Group Blog
 
All blogs
 

อักษรย่อที่ใช้กันทั่วไป

  อักษรย่อที่ใช้กันทั่วไปในต่างประเทศ  (รู้ไว้ไม่เสียหาย 􀀭)


BFF = Best Friend Forever = เพื่อนรักตลอดกาล
LOL = Laughing out Loud = ขำกลิ้ง ฮาแตก
TC = Take Care = ดูแลตัวเองนะ
LUV = LOVE = รัก
OSM = Awesome = เจ๋งมากๆ
BTW = By the Way = ยังไงก็ตาม
OMG = Oh My God! = โอ้พระเจ้า
P.S = Post Script = ปล.
MHM = Yes! = ใช่ เห็นด้วย มาจากเสียง อื้ม
JK = Just Kidding = ล้อเล่น
IOU = I Owe You = ฉันติดหนี้เธอนะ
ASAP = As Soon As Possilbe = เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้
Ave = Avenue = ถนนที่มีสายหลัก
99 = Nighty Night = Good Night
PC = Personal Computer = คอมพิวเตอร์
WTF = What The F**K
BYOB = Bring Your Own Beer = สามารถนำเบียร์ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหลายมากินเองได้
SMS = Short Message Service = บริการส่งข้อความ
VS = Versus = ตรงข้ามกัน / ต่อสู้กัน
Corp = Corporation = บริษัท สมาคม
B-R-B = Be Right Back = เดี๋ยวกลับมา
TTYL = Talke to You later = คุยกันวันหลังนะ
ATM = At the moment = ในตอนนี้
BC = Because = เพราะว่า
BG = Big grin = (ยิ้มอยู่)
BOTOH = But on the other hand = แต่ในทางกลับกัน
BTDT = Been there, done that = ไปมาแล้วทำเรียบร้อยแล้ว
BTW = By the way = อย่างไรก็ตาม
COZ = Because = เพราะว่าCU = See you = แล้วเจอกัน
CUL or CUL8R = See you later = แล้วเจอกัน
EZ = Easy = ง่าย
FAQ = Frequently asked questions = คำถามที่ถามบ่อย
FYI = For your information = แจ้งเพื่อรับทราบ
GJ = Good job = ทำได้ดีมาก!
GL = Good luck = โชคดีนะ
GRT = Great = เยี่ยม!
GW = Good work = ทำได้ดีมาก
HAND = Have a nice day = โชคดีนะ
IC = I see = เข้าใจล่ะ
IMO = In my opinion ฉันคิดว่า…
IMPOV = In my point of view = ฉันคิดว่า….
IOW = In other words = ถ้าจะพูดอีกอย่างก็..
IRL = In real life = ในชีวิตจริง
JIC = Just in case = เผื่อไว้
JTLYK = Just to let you know =แค่บอกให้รู้ไว้
KIS = Keep it simple = เอาง่ายๆ
KIT = Keep in touch = ติดต่อกันอีกนะ
NBD = No big deal = ไม่มีปัญหาเรื่องเล็กน้อย
NP = No problem = ไม่มีปัญหา
NVM = Never mind = ไม่เป็นไร
PCM = Please call me = โทรมาหาที
PLS = Please = ได้โปรดPLZ = Please = ได้โปรด
Q = Question = คำถาม
SIT = Stay in touch = แล้วติดต่อกันใหม่
SOZ, SRY = Sorry = ขอโทษที
SYS = See you soon = แล้วพบกันใหม่
THX = Thanks = ขอบใจจ้า
TLP = Tham Love Pay = ขอบใจจ้า
TIA = Thanks in advance = ขอบคุณล่วงหน้า
TY = Thank you = ขอบคุณ
U = You = คุณWB = Welcome back = ขอต้อนรับกลับมา
WFM = Works for me = สำหรับฉันแล้วได้ผลนะ
XOXO = Hugs and kisses = รักนะจุ๊บๆ
Y = Why = ทำไม
YW = You are welcome ด้วยความยินดี




 

Create Date : 28 มกราคม 2559    
Last Update : 28 มกราคม 2559 13:02:15 น.
Counter : 288 Pageviews.  

