วันนี้เมื่อปีที่แล้ว




เสียงพลุยังดังไม่หยุด
คืนนี้ก็เลยนอนไม่หลับ
ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า
วันนี้เมื่อปีที่แล้ว
เราเดินย่ำอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นนี่นา

ย้อนกลับไปดู
เรื่องที่เขียน
ให้รู้สึกผิดว่าเล่าเรื่องไว้
ครึ่งๆกลางๆ

ไหนๆก็ไหนๆ
วันนี้เท่ากับครบรอบ 1 ปี
ที่ไปดูใบไม้เปลี่ยนสีมา
อย่ากระนั้นเลย
เอาเป็นว่า
เมื่อเราไม่เล่าเป็นเรื่องเป็นราว
อย่างที่ตั้งใจไว้
ก็หันมาใส่รูปให้ชมกันดีกว่า
จะได้รู้สึกผิดน้อยลงอิอิ




อาหารมื้อแรกที่ญี่ปุ่น


ทางไปปราสาทโอซาก้า เสียดายใบไม้ยังไม่เปลี่ยนสี
ตรงนี้ถ้าเปลี่ยนสี ต้นไม้ทั้งแถวจะมีใบสีเหลืองสวยมาก


ปราสาทโอซาก้า ฟ้าสวยใสดีนะ


หนุ่มญี่ปุ่นสุดเปรี้ยวแถวอเมริกามูระ


วันนี้ปีที่แล้วอยู่โกเบค่ะ


เจอวัดก็แวะ เขามีงานกันพอดี อย่างนี้ต้องเข้าไปแจม


เห็นเด็กไม่ได้ค่ะ โรคจิตชอบแอบถ่ายอ่ะ


งานอะไรไม่รู้ รู้แต่เด็กๆน่ารัก ชุดสวย


ตาแป๋วแหววววว ดีจัง


หลงรักเด็กคนนี้


แล้วก็คนนี้ด้วย

ตามไปดูตอนที่ 2 ต่อนะคะ




 

Create Date : 03 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2552 1:17:19 น.
Counter : 246 Pageviews.  

ลำพูต้นนั้นที่อัมพวา ตอนที่ 2



หลังจากออกจากวัดบางกุ้ง
ต่อสองแถวเข้าตลาด
เหลือเวลาอีกมากมาย
หาข้าวกินพออิ่มท้อง
จากตลาดเดินไปไม่นาน
ก็ถึงวัดบ้านแหลม
เข้าไปทำบุญตามที่ตั้งใจ

จากนั้นก็เดินไปคิวรถตู้
นั่งรถกลับสบายใจ
ไม่ทันถึงมืดค่ำ
แค่นี้ก็สุขใจแล้ว

มีเรื่องมาเล่าปิดท้าย
ตั้งชื่อหัวเรื่องว่า "ลำพูต้นนั้นที่อัมพวา"
เขียนมาตั้งนาน
คงสงสัยกันแล้วสิว่า
ไม่เห็นพูดถึงต้นลำพูเลย

เรื่องของเรื่องก็คือ
ระหว่างเดินทางด้วยรถสองแถว
จากตลาดไปวัดบางกุ้ง
มีโอกาสได้นั่งคู่ไปกับพี่โชเฟอร์ใจดี
เลยมีไกด์กิติมศักดิ์
ชวนคุยไปตลอดทาง

"โอ๊ยนักท่องเที่ยวเยอะ
เขาไปเที่ยวตลาดน้ำอัมพวากัน
ส่วนใหญ่ก็คนไทยทั้งนั้น
ฝรั่งไม่ค่อยเห็นนะ"

ถ้าจะไปตลาดน้ำอัมพวาก็ต้องตรงไป
แต่ที่ๆเราจะไปเนี่ยต้องเลี้ยวซ้าย

ระหว่างทางมีป้ายบอกว่าเป็นที่พักแบบโฮมสเตย์
ตั้งเรียงรายอยู่สองข้างทาง

โชเฟอร์บอกว่า
"มาเที่ยวหน้าลิ้นจี่สิ
ลิ้นจี่ออกลูกแดงสวย
มีลิ้นจี่วางขายเต็มไปหมด"

พอผ่านคลองผีหลอก
ไกด์จำเป็นก็บอกว่า
"ไม่มีผีอะไรทั้งนั้น
ชื่อผีหลอกก็เพราะว่า
มันคดเคี้ยว วกไปวนมา
เหมือนผีหลอก
ชาวบ้านก็เลยเรียกว่าคลองผีหลอก"

