

" ได้สิ ฉันพกมาพอดี "
จะด้วยบังเอิญหรืออะไรก็ดี เจสันกลับพกเลื่อยรูปตัว C (C - saw) ติดตัวมาพอดี

" แล้วเราจะไปชำแหล่ะใครล่ะ "
" หือ ชำแหล่ะ ? ไม่ได้เล่นอย่างนั้นสักหน่อย เล่น ไม้กระดกต่างหาก "
พูดจบเด็กน้อยก็ฉุดเจสันให้ไปที่ไม้กระดกที่อยู่ในสนามเด็กเล่น

" เล่นไอ้นี่ต่างหาก "
เด็กน้อยจัดแจงให้เจสันนั่งบนไม้กระดกแล้วตัวเขาเองรีบไปนั่งฝั่งตรงข้าม แต่ด้วย
น้ำหนักที่ต่างกันเกินไป เเด็กน้อยจึงค้างอยู่ข้างบน ไม่กระดกลงมาสักที

" ทำไงดีล่ะ ? "
เด็กน้อยเริ่มหน้าเสีย เมื่อไม่สามารถเล่นไม้กระดกได้

" เดี๋ยวฉันจัดการให้ "
พูดจบ เจสันก็ใช้ C-saw ที่ติดตัวมาเลื่อยไม้กระดกฝั่งเขาให้สั้นลง จนสามารถ
เล่นไม้กระดกกับเด็กได้

" ดีจัง "
เด็กน้อยยิ้มแย้ม ทำให้เจสันก็พลอยยิ้มไปด้วย ถึงแม้หน้ากากจะบังก็เถอะ

ในสวนสาธารณะ วันที่แดดอบอุ่น เจสันและเด็กน้อยกำลังเล่นไม้กระดกอย่าง
เพลิดเพลิน

*****************************************************

แปลจากวรรณกรรมสำหรับเยาวชนเรื่อง Jason airhead
แต่งโดยคุณความคิดเห็นที่ 1




 

Create Date : 23 ตุลาคม 2552    
Last Update : 23 ตุลาคม 2552 12:48:32 น.
Counter : 335 Pageviews.  

กังหันลม

ลมพัด ... พัดแรง แรงขึ้น แรงขึ้นทุกที หอบเอาดิน ฝุ่นละออง ใบไม้ใบหญ้า
ปลิวคละคลุ้งลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า เหล่ากังหันน้อยใหญ่ที่ปักเสียบไว้เรียงราย
ทั่วพื้นดินก็หมุนเร็วจี๋ตามแรงลม แต่ลมบัดเดี๋ยวก็พัด บัดเดี๋ยวก็หยุด กังหัน
ทั้งหลายก็พลอยหมุนๆ หยุดๆ ตามไปด้วย

เอือม..... ช่างเป็นจั่วหัวที่ดูเหมือนเป็นนิยายแฟนตาซีเล่มละแพงๆที่กำลังเป็นที่
นิยมอยู่ขณะนี้ ( ณ. ปีพุทธศักราช ๒๕๔๗ ) ...รึเปล่า ? แต่จะเหมือนหรือไม่
ก็อย่าไปสนใจมันมากนัก

เรื่องนี้เป็นการสันนิษฐานที่เกี่ยวกับธรรมชาติของตัวข้าเจ้าเอง ที่ข้าเจ้าครุ่นคิด
มาก็นานพอสมควรว่าปัจจุบันข้าเจ้ามองตัวเองและสังคมเป็นอย่างไร

ทุกๆวันถ้าเราลองเฝ้ามองพฤติกรรมของเราอยู่จะรู้สึกว่าเราดำรงชีวิตอยู่ภายใต้
สิ่งเร้าที่คอยกระตุ้นเราอยู่ตลอดเวลา จากสื่อทางโทรทัศน์ที่กระหน่ำทั้งหนัง
ละคร โฆษณาชวนให้เชื่อ ไหนจะสื่งอื่นๆอีกมากมายเร่งเร้าสร้างค่านิยมให้เรา
ซื้อ ๆๆๆ แต่ง ๆๆๆๆๆ เป็น ๆๆๆๆๆๆ อยาก ๆๆๆๆๆ แสวงหาและค้นหาเพื่อตอบ
สนองสิ่งเร้าที่กระหน่ำมาตลอดเวลา โดยพร่ำบอกว่านี่แหละความสุข กระตุ้น
แนวคิดสุขนิยมกันสุดๆ (ไม่เชื่อดูโฆษณาบัตรเครดิตสิ...เป็นหนี้แล้วยังทำให้ยิ้ม
มีความสุขได้เลย ไม่เข้าใจจริงๆ)

ทำไมกังหันลมต้องหมุนตามกระแสลมแห่งโลกาภิวัฒน์ ถูกปั่นซะจนหยุดนิ่งไม่
ได้ต้องหมุน ๆๆๆๆ ตาม

เพราะอะไรหนอ เพราะกลัวไม่ทันโลกกลายเป็นคนตกยุคคร่ำครึไป
เพราะอะไรหนอ เพราะกลัวกลายเป็นคนแปลกแยก ต่อต้านสังคมไป
เพราะอะไรหนอ เพราะกลัวกลายเป็นคนที่ไม่มีความสุขไป

เฮ้อ... ทำไมเป็นอย่างนั้นหนอ

******************************************************

งานแรกเลยที่เขียนตั้งแต่สมัยยังไม่สามารถติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวได้




 

Create Date : 03 ตุลาคม 2552    
Last Update : 3 ตุลาคม 2552 9:04:56 น.
Counter : 321 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  

garnet19th
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add garnet19th's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.