แววตาคู่นั้น



ไม่ได้อัพบล็อกนานมาก...
มัวแต่ไปแท่ดๆ ที่ FB
กลับจากญี่ปุ่นมา 3 เดือนแล้ว
ยังไม่ได้อัพลงบล็อกเลย

วันนี้อยากเขียนเรื่องบางเรื่อง
ก็เลยแวะเข้ามาซักหน่อย

ใกล้เทศกาลตรุษจีน
ตามธรรมเนียมต้องล้างบ้าน
ทำความสะอาดกันขนานใหญ่

รื้อของที่ไม่ใช้ออกมาได้กองเบ้อเริ่ม
รวมทั้งตุ๊กตาตัวใหญ่สภาพมอมแมม
ผมเป็นสังกะตัง ตากระพริบไม่ค่อยจะได้
แต่โดยรวมแล้วยังน่ารักน่าชังอย่างมาก

จำได้ว่าเธอเป็นตุ๊กตาตัวน้อยของหลานสาว
ซึ่งตอนนี้ชีไม่เหลียวแลน้องตุ๊กตาแล้ว
ของเล่นปัจจุบันกลายเป็น BB สีดำตัวเขื่อง

อย่ากระนั้นเลย
เอาเข้าเครื่องซักผ้าทำความสะอาดซักหน่อยดีกว่า
แล้วเดี๋ยวค่อยให้เด็กๆ แถวๆนี้

เมื่อวานออกไปธุระที่เยาวราช
ระหว่างเดินออกจากหมู่บ้าน
เห็นรถซาเล้งรับซื้อของเก่าจอดอยู่
ก็ไม่ได้คิดอะไร
จนสายตาเราเหลือบไปเห็นเด็กผู้หญิงตัวดำปิ๊ด
นั่งหน้าเป็นอยู่ในรถ

ฉับพลันนึกถึงเจ้าตุ๊กตาตัวสวยขึ้นมาได้
เลยบอกให้คุณลุงเจ้าของซาเล้งว่า
อย่าเพิ่งไปไหนนะคะ
เดี๋ยวมา...จะเอาตุ๊กตามาให้เจ้าตัวเล็กนี่หน่อย

รีบวิ่งกลับบ้าน หยิบตุ๊กตาตัวสวย
พอเจ้าตัวเล็กเห็นก็รีบเอื้อมมือมอมๆ ออกมารับ
อุ้มตุ๊กตาเข้าแนบอกผอมๆทันที
รอยยิ้มพราวไปทั้งหน้า
แม้ฟันหน้าจะไม่มี
แต่แววตาใสวิ๊งๆ
โอ๊ย ดีใจมากเลยที่เจอเธอ
และได้ให้น้องตุ๊กตากับคนที่อยากได้จริงๆ
แววตาของเธอทำเรามีความสุขมาก

เธอเอานิ้วเล็กๆเขี่ยลูกตาตุ๊กตาเล่น
เงยหน้าขึ้นพร้อมยกตุ๊กตาอวดพ่อ
ตอนเธอยกตุ๊กตาขึ้น
เราเห็นที่เท้าน้อยๆพันผ้าพันแผล
เกือบเต็มเท้า
พ่อเธอเล่าว่า
วันก่อนเท้าเธอเข้าไปในซี่ล้อรถซาเล้ง
เพราะพ่อไม่ทันสังเกตว่าเท้าลูกแกว่งอยู่ใกล้ล้อ
ผลปรากฎว่าลูกได้แผลไปเต็มๆ
ทุกเย็นพ่อต้องพาไปหาหมอเพื่อล้างแผล

พ่อสอนให้เจ้าตัวเล็กยกมือไหว้ขอบคุณ
เธอก็ทำตามอย่างกระดากอาย

ความสุขของการแบ่งปันเป็นแบบนี้เอง
ถ้าเราเก็บตุ๊กตาไว้เพราะมันมีความทรงจำ
ของหลานสาวตัวจ้อยอยู่
เราก็มีความสุข...

แต่มันไม่เท่ากับความสุขที่เห็นแววตาคู่นั้น
ของเจ้าตัวเล็ก....
เวลาเงยหน้าขึ้นมองเรา
พร้อมทั้งเอื้อมมือมาอุ้มตุ๊กตา
รอยยิ้มและแววตาบริสุทธิ์

...เข้ามาเพื่อบอกว่า...
สิ่งของรอบตัวที่เราไม่ได้ใช้
ถ้ามีโอกาสแบ่งปันออกไป
ให้ผู้ที่ต้องการดีกว่า
เพราะถ้ายังอยู่กับเรา
มันก็จะเก่าลงเรื่อยๆ
และหมดประโยชน์ไปในที่สุด






 

Create Date : 30 มกราคม 2554    
Last Update : 30 มกราคม 2554 11:32:42 น.
Counter : 243 Pageviews.  

