Valentine's Day , เรื่องเล่าเช้านี้ และ UP

เมื่อเช้าได้ฟัง "เรื่องเล่าเช้านี้" ขณะกำลังขับรถไปทำงาน
คุณ "สรยุทธ์" ได้เล่า เรื่องน่าประทับใจ เรื่องนึงให้ฟัง

เป็นเรื่องของ "ความรัก" ของ ชายชราคนหนึ่ง ที่มีต่อ ภรรยาของเค้า
คุณตาคนนี้ไม่ได้ร่ำรวยอะไร มีอาชีพค้าขาย
อาศัยใน บ้านเช่า เล็ก เล็ก กับ คุณยาย ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
ซึ่งเป็นผลมาจาก การที่ "เส้นเลือดในสมองแตก"

ในทุกวัน คุณตา ก็จะพา คุณยาย ซึ่งนั่ง wheel chair
ออกมาขายของด้วยกัน เป็นที่สนใจของใครหลายหลายคน

ผ่านมา "สองปี" คุณตา ก็ยังคงขายของอยู่ แต่ไม่มี คุณยายเคียงข้างมาด้วย
เพราะ......................"คุณยาย" ได้เสียชีวิต ไปแล้ว
แต่ "คุณตา" ก็พกรูปของคุณยาย ติดตัวตลอดเวลา

คุณตา เล่าให้ฟังว่า คุณตา และ คุณยาย เป็น "รักแรก" ของกันและกัน
ทั้งสองคนได้ไปสาบานรัก กันต่อหน้า "หลวงพ่อโต"
ว่าจะรักกัน และ ดูแล กันและกัน ไปตลอดชีวิต

คุณตา และ คุณยาย ไม่มีลูก เพราะ คุณยายมีลูกไม่ได้
คุณยาย เคย บอกให้ คุณตา มีภรรยาใหม่ เพื่อที่จะได้มี "ลูก" ได้
แต่ คุณตา ไม่ยอม เพราะ คุณตา บอกว่า มีคุณยาย อยู่แล้วทั้งคน
"ไม่ต้องการใครอีกแล้ว....................."

ทุกวันนี้.....ในความเป็นจริง แม้คุณยาย จะไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้ว
แต่ คุณตา ก็ยังรู้สึก ว่า คุณยาย ไม่ได้ จากไปไหน

ฟังมาถึงตรงนี้ ฉันนึกถึง หนังเรื่องหนึ่ง ขึ้นมาทันที
"UP"
คุณตา เฟรดดิกสัน กับ คุณยาย เอลลี่ ไงล่ะ
ใครที่ได้ดู "หนัง" เรื่องนี้
ส่วนใหญ่จะน้ำตาซึม กับ ช่วง 15 นาทีแรก
ที่แม้จะไม่มีบทพูดก็ตามที

คน "สอง" คน ที่รักกัน
และ ดูแลกันและกัน
จนนาทีสุดท้ายของชีวิต

เรื่องเหล่านี้ฟังแล้ว ซาบซึ้งดีจังเลยนะคะ
ใกล้จะถึง "วันวาเลนไทน์" แล้ว ก็ขออวยพร ให้ ทุกคน มีความรักดีดี แบบคุณตา และ คุณยายนะคะ

HAPPY VALENTINES DAY KA

















 

Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2553 17:08:18 น.
Counter : 90 Pageviews.  

Funny Story -move from my hi5

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ฉันพบกับการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง
แม้ฉันเคยเตรียมใจไว้แล้วว่ามันต้องเกิดขึ้นซักวัน
แต่มันมาถึงเร็วกว่าที่ฉันคาดการณ์ไว้อย่างมาก
หลายคนคาดการณ์ว่าฉันจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
แต่เสียใจ "ฉันไม่โกรธเลย" ฉันแค่สงสัยมากกว่า
ว่า "เพราะอะไร ?" "ทำไม ?"

หนึ่งวันให้หลัง มีใครต่อใครรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงนี้
คนเหล่านั้นมา ตั้งคำถามกับฉันมากมายว่าเกิดอะไรขึ้น
ฉันได้แต่แปลกใจว่า "ทำไมเค้าต้องอยากรู้เรื่องของคนอื่น ?"

"มันสลักสำคัญอะไรนักหนากับการดำเนินชีวิตของพวกเค้านักหรือ ?"
"ถ้าพวกเค้าไม่รู้ พวกเค้าจะมีชีวิตต่อไปได้มั้ย ?"