"พี่นั่นต้นลำพูใช่หรือเปล่า
โอ้โหมีเยอะเลยเนอะ
ตรงนี้หรือเปล่าที่นักท่องเที่ยวเขามาดูหิ่งห้อยกันอ่ะ"

"ใช่ นั่นแหละต้นลำพู
โอ๊ยแต่ถูกโค่นไปหลายต้นแล้ว"

"อะไรนะ โค่นทำไมคะ"
เราร้องเสียงหลง
ไม่ไหวจะเคลียร์
เรื่องตัดต้นไม้ในภาวะโลกร้อนแบบนี้
รับไม่ได้อ่ะ เคืองๆๆๆ

"ชาวบ้านเขาหนวกหู
รำคาญนักท่องเที่ยวเสียงดัง
เขาเคยอยู่เงียบๆ
ในไร่ในสวน
รำคาญก็เลยตัดทิ้ง
ตัดไปหลายบ้านแล้ว"

อะไรเนี่ย
ถ้าเรื่องที่พี่โชเฟอร์เล่า
เป็นเรื่องจริง
มันก็เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกต้องนะ

หน่วยงานราชการ
ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว
น่าจะเข้ามาดูแลนะคะ

โถ เจ้าหิ่งห้อยตัวน้อย
แล้วเจ้าจะไปจุดโคมตามหาคนรักได้ที่ไหนล่ะ
ถ้าลำพูต้นนั้นที่อัมพวาโดนโค่นซะแล้ว






 

Create Date : 03 ตุลาคม 2552    
Last Update : 3 ตุลาคม 2552 1:30:00 น.
Counter : 233 Pageviews.  

ลำพูต้นนั้นที่อัมพวา ตอนที่1



ไม่กี่วันที่ผ่านมา
มีโอกาสได้ไปเที่ยว
เป้าหมายคือไปทำบุญ
ตั้งใจไปวัดบางกุ้ง
ที่มีโบสถ์อยู่ในต้นไม้

วันนี้ตั้งใจเล่าให้ฟังว่า
ถ้าใครว่างอยากไปเที่ยว
แบบเช้าไป เย็นกลับ
งบประมาณไม่บานปลาย
แนะนำให้เที่ยวที่อัมพวา
แม่กลอง สมุทรสงคราม

จำไม่ค่อยจะแม่นเล้ย
จะสับสนตลอดระหว่าง
สมุทรสงครามกับสมุทรสาคร
แต่ตอนนี้จำได้แล้ว

เริ่มต้นการเดินทางที่อนุสาวรีย์ชัยฯ
ใต้ทางด่วนฝั่งถนนที่จะไปสะพานควาย
มีคิวรถตู้แม่กลองจอดอยู่
สนนราคาค่าเดินทางคนละเจ็ดสิบบาท
ไปถึงแม่กลองก็ลงที่ตลาด
บอกคนขับก็ได้ว่าจะไปคิวรถสองแถว
วัดบางกุ้ง เขาจะจอดส่งถึงคิวรถพอดี

จากนั้นขึ้นสองแถวค่ารถไปวัดคนละสิบสี่บาทขาดตัว

ที่วัดแห่งนี้ในอดีตเคยเป็นค่ายทหาร
ไปอ่านดูได้ มีป้ายบอกประวัติความเป็นมาตั้งอยู่
ที่เด่นสะดุดตาก็คือ
โบสถ์เก่าแก่ที่มีต้นไม้ สี่ ชนิดขึ้นปกคลุม
ได้แก่ ต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นไกร และต้นกร่าง


มีพระประธานอยู่ในวัดสีทองอร่ามตา
และที่สำคัญที่นี่ยังเป็นสถานที่ที่นักแสวงโชค
ชอบมาขูดหาตัวเลขเด็ดๆด้วยนะ

มีมุมให้ถ่ายรูปมากมาย
รวมทั้งมุม unseen thailand มุมนี้ด้วย



บริเวณลานวัดยังมีหุ่นปั้นแม่ไม้มวยไทย
สารพัดท่าทางไว้ให้ศึกษาด้วย
วันนั้นมีรถบัสหลายคันรถ
พานักเรียนมากันมากมาย
เดินเต็มวัดไปหมด



ไหว้พระขอพร บางคนขอหวย
เสร็จเรียบร้อยก็ออกมาข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม
มีเต่าหกขาให้ดูด้วยนะ
แต่วันนั้นไม่ทันเห็น
เพราะดูเหมือนว่ามันจะหนีไปซุกอยู่ริมกรง
ถ้าไปดูก็ให้สังเกตตัวที่กระดอง
มีทองคำเปลวปิดเต็มหลังนั่นแหละใช่เลย

ระหว่างรอสองแถวขากลับเข้าตลาด
เราตกลงใจซื้ออาหารปลาถุงละห้าบาท
ให้อาหารปลาที่ริมแม่น้ำ
มีความสุขไปอีกแบบ
ลมพัดเย็นสบายแถมได้บุญอีกต่างหาก



ว่างๆก็ไปเที่ยวกันนะคะ
ตอนนี้ก็ดูรูปกันไปก่อน
มีเรื่องเล่าต่อค่ะ
พบกันตอนที่ 2 ละกัน










 

Create Date : 03 ตุลาคม 2552    
Last Update : 3 ตุลาคม 2552 0:40:39 น.
Counter : 541 Pageviews.  