ครบรอบ 2 ปี กำเนิด blog




ไม่น่าเชื่อเลย
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก

ถือฤกษ์ดีหยิบเรื่องดีๆ
ของคนดีๆมาเล่า

เคยคิดว่าในชีวิตหนึ่งที่ผ่านมา
เรารู้จักผู้คนมากมาย
แต่ละคนมีทั้งด้านดีและด้านไม่ดี

บางคนหันด้านดีมาให้
ในทางตรงกันข้าม
บางคนก็หันส่วนไม่ดีเข้าใส่

เจอะเจอมาแล้วกับคนหลากหลายรูปแบบ

วันนี้
ได้เจอผู้หญิงอีกคนหนึ่ง
ไม่ได้คบกันจริงจัง
จะเจอกันก็ต่อเมื่อมีงานที่ต้องติดต่อกัน

เพิ่งรู้ถึงกิจวัตรประจำวันของเธอ
จากเพื่อนคนหนึ่ง
กิจวัตรที่แปลกแหวกแนว
แต่ได้ใจเราไปเต็มๆ

เขยิบเข้ามาฟังดูนะคะ
ผู้หญิงคนนี้น่าสนใจมากกกกก

เธอพักอยู่คอนโดคนเดียว
เป็นสาว(เหลือน้อย)ที่ทำงานตัวเป็นเกลียว

ตามมาดูวิถีชีวิตของเธอกันค่ะ

เช้า : ตื่น อาบน้ำ แต่งตัว ชงกาแฟ
ไม่เห็นแปลกเลย
เหมือนเราเป๊ะ

แต่ที่แตกต่างก็คือ

เธอชงกาแฟให้ตัวเอง 1 แก้ว
แล้วก็ชงกาแฟอีก 1 แก้ว (ใส่กระป๋องโยเกิร์ตที่ล้างเรียบร้อยแล้ว)
ลงลิฟท์มาชั้นล่างส่งให้กับยามวัยกลางคนหน้าคอนโด

เปล่า เธอไม่ได้เป็นอะไรกับเขา
ไม่ได้เป็นญาติ
ไม่ได้เป็นกิ๊ก
เพียงแต่งเห็นหน้าเขาทุกวันเท่านั้นเอง

ตกเย็น : เธอเดินมาหาของกินหน้าคอนโด
มือถือถุงก๊อบแก๊บ ข้างในถุงเต็มไปด้วย
หนังสติ๊กที่ถูกเก็บสะสมไว้ทุกวัน
จากถุงแกงบ้าง ถุงน้ำจิ้มบ้าง
แล้วในถุงยังมีถุงก๊อบแก๊บอีกหลายขนาด
พับเก็บเรียบร้อย
สะสมจนได้กองใหญ่
ว่าแต่เธอถือมันไปไหนกันนะ

เธอเดินตรงไปที่ร้านขายส้มตำรถเข็น
ส่งถุงก๊อบแก๊บให้แม่ค้าพร้อมด้วยรอยยิ้มจริงใจ

เปล่า เธอไม่ได้เป็นอะไรกับแม่ค้า
ไม่ได้เป็นญาติ
ไม่ได้เป็นเพื่อน
เพียงแต่งเห็นหน้าแม่ค้าส้มตำทุกวันเท่านั้นเอง

วันหยุดเธอเก็บกระดาษ A4
ที่เต็มไปด้วยตัวหนังสือทั้งสองด้าน
แต่เป็นส่วนที่พิมพ์ผิด
และไม่ได้ถูกนำไปใช้งาน
เธอเก็บรวบรวมได้ปึกใหญ่
แล้วยกใส่ท้ายรถ
มุ่งตรงไปบริจาค
ให้กับหน่วยงานที่ดูแลคนตาบอด
เพื่อให้เขานำไปทำอักษรเบล

ผู้หญิงหน้าตาธรรมดา
หาได้ทั่วไปตามท้องถนน
แต่ความดีที่เธอทำ
หาไม่ได้ตามท้องถนน

วันครบรอบ 2 ปี
ของ blog
ขอเขียนถึงเรื่องดีๆ
ของคนดีๆ
เอาฤกษ์เอาชัยหน่อยนะคะ






 

Create Date : 29 ตุลาคม 2552    
Last Update : 29 ตุลาคม 2552 22:25:25 น.
Counter : 185 Pageviews.  