The Last Samurai



Uploaded with ImageShack.us

หนังเรื่อง The Last Samurai เป็นหนังที่ดีมากๆเรื่องหนึ่งที่หลายๆคนชอบ ดูแล้วทําให้อยากเรียนประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเพิ่มเติม บางคนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องญี่ปุ่นมาก่อน แต่พอดูหนังเรื่องนี้แล้วคงอยากจะไปญี่ปุ่น อยากเรียนภาษาญี่ปุ่น หรืออยากรู้เกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นให้มากยิ่งขึ้น แต่หนังก็คือหนัง หนังเรื่องนี้ก็เช่นเดียวกันไม่ใช่เอาเรื่องจริงของใครมาสร้าง แต่ถ้าคนที่พอรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นมาบ้าง จะรู้ว่าผู้กํากับคงเอามาจากชีวประวัติของซามุไรคนหนึ่งที่มีชื่อว่า 西郷隆盛(Saigo Takamori) ซึ่งเป็นซามุไรผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น เขาเสียชีวิตในสงครามระหว่างซามุไรกับกองกําลังทหารของรัฐบาล เรื่องราวของหนังใกล้เคียงกับความเป็นจริงแต่ก็ไม่เหมือนซะทีเดียว

เรื่องราวของซามุไรเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจมาก หลังจากได้ดูหนังเรื่องนี้ ทางเราก็มีโอกาสได้คุยกับเพื่อนชาวญี่ปุนคนหนึ่งชื่อ โยชิ ซึ่งเป็นผู้ที่รอบรู้เรื่องประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเป็นอย่างดี คุยกันนานเกี่ยวกับเรื่องซามุไรแล้วรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก ก็เลยให้ช่วยเขียนบทความอะไรก็ได้สั้นๆเกี่ยวกับซามุไร บทความนี้เป็นเรื่องราวของซามุไรซึ่งมองจากภาพรวม เป็นเรื่องราวที่หลายๆคนไม่เคยรู้มาก่อนแน่ ลองอ่านดู

เมื่อไม่นานมานี้ หนังเรื่อง The Last Samurai เป็นหนังที่ได้รับการพูดถึงกันมาก ซามุไรในหนังเรื่องนี้ที่ชื่อ คาสึโมโตะ เท่ห์มาก ผมคิดว่าเท่ห์มากเกินไปซะด้วย ที่เท่ห์ขนาดนั้นก็คงเพราะว่าเป็นหนัง เขาก็เลยเป็นซามุไรที่สมบูรณ์แบบ เป็นซามุไรในอุดมคติเลยทีเดียว... แล้วคนที่เราเรียกกันว่า ซามุไร จริงๆแล้วพวกเขาเป็นคนแบบไหนกัน

ซามุไรเป็นชื่อที่คนทั่วไปเรียก แต่สำหรับพวกเขาแล้วจะไม่เรียกตัวเองว่า ซามุไร แต่จะเรียกว่า bushi คำว่า bushi หมายถึง คนที่มีความสามารถด้านศิลปะการต่อสู้แล้วก็มีความรอบรู้ในเรื่องต่างๆเป็น อย่างดี ถ้าพูดง่ายๆก็คือเก่งทั้งบุ๋นและบู้ นักรบจะไม่ถือว่าเป็น bushi คือพวกที่เก่งแต่เรื่องการต่อสู้อย่างเดียวจะไม่ค่อยมีใครนับถือ พวกที่ฉลาด หัวดีอย่างเดียวต่อสู้ไม่เป็นก็ไม่ค่อยมีใครนับถือเช่นกัน ยุคที่มีซามุไรคือช่วงต้นศตวรรษที่ 17 จนถึงประมาณกลางศตวรรษที่ 19 ในช่วง 250 ปีของยุคนั้นเป็นยุคที่มีแต่ความสงบไม่มีสงคราม ในช่วงนั้น ซามุไรจะทำงานเกี่ยวกับเรื่องการเมืองการปกครอง ถ้าสมัยนี้ก็ประมาณข้าราชการประจำในกรม กระทรวงต่างๆนั่นเอง แค่นี้ก็พอจะเดาได้ว่าความรู้ในด้านต่างๆเป็นเรื่องที่สำคัญมากเช่นกันใน สมัยนั้น ส่วนศิลปะการต่อสู้ก็เปรียบเสมือนกับกีฬาในสมัยนี้นั่นเอง เนื่องจากว่างานของซามุไรเป็นงานคล้ายๆงานของข้าราชการ ดังนั้นแน่นอนบางคนก็ตกงานไม่มีงานทำ ซามุไรที่ตกงานก็หางานอื่นทำอย่างเช่นเป็นอาจารย์สอนเรื่องศิลปะการต่อสู้ บ้าง เป็นครูสอนหนังสือตามโรงเรียนต่างๆบ้าง ส่วนซามุไรที่ไม่เก่งอะไรซักอย่างพวกนี้จะใช้ชีวิตที่ค่อนข้างลําบาก งานที่ทําก็เป็นงานในครัวเรือนเล็กๆน้อยๆ พอเลี้ยงครอบครัวได้ ดังนั้น เพื่อความสําเร็จในอนาคตและเพื่อการดํารงชีวิตที่ดี ตั้งแต่เด็กๆ ซามุไรแต่ละคนจะมีความพยายามเป็นอย่างมากทั้งการฝึกศิลปะการต่อสู้และการ ศึกษา ในสมัยนั้นกลุ่มคนที่เป็น bushi หรือ ซามุไรจะเป็นกลุ่มคนที่มีความรู้ความสามารถมาก ศิลปินหรือนักเขียนในยุคนั้นจำนวนมากก็ถือกำเนิดมาจากซามุไร

แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ซามุไรก็ยังเป็นกลุ่มคนที่จัดได้ว่าเป็นคนชั้นสูงในสังคมยุคนั้น แล้วส่วนมากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นซามุไรบรรพบุรุษก็เป็นซามุไรสืบเชื้อสายต่อๆกันมา ในสมัยนั้นคนที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมืองได้ก็มีอยู่แค่กลุ่มของซามุไรเท่านั้น พวกชาวนาชาวไร่ พ่อค้าแม่ขายเป็นได้อย่างเก่งก็แค่คนที่ต้องจ่ายภาษีให้รัฐบาล เพื่อที่จะแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างว่า ข้าไม่ใช่บุคคลธรรมดาข้าเป็นถึงซามุไร ก็ได้มีการคิดนู่นคิดนี่เพื่อสร้างความแตกต่างในสังคมให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น อย่างเช่น ซามุไรไม่ใช่คนที่เก่งแค่เรื่องศิลปะการต่อสู้หรือวิชาการเท่านั้น ซามุไรยังเป็นบุคคลที่มีจิตใจสูงส่ง เสื้อผ้าที่ใส่ ทรงผมที่ทำ ก็จะไม่เหมือนกับคนทั่วไป ดาบก็จะพกไปสองเล่มเสมอ นอกจากนั้น สิ่งที่ทำให้เห็นความแตกต่างได้ชัดเจนมากระหว่างซามุไรกับคนสามัญธรรมดาก็คือ การปลิดชีพตนเอง เมื่อมีการทำผิดพลาด หรือมีเรื่องอะไรที่ทำให้ตนเองต้องเสียเกียรติเสียศักดิ์ศรี วิธีการฆ่าตัวตายเพื่อรับผิดชอบกับความผิดนั้นๆ หรือเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตนเองนั้น ในสังคมของซามุไรจะเรียกว่า seppuku (harakiri เป็นชื่อที่คนทั่วไปเรียก) ซึ่งเป็นเรื่องที่แสดงถึงความกล้าที่ซามุไรเท่านั้นที่มี

ในภาพยนตร์เรื่อง The Last Samurai คาสึโมโตะ เป็นซามุไรที่เพียบพร้อมไปซะทุกอย่าง ทั้งศิลปะการต่อสู้ ความรู้ ศีลธรรม ความกล้าหาญ ความแน่วแน่ เขาเป็นซามุไรที่สมบูรณ์แบบยากที่จะหาได้ ดังนั้นในหนังคาสึโมโตะจึงเป็นซามุไรที่ทุกคนนับถือ และ เกรงกลัว ในหนังเรื่องนี้ ตอนจบทอมครุส นักรบอเมริกันก็ได้เป็นซามุไรกับเขาเหมือนกัน แต่ถ้ามองอีกด้านหนึ่ง บุคคลที่ถือดาบสองเล่ม ทำทรงผมแปลกๆใส่เสื้อผ้าไม่เหมือนชาวบ้าน ชอบดูถูกเหยียบย่ำผู้อื่นคิดว่าข้าใหญ่ พูดง่ายๆคือพวกที่เป็นซามุไรกิ๊กก๊อกเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น ซามุไรพวกนี้จะเป็นที่รังเกียจของประชาชนทั่วไป นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการปฏิวัติ ต่อต้านซามุไรเกิดขึ้น แล้ว...ยุคของซามุไรก็ต้องจบลงในที่สุด (ถ้าดูจากหนัง ก็จะมีตอนที่ลูกชายของคาสึโมโตะโดนตำรวจยึดดาบและโดนตัดผม)

