Group Blog
 
All blogs
 

กอล์ฟกับการเล่นหุ้น บทความดีๆ ของดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

กอล์ฟกับการเล่นหุ้น

---- ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจประจำวันที่ 31 ต.ค. 2549



".....กอล์ฟกับการเล่นหุ้นนั้นมีความคล้ายคลึงกันมาก จากคำพูดของโปรกอล์ฟชื่อดังคนหนึ่งซึ่งพูดว่า Practice does not make perfect, practice makes permanent. ซึ่งแปลว่าการซ้อมกอล์ฟมากมายนั้น ไม่ได้ทำให้การตีกอล์ฟดีสุดยอดไม่มีที่ติอย่างที่เข้าใจ แต่การซ้อมมากมายนั้นจะทำให้วิธีตีของเรานั้นติดตัวเราตลอดไป และถ้าวิธีที่เราซ้อมนั้นเป็นวิธีที่ผิด เราจะไม่สามารถแก้วงสวิงให้ถูกต้องได้
การลงทุนซื้อขายหุ้นก็เช่นกัน ถ้าเราทำโดยเทคนิคหรือหลักการที่ไม่ถูกต้องตั้งแต่เริ่ม และเราก็ปฏิบัติมานาน ประสบการณ์การซื้อขายด้วยวิธีการดังกล่าวจะไม่ทำให้การลงทุนของเราดีขึ้น แต่มันกลับทำให้เราติดนิสัย และชินกับวิธีการนั้นจนแก้ไม่ได้ ดังนั้น การมีประสบการณ์การลงทุนมานานจึงอาจไม่ทำให้เราเก่งขึ้นเลย ตรงกันข้าม ยิ่งมีประสบการณ์มากยิ่งทำให้การปรับวิธีการลงทุนให้ถูกต้องทำได้ยากขึ้น
ด้วยเหตุดังกล่าว นักกอล์ฟที่ดีจะต้องเริ่มจากวิธีการที่ถูกต้อง แล้วจึงปฏิบัติและฝึกซ้อมไปตามนั้น ผลที่ได้ออกมาจึงจะดีอย่างไม่มีที่ติ เช่นเดียวกับการลงทุนซื้อขายหุ้น หลักและวิธีการที่ถูกต้องต้องมาก่อน การปฏิบัติหรือประสบการณ์ที่ตามมาถึงจะเป็นประโยชน์ และผลงานที่ตามมาจะน่าประทับใจ ประสบการณ์ที่ผิดๆ ทั้งในเรื่องของกอล์ฟและการลงทุนในหุ้นนั้นไม่มีประโยชน์ แต่มันกลับเป็นโทษที่ทำให้การแก้ไขทำได้ยาก"




 

Create Date : 13 สิงหาคม 2551    
Last Update : 13 สิงหาคม 2551 16:38:50 น.
Counter : 261 Pageviews.  

คนรวย VS คนชั้นกลาง [ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ]

คนรวย VS คนชั้นกลาง
โลกในมุมมองของ Value Investor
ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร 12 กุมภาพันธ์ 2551

ผมได้อ่านหนังสือเล่มเล็ก ๆ เล่มหนึ่งเขียนโดย Keith Cameron Smith เรื่องความแตกต่างที่โดดเด่น 10 ข้อ ระหว่างคนรวยกับคนชั้นกลาง และเห็นว่ามันมีความเป็นจริงอยู่พอสมควรจากการสังเกตของผม ดังนั้น จึงขอนำมาเผยแพร่เพื่อที่ว่าเราจะได้รู้ว่าเราอยู่ในด้านไหนของสังคมและจะต้องทำอย่างไรเพื่อที่ว่าเราจะได้ย้ายจากการมีแนวโน้มที่จะเป็นคนชั้นกลางสู่การเป็นคนรวย

ความแตกต่างข้อแรกก็คือ เศรษฐีนั้นคิดยาวแต่คนชั้นกลางคิดสั้น ว่าที่จริงคนที่คิดสั้นที่สุดก็คือคนจน พวกเขามักจะคิดอะไรแบบวันต่อวันทำนองหาเช้ากินค่ำ คนชั้นกลางนั้นมักจะคิดเป็นเดือนต่อเดือน นั่นคือคิดถึงวันเงินเดือนออก แต่คนรวยจะต้องคิดยาวเป็นปี ๆ หรือเป็นสิบ ๆ ปี ในใจของคนจนนั้น เขามักคิดแต่เฉพาะเรื่องของความอยู่รอดเป็นหลัก ในขณะที่คนชั้นกลางคิดถึงเรื่องความสุขสบายจากการจับจ่ายใช้สอยสินค้า ส่วนคนรวยนั้น เป้าหมายของพวกเขาชัดเจน เขาต้องการความเป็นอิสระทางการเงิน การคิดยาวนั้นมีพลังมหาศาล เพราะมันจะทำให้เขาอดออมและลงทุนระยะยาวซึ่งจะทำให้เงินงอกเงยแบบทบต้นเป็นเวลานาน และนี่คือสูตรสำคัญที่สุดในการที่จะทำให้คนมั่งคั่ง