ใครกำหนด



เปล่าค่ะ
ไม่ได้จะเขียนถึงนวนิยายชื่อดัง
ของคุณศรีฟ้า ลดาวัลย์
แต่อย่างใด

แต่วันนี้จะเขียนถึง
เรื่องๆหนึ่งที่เกาะติดอยู่ในใจมานานมาก

"ใครกำหนด"
เรารู้สึกมานานมากแล้วว่า
ทำไมนะชีวิตของเราจึงต้องถูก
ใครต่อใครมากำหนด
มาตัดสินเราตลอดชีวิต

เริ่มจาก อุแว้ ออกจากท้องแม่
หมอก็มากำหนดว่า
จะคลอดประมาณวันนี้ ถึงวันนี้นะครับ
คุณพ่อคุณแม่บางคน
หาฤกษ์งามยามดี
เอาวันนี้ดีกว่าค่ะหมอ
วันที่ 9 ดีกว่าเลขสวยดี

คลอดออกมา
แม่ก็กำหนดให้กินนมผง
เพราะแม่ไม่สะดวกให้นมจากเต้า

โตมาก็กำหนดให้เข้าอนุบาลลูกหมีแพนด้า
เข้าโรงเรียนประถมชื่อดัง
แม้ว่ามันจะไกลจากบ้านมากก็ตาม

เข้ามหาวิทยาลัยก็ต้องกรุงเทพฯ
ไปต่างจังหวัดไกลๆไม่ได้แม่เป็นห่วง

ระหว่างเรียน
บรรดาอาจารย์ก็กำหนดให้เข้าเรียนให้ครบ
กำหนดส่งงานให้ครบ
อาจารย์เป็นคนตัดสินให้สอบตก
หรือว่าให้สอบผ่าน
ขึ้นอยู่กับอาจารย์ทั้งนั้น

เราถูกตัดสินโดยคนอื่นๆรอบตัวตลอดชีวิต

พอมาทำงาน
นึกว่าจะหลุดพ้น
จ๊ากกกกก เริ่มจากสมัครงาน
ก็มีฝ่ายบุคคลมาตัดสินแล้วว่า
จะส่งรายชื่อให้เจ้านายพิจารณาดีมั้ยนะ
แค่ดูจากใบสมัครกับประวัตินิดหน่อย

หลุดจากฝ่ายบุคคล
ก็ถูกระดับหัวหน้ามาตัดสิน
คุยด้วยไม่กี่คำ
ก็ชี้ชะตาชีวิตเราได้แล้วว่า
ควรผ่านหรือไม่ผ่าน
เงินเดือนเท่าไหร่ดี

เข้าทำงานก็ต้องมีคนมาวัด
ความสามารถ

เคยสงสัยมั้ยว่า
กว่าเราจะจบชีวิต
เรายังถูกใครอีกกี่คน
เข้ามากำหนด
เอาไม้บรรทัด(กฏเกณฑ์)ส่วนตัวของเขา
มาวัดหรือมาชี้ชะตาชีวิตเรา

ทุกย่างก้าวของชีวิต
ดูจะหนีไม่พ้นเอาซะเลย
มีอย่างเดียวละมั้งที่
ใครๆก็กำหนดไม่ได้
นั่นก็คือ วันตาย ของเรา
มันจะมาวันไหนไม่มีใครรู้

แต่นี่เราได้ข่าวมาว่า
ในอนาคตเขาจะมีการอนุญาต
ให้คนแก่ คนเป็นอัมพาต
สามารถขอตายได้แล้วนะ
เมื่อวันนั้นมาถึง
คุณก็อาจจะเป็นอีกคนหนึ่ง
ที่ได้กำหนดชะตาชีวิตตัวเอง
โดยกำหนด วันตาย ให้ตัวเอง ก็เป็นได้






 

Create Date : 27 กันยายน 2552    
Last Update : 27 กันยายน 2552 18:41:33 น.
Counter : 232 Pageviews.  