หลังจากได้ดูหนังเรื่องนี้ ผมก็เลยคิดไปว่า นิสัยของญี่ปุ่นในปัจจุบัน อย่างเช่น ชอบเรื่องการศึกษา วิชาการ ชอบเรื่องกฎระเบียบ ซีเรียสกับมารยาทต่างๆในสังคม นิสัยเหล่านี้คงเป็นมรดกตกทอดมาจากซามุไรนั่นเอง ดูจากภายนอกก็คงไม่ใช่ซามุไร แต่ภายในคนที่มีจิตใจเป็นซามุไรเดี๋ยวนี้ก็ยังคงมีอยู่มาก แล้วคงไม่ใช่ในญี่ปุ่นเท่านั้น ในประเทศอื่นๆก็เช่นกัน แน่นอนในประเทศไทย คนที่มีจิตใจเป็นซามุไร น่าเคารพนับถือ น่าเกรงขาม ก็คงมีเช่นกัน หรือคุณคิดว่าไง

By Yoshi Ichino
//www.hokutoda.com/sonota/last_samurai.html




 

Create Date : 15 ตุลาคม 2553    
Last Update : 15 ตุลาคม 2553 13:30:58 น.
Counter : 314 Pageviews.  

ข้อควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อของบน ebay

ใครที่ไปค้นเจอสินค้าบนอีเบย์แล้วยังกล้าๆกลัวๆอยู่ว่าจะซื้อดีหรือไม่ดี คนขายจะโกงเราหรือไม่ ลองอ่านบทความนี้ดูนะครับ

บนอีเบย์มีสินค้าให้เราเลือกซื้อเยอะก็จริง แต่อย่าได้เห็นแก่ “ราคาถูก” ที่ล่อตาล่อใจเพียงอย่างเดียว ก่อนซื้อให้เลือกดูปัจจัยอื่นประกอบด้วยนะครับ จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลังเรื่องโดนคนขายโกง หรือสินค้าไม่ตรงตามต้องการ ข้อควรพิจารณาก่อนซื้ออย่างคร่าวๆ มีดังนี้ครับ