ข้อสอง คนรวยพูดเกี่ยวกับเรื่องไอเดีย คนชั้นกลางพูดเกี่ยวกับสิ่งของ และคนจนพูดถึงเรื่องของคนอื่น นี่คงไม่ได้หมายถึงว่าคนรวยไม่พูดเกี่ยวกับเรื่องของสิ่งของหรือคนอื่น แต่หมายถึงว่าคนรวยจะพูดถึงเรื่องของคนอื่นน้อยกว่าคนจนและมักจะเป็นคนที่มีแนวความคิดดี ๆ หรือมีมุมมองต่าง ๆ มากกว่าคนชั้นกลางและคนจน เบื้องหลังของนิสัยในเรื่องนี้คงอยู่ที่ว่า คนรวยนั้นมักจะมีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าคนจนซึ่งมักจะชอบ “ซุบซิบนินทา” เป็นนิจสิน ในขณะที่คนชั้นกลางอาจจะเน้นการทำงานประจำ ชอบพูดถึงเรื่องรถยนต์ ดนตรี การพักผ่อนหย่อนใจ เป็นต้น

ข้อสาม คนรวยยอมรับการเปลี่ยนแปลง คนชั้นกลางต่อต้านการเปลี่ยนแปลง คนชั้นกลางรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงจะคุกคามชีวิตความเป็นอยู่ที่ตนเองเคยชิน ในขณะที่คนรวยนั้นคิดว่าการเปลี่ยนแปลงอาจนำมาซึ่งชีวิตที่ดีกว่า เขาคิดว่าในการเปลี่ยนแปลงนั้นมักมีโอกาสที่เขาอาจจะฉกฉวยได้ เบื้องหลังนิสัยนี้อาจจะมาจากการที่คนรวยมีความมั่นใจสูงกว่าคนชั้นกลางที่มักจะกลัวว่าตนเองจะไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งใหม่ ๆ ได้

ข้อสี่ คนรวยกล้ารับความเสี่ยงที่ได้มีการพิจารณาและไตร่ตรองดีแล้ว คนชั้นกลางกลัวที่จะรับความเสี่ยง นี่เป็นนิสัยที่เป็นจุดอ่อนมากที่สุดของคนชั้นกลางในความเห็นของผม คนที่ไม่ยอมรับความเสี่ยงเลยนั้นจะพลาดที่จะได้ผลตอบแทนที่ดีโดยสิ้นเชิง ในขณะที่คนที่กล้ารับความเสี่ยงอย่างที่ได้มีการศึกษามาเป็นอย่างดีจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้โดยที่ความเสี่ยงจริง ๆ นั้นจะมีน้อยมาก ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนที่สุดก็คือ คนชั้นกลางส่วนใหญ่นั้นมักจะกลัวการลงทุนในหุ้นหรือตราสารการเงินที่มีความผันผวนของราคาโดยที่เขาไม่พยายามศึกษาว่าในระยะยาวแล้วมันอาจจะมีความคุ้มค่ากว่าการฝากเงินในธนาคารมาก ในอีกมุมหนึ่ง คนที่กล้ารับความเสี่ยงอย่าง “บ้าบิ่น” เช่นคนที่เล่นหุ้นวันต่อวันเองก็ไม่ใช่นิสัยของคนรวย คนรวยนั้นจะต้องรับความเสี่ยงเฉพาะที่มีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว

ข้อห้า คนรวยเรียนรู้และเติบโตตลอดชีวิต คนชั้นกลางคิดว่าการเรียนรู้จบที่โรงเรียน นิสัยการเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ นี้ ผมคิดว่าเป็นหัวใจเศรษฐีจริง ๆ เพราะในความรู้สึกของผมเอง การเรียนรู้จากโรงเรียนเป็นเพียงพื้นฐานที่เรานำมาศึกษาต่อด้วยตนเองได้ และเวลาหลังจากการเรียนในโรงเรียนนั้นยาวมากเป็นหลายสิบปี ดังนั้น ความรู้ส่วนใหญ่จึงควรที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่เราเรียนจบจากโรงเรียน โดยนัยของข้อนี้ คนรวยจึงน่าจะมีนิสัยรักการอ่านหรือการหาความรู้ต่อไปเรื่อย ๆ ในขณะที่คนชั้นกลางนั้น พอเรียนจบก็มักจะไม่สนใจอ่านหนังสือหรือหาความรู้ใหม่ ๆ และความรู้ที่ผมคิดว่าคนชั้นกลางพลาดไปเพราะไม่มีการสอนในโรงเรียนก็คือ ความรู้ทางด้านการเงินที่คนรวยมักจะศึกษาต่อเพราะเห็นถึงความสำคัญและอาจนำไปสู่ความร่ำรวยได้

ข้อหก คนรวยทำงานเพื่อหากำไร คนชั้นกลางทำงานเพื่อจะได้ค่าจ้าง คนรวยมองว่านี่คือหนทางที่จะทำให้รวยได้มากกว่าแม้ว่าจะมีความเสี่ยง ในขณะที่คนชั้นกลางนั้นมักจะไม่กล้าเสี่ยงและอาจจะมีความคิดสร้างสรรค์น้อยกว่า จึงมุ่งไปที่การหางานที่จะมีรายได้แน่นอน แต่รายได้จากการใช้แรงงานของตนเองนั้น มีน้อยคนที่จะทำให้ตนเองรวยได้

ข้อเจ็ด คนรวยเชื่อว่าพวกเขาจะต้องใจบุญสุนทาน คนชั้นกลางคิดว่าพวกเขาไม่มีปัญญาที่จะทำบุญ ข้อนี้ผมเองคงไม่มีคอมเม้นท์อะไร ส่วนหนึ่งผมเองก็ไม่แน่ใจเนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องของแต่ละคนที่ไม่ค่อยบอกหรือรู้กันยกเว้นกรณีที่เป็นการบริจาคใหญ่ ๆ อย่างกรณีของบัฟเฟตต์หรือบิลเกต

ข้อแปด คนรวยมีแหล่งรายได้หลากหลาย คนชั้นกลางมีเพียงหนึ่งหรือสองแหล่ง ข้อนี้ก็เช่นกัน ผมเองไม่แน่ใจว่าคนรวยมีรายได้จากหลายแหล่งเพราะรวยแล้วจึงไปลงทุนในทรัพย์สินหลาย ๆ อย่าง หรือมีทรัพย์สินหลายอย่างจึงทำให้รวย แต่ที่ผมเห็นชัดเจนก็คือ คนชั้นกลางนั้น มักไม่ลงทุนในทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงทำให้รายได้มักจะมาจากเงินเดือนเป็นหลัก

ข้อเก้า คนรวยเน้นการเพิ่มขึ้นของความมั่งคั่งของตนเอง คนชั้นกลางเน้นการเพิ่มของเงินเดือน เป้าหมายของคนรวยนั้นอยู่ที่ว่าตนเองมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหนโดยมองที่ภาพรวม ดังนั้น ถ้าเขามีหุ้นอยู่ การที่หุ้นมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเขาก็มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นโดยที่เขาไม่ต้องเสียภาษี แต่คนชั้นกลางพยายามทำงานเพื่อให้มีเงินเดือนสูงขึ้นแต่เขาอาจจะลืมไปว่าเขาจะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นด้วย สรุปก็คือ คนรวยเน้นการลงทุนใช้เงินทำงานแทนตนเอง คนชั้นกลางเน้นการใช้แรงงานของตนเอง

สุดท้าย ข้อสิบ คนรวยชอบตั้งคำถามที่เป็นบวกและสร้างกำลังใจ เช่น ฉันจะสร้างรายได้เป็นเท่าตัวในปีนี้ได้อย่างไร? ในขณะที่คนชั้นกลางชอบตั้งคำถามที่เป็นลบและเสียกำลังใจเช่น จะหาเงินมาจ่ายหนี้ค่าบัตรเครดิตเดือนนี้ได้อย่างไร ?

และนั่นก็คือความแตกต่าง 10 ข้อระหว่างคนรวยกับคนชั้นกลางที่มีคนตั้งข้อสังเกตไว้ ซึ่งผมเชื่อว่าส่วนใหญ่น่าจะเป็นจริง แน่นอน คนรวยบางคนก็มีคุณสมบัติที่เป็นแบบคนชั้นกลาง และคนชั้นกลางจำนวนมากก็มีนิสัยแบบคนรวย แต่ถ้าเราอยากรวย ผมคิดว่า การยึดนิสัยแบบคนรวยน่าจะทำให้เรามีโอกาสมากกว่า




 

Create Date : 07 สิงหาคม 2551    
Last Update : 7 สิงหาคม 2551 11:42:42 น.
Counter : 256 Pageviews.  

นักกอล์ฟชั้นแนวหน้าของเมืองไทย ได้เป็นด็อกเตอร์ [ธงชัย ใจดี]

“โปรช้าง” สุดปลื้มได้เป็นด็อกเตอร์, หวังติดท็อป 50 โลก



“โปรช้าง” ธงชัย ใจดี ที่เพิ่งเข้ารับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาบริหารจัดการกอล์ฟ ของ ม.รามคำแหง จาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ มาสดๆร้อนๆ เผยเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้เป็นด็อกเตอร์ หวังเป็นแบบอย่างให้เด็กรุ่นหลังเจริญรอยตาม พร้อมกับตั้งเป้าติดท็อป 50 โลกแม้จะรับร่างกายโรยราลงทุกวัน

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ หอประชุมพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ภายในมหาวิทยาลัยรามคำแหง “โปรช้าง” ธงชัย ใจดี นักกอล์ฟชั้นแนวหน้าของเมืองไทย เข้ารับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาบริหารจัดการกอล์ฟ ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง จาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จแทนพระองค์พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ประจำปี 2549-2550 ณ

ภายหลังพิธีรับพระราชทานปริญญาบัตร ด๊อกเตอร์ธงชัย กล่าวว่า “ผมรู้สึกดีใจมากไม่นึกว่านักกอล์ฟคนหนึ่งจะได้รับพระราชทานปริญญาบัตร ซึ่งถือเป็นเกียรติประวัติแก่วงศ์ตระกูลอย่างมาก และต้องขอขอบคุณมหาวิทยาลัยรามคำแหงที่มองเห็นคุณค่าในตัวเรา”

โปรช้าง กล่าวต่อไปว่า “สิ่งที่ได้รับมานั้น อย่างน้อยก็แสดงว่าสังคมได้เห็นถึงความดีที่เราทำกับการรับใช้ชาติตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และผมหวังว่าตัวเองจะเป็นแบบอย่างให้รุ่นน้อง เยาวชน ไม่ว่าจะกีฬาอะไรก็ตามขอให้มีความมุ่งมั่นตั้งใจจริงรับรองว่าประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างแน่นอน”

นอกจากนี้ ธงชัย ยังตั้งเป้าว่าจะต้องติดท็อป 50 ของโลกให้ได้ “ผมยอมรับว่าตอนนี้ร่างกายเริ่มร่วงโรยไปตามกาลเวลา ฝีมืออาจมีถดถอยไปบ้างแต่จะพยายามรักษามาตรฐานการเล่นของตัวเองให้ดีที่สุดและตั้งเป้าที่จะขึ้นมาติดท็อป 50 ของโลกให้ได้”

ทั้งนี้ ในช่วงหัวค่ำทางมหาวิทยาลัยรามคำแหงได้มีการจัดงานเลี้ยงฉลองแสดงความยินดีแก่ ธงชัย ใจดี ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค โดยมีบุคคลสำคัญในวงการกอล์ฟไปร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ นายสันติ ภิรมย์ภักดี ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมกอล์ฟแห่งประเทศไทยฯและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด และ นายรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ นายกสมาคมกอล์ฟแห่งประเทศไทยฯ รวมถึงนายต่อพงษ์ ไชยสาส์น เลขาธิการสมาคมกอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย ที่เดินทางมามอบกรอบรูปพร้อมลายเซ็นของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกสมาคมฯด้วยตัวเอง

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 13 กุมภาพันธ์ 2551 02:36 น.
//www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9510000017982




 

Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2551 9:37:11 น.
Counter : 512 Pageviews.  