คน 3 วัย ในร้านฟาสต์ฟู้ด



ตอนนี้เข้าสู่เดือนกันยายนแล้ว
หลายประเทศอากาศเริ่มเย็นลง
แต่สำหรับบ้านเรา
กระแสความร้อนยังโหมกระหน่ำไม่หยุด
จนต้องหนีเข้าหาแอร์เย็นฉ่ำในห้างสรรพสินค้า

ร้านกาแฟเจ้าประจำวันนี้คนหนาตา
หันรีหันขวางเห็นร้านฟาสต์ฟู้ด
ใจนึกอยากกินนักเก็ตขึ้นมาตะหงิดๆ
ขาก็พาเดินเข้าไปหาที่นั่งจนได้

แล้วก็ได้นักเก็ตมากินแกล้มกับน้ำดำรสซ่า
ค่อยยังชั่วหน่อย ความร้อนเริ่มคลาย
ปากก็กิน ส่วนตาก็สอดส่ายไปทั่ว
เป็นนิสัยประจำตัวที่ไม่คิดจะแก้ไข

พื้นที่ในร้านค่อนข้างแคบ
ทำให้โต๊ะแต่ละตัวตั้งอยู่ชิดติดกัน
เหลือที่ว่างให้เดินไปมาไม่เท่าไหร่
ใครนินทาใครได้ยินโม้ดดดดด

โต๊ะด้านหน้า
เป็นเด็กสาววัยรุ่นนั่งคุยกันเสียงดัง
แบบไม่แคร์ ไม่สนคนรอบข้าง

"เฮ้ย ตกลงแจบอมจะกลับมามั้ยวะ"
"ไม่รู้ดิ แมร่งเซ็งโคด"
"พวกแอนตี้แฟนแมร่งโคดร้ายเรยอ่ะ"
"แล้ว JYP ว่าไงมั่งวะ"
ฝ่ายถามยังไม่เลิกราแบบว่าต้องรู้ให้ได้
"เห็นออกมาบอกว่า จะให้อุปป้าแจบอม ตัดสินใจเองอ่ะ"

ข่าว Kpop เริ่มเปลี่ยนจาก 2 PM ไปสู่วงอื่นๆ

โต๊ะด้านข้าง
เป็นสาวใหญ่สองคนนั่งคุยกันดูจริงจัง

" ตกลงเธอให้ลูกไปเรียนกับครูอิ๋วเหรอยัง"
"โทรไปแล้ว เริ่มเรียนวันเสาร์"
"ดีๆ ได้เลขแล้ว ส่วนฟิสิกส์ ก็เรียนกับครูต่อแล้วใช่มั้ย"

จบเรื่องเรียน เธอก็เอ่ยปากถามเรื่องอื่นต่อ

"เออ แล้วเจ้านัทมีแฟนเหรอยัง"
"ยังเลย เป็นห่วง ไม่รู้จะเป็นตุ๊ดเหรอเปล่า แล้วน้องภูมิล่ะ"

แก้วชาเย็นตรงหน้าเริ่มละลาย
เพราะคุณแม่สองคนคุยกันเรื่องลูก
ด้วยความคร่ำเคร่ง ราวกับว่า
จะจัดสรรอนาคตลูกให้เรียบร้อยในวันนี้ให้ได้

หันมาด้านหลัง
คุณลุงกับคุณป้าคู่หนึ่ง
ก็กำลังคุยกัน
แต่ดูเรื่อยๆ สบายๆ

คุณป้าถามคุณลุงว่า

"ขา เป็นยังไงบ้าง เดินมากนะวันนี้"
"ปวดเหมือนกัน ข้างขวานี่ไม่เท่าไหร่
แต่ข้างซ้ายนี่แย่หน่อย"
"เดี๋ยวกินเสร็จแล้ว อย่าลืมกินยาล่ะ หลังอาหารทันทีใช่มั้ย"
"เฮ้อ แย่นะเดินเดี๋ยวเดียวปวดซะแล้ว"
"ไม่ต้องบ่น กินยาไป"
"ไม่รู้ว่าจะเป็นอีกนานมั้ย เธอยังดีนะไม่ค่อยเป็นอะไร"
ป้าค้อนลุงขวับเข้าให้ พร้อมทั้งพูดตัดบท
"โอ๊ย อย่าบ่นเลย ไม่มีอะไรแน่นอนหรอก
ไม่รู้ใครจะอยู่เผาใครเลยด้วยซ้ำ"