1. ดู Feedback หรือแต้มคะแนนความเห็นของคนขายเสียก่อนว่ามีมากหรือน้อย แต้มนี้เป็นเหมือนคะแนนบ่งบอกความชอบไม่ชอบของคู่ค้านะครับ ยิ่งมีแต้มบวกหรือ Positive Feedback มากความน่าเชื่อถือก็มากตามไปด้วย แต่ไม่ควรดูที่แต้มเพียงอย่างเดียว ให้ไล่อ่านประวัติ โดยคลิกที่ตัวเลขหลัง ID คนขายด้วยนะครับว่า เขาขายอะไร คนให้ความเห็นอย่างไรบ้าง บางทีแต้มเยอะๆอาจจะเกิดจากการ “ปั่น” หรือ “ขายสินค้าถูกๆ” เพื่อสร้างคะแนนก็เป็นได้ ดูให้ดีๆครับ
2. ดูเปอร์เซ็นต์ของ Feedback ปัจจัยนี้สืบเนื่องมาจากข้อบนครับ ถ้าเกินกว่า 98% หรือใกล้เคียง 100% ยิ่งดี ถ้าคนขายรายใดมีน้อยกว่านี้ให้หลีกห่างไปก่อน เพราะค่าเปอร์เซ็นต์นี้ อีเบย์คิดมาจากการเอาความเห็นด้านบวกของคู่ค้า หรือ Positive Feedback มาคำนวณนั่นเอง บ่งบอกได้ว่ามีคนพอใจกับคนขายรายนี้มากน้อยแค่ไหน มีมากไว้อุ่นใจก่อนครับ
3. ดูความเก๋าของคนขายจากวัน เดือน ปีที่ลงทะเบียน ปัจจัยนี้อาจจะไม่สำคัญเท่าไหร่ครับ แต่ก็ไม่ควรมองข้าม เพราะพวกที่จะเข้ามา “โกง” ส่วนใหญ่ ปัจจุบันมีเยอะครับที่สมัครเป็นสมาชิกอีเบย์ได้ไม่นาน และขายสินค้าตามกระแสที่กำลังฮิต เพื่อหวัง “โกย” กันเร็วๆ ดังนั้นดูไว้หน่อยก็ดี
4. ดู Detailed Seller Ratings ซึ่งเป็นอันดับจัดคะแนนจากผู้ซื้อที่ให้ไว้กับคนขาย ปัจจัยนี้อีเบย์เพิ่งนำมาใช้ได้ไม่นาน จะบอกถึงความพอใจของคนซื้อเป็นสัญลักษณ์รูปดาวสีส้มแทน โดยแยกความพอใจเป็นหัวข้อๆไว้ครับ เช่น รายละเอียดของสินค้า การตอบคำถามหรือสื่อสารกับคนซื้อ เวลาส่งของ รวมถึงค่าจัดส่งและหีบห่อ ถ้าได้ดาวมากก็พอใจมาก ดาวน้อยก็พอใจน้อยตามลำดับ ดังนั้น DSRs มีส่วนช่วยให้เราตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นครับ ถ้าอยากรู้ว่าคนขายแต่ละรายมี DSRs อย่างไรบ้าง ให้คลิกดูที่แต้มคะแนน Feedback หลัง ID คนขายครับ ส่วนของ DSRs จะอยู่ด้านขวามือสุด
5. ดูสัญลักษณ์ PowerSeller ซึ่งจะอยู่หลังแต้มคะแนนคนขาย เป็นรูปการ์ตูนคนสีน้ำเงินอยู่บนดาวสีเหลือง บอกให้ทราบว่าเป็นคนขายที่ได้การรับรองจากอีเบย์ซึ่งมียอดขายต่อเดือนมาก (เกิน $1,000) ได้แต้มคะแนนบวกตั้งแต่ 98% ขึ้นไป ค้าขายดีมีความน่าเชื่อใจสูง เห็นสัญลักษณ์นี้ก็เบาใจได้เปราะหนึ่งครับ ว่าคุณกำลังทำการซื้อของกับคนขายที่มีประวัติค่อนข้างดีกว่าชาวบ้าน (นิดหนึ่ง)
6. อ่านรายละเอียดสินค้าให้ดีก่อน บ่อยครั้งครับที่เราเห็นสินค้าลงขายถูกๆแต่อ่านไปอ่านมา กลับกลายเป็นว่าไม่ใช่สินค้าที่ต้องการ เช่น อยากได้เครื่องเล่นเอ็มพีสามของนอกสักตัว กลับกลายเป็นว่าขายแค่เคสหรือรายชื่อคนขายซะอย่างงั้น ดังนั้นอ่านให้ดีนะครับ ว่าเขาขายอะไรกันแน่ คนขายที่บริสุทธิ์ใจมักจะเขียนรายละเอียดชัดเจน ไม่คลุมเครือ ถ้าอ่านแล้วงงๆไม่รู้ว่าเจ้าตัวขายอะไรกันแน่ ให้กดเมนู Ask Seller a question เพื่อถามให้ชัดเจนก่อนนะครับ จะได้มั่นใจมากขึ้นว่าเราต้องการซื้อสินค้า ไม่ได้ซื้อรายชื่อคนขายอย่างที่ยกตัวอย่างข้างต้น
