"..... ปลาน่ะเก่งนะ ทั้งที่น้ำเชี่ยวอย่างนี้ ยังว่ายทวนน้ำได้

ว่ายทวนน้ำแบบนี้ มันคงจะทำเพื่อให้ไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ....."

Group Blog
 
All blogs
 

.... ไม่อยากเป็นคนดีที่ไม่มีความสุข ...

หลังจากตรวจ ISO เรียบร้อยไปแล้ว เริ่มพอจะมีเวลา เริ่มจะมีความสุข ความรู้สึก ๆ อื่น ๆ เริ่มเข้ามา เรื่องราวต่างๆ ดำเนินไปตามช่วงชีวิตในแต่ละวัน แต่มันช่างมากมายซะจนเหนื่อยใจ .... เพื่อนร่วมห้องที่อยู่ด้วยกันมาเกือบสามปี ต้องพลัดพรากจากไปตามหาความฝันไกลถึงแคลิฟอร์เนีย ... ผู้หญิงไม่สวยฯต้องอยู่ตามลำพัง ... ห้องโล่ง ๆ มันเงียบ ๆ เหงา ๆ จนบอกไม่ถูก ไม่เป็นไร ไปหาซื้อทีวีมาเป็นเพื่อนละกัน ได้ทีวีมาด้วยความเหนื่อยยากลำบากกาย เพราะไม่มีรถและไม่สะดวกที่จะให้พนักงานไปส่งให้ แต่ไหนแต่ไรมา ก็พยายามทำอะไรด้วยตัวเองอยู่แล้วนี่ แค่ทีวีเครื่องเดียว ไม่ตายหรอก ....

ว่างงาน .... ก็มีเรื่องให้มาคิดมากมาย นึกกลับไปถึงคนเง่างี่ ก็แทบจะไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว ไม่ใช่ว่าฉันไม่เสียใจ มันก็เสียใจอยู่หรอก ถ้าถามว่าทำไมตัดใจได้เร็วจัง ... คำตอบที่ซ่อนอยู่ในใจลึก ๆ เพราะฉ้นมีกิ๊กซ์ ฉันรู้จักกิ๊กซ์เกือบจะพร้อม ๆ กับคนเง่างี่ ..... แล้วยังไงต่อดีล่ะ ลำดับความคิด ลำดับความทรงจำได้ยากจัง เพราะจำไม่ได้ว่ากิ๊กซ์เข้ามามีบทบาทตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะพอรู้สึกตัวอีกที กิ๊กซ์กลายเป็นอะไรที่จำเป็นสำหรับฉันไปซะแล้ว ....

คนเง่างี่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงฉันได้เลย ... แต่ทำไมกิ๊กซ์เปลี่ยนฉันได้ จากคนขี้หงุดหงิด ใจร้อน พอกิ๊กซ์เข้ามามีบทบาทในชีวิต ฉันกลายเป็นคนใจเย็นลง ทำอะไรด้วยความร่าเริง สดใส ไม่รู้ทำไม ...... เพราะเค้าใจเย็น ไม่พูดจาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดใส่ฉันมั้ง ฉันค่อย ๆ ซึมซับไปเรื่อย ๆ ช่วงเวลาไม่นานนัก ฉันกลายเป็นคนร่าเริงมากขึ้น

เรื่องของกิ๊กซ์ .......... เริ่มต้นจากเวบบอร์ด มาต่อกลอน ต่อเพลง ตอนนั้นเวบบอร์ดเป็นอีกโลกนึงที่เวลาที่ฉันหงุดหงิดคนเง่างี่ ฉันมักจะมีมุมอีกมุมมาทำให้เย็นใจ ..... ฉันจำไม่ได้เลยว่ากี่เดือนหรือกี่ปี ที่มีกิ๊กซ์เข้ามามีบทบาทกับใจฉัน .... จากเป็นเพื่อน ไม่รู้ตัวอีกเหมือนกัน ว่าทำไมถึงกลายมาเป็นกิ๊กกันได้ ถ้าถามว่าฉันจริงใจขนาดไหน ฉันบอกได้เลย ว่าฉันจริงใจด้วยใจจริง ...........