คน 3 วัยในร้านฟาสต์ฟู้ด
ทำให้คิดขึ้นมาได้ว่า
มนุษย์เราเหมือนถูกวางระบบไว้แล้ว

วันเวลาที่ผ่านเลย
ทำให้ต้องใช้ชีวิตไปตามรูปแบบ
(ที่ไม่รู้ว่าใครกำหนด)
เหมือนมดที่มันเดินตามๆกันเป็นแถว

แม้บางคนจะพยายายามแตกแถว
แหกกฏระเบียบ
เป็นเด็กแนว แต่สุดท้ายก็ต้องจบที่
กฏของธรรมชาติด้วยกันทั้งนั้น

เฮ้ออออ ว่าแล้วก็ดูดน้ำดำรสซ่าจนเกลีี้ยงแก้ว
เสียงดูดน้ำดังจนคนรอบข้างหันมามอง
จากนั้นพวกเขาก็ค่อยๆหันกลับเข้าสู่วงสนทนาต่อ

คุณล่ะอยู่วัยไหนกันแล้ว
ลองสำรวจดูนะว่าคุณแตกต่างจากคนอื่นๆหรือเปล่า





 

Create Date : 19 กันยายน 2552    
Last Update : 19 กันยายน 2552 0:50:54 น.
Counter : 192 Pageviews.  

ผู้หญิงคิดบวก






ถ้าใครอยู่ในวัยทำงาน
เชื่อว่าจะต้องได้รับการส่งตัวไปฝึกอบรม
สารพัดรูปแบบ
ทั้งนี้เพราะบริษัทต้องการพัฒนาบุคลากร
นัยว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพคน
และส่งผลต่อประสิทธิผลของงานด้วย

เราก็เป็นมนุษย์งานคนหนึ่ง
ถูกส่งไปฝึกอบรมกับเขาด้วยเหมือนกัน
มีอยู่ครั้งหนึ่ง
เป็นเรื่องของการสร้างทัศนคติที่ดี
หวังละลายพฤติกรรม
ให้รู้จักคิดบวก และรักองค์กร

จำได้ว่าวิทยากรแจกกระดาษเปล่าคนละใบ
จากนั้นให้เขียนข้อเสียของหัวหน้างาน
(เขายืนยันว่าเป็นความลับแน่นอน
โดยเอาชื่อเสียงเป็นประกัน)
แต่ละคนเขียนกันมันมือมาก
และเสร็จในเวลาไม่นาน

หลังจากนั้นเขาก็เก็บกระดาษคืนไป
และแจกกระดาษเปล่าอีกใบ
คราวนี้ให้เขียนข้อดีของหัวหน้างาน
คิดๆๆๆ หัวแทบระเบิด
อิอิ ได้มาไม่เกิน 7 บรรทัด
ในขณะที่ข้อเสียเต็มหน้ากระดาษ
และดูเหมือนว่าจะเป็นอย่างนี้กันหมด
ทุกคนที่เข้าฝึกอบรมในวันนั้น
แม้หน้าตาจะแตกต่างกัน
มาจากบริษัทที่แตกต่างกัน
แต่ผลที่ได้ในกระดาษ 2 ใบเหมือนกันเดี๊ยะ

นับจากวันนั้น
ถ้าวันไหนเป็นวันว่าง
เรามักจะหยิบกระดาษขึ้นมา
เขียนตาราง 3 ช่อง
ช่องแรก ชื่อคน
ช่องสอง ข้อดี
ช่องสาม ข้อเสีย

หวังให้ข้อความในช่องสองมากกว่าช่องสาม
แรกๆไม่เคยทำได้เลย
เพราะแต่ละคนที่นึกขึ้นมา
มีแต่คนรอบตัวในที่ทำงาน

ในที่สุดก็เริ่มใหม่
คราวนี้ใส่ชื่อพ่อ แม่ พี่ น้อง คนที่เรารัก ในช่องแรก
ช่องสองก็เลยมากกว่าช่องสาม
ประสบผลสำเร็จในระดับหนึ่ง

การเป็นผู้หญิงคิดบวกนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ
คุณว่ามั้ย.................




 

Create Date : 12 กันยายน 2552    
Last Update : 12 กันยายน 2552 1:04:24 น.
Counter : 246 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

gangbbong
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผู้หญิงธรรมดา..ที่ชอบดูละครเกาหลี รักดาราเกาหลี ชอบเที่ยว ถ่ายรูป อ่านหนังสือ และบางอารมณ์ก็เขียนบทกวี

GangJJang 4ever

Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add gangbbong's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.