Group Blog
เล่า ท้าว ความ ทริปฮานอย
Trip to Hanoi
ตอน สุขาแบบเวียดๆ
อยากเก็บความรู้สึกขำๆ ช่วงเวลาที่เดินทางไปเที่ยว ไม่ใช่สิ ไปทำงานต่างหาก ไม่อยากจะท้าวความ แต่คนอ่านก็คงจะสงสัย ว่าไปทำอะไร

เราเป็นมัคคุเทศก์ หรือจะเรียกสั้นๆ ว่าไกด์ นำเที่ยวน่ะแหละ โดยปกติเราก็ไปทั่วประเทศไทย
แต่อาทิตย์ที่แล้วต้องนำทัวร์จากจังหวัดอุบลราชธานี ไปที่ฮานอย ซึ่งเป็นเป้าหมายของการเดินทางในครั้งนี้ เราเริ่มการเดินทางจากด่านจังหวัดหนองคาย ไปตามเส้นทางหมายเลขสิบสาม ไปทางปากซัน(แน่นอนว่าไกด์ที่พูดถึง ปากซัน จะต้องโดนคะยั้นคะยอให้ร้องเพลงกุหลาบปากซัน เราไกด์รุ่นใหม่ เลยขอร้องเพลง ของทาทายัง ซะงั้น)

ในช่วงบ่าย บนเส้นทางหมายเลขแปด คดเคี้ยวเยี่ยงเลขแปดสมชื่อ ไกด์ที่ว่า แน่ ลูกทัวร์ที่ว่าเจ๋ง มันหัวไปตามๆ กัน ปั๊ดโธ่ แค่ลาวขับรถเลนขวานี่ คุณป้าที่นั่งข้างหน้าก็ ช่วยคนขับเบรคจนตะคริวกินขาแล้ว การเดินทางเต็มไปด้วยความทุลักทุเล
ถึงลูกทัวร์จะมึนอย่างไร แต่ก็มิวายจะหันมาหลีไกด์ ผ่านทิวภูหินแสนหน่ออันสวยงาม ลุงที่นั่งหลังสุดก็ถามขึ้นมาว่า "หนูๆ ทางที่เรานั่งรถไปเนี่ย แน่ใจเหรอ ว่ามันมีทางออก"

เนื่องจากนั่งรถมาค่อนวันแล้ว เราเจอแค่ภูเขาหุบเขา หุบเหว และ หุบ สารพัด หุบ ทำให้คุณลุงไม่แน่ใจ เราจึงให้ความกระจ่างและความมั่นใจกับคุณลุงว่าเรามาถูกทาง "ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ คุณลุง เราไม่หลงแน่ๆ เพราะเราก็ ตามเสาไฟฟ้าไป เดี๊ยวก็เจอทางออก" คนทั้งรถฮา ยกเว้นคุณลุง คุณลุงก็คงจะลุ้น ว่า เสาไฟฟ้า มันจะหมดลงเมื่อไหร่ ถ้าอยู่กลางหุบเขาแล้ว จะไปต่อยังไง คำถามยังเต็มหัวคุณลุง เราหันไปดูหน้าคุณลุง ความคิดแว้บนึง เข้ามาในสมอง บาปมั้ยเนี่ยตู

ลุงยังไม่คลายสงสัย ยังสอดส่ายสายตาหาเมืองหลักซาว (เมืองหนึ่งของลาว) ซึ่งเป็นทางผ่าน

