อุโมงค์

ผมมองไม่เห็นสิ่งใดเลย
มันมืด
มืดเสียยิ่งกว่าหลับตากลางป่าดงดิบในคืนเดือนมืด
มันมืดจนหัวใจของผมรู้สึกได้
ผมมองไม่เห็นอะไรเลย
อา...
มันมืดมนไปหมด

สองมือของผมป่ายเปะปะควานไปทั่ว
พยายามหาสิ่งที่พอจะให้จับ ให้ยึดเหนี่ยวได้
เพราะถ้าไม่หาแล้ว
ผมจะรู้สึกว่า ผมกำลังจมดิ่งไปสู่ก้นห้วงแห่งความมืดที่ลึก ลึกลงไปเรื่อยๆ
แต่อนิจจา...
ไม่มีแม้แต่สายลมพัดผ่าน
ไม่รู้สึกถึงเวลาที่ไหลผ่าน
รอบกายมีแต่ความว่างเปล่า
ข้างในใจผมก็ห้อมล้อมด้วยความว่างเปล่า
ไม่มีสิ่งใดที่ให้ผมจับต้อง ให้ผมยึดมั่น เชื่อมั่น
ผมกำลังอยู่ในอวกาศแห่งความมืดมิด
มีเพียงพื้นเท่านั้นที่ทำให้ผมรู้ว่า ผมไม่ได้ล่องลอย
แต่ผมกำลังไร้ทิศทาง
เพราะไม่มีสิ่งใดเลยที่ผมจะใช้เป็นจุดอ้างอิง
ไม่เว้นแม้กระทั่งใจของผมเอง
มืดมนไร้หนทาง

ผมทรุดลงนั่ง
อ่อนล้า ร่างกายไร้เรี่ยวแรง
หัวใจของผมหอบเหนื่อย จนต้องถอนหายใจ
สิ้นแรงและกำลังไปเรื่อยๆ
ราวกับว่าร่างกายและจิตใจกำลังโดนกลืนกิน
ละลายไปกับความมืด ความว่างเปล่า
หายไปอย่างช้าๆ

ความกลัวทำให้ผมต้องกอดตัวเองไว้
อย่างน้อยการกอดตัวเองก็ทำให้ผมรู้ว่า ผมยังมีร่างกายอยู่
ยังไม่ได้ละลายไปกับความมืด
หรือเป็นหนึ่งเดียวกับความว่างเปล่า
แต่ก็แค่นั้น
มันไม่ได้ช่วยให้ผมมีสิ่งยึดเหนี่ยว
แต่กลับทำให้ผมจมลงไปกับตัวเองแทน
ผมยังคงไร้หนทาง

ผมลุกยืนขึ้นอย่างพรวดพราด
ออกวิ่งอย่างเต็มกำลังในความมืดมิดอย่างไร้ทิศทาง
วิ่งเพื่อให้เหนื่อย วิ่งเพื่อให้หอบ
เพียงเพื่อให้ตัวผมรู้สึกว่าหัวใจของผมกำลังเต้นอยู่
ถึงจะถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมน
แต่มันก็กำลังเต้นอยู่ เต้นเร็วขึ้นและแรงขึ้น

เสียงดังตึง !
ผมหงายผึ่ง เอาหลังฟาดพื้นดังโครม
ความเจ็บปวดแผ่ร้าวไปทั่วร่าง
ความเจ็บปวดอันเต็มเปี่ยมไปด้วยความปิติ
ผมยันตัวลุกขึ้นมา
มือไขว่คว้าคลำไปข้างหน้า ด้วยความลิงโลด
สัมผัสที่มือผมรู้สึกได้คือ ความเย็นเฉียบ
ผนังอันเย็บเฉียบ
เป็นความเย็บเฉียบที่น่ายินดียิ่งกว่าสิ่งใด

มือผมลูบไล้ผนังเย็นเฉียบ
ขาผมก้าวย่างพาร่างผมเคลื่อนที่
อาศัยผนังเป็นจุดอ้างอิง ผมเริ่มออกเดิน
ผมเดิน เดิน เดินและเดิน
เดินเป็นเวลานานมาก
นานจนทำให้สงสัย
ว่าผมกำลังเดินวนซ้ำที่เดิมไปมาเป็นวงกลมหรือเปล่า
นานจนทำให้สงสัย
ผนังนี้เป็นผนังที่ทอดยาวไม่มีที่สิ้นสุดหรือเปล่า
นานจนทำให้สงสัย
ผมกำลังเดินอยู่จริงรึเปล่า
แต่ถึงกระนั้นผมก็ยังคงเดินต่อ
เดินอย่างไม่รู้จุดสิ้นสุด
เพียงเพื่อให้พ้นจากความมืดมิดอย่างที่เป็นอยู่นี้

หลังจากการเดินในความมืดมิดเป็นเวลานาน
นานซะจนผมคิดว่ามันไม่มีวันสิ้นสุด
ผมก็ออกวิ่ง
ทุกฝีก้าวส่งเสียงดังกังวาน และหนักแน่น ปราศจากความลังเล
ผมวิ่งไปหาแสงสว่าง

อุโมงค์ไม่ว่าจะมืดมิดแค่ไหน
ไม่ว่าจะลึกเพียงใด
ขอแค่ก้าวเดินต่อไปเรื่อย
สุดท้ายที่ปลายทางก็จะมีแสงสว่างอยู่เสมอ
และหนทางก็จะปรากฏชัดเจนขึ้น
หนทางที่เราจะเดินต่อไป
หนทางที่มีแต่แสงสว่าง



Create Date : 25 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2551 8:30:39 น. 1 comments
Counter : 301 Pageviews.

 

อืมม ก็หวังว่าปลายทางของเป็นอุโมงค์ที่มีทางออกที่เปิดสู่แสงสว่าง ไม่ใช่ด้านทางที่มันตัน :)

แต่หากไม่เดินต่อไป มันก็จมอยู่กับตัวเอง จะฟุ้งซ่านซะเปล่าๆเนอะ


โดย: ภูติ วันที่: 26 พฤศจิกายน 2551 เวลา:7:42:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

garnet19th
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add garnet19th's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.