ข้อตกลงของเรามีมากมาย ..... มีอะไรคุยกันตรงๆ อย่าโกหก บอกกันตรงๆ ถามกันตรง ๆ ว่ามีแฟนรึยัง ต่างคนต่างตอบว่ามีแล้ว .... แต่ทำไมเราสองคนถึงต้องการความสัมพันธ์ที่มากกว่าเพื่อน ฉันไม่รู้ว่าสำหรับเค้ามีเหตุผลอะไร อาจจะเป็นด้วยตัวเลขของวัยที่ไม่ต่างกันมาก อาจจะเป็นด้วยความที่เค้าอยู่ไกลกับคนคนนั้นของเค้า ... แต่สำหรับฉัน ฉันอยากมีเพื่อนที่เข้าใจ คุยกันรู้เรื่อง เพราะฉันรู้ดีว่า ความสัมพันธ์ของฉันและคนเง่างี่ไม่เคยราบรื่นเลย คุยกันก็ทะเลาะกันทุกครั้งไป .... กิ๊กซ์เลยกลายเป็นอีกมุมของหัวใจที่ทำให้ชุ่มชื่นทุกครั้งที่คุยกัน ....

ฉันจะไม่แย่งเค้ามาจากคนนั้นของเค้า และเค้าจะต้องไม่พยายามทำตัวให้ฉันรัก ...... อีกหนึ่งข้อตกลง ที่เคยคุยกัน กิ๊กซ์เคยบอกว่า ถ้าต่อไปมีอะไรเกิดขึ้น กิ๊กซ์ขอเลือกคนนั้นนะ ฉันบอกว่า ได้สิ ไม่จำเป็นต้องเลือกฉัน ฉันเข้าใจ ดีใจด้วยซ้ำ เพราะฉันรู้ตัวดีว่า กิ๊กซ์มาจากครอบครัวที่ดี ฉันไม่เหมาะสมกับเค้า ต่อให้เค้าเลือกฉัน ฉันก็คงไม่มีความสุข คงไม่ดีใจเพราะเหมือนฉันแย่งของของคนอื่นมา ฉันไม่ชอบการยื้อแย่ง แข่งขัน เพราะคิดอยู่เสมอมาว่าอะไรที่มันเป็นของเรามันก็จะเป็นของเรา .....

หลังจากที่ไม่มีคนเง่างี่อย่างจริงจัง ..... ก็ยิ่งสนิทสนมกันมากขึ้นไปอีก จนกระทั่งฉากสุดท้าย คนคนนั้นของกิ๊กซ์จะไปหากิ๊กซ์ คนนั้นของกิ๊กซ์รู้เรื่องของฉัน แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ได้แต่พูดว่า "ก็อย่าให้มันเกินเพื่อนละกัน" ตอนแรกฉันก็ยังไม่อะไรมาก แต่ฉันทำใจอยู่ตลอดเวลาว่าวันนึงมันก็ต้องมาถึง เค้าไม่ไปจากฉัน ฉันก็ต้องไปจากเค้า .......

คุยกันไปเรื่อยๆ เหมือนทุกๆวันที่เคยเป็น จนฉันมาสะดุดใจตอนที่เค้าพูดว่า หาคนมาคุยด้วยได้แล้ว วันนึงกิ๊กซ์ก็คงคุยด้วยไม่ได้แบบนี้แล้ว ฉันฟังแล้วก็เลยพูดแบบขำๆ ไปว่า ซื้อทีวีมาสองเครื่องยังจะง่ายซะกว่าให้หาคนมาอยู่ด้วย มาคุยด้วย ... กิ๊กซ์บอกว่า วันนึงมันก็คงต้องมาถึง ฉันบอกว่าฉันรู้ ว่าวันนึงมันต้องมาถึง ........