Hello Osaka 2


จากตอนที่แล้ว...
เรามาถึงสนามบินคันไซ
เช้าของวันที่ 1 พฤศจิกายน
อากาศค่อนข้างหนาว
แถมมาเจอการตรวจคนเข้าเมือง
แบบใหม่เข้าให้อีก...
ดีกรีความเย็นเพิ่มขึ้นในบัดดล

มาครั้งนี้พอถึงช่องตรวจคนเข้าเมือง
เราต้องเดินตรงไปตรงคอก...
ยื่นพาสปอร์ตแล้วก็คอยจ้องจอ
คอมพิวเตอร์ที่อยู่ตรงหน้า
พอจอเปลี่ยนเป็นรูปให้วางนิ้ว
เราก็ยื่นนิ้วชี้ ทั้งซ้ายและขวา
วางลงบนแป้น
ถ้าวางถูกตำแหน่ง
จอคอมพ์ก็จะเปลี่ยนเป็นการนับ
3 2 1 แชะ ถ่ายรูปอันแสนงอม
ไว้เรียบร้อย...รับพาสปอร์ต
และเดินออกจากคอก
เป็นอันเสร็จพิธี

เชิญย่ำแดนปลาดิบได้เลย

ออกจากพิธีการที่ทำให้ใจตุ๊มๆต่อมๆ
เรียบร้อยเราก็แวะห้องน้ำแปรงฟัน
เปลี่ยนเสื้อกันที่ห้องน้ำในสนามบินนั้นแล

จากนั้นก็ลากกระเป๋าขึ้นลิฟท์
ไปชั้น 2 เดินทะลุอาคาร
ไปซื้อตั๋วรถไฟสาย nankai zen
จากสนามบินสู่ shinsaibashi
ดีจังที่เป็นต้นทาง
รถไฟไม่มีคนเลยซักคนเดียว
มีแต่สาวกระเหรี่ยง 4 คน
กับกระเป๋าใบโตๆอีก 4 ใบ
ค่าตั๋วรถไฟ 1,090 เยน/คน
และต้องเปลี่ยนรถที่สถานี namba อีกต่างหาก

นั่งออกมาได้ไม่ทันไร
คนก็เริ่มมากขึ้นๆๆๆ
เพราะเป็นช่วงเช้าที่คนเริ่มออกมาทำงาน
อ่านหนังสือการ์ตูน ดูหนังมาก็เยอะ
เขาเบียดเสียดกันจริงๆนะ
รถไฟญี่ปุ่นเนี่ยอ่ะ
แต่ 4 สาวไทยนั่งหน้ามึน
กอดกระเป๋าแน่น
ไม่รู้ไม่ชี้....
โดนมองค้อนเหมือนกัน
แต่เขาน่าจะรู้นะ
ก็รถไฟสายนี้ต้นสายมัน
มาจากสนามบินนี่หว่า
โทษกันไม่ได้เนอะ

ข้อควรระวัง ถ้าไม่ชินทาง
ในสถานีรถไฟของญี่ปุ่น
คุณมีสิทธิ์หลงทางเดินวนเป็นหนูติดจั่น
อยู่ในนั้นได้นะ
แถมถ้ามีกระเป๋าพระเจ้า
เราเตือนคุณแล้ว
มันเหนื่อยมาก
เพราะว่าบางสถานีจะไม่มีบันได้เลื่อน
มีแต่บันไดซีเมนต์
ยกกระเป๋าขึ้น-ลง
อัพแอนด์ดาวน์
หลายรอบมาก...
สังขารไม่อำนวยมีสิทธิ์เดี้ยงได้นะจ๊ะ

แต่ด้วยความที่ศึกษามาก่อน
เราก็เลยมาถึงสถานีและหาประตู1
ได้ไม่ยากเย็น ยกกระเป๋าขึ้น-ลง
บันไดซีเมนต์แค่ 2 รอบ
โผล่ออกมาเจอร้านหลุยส์วิคตอง
เดินตรงไปประมาณ 20-30 ก้าว
ถึงร้านคาร์เทีย เลี้ยวขวา
ตรงไปอีก 40 ก้าวก็จะถึง
โรงแรม วิลล่า ฟอนเทน
เช็คอินยังไม่ได้
เพราะที่นี่เปิดให้เช็คอิน
3 โมงเย็น แต่ฝากกระเป๋าไว้
แล้วไปเที่ยวต่อได้ค่ะ
เป้าหมายแรกของวันแรกที่โอซาก้าก็คือ
แอ่น แอ๊นนนนนน
ปราสาท โอซาก้า ที่นั้นนั่นเอง......