แม่ไทยของไทเกอร์

แม่ไทยของไทเกอร์

โดย บัวบาน โชคมนทิน //www.siamsport.co.th/Columnusaopen56.html


ไทเกอร์ วู้ดส์ พูดเสมอว่า 'ทางฝั่งพ่อผมเป็นแอฟริกา-อเมริกัน ส่วนทางคุณแม่ผมมีเชื้อสายไทย' พร้อมกับระบุว่าอย่าให้เขาต้องเลือกเป็นอะไร เพราะความจริงก็คือเขาเป็น 'มัลติแอตเลติก' คือนักกีฬาเลือดผสม



เหมือนกับเกมกอล์ฟที่ ไทเกอร์ ได้มาจาก เอิร์ล วู้ดส์ ส่วน เกมชีวิต กุลธิดา คือผู้ที่มีอิทธิพลต่อเขามากที่สุด

**คุณคิดไม่ถึงเลยล่ะว่าแม่เป็นนักสู้ขนาดไหน เธอจะดูผมแข่ง และคุณจะเห็นเธออยู่ข้างๆ ลุ้นทุกขณะ ผมหมายถึงเป็นตายทุกชอตเลยทีเดียว**

**พ่อน่ะนุ่มนวล แต่แม่คือคนที่ผมเกรงกลัว แม่จะเข้มงวดมาก และเธอจะบอกว่า ถ้าผมข้ามเส้นที่เธอขีดไว้ต้องมีผลตามมา** ไทเกอร์ วู้ดส์ ให้สัมภาษณ์พร้อมรอยยิ้ม เมื่อปีที่แล้วหลังคว้าแชมป์ บริติช โอเพ่น และ พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ 2006 กับ เอ็ด แบร็ดลี่ย์ พิธีการรายการ โทรทัศน์ชื่อดังอย่าง 60 Minutes ถามต่อว่า แล้วอะไรเกิดขึ้นตามมาเมื่อคุณข้ามเส้น?

**เด็กทุกคนต้องลิ้มรสอยู่แล้ว โอ้...สำหรับผมหรือ คือนั่งไม่ได้หลายวันเลยล่ะ ถ้าผมออกนอกกรอบที่แม่ขีดไว้** ไทเกอร์ หัวเราะ เอ็ด ซึ่งเสียชีวิตในเวลาต่อมาไม่นาน กล่าวกับผู้ชมก่อนเริ่มรายการว่า เขารอคอยการสัมภาษณ์ ไทเกอร์ วู้ดส์ มา 10 ปี เพราะไม่มีสำนักข่าวใดจะได้สัมภาษณ์หรือสัมผัสความเป็น ไทเกอร์ ตัวต่อตัวเลย หลังจากความสัมพันธ์ของนักกอล์ฟดังในวัยเยาว์ ถูกนักข่าวซึ่งเขาเคยสนิทสนมด้วยเอาไปเขียนถึงในทำนองว่าดูแคลนเชื้อชาติ

ทั้งที่แม่ลูกคู่นี้โดนปฏิเสธไม่ให้เข้ากอล์ฟ คลับ หลังจากจบการแข่งขันในสนาม คุณกุลธิดา วู้ดส์ ได้กล่าวว่า **ดิฉันพาไทเกอร์ ไปสนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง เขาคงเห็นไทเกอร์สีผิว และเห็นดิฉันซึ่งเป็นแม่เป็นเอเชีย พอเราบอกว่าจะมาซ้อมกอล์ฟ เขาก็ไล่เรากลับบอกว่าไม่ให้เข้า** ถึงตรงนี้มารดาไทยหยุด และกล่าวต่อกับพิธีกรว่า

**โดยเฉพาะเวลาเราแข่งเสร็จเพื่อเดินไปคันทรี คลับ บางคนไม่ให้เราเข้าไป** ซึ่ง คุณกุลธิดา บอกกับบุตรชายว่า

**ไทเกอร์ มันเป็นปัญหาของพวกเขา มันเป็นการเพิกเฉยของพวกเขา ลูกไม่สามารถไปควบคุมปฏิกิริยาของผู้คนได้ หรือความคิดของเขาได้ ลูกควบคุมได้เพียงตัวเอง และจงภูมิใจในความเป็นตัวเรา**