ฉันพึ่งคุยกับเพื่อนฉันเรื่องกิ๊กซ์ว่า อยากจะจบเหมือนกัน คงไม่เกินสิ้นปีนี้ น่าจะจบได้แล้ว ... ฉันเองก็ตั้งใจไว้แล้วเหมือนกัน ว่าจะพยายาม Fade ตัวเองออกมาจากชีวิตเค้าได้แล้ว .... แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นตอนนี้ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ก็เลยคุยกันซะเลย เพราะไม่อยากให้ค้างคาแล้ว ฉันก็เลยบอกกิ๊กซ์ว่า งั้นไม่โทรหาแล้วนะ ไม่คุยกันแล้วนะ เค้าเองก็เงียบๆไป ถามว่าเอางั้นเลยเหรอ ฉันตอบว่า อืม ถ้ายิ่งจบช้าก็ยิ่งเจ็บมาก ........ ฉันบอกเค้าว่าเราต้องตัดสินใจกันแล้วนะ เค้าบอกว่าเรากลับไปเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมได้มั้ย ฉันบอกว่า ฉันจำไม่ได้แล้วว่าตอนเราเป็นเพื่อนกัน เราคุยกันยังไง แล้วตัวเค้าเองล่ะ ถ้าจะคุยกับฉันแบบเพื่อน เค้าจะคุยยังไง ถ้าเรายังคุยกันอยู่ เรื่องนี้มันก็คงไม่จบหรอก ..... เราคุยเรื่องนี้กันเป็นชั่วโมง

สุดท้าย .... เค้าบอกว่าถ้างั้นเราคงต้องจบ

ฉันรู้สึกแย่ยิ่งกว่าตอนที่รู้ตัวว่าคนเง่างี่ไม่รักฉันซะอีก
นี่มันไม่ใช่ว่าเราไม่มีความรู้สึกดี ๆ ต่อกันแล้ว เราถึงเลือกที่จะจบ เรายังรู้สึกดีๆ ต่อกัน เรายังเป็นเพื่อนกันได้ ...
คิดอีกที ฉันทำดีที่สุดแล้ว ยิ่งปล่อยไปนานวันมันก็ยิ่งถอนตัวลำบาก อีกอย่างฉันสงสารความรู้สึกของคนคนนั้นของกิ๊กซ์ เค้าไม่ได้ผิดอะไร .... ฉันทำถูกแล้ว ......ทำดีที่สุดแล้ว






 

Create Date : 08 มิถุนายน 2549    
Last Update : 13 มิถุนายน 2549 16:37:15 น.
Counter : 226 Pageviews.  

จะทำยังไง เมื่อคนที่แต่งงานแล้วมีอาการหวั่นไหว

จะเริ่มต้นยังไงดีนะ
ฉันต้องกลายมาเป็นผู้เก็บความลับของเพื่อนร่วมงานคนนึง
เรื่องมันมีอยู่ว่า มีพี่คนนึงอายุประมาณ 40 แล้ว เป็นเพื่อนร่วมงานของฉันค่ะ เค้ามาคุยกับฉันว่า เค้ารู้สึกดีๆ กับเพื่อนของฉัน ทั้งสองคนเป็นเพื่อนร่วมงานของฉัน พี่ผู้ชายอายุประมาณ 40 แล้วล่ะ แต่เค้าแต่งงานแล้ว มีครอบครัวที่อบอุ่น ลูกชายวัยกำลังน่ารักสองคน ส่วนเพื่อนผู้หญิงของฉันอายุประมาณ 25-26 มีแฟนแล้วแต่ยังไม่ได้แต่งงาน ก็จัดว่าน่าตาน่ารักดี ตัวเล็กๆ บางๆ ผิวขาวเหลืองตามสไตล์สาวเหนือ เราทำงานร่วมกันมาจะ 2 ปีแล้วล่ะ เมื่อต้นๆ สัปดาห์พี่ผู้ชายเดินมาคุยกะฉัน เค้าบอกไม่รู้จะบอกฉันดีมั้ย แล้วเค้าก็ตัดสินใจจะบอก ว่าเค้ารู้สึกกะเพื่อนฉันมากกว่าที่รู้สึกกับฉันว่าเป็นน้องนะ เค้ารู้สึกกับเพื่อนฉันมากกว่านั้น เค้าบอกว่าไม่รู้เป็นอะไรตั้งแต่หลังจากกลับจากไป meeting ที่พัทยา เค้าก็จะคิดถึงเพื่อนฉัน กลับไปถึงบ้านก็จะคิดถึงว่าเพื่อนฉันจะกลับถึงบ้านรึยัง แต่เค้าเป็นคนดีนะ ฉันบอกว่าเค้าคงหวั่นไหว ใช่ค่ะ เค้ายอมรับว่าเค้าหวั่นไหว แต่เค้าจะไม่ทำอะไรไปมากกว่านี้ แต่ถ้าให้เพื่อนฉันไปเป็นกิ๊กโดยที่ไม่เรียกร้อง เค้าก็ยินดีนะ คือต่างคนต่างมีความสุขที่อยู่ด้วยกัน ทานข้าวด้วยกัน ถึงเวลากลับก็แยกย้ายกันไปอยู่ใน status ของตัวเอง ไม่มีการมาเรียกร้องเวลาหรือว่าอย่างอื่นจากเค้า เพราะเค้าก็คงให้ไม่ได้ เค้าก็ยังเลือกครอบครัว เลือกลูกเมียของเค้าอยู่ดี ฉันฟังแล้วก็รู้สึกปลงๆกะชีวิตยังไงบอกไม่ถูก ฉันเคยได้ยินมาว่า ผู้ชายน่ะ ถ้ามันได้ก้าวขาออกนอกบ้านแล้วมันก็ไม่ใช่ของเราแล้ว ฉันว่าก็คงจะจริง ฉันยังต้องไปทานข้าวกลางวันกะเค้าสองคนทุกวัน ตอนแรกฉันก็ไม่รู้สึกอะไรหรอก แต่พอพี่เค้ามาเล่าเรื่องเค้าให้ฉันฟัง ฉันเลยรู้สึกอึดอัดที่จะต้องไปทานข้าวกับเค้าสองคน เพื่อนฉันไม่รู้หรอกว่าพี่ผู้ชายคนนี้คิดเกินไปกว่าเพื่อนร่วมงาน เกินไปกว่าน้อง ฉันเองก็ไม่คิดจะบอกเพื่อนเรื่องนี้ ฉันคงเก็บเรื่องนี้เป็นความลับต่อไป ...
อึดอัดจัง........