มันน่าแปลก เพราะสำหรับฉันแล้ว
ฉันไม่เคยดิ้นรนอยากจะยุ่งเรื่องของคนอื่นเค้า
เพราะลำพังแค่เรื่องของตัวเองก็ยุ่งวุ่นวายอยู่แล้ว
ทำไมต้องเอาเรื่องคนอื่นมาทำให้รกสมองด้วย

จนวันถัดมา ก็ได้เจอ กลุ่มคนมานั่งจับกลุ่มกันวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้
ฉันถึงได้เข้าใจ เพราะเหตุนี้นี่เอง


ฉันว่าคนพวกนี้น่าสงสารนะ
ที่ต้องพึ่งพาเรื่องราวของคนอื่น มาสร้างความสุขให้กับตัวเอง
คุณว่ามั้ย.................................................

Published in my hi5 dated July 24, 20094:12 PM




 

Create Date : 21 มกราคม 2553    
Last Update : 22 มกราคม 2553 15:20:09 น.
Counter : 50 Pageviews.  

Missing thing - move from my hi5

ทุกวันนี้.............ชีวิตของฉันดำเนินไปอย่าง......เรียบง่าย ปกติ
แต่ฉันเริ่มรู้สึกว่า..........................มีอะไรบางอย่างที่หายไป
ฉันพยายามค้นหาว่าฉันต้องการอะไรมาเติมเต็มชีวิตอีกบ้าง.........
ยิ่งค้น ยิ่งหา กลับเจอแค่เพียง ความรู้สึก "ขาด"...................
มันมีอะไร ขาดหายไป จริงจริง หรือฉัน ทำคำว่า"พอ"หล่นหายไปนะ

Published in my hi5 dated June 18, 2009 5:12 PM




 

Create Date : 21 มกราคม 2553    
Last Update : 22 มกราคม 2553 15:20:18 น.
Counter : 46 Pageviews.  

Balance - move from my hi5

วันก่อนได้อ่านหนังสือเข็มทิศชีวิต II
ผู้เขียนได้พูดถึงเรื่อง สมดุล ของจักรวาล

เค้าบอกว่าทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ล้วนแล้ว
แต่มีสาเหตุมาจากการที่ จักรวาลต้องการรักษาสมดุล

เมื่อใดที่มีอะไรผิดแปลกไปจากสมดุลของมัน
จักรวาลจะทำการปรับให้มันกลับสู่สมดุล

มันไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา
มันเป็นเรื่องของสมดุลของจักรวาล
ต่างหากล่ะ

Published in my hi5 dated March 16, 2009 5:35 PM




 

Create Date : 21 มกราคม 2553    
Last Update : 22 มกราคม 2553 15:20:26 น.
Counter : 40 Pageviews.  

New Year Disease - move from my hi5

บอกเพื่อนคนนึงไว้ว่า
หลังจากปีใหม่จะเขียน เรื่อง New Year Disease
ต่อจาก Year End Disease ที่เขียนไว้ก่อนหน้า
ที่ต้องเขียนหลังจากปีใหม่
เพราะมันเป็นช่วงที่มีแรงบันดาลใจเขียนเรื่องนี้มากที่สุด
เพราะอะไรนะเหรอ มาดูกัน

อาการเริ่มต้น
ตื่นเต้นซะเหลือเกิน กับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง
เขียนเป้าหมายของปีหน้าไว้เป็นร้อย
ด้วยจิตใจที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นว่า
ปีหน้าชั้นจะผอม....ซักสิบกิโล(ดีมั้ยน้า)
ปีหน้าชั้นจะใจเย็นลง.....ซักครึ่งนึง(ดีมั้ยน้า)
ปีหน้าชั้นจะนั่งสมาธิให้ได้ตอนเช้าวันละ.......ซักสิบนาที
ปีหน้าจะเก็บตังค์ให้ได้....มากกว่าเดิมซักเท่า (ดีมั้ยน้า)
ปีหน้าจะ shopping ให้น้อยลง......ซักครึ่งนึง (ดีมั้ยน้า)
ปีหน้าจะไม่วีนใส่แฟนเลย เอ หรือวีนให้น้อยลง......ซักครึ่งนึง(ถ้าปีหน้าแฟนยังอยู่กับเรานะ)

เป็นต้น.....................
ตั้งไว้ก่อนทำได้ไม่ได้ว่ากัน
ลืมไปต้องเอาของปีที่แล้วที่ตั้งเป้าไว้แล้วทำไม่ได้มารวมด้วยนี่นา
โอ้..................พระเจ้า เป็นร้อยเป้าหมายแล้ว