ไทเกอร์ บอกว่า **พ่อแม่ผมสอนว่า อย่าเปลืองแรงกับสิ่งเหล่านี้ แค่ทำกิจของคุณ ใส่ลูกบอลลงในแฟร์เวย์ ใส่ลูกบอลบนกรีน และพยายามพัตต์ให้ลง** นั่นคือหน้าที่ของ ไทเกอร์ วู้ดส์ อนึ่ง วันนี้เขาก็ยังทำหน้าที่นี้แม้จะไม่มีพ่ออีกต่อไป แต่แม่คือกำลังใจที่ไทเกอร์ บอกเสมอว่าอยู่กับเขาเสมอ ดิฉันตั้งคำถามกับ ไทเกอร์ ครั้งแรกเมื่อหนึ่งปีที่แล้วพอดี หลังจบรอบสามกอล์ฟ พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ และเขาเป็นผู้นำเหมือนกับเมื่อวานไม่มีผิด หัวเสือที่ครอบไดรเวอร์ของ ไทเกอร์ วู้ดส์ นั้นจะถูกเปลี่ยนทุกปี แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือ ข้อความที่ปักไว้ด้วยด้ายสีขาวว่า **รักจากแม่** ไทเกอร์บอกว่ามันสำคัญต่อเขามากเพราะเหมือนแม่อยู่ใกล้ชิดกับเขาตลอดเวลา แม้แม่จะไม่ได้เดินมาดูทุกหลุมเหมือนเมื่อก่อน แต่แม่อยู่ในจิตวิญญาณของเขาเสมอ

ไทเกอร์ นั้นผูกพัน กับ กุลธิดา วู้ดส์ คุณแม่ของเขามาก นอกจากนี้ยังได้รับการยืนยันจากสื่อมวลชนเสมอว่า ไทเกอร์นั้น กล่าวเสมอถึงความภาคภูมิใจที่มีสายเลือดไทย

ตลอดการติดตามการแข่งขันกอล์ฟในสหรัฐฯ ดิฉันมีโอกาสคุยกับ ไทเกอร์ ตัวต่อตัวสี่หน ครั้งแรกนั้นที่เดอะมาสเตอร์ส 2006 บริเวณลานจอดรถหลังพิธีมอบแชมป์ให้กับ ฟิล มิคเคลสัน และเป็นวันที่ ไทเกอร์ อยากจะได้แชมป์ เดอะ มาสเตอร์ส ให้กับ เอิร์ล วู้ดส์ ที่กำลังนอนป่วยอยู่ เพราะอย่างที่ทราบค่ะว่า แชมป์ที่ดิ ออกัสตา คือหนึ่งในวันแห่งความภาคภูมิใจที่สุดของพ่อเขาที่ได้เห็นลูกชายคว้าแชมป์ ด้วยอายุที่น้อยที่สุด และสกอร์สุดสวย

ก่อนวันสุดท้ายการแข่งขัน ดิฉันพบ คุณกุลธิดา ด้วยความตั้งใจ แต่ยังไม่ได้พูดคุยอะไรกับเธอ เพราะเธอค่อนข้างระมัดระวังตัวเป็นธรรมดา แต่กระนั้นเธอก็ยังหันมากล่าวกับดิฉันอย่างเป็นกันเองก่อนเดินไปขึ้นรถที่จอดรออยู่ว่า **ไทเกอร์อยากได้แชมป์นี้ให้พ่อเขามาก เพราะพ่อป่วยอยู่** และตลอดการแข่งขันนั้น ดิฉันเห็นคุณกุลธิดาแวะทักและฝากเชียร์ ธงชัย ใจดี เสมอ ฝากกระทั่งดิฉันไปด้วยว่าขอให้โชคดี

ดิฉันได้ยินเรื่อง ไทเกอร์ วู้ดส์ เสมอๆ ทั้งเรื่องที่ คุณแม่จะไม่ยอมให้ไปซ้อมกอล์ฟถ้าทำการบ้านไม่เสร็จ โดนไม้เรียวถ้าทำผิดกฎ พาไปเข้าวัดไทยทั้งที่เมืองไทยและที่ฟลอริดา ไทเกอร์ เคยฝึกสมาธิแบบพุทธศาสนา เขาแขวนสร้อยพระติดคอตลอด

ไทเกอร์กับคุณแม่ไปเมืองไทยบ่อยกว่าที่เราคาดคิด ทั้งไปพักผ่อนและเยี่ยมญาติพี่น้อง หรือแม้แต่คนงานที่บ้านของแม่และไทเกอร์ที่อเมริกาก็เป็นคนไทย และญาติฝั่งแม่ ไม่นับรวมรายละเอียดอื่นๆ เช่นการตกแต่งบ้านด้วยไหมไทยและสไตล์ไทยทันสมัยของไทเกอร์