 

Create Date : 07 สิงหาคม 2548    
Last Update : 7 สิงหาคม 2548 17:33:26 น.
Counter : 146 Pageviews.  

เมื่อผู้ชายหวั่นไหว...ก็ใช่ว่าใจโลเล....ตอนที่1

ฉันรู้จักผู้ชายคนนึง เมื่อตอนเรียนปี 3 ได้มั้ง นี่ก็ 4 ปีกว่าแล้วที่รู้จักกัน ฉันอยู่ปี 3 ผู้ชายคนนี้พึ่งเรียนจบ พึ่งได้งานทำเป็นข้าราชการอยู่ในกรุงเทพฯ ฉันรู้จักกับเค้าก็คุยกันในฐานะพี่น้อง ตอนนั้นฉันเรียนก็ได้แต่เรียน เรื่องมีแฟนก็เหมือนวัยรุ่นทั่ว ๆ ไป รักง่ายหน่ายเร็ว ความรักเหมือนดั่งลมพัด มาเร็วไปเร็ว ฉันก็คุยกับพี่คนนี้เรื่อยมา โดยติดต่อกันทางอีเมล์ สมัยนั้นเพจเจอร์กำลังฮิตก็ส่งเพจหากันบ้างนิดหน่อย ไม่ได้บ่อยอะไร ส่วนใหญ่จะอีเมล์คุยกัน ถามสาระทุกข์สุขดิบตามประสาพี่น้อง จนกระทั่งฉันเรียนจบ ฉันหายไปพักนึง ก็หางานทำดิ้นรนกันไปตามประสาเด็กจบใหม่ไม่มีเส้นสายอะไร จนกระทั่งฉันได้งานทำที่กรุงเทพฯ ฉันกับเค้าก็เริ่มมาคุยกันเหมือนเดิม คือส่งเมล์คุยกันเหมือนเดิม จนวันนึง วันลอยกระทงปีที่แล้ว ปี 47 ฉันรอเพื่อนว่าจะไปลอยกระทงกัน ฉันก็ออนเอ็ม คุยกับพี่คนนี้แต่ server ไม่ค่อยดี คุยๆ แล้วก็ ขาดๆ หาย ๆ ฉันรำคาญก็เลยขอเบอร์พี่เค้ามา แล้วก็โทรไปคุยกัน ฉันว่าผู้ชายคนนี้เค้าก็เงียบ ๆ ดูเป็นคนดีจัง ฉันก็ยังคุยกันแบบพี่ ๆน้อง ๆต่อไป ว่าง ๆ ก็โทรไปคุย จนกระทั่งวันนึง พี่เค้าคุยกับฉันล้ำเส้นความเป็นพี่น้อง ฉันเองก็ยังไม่ได้คิดอะไร จนกระทั่ง บ่อยเข้า ฉันเริ่มหวั่นไหว พี่เค้าก็เริ่มเปลี่ยนไป เปลี่ยนจากคุยกันฉันกิ๊ก เป็นเงียบขรึม พูดน้อยลง(จากพูดน้อยอยู่แล้ว) ฉันไม่เข้าใจ ว่าเค้าเป็นอะไร ฉันเคยตกลงกันว่า เอาไว้ว่าง ๆ ไปเขาดินกันนะ เค้าก็โอเค ไปกัน แต่พอถึงวันนัดเค้าส่ง SMS ว่าเค้าไปไม่ได้ เค้าต้องไปธุระให้หัวหน้า ครั้งนึงที่ผิดนัด จนฉันนึกแปลกใจ กับท่าทีที่เปลี่ยนไป จนฉันต้องถามให้เค้าบอกตรง ๆ เค้าก็เลยยอมรับว่าเค้ามีแฟนแล้ว รู้จักกันมาสองปีแล้ว ฉันก็ยอมรับ ไม่ได้ว่าอะไร ฉันตัดใจ คิดว่าเป็นพี่เป็นน้องกันก็ดีแล้ว แล้วเราก็ห่างกันไป ไม่คุยกันเหมือนเดิมอีก จนวันนึงฉันออนเอ็ม ได้คุยกับเค้า เค้าบอกว่า เค้ายอมรับนะว่าสนใจฉัน ฉันก็แกล้งโง่ ถามว่าฉันผิดปรกติอะไรเหรอ ถึงต้องมาสนใจ เค้าบอกว่าสนใจ หมายถึงชอบ เค้าก็เลยบอกตรง ๆ เลยว่า เค้าชอบฉัน แล้วเค้าย้อนถามฉันว่า ฉันล่ะ รู้สึกยังไงกับเค้า ฉันก็บอกเค้าตรง ๆ ว่า ฉันเองก็หวั่นไหวนะ เค้าถามต่อว่า แล้วเราจะทำยังไงดี ในเมื่อเค้าชอบฉัน แล้วฉันก็หวั่นไหว ฉันบอกว่า ก็ไม่ทำอะไร พี่ก็คบกับแฟนพี่ต่อไป ฉันก็อยู่ของฉันแบบนี้เป็นน้องเค้าเหมือนเดิม เราก็เลยตกลงกันว่า โอเค!เราจะเป็นพี่น้องกัน ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ทำอะไรผิด เราอย่าทำให้เค้าเสียใจ เค้าบอกว่าเค้าตัดสินใจอยู่นานมาก ว่าจะเลือกบอกใครดี ระหว่างฉันกับผู้หญิงคนนั้น แต่เค้าก็ตัดสินใจบอกฉัน เพราะรู้สึกว่าแฟนเค้าไม่ได้ผิดอะไร อีกอย่างแฟนเค้าก็ดี ฉันเองก็ดีใจนะ ที่เค้าบอกว่าชอบฉัน เค้าบอกว่าเป็นแบบนี้แล้ว ฉันยังดีใจเหรอ ฉันบอกว่า อืม ดีใจที่มีคนดีๆ ซื่อสัตย์มาชอบ ตกลงว่าเราจะไปดูหนังกัน แต่พอใกล้ถึงวันนัด เค้ากลับส่ง SMS บอกว่า ขอยกเลิกดูหนังนะ พี่ไม่อยากไป กลัวใจตัวเองหวั่นไหวน่ะ บอกแล้วว่าพี่เป็นคนไม่ดี ขอโทษนะ ฉันงงมาก ทำไมเค้าถึงเป็นแบบนี้ ...แล้วผู้หญิงแบบฉันนี่นะ ทำผู้ชายหวั่นไหวได้ขนาดนั้น ...




 

Create Date : 18 มิถุนายน 2548    
Last Update : 18 มิถุนายน 2548 15:48:19 น.
Counter : 221 Pageviews.  


Valentine's Month


 
ถึงหนูจะไม่สวยแต่หนูก็จนนะคะ
Location :
สมุทรสงคราม Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




... บางครั้งความเงียบก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุด


ตัวอักษรวิ่งด้านล่าง
<
Friends' blogs
[Add ถึงหนูจะไม่สวยแต่หนูก็จนนะคะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.