เมืองช้อนยาว

ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นเวลาที่ใกล้หัวค่ำอะไรมากมายนัก แต่ท้องฟ้าก็กลับเริ่มมืดหม่นไร้
ความสดใส คงจะเป็นเพราะแสงอาทิตย์คงถูกเมฆฝนแปรสภาพให้กลายเป็นหยดน้ำที่
ร่วงหล่นอย่างไม่ขาดสายอยู่ในตอนนี้

เด็กสาวคนหนึ่งเดินถือร่มอยู่ท่ามกลางสายฝน เธอกำลังมุ่งหน้ากลับบ้านของเธอ
ระหว่างทางกลับ เธอก็เห็นรถยนต์คันหนึ่งจอดเสียอยู่ข้างทาง ชายที่ดูท่าว่าน่าจะเป็น
เจ้าของรถกำลังเปลี่ยนยางอย่างขะมักเขม้นท่ามกลางสายฝนอยู่

" มีอะไรให้ช่วยไหมคะ ? "
เด็กสาวเดินเข้าไปหาชายผู้นั้นพร้อมกับยื่นร่มไปกันฝนให้ เพราะว่าเธอสังเกตเห็นเขา
ยกมือขึ้นมาปาดน้ำฝนที่ไหลเข้าตาอยู่บ่อย ๆ พร้อมกับถามด้วยความปราถนาที่จะ
ช่วยเหลือ

ชายคนนั้นชะงักมือ เงยหน้าขึ้นมามองเด็กสาว เขายิ้มให้เธอพร้อมกับพูดว่า
" ไม่เป็นไรครับคุณหนู แค่คุณหนูมาถือร่มกันฝนให้แบบนี้ ผมก็รู้สึกรบกวนคุณหนู
มากแล้ว และอีกอย่าง ผมก็ใกล้จะเปลี่ยนยางรถเสร็จแล้วครับ "

" ถ้าไม่มีอะไรให้หนูช่วย งั้นหนูขอถือร่มอยู่แบบนี้จนกว่าจะซ่อมเสร็จได้ไหมคะ ? "
" คุณหนูไม่ต้องมาลำบากมาถือร่มให้ก็ได้ ผมรู้สึกเกรงใจจะแย่อยู่แล้ว "
" ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ หนูเองก็ยังไม่ได้รีบกลับบ้านหรอกค่ะ "
" อืม งั้นก็ขอบคุณนะครับ "
ชายคนนั้นหันหน้ากลับไปสู่ล้อรถ เร่งมือเปลี่ยนยางรถอย่างเต็มที่ เขาไม่ต้องการให้
เด็กสาวถือร่มเพื่อกันฝนให้เขาเป็นเวลานานเกินไปด้วยเกรงว่าจะทำให้เธอเมื่อยล้า

สายฝนยังคงพร่างพรมอยู่ น้ำฝนไหลจากร่มเป็นทางลงสู่พื้น ค่อย ๆ เซาะพื้นดินเป็น
หลุมลึกไปเรื่อย ๆ ก่อให้เกิดเป็นอาณาเขตของร่มกันฝนบนผืนดินขึ้นมา

" มาจากไหนเหรอคะ ? "
" มาจากเมืองข้าง ๆ ครับ ผมเป็นพ่อค้าเร่ ขายของตามเมืองต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ "
" แล้วขายอะไรคะ ? "
" ขายช้อนครับ "
" งั้นเหรอคะ แหมพอดีเลย เมืองนั้นเขาใช้ช้อนทานอาหารกัน อย่างนี้ก็คงจะขายดีใช่
ไหมคะ ? "

ชายหนุ่มหยุดมือ หันกลับพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองเด็กสาว
" ผมก็เคยคิดเช่นนั้น จำได้ดีเลยล่ะ ตอนที่เข้าไปเมืองนั้นเป็นครั้งแรก ผมแวะเข้า
ร้านอาหารร้านหนึ่ง มันทำให้ผมประหลาดใจมาก ช้อนทานอาหารที่ใช้กันในร้านยาว
ประมาณหนึ่งช่วงแขนคน มันยาวมากเลยจริง ๆ ยาวจนไม่สามารถตักอาหารเข้าปาก
ด้วยตัวเองได้เลย และที่น่าประหลาดใจที่สุดก็คือแขกในร้านอาหารนั่นทุกคนใช้
ช้อนยาวตักอาหารจากจานของคนที่นั่งตรงข้ามกันแล้วก็ป้อนให้กันและกันทาน "

" ฮิ ๆ ก็เมืองนั้นมีฉายาว่า เมืองช้อนยาว นี่คะ "
เด็กสาวหัวเราะน้อย ๆ

ชายหนุ่มพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะเล่าต่อ
" ผมสงสัยมากก็เลยถามเจ้าของร้าน ซึ่งเขาก็บอกว่าเมืองที่เขาอยู่ใช้ช้อนแบบนี้มานาน
มากแล้วตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ผมก็เลยถามต่อว่า ช้อนยาวมากเกินไปแบบนี้มันใช้งาน
ไม่สะดวกไม่ใช่เหรอ เขาก็ตอบมาว่า พวกเขาใช้ช้อนแบบนี้ตั้งแต่เล็กจนโต ก็เลยรู้สึก
เป็นเรื่องปกติธรรมดาไม่ได้ลำบากอะไร "

