สุขอื่นใดยิ่งกว่าความสงบนั้น ไม่มี
Group Blog
 
All blogs
 

อย่าเผลอ...เพราะโลกนี้มันไม่แน่

สายฝนพรำยามเช้าที่อบอ้าว
เห็นนกหนาวบนสายไฟไร้คู่
ยินเสียงกบกังวานอยู่ในคู
ไม่มาอยู่ไม่เหงาก็แล้วไป

กลิ่นดินใหม่ลอยมากระทบดั้ง
ลื่นหงายหลังพลั้งพลาดเพราะเผลอไผล
ล้มแล้วลุกพลาดไปไม่เป็นไร
จดจำไว้ว่าโลกนี้ไม่แน่นอน




 

Create Date : 17 กันยายน 2549    
Last Update : 17 กันยายน 2549 17:29:29 น.
Counter : 128 Pageviews.  

ตองไหว ไพรหนาว

ลมเหน็บหนาวพัดพาให้ตองไหว
จันทร์ครึ่งใบส่องไพรให้ใจเหงา
วัดโบราณกลางภูเหลือเพียงเงา
รูปถ่ายเก่าเหลือเราแค่ครึ่งคน?

วิหารร้างกลางใจถูกเขาทุบ
เขาจึงฮุบทุกสิ่งอย่างฉ้อฉล
เขาทะยานปีนป่ายสู่เบื้องบน
ทิ้งซากคนไว้รองใต้บาทา!!!




 

Create Date : 24 มีนาคม 2549    
Last Update : 24 มีนาคม 2549 18:04:13 น.
Counter : 141 Pageviews.  

นั่งพักอยู่นอกชาน...^_^


เห็นร่องรอยความงามในทุกสิ่ง    
เห็นความจริงความลวงในลวดลาย

ได้ยินเสียงร้องไห้ในสายฝน
เสียงถอนใจในสายลมเดียวดาย

หอมไอดินหลังฝนแกล้มความเหงา
สายลมหนาวพัดพารักจากลา

ได้ลองลิ้มความฝันอันหวานชื่น
แต่รสชาติที่ทนทุกข์เรื่อยไป

เพียงสัมผัสแผ่วเบาที่รู้สึก
ถึงหนักเบาร้อนหนาวก็จะทน
   เห็นความนิ่งความไหวในเส้นสาย
เห็นความหมายท่ามกลางความงมงาย

แว่วเสียงคนคร่ำครวญหัวใจสลาย
ทุกข์มากมายไม่เลือนหายด้วยน้ำตา

เมื่อความเศร้าแวะเวียนเข้ามาหา
ไปกับฟ้ากับฝนที่ผ่านไป

ใจขมขื่นหมื่นหนก็พอไหว
ถึงเมื่อไหร่ไม่รู้มันเกินทน

มันกรีดลึกฝังใจทุกทุกหน
เพียงพบคนที่หามาแสนนาน




 

Create Date : 10 เมษายน 2548    
Last Update : 26 เมษายน 2548 11:01:08 น.
Counter : 156 Pageviews.  

เดินเล่นท้ายสวน..._*Y*Y*Y*_

ตะวันรอนทอแสงที่ริมสวน
สายฝนพรำทอรุ้งอยู่ริมดง

ลำธารน้อยคอยฝนตั้งแต่หนาว
นกตัวน้อยกลับรังไปหารัก

จันทร์แอบมองเมียงมาริมขอบฟ้า
ตามองจันทร์จนจันทร์เหลือเพียงเงา

เห็นดาวเดือนเคลื่อนคล้อยลับโพยม
ฟังเพลงป่าบรรเลงเป็นเพลงยาว
  กลีบลำดวนทายทักพู่ระหง
ตะวันส่งแสงแดดมาทายทัก

มีหมอกขาวห่มคลุมคอยปกปัก
เหนื่อยก็พักผ่อนใจในบ้านเรา

ใจที่ล้าเห็นจันทร์จึงหายเหงา
ใจหมองเศร้ายามมองฟ้าไร้ดาว

ดาวตกจมกลางใจคืนเหน็บหนาว
เป็นเรื่องราวของใจที่เฝ้าคอย




 

Create Date : 02 เมษายน 2548    
Last Update : 26 เมษายน 2548 10:58:29 น.
Counter : 160 Pageviews.  

นอนฟังนิทาน...ZZZ



ข้าสดับรับฟังตำนานเก่าแก่มาแต่เยาว์วัย
มารดาข้าเล่าให้ข้าฟังก่อนนอนว่า
โลกนี้แท้จริงนั้นเกิดจากความปรารถนา
จากความสับสน ก่อกำเนิดเป็นตัวตน

เมื่อความเปลี่ยนแปลงบังเกิดขึ้น
กาลเวลาก็เริ่มเดินทางอย่างไม่อาจหยุดยั้ง
จากหนึ่งดวงจิตที่ไม่อาจทานทน
รับความเปลี่ยวเหงานับหมื่นแสนกัลป์

พลันแบ่งภาคออกเป็นสองกายที่แตกต่าง
แยกห่างออกด้วยความไม่เข้าใจ
จากจุดหมายที่แตกต่างผ่านกาลเวลา
หล่อหลอมและผลักไสกันครั้งแล้วครั้งเล่า

จากสองจึงกำเนิดเป็นสามและสี่ตามลำดับ
ไปถึงนับไม่ถ้วนจนเกินใจจดจำไหว
ต่างขนานนามเรียกขานซึ่งกันและกัน
เกิดเป็นถ้อยคำและความหมายให้ขับขาน

เสียงเรียกบรรเลงเป็นทำนองเสนาะไปทั่ว
ทั้งดินฟ้าป่าเขาทะเลไม่เคยเหงาด้วยเสียงร่ำร้อง
ไม่ว่าจะหาคู่ ต่อสู้ ประกาศเขต หรือเตือนภัย
ชีวิตทั้งหลายต่างสดุดีแด่ความปรารถนา

จากความปรารถนาหนึ่งสู่ความปรารถนาหนึ่ง
บางชีวิตเดินทางสู่หนทางแห่งการสร้างสรร
ขณะที่บางชีวิตเดินทางสู่หนทางแห่งการทำลาย
ไม่มีสิ่งใดถูกหรือผิดภายใต้ฟ้าผืนเดียวกัน




 

Create Date : 31 มีนาคม 2548    
Last Update : 26 เมษายน 2548 10:52:50 น.
Counter : 146 Pageviews.  


ดวงตาตะวัน
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ระหว่างทาง มีความฝัน :
บทกวีที่แต่งเอง
ระหว่างวัน มีความจำ :
ภาพยนตร์และเพลงที่ชื่นชอบ
ระหว่างคำ มีความนัย :
ถ้อยคำ พร่ำบ่น เรื่อยเปื่อย
ระหว่างใจ มีความจริง :
หนังสือและข้อความที่สะสมไว้
ในทุกสิ่ง มีหนทาง :
บางสิ่งในความทรงจำ

Friends' blogs
[Add ดวงตาตะวัน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.