 

Create Date : 31 มกราคม 2552    
Last Update : 31 มกราคม 2552 0:59:02 น.
Counter : 225 Pageviews.  

Hello Osaka



เมื่อทุกอย่างได้ถูกเตรียมการไว้หมด
ซื้อตั๋วเครื่องบินควักกระเป๋าจ่ายไป
กว่า 25,000 บาท สายการบินไทย
จากสุวรรณภูมิ ไป คันไซ
ขากลับจากนาริตะ สู่ สุวรรณภูมิ
บวกค่าที่พักในโตเกียวอีก 2 คืน

แลกกระตังค์ 80,000 เยน
อัตรา 100 เยน 29.89 บาท
กับเงินเยนที่เหลือกลับมา
เมื่อคราวที่แล้วอีก 70,000 เยน
เบ็ดเสร็จมีติดกระเป๋า 150,000 เยน
เดินตัวเบาไปอีกเป็นปีแน่ๆ

และแล้ววันแห่งการรอคอยก็มาถึง
31 ตุลาคม พ.ศ.2551
วู้ๆๆๆๆ ฮัลโลวีนไนท์พอดีเล้ยยยย

ทริปนี้ไปกันทั้งหมด 4 คน
ล้วนแล้วแต่สาวๆ(เหลือน้อย)กันทุกคน
19.30 น.เรียกรถแท็กซี่จากเมืองนนท์
ขึ้นทางด่วนไปสุวรรณภูมิ
มิเตอร์+ ค่าทางด่วนเบ็ดเสร็จ 430 บาท
เงินไหลออกอีกแว้วววววว
ถึงสุวรรณภูมิ 3 ทุ่มพอดี(รถติดมากกก)

คืนนี้เครื่องบิน TG 622 ออกเดินทาง
23.00 น. แล้วคืนฮัลโลวีนก็เริ่มออกฤทธิ์

เช็คอินช่อง H เปลี่ยนเป็น ช่อง C (ลากกระเป๋าอันหนักอึ้ง)
Gate E 4 เปลี่ยนเป็น E 1 A (ลากกระเป๋าอันหนักอึ้ง)
ฝนตกลงมาโครมเบ้อเริ่ม (เครื่องดีเลย์ ครึ่งชั่วโมง)

ท้ายสุดก็ได้โผบินสู่ฟ้ากว้างงงงงง

ตื่นเต้นนนนนน
นั่งหลับตื่นอีกทีมีอาหารเช้ามาบริการ
แต่ฟ้าข้างนอกยังมืดสนิท
อาหารเช้ามีให้เลือกระหว่างออมเล็ตกับปลา
รสชาติไม่ถูกปากเลยอ่ะ
ทั้งปลาและออมเล็ต
ขนาดแย่งกันกินแล้วนะ
แต่ขนมอร่อยแม้จะแข็งไปนิ๊ดนึง
คุณคะ......การบินไทยจะได้ยินมั้ยเนี่ยยยยย

เวลา 6.30 น.โดยประมาณ
เครื่องก็ค่อยๆลงจอดที่สนามบินคันไซ
หลังจากกรอกเอกสาร 2 แผ่น
บนเครื่องเรียบร้อย
4 สาวก็ลงมาเอ้เตยืนเด่นเป็นสง่า
บนรถรางติดแอร์เข้าสู่อาคารผู้โดยสาร

ถึงแล้ว ถึงแล้ว
เป้าหมายแรกก็คือ
โรงแรม วิลล่า ฟอนเทน ชินไซบาฉิ โอซาก้า
แล้วจะมาเล่าต่อนะ พักแป๊บนึง




 

Create Date : 30 มกราคม 2552    
Last Update : 30 มกราคม 2552 21:44:38 น.
Counter : 170 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

gangbbong
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผู้หญิงธรรมดา..ที่ชอบดูละครเกาหลี รักดาราเกาหลี ชอบเที่ยว ถ่ายรูป อ่านหนังสือ และบางอารมณ์ก็เขียนบทกวี

GangJJang 4ever

Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add gangbbong's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.