7. ดูวิธีการชำระเงินให้ดี ผู้ขายบางรายรับชำระเงินด้วย PayPal ก็จริง แต่บางรายก็ระบุไว้ชัดเจนว่าไม่ใช้วิธีนี้ แต่จะเลี่ยงให้จ่ายด้วยวิธีอื่นแทน ดังนั้น อ่านให้ดีนะครับ จะได้ไม่ต้องโดนคนขายฟ้องอีเบย์ข้อหา “Unpaid Item” ภายหลัง
8. ดูความคุ้มครองการซื้อของประกาศขายชิ้นนั้น ถ้าคุณจะใช้ PayPal จ่ายเงิน อย่าลืมดูด้วยนะครับว่าประกาศขายสินค้านี้ได้รับความคุ้มครองการซื้อหรือไม่ ปกติถ้าจ่ายด้วย PayPal จะได้ความคุ้มครองการซื้ออยู่แล้วครับ ถ้ารายการใดมีมากถึง $2,000 ก็ยิ่งดี บ่งบอกได้ว่าคนขายรายนั้นอยู่ในระดับ Top Tier เลยทีเดียว ซึ่งอุ่นใจได้ว่าแม้คนขายจะโกง ก็ตามไปเอาเงินคืนได้
9. ดูว่ามีบริการส่งมาให้ที่เมืองไทยหรือไม่ สินค้าประมูลหรือ Buy It Now บางชิ้นบนอีเบย์ เห็นมีราคาขายถูกก็จริง แต่คนขายบางรายก็ไม่มีบริการจัดส่งมาให้ที่เมืองไทยครับ สังเกตุง่ายสุดให้ดูที่คำว่า Ship to : Wordwide บนหน้าประกาศสินค้า แบบนี้ก็พอเบาใจได้ว่า ถ้าเรากดประมูลหรือซื้อแล้วคนขายต้องส่งมาให้แน่นอน แต่ถ้าคนขายไม่ระบุไว้ ก็ถามได้เลยครับ เพราะบางรายก็ยอมใจอ่อนส่งให้เหมือนกัน
10. ดูค่าขนส่งมาเมืองไทย ปัจจัยนี้ดูด้วยนะครับ บางทีของที่เห็นว่าขายถูกบนอีเบย์ ส่งมาบ้านเราแล้วโดนค่าขนส่งจากคนขายเสียแพง แบบนี้ก็ไม่คุ้มครับ ซื้อบ้านเราก็ยังดีกว่าแถมยังได้รับการประกันสินค้าจากตัวแทนที่มีในเมืองไทยได้ด้วย แต่ถ้าเทียบกันแล้วถูกกว่ามากก็น่าซื้อครับ
11. ดูภาษีที่จะต้องเสีย สินค้าที่ขายบนอีเบย์ผู้ขายที่มีประสบการณ์มักจะช่วยเหลือผู้ซื้อให้จ่ายภาษีนำเข้าที่น้อยลง เป็นต้นว่า ระบุสินค้าเป็นชนิด Gift หรือของขวัญและตีราคาต่ำให้กว่าปกติ เพื่อให้มีการประเมินภาษีที่ถูกลง ดังนั้นอ่านรายละเอียดหรือถามคนขายให้แน่ใจนะครับ ว่าเขาจะจัดส่งมาให้อย่างไร ระบุสินค้าให้เป็นแบบไหน ระบุราคาอย่างไร เรื่องภาษีกับการสั่งซื้อสินค้าบนอีเบย์นี้ไม่แน่ไม่นอนครับ ถามหรือติดต่อคนขายก่อนส่งจะดีที่สุดครับ
12. ดูระยะเวลาและวิธีการส่งของ ผู้ขายบางรายจะระบุไว้ในรายละเอียดครับว่า ของจะจัดส่งทางวิธีไหนบ้าง ระบุระยะเวลากี่วัน ส่งทางไหนให้ได้บ้าง มีการประกันให้ด้วยหรือไม่ หากจะตามสินค้ามีหมายเลขพัสดุหรือ Tracking No. ให้ตรวจสอบหรือไม่ ข้อมูลเหล่านี้อ่านให้ดีก่อนจะประมูลซื้อครับ มีประโยชน์มากต่อการติดตามสินค้าและเหตุผลการทวงเงินคืน
13. เปรียบเทียบราคาจากเจ้าอื่น อย่าลืมว่าบนอีเบย์ไม่ได้มีผู้ขายรายเดียวนะครับ เลือกใช้คีย์เวิร์ดเพื่อค้นข้อมูลให้ครอบคลุม เพื่อดูสินค้าจากรายอื่นๆด้วย เพื่อเปรียบเทียบราคาและหาของแถมเพิ่มเติม คนขายบางรายก็ใจป้ำครั้บ แถมโน่นแถมนี่ก็มีเยอะ ดังนั้นเลือกดูจากหลายๆรายก่อนจะประมูลจะได้เปรียบมากกว่าดูแค่คนขายรายเดียว
14. เลือกเวลาประมูลให้เหมาะสม สินค้าบางรายการที่คุณอยากได้ ผู้ขายอาจเผลอให้ประกาศขายจบในเวลาดึกๆหรือช่วงที่คนนอนกันไปแล้ว ถ้าไปแย่งซื้อหรือประมูลเวลานี้ อาจจะได้สินค้าที่ถูกกว่าชาวบ้านมากครับ เพราะคนหลับนอนกันไปแล้ว โอกาสที่จะมีคนมาแย่งประมูลนาทีสุดท้ายก็มีน้อยตามไปด้วย ถ้าเทียบกับการประมูลช่วงกลางวันหรือหัวค่ำที่คนหนาแน่นมากกว่า