ตะวันเริ่มคล้อย ลับทิวเขา เราผ่านเข้ามาที่ด่าน ของเวียดนามทันตามเวลา ทุกคนเริ่มใจชื้น คุณลุงคนหนึ่งที่นั่งเกือบหน้าสุดก็ถามขึ้นมาว่า "หนูๆ เราผ่านโค้งมากี่โค้งแล้ว" คุณลุงขา ขนาดโค้งตามทิวเขาที่ทำให้หนู มึนได้เนี่ย มันคงเป็นนามที่นับไม่ได้กระมังคะ เราจึงตอบไปว่า "คุณลุงลองถามป้า ที่นั่งข้างๆ ดูสิคะ เพราะเห็นคุณป้าหักไม้นับ โค้งอยู่น่ะค่ะ" เราแค่เห็นคุณป้านั่งกุมมือ ตัวเองแน่น แต่ทำหน้าเหมือนนั่งรถไฟเหาะที่ดรีมเวิร์ล คนทั้งรถก็ฮา คุณป้าก็ยิ้มหน้าเจื่อนๆ อาจจะเพราะเมารถหรือกะไรไม่ทราบได้
ระหว่างทาง เราก็ให้ข้อมูล ไปเรื่อยๆ มีเรื่องนึงที่เราประทับใจไม่รู้ลืม เกี่ยวกับเวียดนาม ไม่ว่าจะภาคไหนก็ตามแต่ คือเรื่องห้องน้ำ พูดถึงตรงนี้ ทุกคนทำหน้างง"ดีกว่าบ้านเราหรอ" พี่สาวที่เป็นครู คณิตศาสตร์ เอ่ยถามทันควัน เราจึงให้ความกระจ่างของความกระจ่างว่า " ห้องน้ำ จะเป็นแบบ ยอง ยอง ฉี่ อาจจะมีประตูหรือไม่มีประตู หรือ อาจจะมีประตู แต่ไม่มีน้ำ หรืออาจจะมีน้ำ แต่ไม่มีอะไรกั้นเลย หรืออาจจะมีอะไรกั้น แต่เป็นกระจกฝ้าบางๆ ที่มองเห็น ว่าคนข้างใน กำลังทำอะไร เป็นสิ่งที่ทำใหเห็้นว่าคนเวียด เปิดเผยแค่ไหน
ทุกคนก็โห่ ทำท่าไม่เชื่อ หาว่าเราโกหก เราก็ได้แต่ยิ้ม ในใจก็คิดว่า เดี๋ยวก็รู้ ว่านั่นน่ะ ของจริงทั้งนั้น แบบของจีน ถึงจะเป็นที่กั้นเตี้ยๆ แต่มันก็ยังกั้น แต่นี่ โอ้อวดศักดากัน แบบโจ๋งครึ่ม ตอนนี้ที่จีน เค้าพัฒนาแล้วล่ะค่ะ เรื่องห้องน้ำ มันไมได้จบแค่นั้นน่ะสิ คุณขาาา

วันที่กลับจากฮานอย ่ต้องมาค้างที่เมืองวินห์ ในระหว่างทาง เราจะแสวงหาปั๊มน้ำมันได้ลำบากยากเย็น แต่หาปั๊ม ที่มีห้องน้ำ ลำบากยากเย็นกว่า แต่ปั๊มที่มีห้องน้ำดีๆ เป็นเรื่องที่ต้องงมเข็ม ในทะเลเวียดนามแล้วล่ะค่ะ ทว่ารถก็ต้องเติมน้ำมัน คนขับจึงแวะเข้าที่ปั๊มระหว่างทางที่มุ่งหน้าไปทางเมืองวินห์ ด้วยความ ที่เราอยู่หน้าสุดรถจอดปุ๊บ เราก็กระโจนลง
ในทันควัน แล้วตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำ เพื่อจะได้ไม่ต้องต่อคิว เพราะแต่ละปั๊ม จะมีอยู่ห้องหนึ่ง ที่มี ประตูปิด โชคดีหน่อยก็จะมีมากถึงสองห้อง นั่นจะนับเป็นบุญของชาวต่างชาติ ผู้ที่มาใช้บริการ
เราตรงดิ่งนำหน้าไปเยี่ยงหวังพิชิตเหรียญทองโอลิมปิค ลูกทัวร์ก็ตามมาติดๆ เหมือนกำลังแย่งชิงเหรียญเงิน แต่ทว่า ทุกคนต้องหยุดกึก เพราะไม่มีเลยซักห้องที่มีประตู เป็นแบบ ยอง ยอง ฉี่มาตรฐาน แบบไม่มีอุปสรรคใดๆ กั้น แต่ข้างหลัง มีที่กั้นสูงแค่ไม่ถึงเอว ด้วยอาการปวด รบเร้าให้เราสาธิต วิธีการใช้ หลังจากถูกเรียกร้อง ให้สาธิตมาหลายวันแบบล้อกันเล่น แต่วันนี้ ของจริงคร้าบเพ่น้องงงง