คนไทยเรามักมีชื่อเล่น และ ไทเกอร์ วู้ดส์ นักกอล์ฟมือหนึ่งของโลก ก็มีชื่อเล่นเหมือนกันค่ะ คือ **ต้น** ดังนั้น ถ้าใครจะบังเอิญไปเจอไทเกอร์ เรียกเขาว่า **คุณต้น**, **พี่ต้น**, **น้องต้น** หรือ **ต้น** รับรองค่ะว่า ไทเกอร์ จะหันมาและคุณก็พูดภาษาไทยต่อกับเขาได้ เช่น สวัสดี, โชคดี, สบายดี, ขอโทษ, และขอบคุณ

คำว่าเก็บขยะ จัดห้อง สวมรองเท้าถุงเท้า ไทเกอร์ก็ล้วนคุ้นหู

ทั้งสิ้นล้วนมาจากคุณกุลธิดา ที่อบรม ไทเกอร์ วู้ดส์ จนถึงวันนี้ วันที่เขาเป็นนักกอล์ฟมือหนึ่งของโลก เป็นนักกีฬาที่ยิ่งใหญ่ของโลก และมีแม่เป็นคนไทย




 

Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2551 10:01:25 น.
Counter : 1747 Pageviews.  

ปริญญาสองใบ

ปริญญาสองใบ

ที่เมืองไทยปีที่แล้วมีข่าวเกรียวกราวมากคือมีดาราคนหนึ่งซึ่งมีชื่อดังมาก

เป็นคนดำเนินรายการคนค้นคน ดร.อภิวัฒน์ วัฒนางกูร มาเรียนที่อเมริกา

เป็นคนเพอร์เฟคชั่นนิสทำงานทุกอย่างต้องดูดีที่สุดแม้กระทั้งล้างจาน

ล้างเสร็จแล้วแกต้องเอามาดมดูว่าสะอาดจริงมั้ย

กลับไปเมืองไทยก็ไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมีแฟนก็จีบดาวมหาวิทยาลัยเลย

ต้องให้ดีที่สุดเวลาแกไปเสนองานอะไรต่าง ๆ เขียนไว้สามแผน

แผนที่หนึ่งลูกค้าไม่ซื้อแกเสนอแผนที่สอง

แผนที่สองลูกค้าไม่ซื้อแกเสนอแผนที่สามใครไปดีลงานกับแกติดทุกราย

แกมีบ้าน มีรถ มีลูก มีภรรยา มีธุรกิจมีชื่อเสียงทุกอย่าง แกมีทุกอย่าง

วันหนึ่งแกพักผ่อนหลังจากที่ทำงานแบบไม่ได้พักเลย

ลูกเมียไปขอพบ บอกไปเจอพ่อที่ออฟฟิต



วันหนึ่งแกไปพักที่ปากช่อง ตื่นขึ้นมากลางวันล้มฟุบลงไป

ภรรยาพาเข้าโรงบาล ตรวจพบมะเร็งพอพบปุ๊บเป็นระยะสุดท้ายเลย

จริงๆ เค้าก็เตือนตลอดแต่พอไม่มีเวลาไปตรวจมันก็แก้ไม่ได้

แกไปนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลแล้วก็สารภาพให้รายการคนค้นคน

บันทึกชีวิตแก ก่อนจะเสียชีวิต แกก็ไปนอนให้พ่อแม่เช็ดเนื้อเช็ดตัว

แกก็บอกว่าสังเวชตัวเองมากแทนที่ลูกจะได้ดูแลพ่อแม่

กลับมาเป็นว่าพ่อแม่ต้องมาดูแลลูก

ก่อนจะเสียชีวิตแกให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์คมชัดลึกบอกว่า