ปัจจัยทั้งหมดเป็นข้อแนะนำเบื้องต้นเท่านั้นนะครับ ไม่รับประกันว่าคนขายจะ “โกง”หรือ “ไม่โกง” คุณจะได้สินค้าบนอีเบย์ที่มี “ราคาถูก” หรือ “แพง” กว่าท้องตลาดบ้านเรา แต่ถ้ารู้จักพิจารณาเลือกซื้อของให้ดีก่อนก็จะดีกว่าไม่ใช่น้อยนะครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม
การคุ้มครองผู้ซื้อสินค้าด้วย PayPal Buyer Protection
//www.siampoint.com/ebay/ebay-buyer-guide/




 

Create Date : 02 เมษายน 2551    
Last Update : 2 เมษายน 2551 9:54:17 น.
Counter : 1164 Pageviews.  

ebay ธุรกิจที่เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนเป็นคนดี

ธุรกิจที่เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนเป็นคนดี

โดย พิษณุ นิลกลัด คอลัมน์ “คลุกวงใน”
มติชนสุดสัปดาห์ 20 มกราคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 26 ฉบับที่ 1327

“ช่วงที่ไปดูงานเทศกาลหนังและรายการทีวีที่เกาหลีใต้เมื่อปลายปีที่แล้ว ผมมีโอกาสได้ดูหนังโฆษณาราวๆ 80 เรื่องที่บู๊ธของบริษัทรับวางแผนโฆษณา

หนังโฆษณาทั้ง 80 เรื่องเป็นหนังที่ชนะการประกวดระดับโลกเมื่อปีที่แล้วทั้งสิ้น จัดหมวดหมู่เป็นประเภทโฆษณารถยนต์ ธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ อุปกรณ์กีฬา องค์กรทางการกุศล และ ฯลฯ

มีหนังโฆษณาอยู่เรื่องหนึ่งความยาวประมาณ 30 วินาทีนำเสนอภาพที่ 25 วินาทีแรกผมเดาไม่ออกว่าเขาจะโฆษณาสินค้าอะไร

เขาเอาภาพคนทำสิ่งดีๆ ที่เราคิดไม่ถึงว่าในสังคมปัจจุบันยังมีคนแบบนี้อยู่อีกมากมาย เช่น ชายแก่สองคนเดินมาบนทางเท้าเห็นถังขยะล้ม ขยะในถังปลิวออกมากระจัดกระจาย ทั้งสองคนช่วยกันเก็บขยะใส่ถังด้วยท่าทางเต็มอกเต็มใจ

เขาเอาภาพดีๆ แบบนี้มาให้ดู 5-6 เหตุการณ์ ทุกเหตุการณ์ดูแล้วชื่นหัวใจ เห็นความมีน้ำใจและความเป็นคนดีของมนุษย์

แล้วตอนจบช่วง 5 วินาทีสุดท้าย เขาขึ้นตัวหนังสือว่า อีเบย์ ธุรกิจของเราเริ่มต้นจากความเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนเป็นคนดี

เป็นหนังที่ไม่มีบทพูดหรือเสียงโฆษก มีแต่เสียงดนตรี คนที่เคยใช้บริการของอีเบย์เป็นประจำอย่างผมทึ่งในไอเดียของหนังโฆษณาชิ้นนี้เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะประโยค “ธุรกิจของเราเริ่มต้นจากความเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนเป็นคนดี”…ร้ายนัก

ผมรู้จักอีเบย์ (Ebay) เมื่อสี่ปีก่อน ตอนนั้นแค่เกิดความสงสัยว่าธุรกิจการซื้อขายสินค้าด้วยวิธีประมูลบนอินเตอร์เน็ตมันเป็นยังไง ไม่ได้คิดที่จะประมูลซื้อของ เพราะไม่ไว้ใจที่จะซื้อของที่เราเห็นแค่ภาพ แถมยังต้องซื้อจากคนขายที่ไม่เคยเห็นหน้า ไม่รู้จักชื่อ รู้ก็เพียง user name

ด้วยความสงสัยว่า Ebay มีของขายทุกชนิดตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบอย่างที่โฆษณาไว้หรือเปล่า ผมลองพิมพ์ชื่อหนังสือกอล์ฟสมัยเมื่อ 20 ปีก่อนที่เคยสะสม ต่อมาวางผิดที่ผิดทางจนหาไม่เจอ ผลปรากฏว่ามีคนอเมริกันเป็นเจ้าของและนำมาให้ประมูลใน Ebay จริงๆ และราคาประมูลก็เริ่มที่เพียง 99 เซ็นต์หรือไม่ถึง 40 บาท