" แล้วยังไงต่อคะ ? "
เด็กสาวถามชายหนุ่มหลังจากที่เขาหยุดเล่าเรื่อง หันหน้ากลับไปเปลี่ยนยางรถต่อ

" ทีนี้ผมก็เลยมีความคิดว่า ถ้าเอาช้อนที่มีขนาดสั้นกว่านั้นมาขาย ก็น่าจะขายได้ดี
อย่างแน่นอน เพราะมันใช้ทานอาหารได้สะดวกกว่าช้อนยาวนั่น พอเดินทางกลับมาที่
เมืแงขแงผม ผมก็รีบไปกว้านซื้อช้อนสั้น ๆ แล้วย้อนกลับไปเร่ขายที่เมืองนั้น "
ชายหนุ่มหยุดพูด เขาเก็บเครื่องไม้เครื่องมือเข้าใส่ลังเครื่องมือเพราะว่าเปลี่ยนยางรถ
เสร็จแล้ว

เขาลุกขึ้นยืนนำลังเครื่องมือและยางที่เสียไปวางไว้ท้ายกระบะรถ เด็กสาวเดินถือร่ม
ตามชายหนุ่ม เธอชูร่มสูงจนแทบจะสุดมือของเธอ

"มาเดี๋ยวผมถือให้ "
ชายหนุ่มยิ้มพร้อมกับยื่นมือไปขอร่มจากเด็กสาวมาถือ เขารู้สึกสงสารที่เธอต้องถือร่ม
แบบเขย่งขาเพราะว่าความสูงต่างกันเกินไป

" แล้วขายดีไหมคะ ? "
เด็กสาวยื่นร่มให้ชายหนุ่มถือพร้อมกับถามเขา

" มันน่าแปลกใจมาก ไม่มีใครซื้อช้อนที่ผมเอามาขายเลย ผมวนเวียนเร่ขายไปทั่วทั้ง
เมืองเกือบหนึ่งเดือน แต่กลับขายไม่ออกแม้แต่คันเดียว เคยถามคนที่แวะมายืนดูว่า
ไม่ลองซื้อช้อนสั้น ๆ ไปใช้งานดูเหรอ มันใช้งานสะดวกกว่าช้อนยาวนะ แต่เขาก็ตอบ
กลับมาว่า มันก็น่าสะดวกขึ้นจริงอยู่ แต่คงไม่คิดจะเปลี่ยนช้อนหรอก เพราะว่าชินกับ
ช้อนยาวแล้ว "
พูดจบ ชายหนุ่มก็ถอนหายใจ

" แย่จังเลยนะคะ "
เด็กสาวแสดงความเห็นใจ

ชายหนุ่มมองหน้าเด็กสาว เขายิ้ม คืนร่มให้เด็กสาวแล้วจึงหันหลังไปเลิกผ้าคลุมกันฝน
ที่ท้ายกระบะรถหยิบช้อนมัดหนึ่งยื่นให้เธอ
" มันก็ไม่แย่ขนาดนั้นหรอก เดี๋ยวผมไปเร่ขายที่เมืองอื่นต่อก็ได้ ส่วนนี่ก็เป็นสิ่งแทน
คำขอบคุณที่คุณหนูมีน้ำใจช่วยผม ขอบคุณคุณหนูมากครับ "

เด็กสาวมองมัดช้อนอย่างลังเล
" แต่ที่บ้านของหนูใช้ตะเกียบ เมืองนี้ทุกคนต่างก็ใช้ตะเกียบนะคะ "
" ก็คิดเสียว่าเป็นของชำร่วยก็แล้วกันนะครับ "
" งั้นก็ขอบคุณนะคะ "

ฝนเริ่มปรอยปรายเป็นเม็ดน้อยลงเรื่อย ๆ อีกไม่นานคงจะหยุดตก ท้องฟ้ายามค่ำคืนคง
จะไร้เมฆหมอกและเปิดกว้างเป็นเวทีให้แสงดาวเปล่งประกายระยิบระยับประชันกัน
เด็กสาวเดินกลับบ้านพร้อมกับหมุนร่มไปมาอย่างอารมณ์ดี เธอคิดในใจว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้
จะเอาช้อนที่รับมาไปแจกเพื่อน ๆ ที่โรงเรียน



Create Date : 13 สิงหาคม 2552
Last Update : 13 สิงหาคม 2552 11:48:44 น. 1 comments
Counter : 277 Pageviews.

 
เรื่องราวน่ารักดีค่ะ เขียนมาให้อ่านอีกนะคะ


โดย: คนชอบอ่าน IP: 124.120.105.26 วันที่: 19 สิงหาคม 2552 เวลา:15:08:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

garnet19th
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add garnet19th's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.