ลูกทัวร์ คนหนึ่งอายุคงเหยียบเลขห้าแล้ว หันมาบอกว่า ตามสบายเลยหนู เราก็วิ่งไปห้องสุดท้าย ที่คิดว่าไม่มีใครเห็น ส่วนลูกทัวร์คนนั้นก็ ใช้อีกสองห้องถัดมา ด้วยความที่กลัวคนอื่นเข้ามาเจอเรากำลังขุดขุมทรัพย์
อยู่นั้น ลูกทัวร์คนนั้นก็ ยื่นตัวมาได้ครึ่งตัว เพื่อจะแสดงให้คนอื่นเห็นว่า มีคนอยู่ข้างในนะ อย่าเข้ามา โชคดีที่เค้าตัวสูง แต่เราเสียงดัง ึงใช้เสียงข่ม เง้ออออ จาบ้าตรายยย
ส่วนลูกทัวร์ที่ร่วมชิงเหรียญเงินในตอนแรก ก็ถอยทัพกลับตองอูไปตั้งแต่ครั้งที่คิดว่าจะตีกรุงศรี ไม่แตกกก

สิ้นภาระกิจเพื่อชาติเราก็กลับมาที่รถ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเด็กปั๊มตะโกนอะไรไม่รู้โหวกเหวก ภาษาเวียด เราก็ไม่แข็งแรง พูดได้พอไม่อดตาย เราก็ไม่สนใจ ก็เดินกลับไปที่รถ เด็กปั๊มคนนึงก็วิ่งมาถาม จับใจความว่าเป็นคนเวียดรึเปล่า เราก็ตอบว่าไม่ใช่ เราเป็นคนไทย แล้วเค้าก็วิ่งหายไป ไป ไป ตามเพื่อนมาอีกสองคน ไปตามเพื่อนมาดู พี่ที่เป็นไกด์ด้วยกัน ก็ขำกันทั้งคัดท้องแข็งเราก็ขำ เพราะเค้าบอกว่า

"น้องน่ะ สวยมาก เวลายิ้มน่ารัก มีเสน่ห์ แล้วมีไฝด้วย" ( อยากแนะนำแพทย์ศัลยกรรมที่เวียด ว่าถ้าจะเปิดคลิ
นิค กำจัดไฝ ให้เปิดคลินิค ปลูกไฝจะรุ่งกว่าาาา)
เค้าจึงขอหมวกพร้อมลายเซ็น เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าเวียดชอบของแปลก เพราะ คนสวยๆบนรถเยอะแยะ ไม่สนใจ หรือว่าจะเห็นตอนที่เราสาธิตชิงเหรียญทองโอลิมปิค แบบไร้ประตู ไม่จริ๊ง ไม่จริง



Create Date : 12 ธันวาคม 2551
Last Update : 12 ธันวาคม 2551 22:59:03 น.
Counter : 82 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Kimoracat
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ทักทายโลกด้วยรอยยิ้ม ยิ้มๆ และก็ยิ้ม
อ่าา ก็คนมานอารมณ์ดีนินา คริคริ
มองโลกในแง่ดีด้วย


เราให้อภัยนายเสมอ..อ่ะไม่เห็นเกี่ยวเร้ยยย