หนังสือหาที่ไหนไม่ได้ แถมราคาออกสตาร์ตก็ถูกอย่างนี้ เลยนึกสนุกลองประมูลดู ก่อนใส่จำนวนเงินประมูล ผมอี-เมลไปถามคนขายก่อนว่ารับการประมูลจากคนหน้าใหม่ที่ไม่เคยใช้ Ebay ไหม และส่งสินค้ามาเมืองไทยรึเปล่าหากผมชนะการประมูล

วันรุ่งขึ้นได้อี-เมลตอบจากคนขายว่ายินดีส่งหากผมชนะ จึงตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกของ Ebay และประมูลซื้อหนังสือทาง Ebay เป็นครั้งแรก

ไม่กี่วันหลังจากนั้น ทันทีที่การประมูลสิ้นสุดลงตามเวลาที่กำหนด ผมก็ได้อี-เมลจาก Ebay แจ้งข่าวดีว่าผมเป็นผู้ชนะโดยเฉือนคู่แข่งอีกคนไปเพียงไม่กี่เซ็นต์ จึงจัดการจ่ายเงินค่าหนังสือพร้อมค่าไปรษณีย์ให้คนขายทางอินเตอร์เน็ต

เพียงแค่อาทิตย์เดียวผมก็ได้หนังสือกอล์ฟหายากส่งตรงจากอเมริกา

นับแต่นั้นมาเวลาอยากได้อะไรที่หาซื้อในเมืองไทยไม่ได้ผมก็เช็คที่ Ebay เป็นที่แรก

ที่ผ่านมาผมไม่เคยมีปัญหากับคนขายที่ไม่เคยรู้จักและไม่เคยเห็นหน้า แม้จะต้องส่งเงินไปก่อนก็ไม่รู้สึกกังวล เพราะก่อนที่จะประมูล ผมจะเช็คฟีดแบ็คของคนขายที่คนซื้อก่อนหน้านี้เขียนไว้ คนขายคนไหนที่ได้แต่คำชม ผมก็มั่นใจว่าจ่ายเงินไปแล้วจะได้ของ

ปัจจุบัน Ebay มีสินค้าที่ผู้ขายออกประมูลจากทั่วโลกกว่า 29 ล้านชิ้นตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉลี่ยทุกวันจะมีคนขายนำสินค้าออกประมูล 3 ล้าน 5 แสนชิ้น ในแต่ละวินาที จะมีการซื้อขายกันเป็นเงิน 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 40,000 บาทระหว่างสมาชิกทั่วโลกกว่า 32 ล้านคน เฉพาะที่อเมริกามีคนกว่า 430,000 คนมีอาชีพหลักคือขายของทาง Ebay

จากธุรกิจที่เกิดจากความเชื่อใจกันของคนซื้อและคนขายที่ไม่เคยเห็นหรือรู้จักกันมาก่อน ปัจจุบัน Ebay เป็นธุรกิจที่มีการซื้อขายสินค้าเป็นเงินหลายหมื่นล้านบาท ปีที่แล้วทำไปถึงประมาณ 56,000 ล้านบาท

ความสำเร็จนี้มาจากหลักคุณธรรมของ Ebay ที่ว่าเราเชื่อว่าโดยพื้นฐานแล้วทุกคนเป็นคนดี เราเชื่อว่าความซื่อสัตย์ และการมีอิสระจะสามารถนำสิ่งที่ดีที่สุดในตัวคนออกมา

We believe people are basically good. We believe that an honest, open environment can bring out the best in people.”

ข้อมูลเพิ่มเติม
เว็บไซต์บริษัทสปอร์ต ทิปส์
หนังสือพิมพ์มติชนสุดสัปดาห์
//www.siampoint.com




 

Create Date : 02 เมษายน 2551    
Last Update : 2 เมษายน 2551 9:07:42 น.
Counter : 219 Pageviews.  


Valentine's Month


 
Gadget
Location :
ชลบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ชีวิตคือการเรียนรู้ ได้อยู่ดูโลกอีกวัน ก็นับเป็นโชคดีแล้ว

เอะอะอะไรก็หาด้วย "กูเกิ้ล"
กอล์ฟ 90% เล่นด้วยอวัยวะ ที่อยู่เหนือไหล่ขึ้นไป

เพียงจับกริปดี มีความสามารถเล็กน้อย ใครๆก็เป็นนักอล์ฟที่ดีได้

จงยึดมั่นในหลักการ แต่อย่ายึดติดในวิธีการ

กอล์ฟเป็นกีฬาของสุภาพบุรุษ
Friends' blogs
[Add Gadget's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.