พ่อผมเคยบอกว่าเกิดเป็นคนต้องได้ปริญญาสองใบ

ปริญญาใบที่หนึ่ง "ปริญญาวิชาชีพ" เราจะต้องทำมาหากินเป็น กินอิ่ม นอนอุ่น

พูดง่าย ๆล้วงไปในกระเป๋าแล้วมีเงินใช้ อยากจะนอนมีบ้านเป็นของตัวเอง

แค่นี้คือปริญญาวิชาชีพ

แต่"ปริญญาวิชาชีวิต"ซึ่งเป็นปริญญาใบที่สองที่พ่อแกบอกไว้

แกบอกว่าผมสอบตกโดยสิ้นเชิง ผมเป็นดอกเตอร์จากอเมริกาได้ปริญญาวิชาชีพ

แต่ปริญญาวิชาชีวิตสอบตก เพราะอะไร? เพราะทำงานจนป่วยตาย

ก่อนที่จะเสียชีวิตแกได้สารภาพว่าผมได้เตรียมทุกอย่างบ้าน รถ

มอบมันให้กับลูกและภรรยาแต่ในวันที่ผมมีทุกสิ่งทุกอย่าง

ผมกลับลืมมอบหนึ่งอย่างให้กับลูกและภรรยา

สิ่งนั้นคือสิ่งที่ผมลืมและทำให้ผมล้มเจ็บใหญ่ครั้งนี้

สิ่งที่ว่านี้คือ ผมลืมมอบตัวเองเป็นของขวัญให้กับลูกและเมีย

เพราะทำงานหนักจนกระทั่งป่วยตาย

นี่คือปริญญาวิชาชีวิต



ธรรมะเราจะต้องมี ถ้าเราไม่มีธรรมะ

เราจะกลายเป็นหุ่นยนต์เท่านั้นเองที่ทำงานแทบล้มประดาตายแล้วสุขภาพไม่ดี


ดังนั้นเมื่อเราทุกคนทำงานแล้วอย่าลืมชั่วโมงสุขภาพของตัวเองในแต่ละวัน

แต่ละวันควรจะมี ให้ดูแลตัวเองดูจิต ดูใจตัวเอง ว่าเราเอ๊ะมันทุกข์

มันทุกข์มากเกินไปรึเปล่าแบกเรื่องโน้นเรื่องนี้ เกินไปหรือเปล่า

พยายามลดลงในแต่ละวันๆเพื่อที่ว่าอะไร

เพื่อที่ว่าเราจะได้ปริญญาสองใบในชีวิตหนึ่งปริญญาวิชาชีพ

เราทำมาหากินจนประสบความสำเร็จร่ำรวยมั่งคั่งมีเงินมีทองใช้มีบ้านอยู่

แต่ต้องไม่ลืมปริญญาใบที่สองคือวิชาธรรมะ

สำหรับจะดูแลชีวิตให้ดำเนินอยู่ในทางสายกลาง ไม่ทุกข์เกินไปไม่เดือนร้อนเกินไป

ทำอะไรให้พอดี พอดีอยู่ดีมีสุข

อยากเที่ยวให้ได้เที่ยว อยากพักให้ได้พัก อยากทำบุญให้ได้ทำบุญ

ลูกหลานมาหาก็ให้ได้มีเวลากับลูกกับหลานบ้าง

อย่าวิ่งไปจนซ้ายสุด ขวาสุดและมารู้สึกตัวอีกทำจนล้มเจ็บใหญ่ไม่ดี เพราะอะไร

เพราะว่าสิ่งสูงค่าทีสุดในชีวิตของเรา

เคยมีคนไปทูลถามพระพุทธเจ้าว่าอะไรคือสิ่งสูงค่าที่สุด บางคนก็ตอบเงิน

บางคนก็ตอบเพชร บางคนก็ตอบทอง บางคนก็ตอบอำนาจ บางคนก็ตอบราชบัลลังก์

พระพุทธเจ้าบอกไม่ใช่ สิ่งสูงค่าที่สุดในชีวิตของพวกเธอคือสุขภาพและชีวิต

สุขภาพก็คือการที่เราไม่เจ็บไข้ได้ป่วย คนที่สุขภาพดีดื่มน้ำธรรมดาก็อร่อย.


(ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนา ของท่าน ว.วชิรเมธี ที่ได้ไปเทศน์ที่เมืองเคนเนบัง รัฐเมน ประเทศสหรัฐอเมริกา)




 

Create Date : 19 มกราคม 2551    
Last Update : 19 มกราคม 2551 9:50:47 น.
Counter : 118 Pageviews.  

1  2  

Gadget
Location :
ชลบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ชีวิตคือการเรียนรู้ ได้อยู่ดูโลกอีกวัน ก็นับเป็นโชคดีแล้ว

เอะอะอะไรก็หาด้วย "กูเกิ้ล"
กอล์ฟ 90% เล่นด้วยอวัยวะ ที่อยู่เหนือไหล่ขึ้นไป

เพียงจับกริปดี มีความสามารถเล็กน้อย ใครๆก็เป็นนักอล์ฟที่ดีได้

จงยึดมั่นในหลักการ แต่อย่ายึดติดในวิธีการ

กอล์ฟเป็นกีฬาของสุภาพบุรุษ
Friends' blogs
[Add Gadget's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.