แตกลายงา

ผมชอบกินชา

เนื่องจากว่าผมไม่สามารถกินกาแฟได้ เพราะว่ากินครั้งใด ผมจะปวดหัวทุกครั้ง
จะเรียกว่าไม่ถูกกาแฟก็ได้ ดังนั้นเวลาโดนคนลากไปนั่งร้านกาแฟ ผมก็จะมักสั่งชา
มาทำลายภาพพจน์ความเป็นหนุ่มของผมอยู่เสมอ

ด้วยความที่ชอบชา ห้องของผมจึงมีชุดน้ำชาเซรามิกที่ซื้อไว้ตั้งแต่เมื่อหลายปีที่แล้ว
ประจำห้องไว้ และผมเองก็มักจะชงชากินอยู่ในห้องเสมอๆ ส่วนชาที่ผมชงกิน
ส่วนใหญ่ก็จะเป็นชาญี่ปุ่น ที่ชอบก็เพราะว่าเพื่อนเคยชงชาญี่ปุ่นที่ซื้อมาจากสนามบิน
นาริตะให้กิน กลิ่นหอมขึ้นจมูก รสขมนิดๆพอติดปลายลิ้น ยิ่งถ้าได้นั่งพับเพียบแล้ว
จิบชา ก็จะได้อารมณ์เซนมากเลยครับ ผมเลยติดใจตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ช่วงนี้เป็นหน้าหนาว หน้าต่างห้องผมก็ชอบต้อนรับลมหนาวและเชื้อเชิญให้เข้ามาใน
ห้องอยู่เรื่อย ห้องผมเลยค่อนข้างเย็นมาก วันนี้ก็เช่นกัน อากาศในห้องเย็นเอาเรื่อง
ผมซึ่งนั่งทำงานอยู่หน้าคอมเลยรู้สึกหนาว จะหนีหนาวไปไหนก็ไม่ได้ ต้องทำงาน
ผมก็เลยเดินไปต้มน้ำร้อนเพื่อชงชามากินไล่ความหนาวซะหน่อย เมื่อน้ำเดือดได้ที่
ผมชงชาใส่กาน้ำชาคู่ใจแล้วเอามาวางไว้ที่โต๊ะคอม พอจะรินใส่จอกน้ำชา สายตา
ของผมก็มองเห็นสิ่งผิดปกติ

กาน้ำชาของผมแตกลายงา

เออ เหวอะ เฮ้ย แปลกดี ผมจำได้ว่า ผมใช้งานกาใบนี้ครั้งสุดท้ายก็เมื่อประมาณต้น
เดือนนี้เอง ตอนนั้นก็ไม่สังเกตเห็นว่าตัวกาแตกลายงาเลย ผมเลยหยิบกาขึ้นมา
สำรวจดูรอบๆ ลายงาระบายไปทั่วทั้งกา ไม่เว้นแม้กระทั่งข้างในกา ตรงก้นกาก็ยังมี
ลายแตกอยู่เต็มไปหมดเหมือนกัน

ผมยิ้ม มองกาน้ำชาพลางคิดในใจว่า เออ กาใบนี้สงสัยจะเก่าได้ที่แล้วสินะ ถึงได้
แตกลายงาซะพร้อยขนาดนี้ นี่ถ้าผมไม่ทำแตกไปซะก่อน เก็บรักษาไว้อีกสักสิบปี
ยี่สิบปี กาน้ำชาผมอาจจะกลายเป็นเครื่องลายครามราคาแพงก็ได้ ใครจะรู้

ว่าแต่ว่าทำไมมันแตกลายงาล่ะ ?

ย้อนรำลึกถึงวิชาวัสดุศาสตร์ที่ยังไม่ได้ส่งคืนอาจารย์ไป เซรามิกนี่เป็นวัสดุเปราะ
ถ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเร็วๆก็จะเกิด Microcrack ได้ง่าย และถ้าผ่านไปนาน
เข้า Microcrack ก็จะกลายเป็นรอยแตกที่สามารถสังเกตเห็นได้

ก็เป็นธรรมดาของกาอยู่แล้วนี่ที่ต้องโดนน้ำร้อนลวกและแถมพอรินน้ำชาไปเรื่อยๆ
ตัวกาก็จะเย็นลงอย่างรวดเร็ว ร้อนๆ เย็นๆ สลับไปมาเรื่อยๆแบบนี้ กาก็เกิดแตกลายงา
ยิ่งใช้บ่อยๆ ก็ยิ่งแตกลายได้ง่าย

ทำงานไป ซดชาไป ไม่นานนักชาก็หมด ผมเลยเดินอมยิ้มอย่างอารมณ์ดี ว่าจะไปกด
น้ำร้อนเติมใส่ลงในกาน้ำชาเพิ่มอีก แต่ก่อนจะไปถึงกาต้มน้ำ ผมก็เห็นตัวเองที่หน้า
กระจกโต๊ะเครื่องแป้งซะก่อน

รอยตีนกาผุดขึ้นหลายรอย

ผมหยุดยิ้มทันที ภาพรอยตีนกาบนหน้าของผมก็หายไปด้วย ผมเลยเดินไปที่กระจก
ดูหน้าตัวเองชัดๆ รอยตีนกาไม่ได้หายไปหรอก มันจางเป็นเส้นเล็กๆ เฉยๆ พอผมยิ้ม
อีกครั้ง รอยตีนกาก็ผุดขึ้นมาโผล่ประจานบนใบหน้าของผม

อืม... เริ่มแก่แล้วสินะ

ผมถอนหายใจนิดหน่อย ก่อนละกระจก เดินไปเติมน้ำร้อน พอระดับน้ำสูงขึ้น หูจับของ
กาน้ำชาก็เริ่มอุ่นขึ้น ผมสงสัย เลยสำรวจกาน้ำชาดีๆอีกครั้ง ตรงหูจับดูเหมือนว่าจะมี
รอยงาเล็กๆเพิ่มขึ้นมานิดหน่อย

อย่างนี้เองสินะ กาน้ำชาผ่านร้อนผ่านเย็นมามากถึงได้แตกลายงา ตัวผมเองก็คงจะ
ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอก็สมควรเหมือนกัน ถึงได้เริ่มแตกลายงาบนใบหน้าแบบนี้

ผมละสายตาจากกาน้ำชา มองผ่านประตูหลังห้อง สายตาทอดยาวไปบนท้องฟ้าอัน
มืดมิด อีกหลายชั่วโมงกว่าพระอาทิตย์จะขึ้น และก็เป็นเวลาอีกหลายชั่วโมงกว่า
ท้องฟ้าจะกลับมามืดอีกครั้ง

มีเวลาให้กาน้ำชาและผมแตกลายงาได้อีกเยอะ

ผมหันหลังกลับ เดินยิ้มถือกาน้ำชากลับไปที่โต๊ะคอม นั่งทำงานพร้อมกับจิบชาต่อไป




Create Date : 30 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2551 8:31:41 น. 3 comments
Counter : 752 Pageviews.

 
ดีจังเลยนะ
อ่านแล้วอยากจิบบ้างจัง
ขอซักถ้วยนะคะ


โดย: chabori วันที่: 30 พฤศจิกายน 2551 เวลา:9:57:02 น.  

 

แก้วกาแฟบางแก้วที่ใช้มานาน ก็แตกลายงาเหมือนกัน



โดย: ภูติ วันที่: 2 ธันวาคม 2551 เวลา:7:47:32 น.  

 
Good Story


โดย: piinoeizii IP: 180.183.161.50 วันที่: 16 ธันวาคม 2556 เวลา:10:57:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

garnet19th
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add garnet19th's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.