รวมถึง......เตรียมแผนการท่องเที่ยวสำหรับปีหน้า
ฝันหวานจะไปไหนดีน้า
ถ้าโบนัสไม่เป็นใจคงไม่แคล้ว....รัศมี สามร้อย กิโลเมตร จาก กทม
แต่ถ้าโบนัสเป็นใจคงได้โกอินเตอร์กับเค้าบ้าง อิอิอิ

อาการขั้นที่สอง
อยากหาของขวัญมาปรนเปรอตัวเอง
ด้วยเหตุผลที่ว่า เหนื่อยมาทั้งปีขอหน่อยเถอะ
ไอ้เงินเดือนเดือนที่สิบสามของชั้น

ขอแปรสภาพเป็นรองเท้าสวยสวยซักคู่
หรือ กระเป๋าใบใหม่ดีนะ
เอ แว่นกันแดดอันใหม่ก็เข้าที

เริ่มหาลู่ทางแปรสภาพสสาร..........................................
ทันใดนั้นเอง ขณะเปิด slip เงินเดือน
นี่มัน........................ปล้นกันชัดชัด
ใครขโมยเงินชั้นไป.......................

อ้อ............อีตาคนที่ชื่อภาษีนี่เอง
ใจร้ายจริงจริง ทำงานมาเหนื่อยแทบตาย
ยังจะมาเอาเงินที่เป็นค่าเหนื่อยของชั้นไปอีกเหรอ

ซักพักมีเสียงกระซิบขึ้นภายในหัวว่า
LTF RMF เบี้ยประกันชีวิตไงล่ะยะ

มันช่วยหล่อนทวงเงินคืนจากอีตาภาษีได้นะ
เออ..........................
ลืมสนิท......................

อาการขั้นที่สาม

เอาลูกคิดมาดีด......
เอ๊ย......ไม่ใช่เดี๋ยวนี้เค้ามีโปรแกรมคำนวณภาษีแล้ว
นั่งคำนวณภาษีอย่างคร่ำเคร่ง

ทันใดนั้นฝันก็สลาย
แม่เจ้า เงินเดือนเดือนที่สิบสามของชั้น
มันคงไม่สามารถกลายร่างเป็น
รองเท้าคู่สวย
กระเป๋าสุดเก๋ หรือ
แว่นตาสุดฮิป ได้แล้ว

แต่มันต้องกลายร่างเป็น
LTF
RMF
หรือไม่ก็
กรมธรรม์ประกันชีวิต
แทนซะแล้ว

อาการขั้นที่สี่
ถอนหายใจ กับ
ความฝันที่สลาย
ไปต่อหน้าต่อตา

หลังจากไปแบงค์วันก่อนจะปิดทำการ

ก็เก็บตัวอยู่เงียบเงียบ
อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว
(ก็แน่สิเงินเดือนเดือนที่สิบสามของชั้นมันโบยบินไปแล้วนี่)

อาการขั้นที่ห้า
หันไปมองปฏิทิน
แล้วก็ได้แต่ถอดทอนใจ
นี่เหลือวันหยุดอีกวันเดียวเองหรือนี่

ต้องกลับไปทำงานแล้วเหรออออออออ
เศร้าใจจริงจริง

อาการขั้นสุดท้าย
กลับมาเข้าใจชีวิต และ เตรียมตัวกลับมา ก้มหน้า ก้มตาทำงานต่อไป อย่างแกนแกน
เพราะไม่งั้นไม่มีเงินมาจ่ายภาษีนะเฟ้ย


สิ่งที่คิดได้ตอนนี้คงต้องรวบรวมกำลังใจที่มีอยู่
เพื่อที่จะผ่านปีใหม่ ไปให้ได้อย่างสวยงามที่สุด
พร้อมกับหาเงินมาจ่ายภาษี.........ในปีถัดไป
ทำดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ สู้สู้...............

Published in my hi5 dated January 3, 2007 7:48 PM




 

Create Date : 21 มกราคม 2553    
Last Update : 22 มกราคม 2553 15:20:37 น.
Counter : 56 Pageviews.  

1  2  3  

Moo Yis
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เรียบร้อย ใจเย็น เป็นเด็กว่านอนสอนง่าย ไม่ดื้อ ไม่วีน ไม่เหวี่ยง ที่กล่าวมาตรงข้ามหมด
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Moo Yis's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.